<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;วิระชัย&#039; ส่งเอกสารเพิ่มคดีฟ้อง 8 ตร.สอบข้อเท็จจริงไม่ชอบปมปล่อยคลิปเสียงยิงรถบิ๊กโจ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.144/2563 ที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ต.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พ.ต.อ อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม, พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ, พ.ต.อ.สมเกียรติ ค้ำชู และ พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ทั้ง 8 คน เป็นจำเลย ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดเป็นเจ้าพนักงานและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) ผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 กรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์การสนทนากรณีมีคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้ตรวจฟ้องของโจทก์แล้ว โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งแปดซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ชอบ โดยสรุปรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ทำการตรวจสอบเป็นเหตุให้โจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 383/2563 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้โจทก์สำรองราชการ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 แต่โจทก์ไม่ได้เสนอรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานการสอบสวนมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในชั้นนี้ เพื่อให้ได้ความชัดแจ้งในข้อเท็จจริงแห่งคดี อาศัยอำนาจตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ข้อ 16 จึงเห็นควรมีหนังสือให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งสำเนารายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 24/2563 และสำเนารายงานการสอบสวนตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่ 383/2563 พร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกฉบับต่อศาล ภายในวันที่ 5 พ.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้สำรองราชการโจทก์ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 นั้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา จึงให้โจทก์ยื่นคำแถลงว่าได้มีการอุทธรณ์คำสั่งหรือฟ้องคดีต่อศาลปกครองหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 ดังกล่าวหรือไม่ หากมีให้โจทก์แถลงพร้อมกับส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาภายใน 30 วันนับแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งให้มีหนังสือสอบถามพร้อมส่งสำเนาคำฟ้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อตรวจสอบว่ามีการกล่าวหาจำเลยทั้งแปดในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ยื่นฟ้องหรือไม่ จากนั้นแจ้งให้ศาลทราบเพื่อประกอบการพิจารณาภายในวันที่ 5 พ.ย. 2563 ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79544</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปเสียง, คำสั่งสำรองราชการ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ae08c27c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;วิระชัย&#039; แก้คำฟ้อง &#039;จักรทิพย์&#039; ปมสั่งสำรองราชการ นัดฟังคำสั่ง 29 ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ถ.นครไชยศรี ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ อท.127/2563 ที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เป็นจำเลย ขอให้ศาลลงโทษฐานความผิดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้หนึ่งผู้ใดได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี จำเลยในฐานะ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์บันทึกบทสนทนา กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล และโจทก์ถูกสั่งไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นวันที่ 24 ก.ค. 2563 มีข้อสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนักงานตำรวจแห่งชาติชุดดังกล่าวว่า โจทก์กระทำผิดวินัยร้ายแรง เป็นเหตุให้จำเลยออกคำสั่งสำรองราชการโจทก์ และทำให้โจทก์หมดสิทธิเข้ารับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้มีผู้รับมอบอำนาจโจทก์เดินทางมาศาล ศาลพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ครบถ้วน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และให้แจ้งชัดว่าจำเลยกระทำความผิดโดยมีพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดอย่างไร ทั้งมิได้ชี้ช่องพยานหลักฐานให้ชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม จึงให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่งกับให้ดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้โจทก์บรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งว่า การกระทำของจำเลยที่โจทก์อ้างว่าเป็นความผิดตามฟ้องแต่ละข้อเป็นการกระทำที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนดหรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใด หรือข้อใด หรือไม่อย่างไร และจำเลยเกี่ยวข้องกับขั้นตอนกระบวนการดังกล่าว