<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิระชัย&#039;กลับทำงานในตำแหน่งรองผบ.ตร.วันแรก ยันที่ผ่านมาไม่เคยโกรธใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16ก.ค.64-ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางเข้ามาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะเดินทางไปลงบันทึกประจำวัน ที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ ตามประจำวันข้อ 4 เพื่อกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.หลังได้ใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ตามคดีหมายเลขดำที่ บ.438/2563 และยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราว กระทั่งเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง ที่ให้พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งพิพากษาหรือคำสั่งอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังเสร็จสิ้นภาระกิจส่วนตัว พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ตามที่ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับของคำสั่งสำรองราชการ และยังมีคำสั่งทุเลาคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้ตนพ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.จนกล่าวจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ส่งผลให้การเสมือนว่าไม่มีคำสั่งสำรองราชการตน และเสมือนว่าไม่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ตนพ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.มาก่อน จึงส่งผลให้ตนดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560 มาจนถึงปัจจุบันโดยไม่ขาดตอน วันนี้จึงได้มาลงประจำวัน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ต่อไป ดังนั้นวันนี้ตนจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ตนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของศาล ดังนั้นจะมีผลทันที ส่วนอื่นๆที่เป็นคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต้องไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนหน้างานรับผิดชอบยังต้องรอการมอบหมายงานใหม่จาก ผบ.ตร.ซึ่งจากนี้ตนจะต้องเข้าไปรายงานตัวกับ ผบ.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากนี้ตนก็ปฏิบัติหน้าที่ตามระยะเวลาราชการที่เหลืออีกปีเศษ ตนจะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ดีที่สุด ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน อย่างสุดความสามารถในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ ตนรู้สึกดีใจหลังจากไม่มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.มาเป็นเวลา 1 ปีเศษ วันนี้ได้มีโอกาสกลับมาปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบ.ตร.อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอให้คำมั่นต่อพี่น้องประชาชนและต่อผู้บังคับบัญชาว่า จะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด โดยความซื่อสัตย์สุจริต อย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะไม่ทำให้ผู้บังคับบัญชาและพี่น้องประชาชนผิดหวัง สำหรับกรณีการสอบวินัยของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และผู้บังคับบัญชา จะต้องดำเนินการไปตามความเป็นธรรมต่อไป สำรับกรณีที่ยังมีการฟ้องร้องเรื่องเดิมที่ยังอยู่ที่ศาล เป็นเรื่องของศาลที่ต้องพิจารณาตามกระบวนการของศาล ที่ผ่านมาผมไม่เคยโกรธใคร&amp;quot;พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109932</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งทางปกครอง, คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f11a72b5d3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;ตั้ง&#039;ปลัดคลัง&#039;คุมมาตรการเยียวยาโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2563 - มีรายงานเมื่อวันที่ 14 เม.ย.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 112/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในทุกพื้นที่ของประเทศ ทั้งในด้านการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและหนี้สิน การขาดรายได้ การถูกเลิกจ้าง และการปิดกิจการชั่วคราว ส่งผลให้อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนมีแนวโน้มหดตัวลงอย่างรุนแรง รัฐบาลจึงได้จัดให้มีมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 1-3เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะมาตรการชดเชยรายได้แก่แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายหลากหลายอาชีพทั่วประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้การจัดทำมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตลอดจนให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างทั่วถึง เป็นธรรมโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 จึงแต่งตั้งคณะกรมการกำกับดูแลด้านผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการฯ มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ส่วนกรรมการประกอบด้วย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)และมีผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ 1.ติดตาม รวบรวม และบูรณาการข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน 2.ตรวจสอบการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐต่างๆ 3.นำผลการดำเนินการตามข้อ 1 และ 2.มาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีความครอบคลุม ทั่วถึงและเป็นธรรม 4.กำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินมาตรการชดเชยรายได้ให้เป็นไปตามแผนงานและเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส รวมทั้งเสนอแนะกลไกและขั้นตอนการดำเนินงานที่กลุ่มเป้าหมาย สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างแท้จริง ต่อนายกฯหรือศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2563 เรื่อง การจัดโครงการสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ลงวันที่ 27 มี.ค.63 &amp;nbsp;5.ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง และรายงานซ้อมูล รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการ 6.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคล เพื่อช่วยปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม 7.ปฏิบัติงาน อื่นๆ ตามที่นายกฯมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547หรือตามระเบียนทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63213</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, เยียวยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c72ab9e9583f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
