<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2025 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเพิ่มสิงคโปร์เสี่ยงติดโควิด-19 สูงสุดระดับเดียวกับไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีดีซีของสหรัฐปรับคำแนะนำการเดินทางไปสิงคโปร์เพิ่มเป็นระดับ 4 หรือประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะติดเชื้อโควิด-19 เตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงไปสิงคโปร์ ส่วนไทยยังอยู่ระดับ 4 เท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนออร์ชาร์ด ย่านชอปปิ้งชื่อดังของสิงคโปร์มีผู้คนที่สวมหน้ากากอนามัยเดินกันพลุกพล่าน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนเนลนิวส์เอเชียรายงานเมื่อวันอังคารที่ 19 ตุลาคมว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐ (ซีดีซี) ปรับระดับคำแนะนำการเดินทางไปสิงคโปร์เมื่อวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐ ขึ้นจากระดับ 3 เป็นระดับ 4 ซึ่งบ่งชี้ว่ามี &amp;quot;โควิด-19 ระดับสูงมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของซีดีซีระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันของสิงคโปร์ แม้แต่ผู้เดินทางเข้าสิงคโปร์ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ก็อาจเสี่ยงที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 และแนะนำว่า ผู้จำเป็นต้องเดินทางไปสิงคโปร์ควรเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเมื่ออยู่ในสิงคโปร์ควรปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดของทางการสิงคโปร์ เช่น การสวมหน้ากาก และใช้มาตรการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศสหรัฐก็ออกประกาศในเรื่องเดียวกันเมื่อวันจันทร์ เตือนพลเมืองสหรัฐไม่ควรเดินทางไปสิงคโปร์เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีใช้ประกาศเตือนจุดหมายการเดินทางกับประเทศที่มีภัยคุกคามด้านสุขภาพทั่วโลก โดยจัดระดับประเทศต่างๆ เป็น 4 ระดับ พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบันของแต่ละประเทศ และแนวโน้มของผู้ติดเชื้อรายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอื่นที่ซีดีซีจัดให้อยู่ระดับ 4 ในปัจจุบัน รวมถึงบรูไน, มาเลเซีย, ไทย และสหราชอาณาจักร ส่วนประเทศที่ซีดีซีจัดให้อยู่ในระดับ 3 ได้แก่ เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น และเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียเป็นจุดหมายที่ถูกจัดให้อยู่ระดับ 2 ซึ่งสถานการณ์โควิดอยู่ในระดับปานกลาง โดยผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนได้รับคำแนะนำให้เลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ขณะที่จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ เป็นจุดหมายในระดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดสิงคโปร์ให้อยู่ในประเทศที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ระดับ 4 มีขึ้นในขณะที่สิงคโปร์ขยายรับผู้เดินทางจาก 8 ประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วให้เข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว ได้แก่ แคนาดา, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, สเปน, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เริ่มวันอังคารที่ 19 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสิงคโปร์เผยว่า มีนักเดินทางมากกว่า 2,400 คน ที่ยื่นเรื่องขอเข้าสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม โดยราว 40% เป็นผู้เดินทางจากสหราชอาณาจักร.&lt;/p&gt;
copa747
finnivip
deltabet
nextgen999
wrc88
parallax168
bwvip5
ufa47
hotb3tflix
bean9
easyslot88s
s2kgame
seal789
naza5959
akin888
gachamax
ufar9
ufax7
kingtop11
route66slot
dimowinning
donki999
168godcat
allin99my
tkbrich
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120218</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำแนะนำด้านการเดินทาง, ซีดีซี, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐ, สิงคโปร์อยู่ระดับ 4, เสี่ยงติดโควิดสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616ea0f4d2c5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 22:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสหรัฐลดระดับคำแนะนำเดินทางไป85ประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐผ่อนคลายคำแนะนำด้านการเดินทางใน 85 ประเทศและดินแดน