แต่ละขั้นตอนโดยมีหน้าที่ใดตามกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใดหรือข้อใดอย่างไร รวมทั้งพฤติการณ์เช่นว่านั้น และให้ชี้ช่องพยานหลักฐานให้ชัดเจนว่ามีพยานหลักฐานใดที่สนับสนุนหรือแสดงให้เห็นถึงการกระทำและพฤติการณ์เช่นนั้นของจำเลย ให้เพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมาย โดยปฏิบัติฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ขอให้ศาลลงโทษจำเลย อันแสดงให้เห็นว่าโจทก์ต้องทราบถึงความมีอยู่ หรือไม่มีอยู่ของการกระทำอันเป็นความผิดตามฟ้องโจทก์ ตลอดจนบทบัญญัติแห่งประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ เช่นว่านั้น จึงให้โจทก์จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องอันสนับสนุนข้อเท็จจริงตามที่อ้างในคำบรรยายฟ้องโจทก์รวมทั้งพยานหลักฐานอื่น (หากมี) ต่อศาลให้ครบถ้วนพร้อมคำฟ้องที่แก้ไขเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากโจทก์ไม่แก้ฟ้องหรือแก้ฟ้องเข้ามาภายในกำหนดแล้ว ศาลจะถือว่าข้อเท็จจริงตามที่บรรยายมาในฟ้องหรือฟ้องที่แก้ไขแล้ว พยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้ชี้ช่องไว้ เป็นข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของจำเลยที่โจทก์ประสงค์จะนำเสนอในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพื่อให้เห็นว่าคดีของตนมีมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้โจทก์แก้ฟ้อง โดยให้จัดทำคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ยื่นต่อศาลแทนคำฟ้องฉบับเดิมภายใน 30 วันนับแต่วันนี้ กรณีมีพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวให้โจทก์ส่งให้ครบถ้วน หากโจทก์ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลในข้อหนึ่งข้อใดดังที่กล่าวมาข้างต้น ให้ถือว่าไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งศาลอาจมีคำสั่งไม่รับฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีที่รับผิดชอบสำนวนคดีนี้ตรวจฟ้องโจทก์ทั้งสองที่แก้ไขแล้วทำรายงานเสนอต่อศาลก่อนวันนัดเวลา 7 วัน เพื่อให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดีอาศัยอำนาจตามข้อ 16 วรรคหนึ่งแห่งข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ประกอบข้อ 3 แห่งข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 จึงให้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการกรณีต่างๆ ตามที่ปรากฏในฟ้องโจทก์พร้อมบทบัญญัติของกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ ที่ยกขึ้นอ้างเพื่อดำเนินการในกรณีดังกล่าวว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย หรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใด หรือข้อใดอย่างไร โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลภายในวันที่ 8 ต.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาและกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 29 ต.ค. 2563&amp;nbsp;เวลา 10.00 น.

ด้าน นายทวีชัย พันธุ์สง่า&amp;nbsp;ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.วิระชัย อดีตรอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังฟังคำสั่งศาลว่า วันนี้ศาลมีคำสั่งให้ทนายความแก้ฟ้องเพิ่มเติม โดยให้บรรยายรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ และศาลยังให้โจทก์เขียนบรรยายฟ้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของจำเลย ให้ชัดเจน นอกจากนี้ ศาลจะส่งเรื่องนี้ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของทั้งสองคน เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการฟ้องร้องระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทีมทนายความคาดว่า จะส่งคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ได้ภายในวันที่ 8 ต.ค.นี้&amp;nbsp; ส่วนรายละเอียดของคดีความที่มีการฟ้องร้อง ทีมทนายความปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด โดยอ้างว่า พล.ต.อ.วิระชัย จะเป็นผู้แถลงข่าวทั้งหมดในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76809</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปหลุด, คำสั่งสำรองราชการ, พล.ต.ท.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2cf2b4a6431.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพสต์แรกหลังสำรองราชการ&#039;วิระชัย&#039;ตักบาตรบอก&#039;จิตสบาย ใจร่มเย็น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63-พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอดีตรองผบ.ตร. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;ดร.วิระชัย ทรงเมตตา&amp;quot; พร้อมภาพขณะตักบาตรพระสงฆ์ ระบุว่า &amp;quot;สวัสดีวันพฤหัสบดี จิตสบาย ใจร่มเย็น หมั่นสร้างบุญกุศล เพื่อจิตใจที่ผุดผ่องใส เช้านี้ผมและกัลยาณมิตรยังคงร่วมถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสามเณรผู้เรียนเปรียญธรรม จำนวน 350 รูป วัดโมลีโลกยาราม กรุงเทพมหานคร เหมือนเช่นทุกเช้า
ขอเชิญอนุโมทนาบุญร่วมกันครับ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72920</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งสำรองราชการ, ตักบาตรทำบุญ, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f226e6c83e3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