รวมถึงญี่ปุ่นและยุโรปส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันยังเตรียมหารือหลายประเทศวางแนวทางเริ่มการเดินทางระหว่างประเทศใหม่อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า การตัดสินใจปรับปรุงคำแนะนำการเดินทางของสหรัฐล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพิ่มความหวังว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างกว้างขวางทั่วโลกจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยมี 85 ประเทศและดินแดนที่กระทรวงการต่างประเทศผ่อนคลายคำแนะนำด้านการเดินทาง ซึ่งรวมถึงชาติพันธมิตรใกล้ชิดและเพื่อนบ้านของสหรัฐ อาทิ แคนาดา, เม็กซิโก, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่ลดระดับจากคำเตือนให้พลเมืองอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปอย่างสิ้นเชิง ลงมา 1 ระดับเป็นให้พิจารณาทบทวนการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่ได้รับการผ่อนคลายคำเตือนด้วยคือญี่ปุ่น ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเคยมีคำเตือนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง คำเตือนครั้งนั้นทำให้ทำเนียบขาวต้องรีบออกมายืนยันว่า สหรัฐยังคงสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของญี่ปุ่น ที่กำหนดเปิดฉากวันที่ 23 กรกฎาคมนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำล่าสุดของสหรัฐยังลดระดับคำเตือนของ 11 ประเทศ มาอยู่ในระดับที่ขอให้ชาวอเมริกันใช้ความระมัดระวังตามปกติเมื่อเดินทางไปเยือน ซึ่งเป็นคำแนะนำมาตรฐานของสหรัฐสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วก่อนหน้าการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีหลายประเทศที่รัฐบาลสหรัฐจัดว่ามีความเสี่ยงด้านโควิด-19 ต่ำ อาทิ กานา, เซเนกัล, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และมอลตา ซึ่งเป็นประเทศในยุโรปชาติเดียวที่อยู่ในอันดับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงล่าสุดสะท้อนคำแนะนำจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) ที่ออกเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้านี้ ซึ่งเรียกร้องให้ชาวอเมริกันฉีดวัคซีนให้ครบก่อนการเดินทาง ส่วนผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า คำแนะนำของซีดีซีเมื่อวันจันทร์ จัดระดับคำเตือนการเดินทางของ 111 ประเทศและดินแดนใหม่ โดยมี 61 ประเทศลดจาก &amp;quot;ระดับ 4&amp;quot; ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางอย่างสิ้นเชิง ลงมาเป็นให้เดินทางได้เมื่อฉีดวัคซีนครบแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 50 ประเทศและดินแดน ลดจาก &amp;quot;ระดับ 2&amp;quot; มาอยู่ &amp;quot;ระดับ 1&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีกล่าวว่า หลายประเทศได้รับการลดระดับลงมีทั้งเพราะความสามารถในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และเพราะการเปลี่ยนเกณฑ์ของซีดีซีด้านอัตราผู้ติดเชื้อ จากเดิม 100 คนต่อ 100,000 ประชากร เป็น 500 คนต่อ 100,000 ประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่ถูกซีดีซีลดระดับลงมาอยู่ในระดับ 3 นั้นรวมถึงฝรั่งเศส, เอกวาดอร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, แอฟริกาใต้, แคนาดา, เม็กซิโก, รัสเซีย, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี, ยูเครน, ฮอนดูรัส ฮังการี, อิตาลี, จอร์แดน, ลิเบีย, ปานามา, โปแลนด์ และเดนมาร์ก ส่วนของไทยนั้นยังถูกจัดให้อยู่ในระดับ 3 เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำด้านการเดินทางของสหรัฐยังได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาเบาะแสว่าสหรัฐจะยุติคำสั่งห้ามการเดินทางที่ออกเมื่อกว่า 1 ปีที่แล้วเมื่อใด ขณะนี้พลเมืองที่ไม่ใช่คนอเมริกันเกือบทั้งหมดที่เคยอยู่ในประเทศเหล่านี้ 14 วันก่อนการเดินทางจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐ ได้แก่ จีน, สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, อินเดีย, แอฟริกาใต้, บราซิล, อิหร่าน และ 26 ประเทศในกลุ่มเชงเกน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวไว้ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะออกเดินทางเยือนยุโรปในวันพุธว่า การผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทางจะกระทำด้วยความโปร่งใส และยึดตามวิทยาศาสตร์และหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐประกาศด้วยว่า จะจัดการเจรจากับแคนาดา, เม็กซิโก, สหภาพยุโรป และอังกฤษ เพื่อหาแนวทางในการเริ่มการเดินทางระหว่างประเทศใหม่อย่างปลอดภัย โดยสหรัฐจะตั้ง &amp;quot;คณะทำงานของผู้เชี่ยวชาญ&amp;quot; ขึ้นเพื่อวางแนวทางสำหรับการก้าวไปข้างหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105863</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ, คำแนะนำด้านการเดินทาง, ซีดีซี, ลดระดับคำเตือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0e275c2a35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐ&#039;ห้ามเดินทาง&#039;ไปยัง80%ของประเทศในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศจะปรับปรุงคำแนะนำ &amp;quot;ห้ามเดินทาง&amp;quot; เพิ่มเป็นประมาณ 80% ของประเทศทั่วโลก อ้าง &amp;quot;ความเสี่ยงที่ไม่เคยมีมาก่อนต่อนักเดินทาง&amp;quot; เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สภาพภายในสนามบินจอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564 ที่แทบไม่มีนักเดินทางเนื่องจากรัฐบาลสหรัฐจำกัดการเดินทางเข้ามาจากหลายสิบประเทศในยุโรป (Photo by Spencer Platt/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และบีบีซีกล่าวว่า ก่อนหน้าคำประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกำหนดรายชื่อประเทศและดินแดนไว้ในบัญชี &amp;quot;ระดับ 4 : ห้ามการเดินทาง&amp;quot; แล้ว 34 ประเทศ จากประมาณ 200 ประเทศ อาทิ ชาด, โคโซโว, เคนยา, บราซิล, อาร์เจนตินา, เฮติ, โมซัมบิก, รัสเซีย และแทนซาเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์กล่าวว่า การปรับปรุงล่าสุดจะทำให้จำนวนประเทศที่อยู่ในระดับ 4 : ห้ามเดินทาง เพิ่มขึ้นมาก เป็นประมาณ 80% ของประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า 80% ของประเทศก็จะเท่ากับเกือบ 130 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของบีบีซี มีเพียง 3 สถานที่บนโลกใบนี้ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประเมินว่าอยู่ในระดับต่ำที่สุดของระดับความเสี่ยง 4 ระดับ ที่นักเดินทางสามารถ &amp;quot;ปฏิบัติตามข้อควรระวังปกติ&amp;quot; ได้แก่ มาเก๊า, ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ แม้แต่ทวีปแอนตาร์กติกายังอยู่ในระดับ 2 : &amp;quot;ใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การปรับปรุงใหม่นี้ไม่ได้หมายความถึงการประเมินสถานการณ์ด้านสุขภาพในปัจจุบันของบางประเทศอีกครั้ง แต่เป็นการสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนระบบคำแนะนำด้านการเดินทางของกระทรวงที่อิงกับการประเมินทางระบาดวิทยาปัจจุบันของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาชาวอเมริกันได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปอยู่แล้ว เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และสหรัฐห้ามพลเมืองที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐเกือบทั้งหมดที่เคยเดินทางไปประเทศส่วนใหญ่ของยุโรป, จีน, บราซิล, อิหร่าน และแอฟริกาใต้ เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่อาจผ่อนคลายข้อบังคับนี้ ส่วนซีดีซีก็ยังไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับคำแนะนำดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ ซีดีซีมีคำแนะนำว่าประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบแล้วสามารถเดินทางภายในสหรัฐอเมริกาได้อย่างปลอดภัยที่ระดับความเสี่ยงต่ำ แต่ผู้อำนวยการ โรเชลล์ วาเลนสกี ยังคงไม่แนะนำให้เดินทาง เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมมากกว่า 32.4 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อทั่วโลก 142.8 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 581,542 คน จากผู้เสียชีวิตทั่วโลกอย่างน้อย 3,046,230 คน.&lt;/p&gt;
sora168
123fox
galaxyauto
agen108
bonus99
68g
wy88
58bet
tw2x
y2k168</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100117</URL_LINK>
                <HASHTAG>80%ของประเทศในโลก, คำแนะนำด้านการเดินทาง, สหรัฐอเมริกา, ห้ามเดินทาง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ec34eed9b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 22:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลจีนออกคำเตือนพลเมือง ไปสหรัฐระวังอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ขัดแย้งลามปาม รัฐบาลจีนออกคำเตือนเรื่องการเดินทางไปสหรัฐ แนะพลเมืองและธุรกิจจีนระมัดระวังความปลอดภัยจากอาชญากรรมและการโดนตำรวจรังแก หลังจากเพิ่งแนะนำนักศึกษาจีนประเมินความเสี่ยงหากคิดเรียนต่ออเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สองสาวชาวจีน (สวมหมวกแก๊ป) เดินผ่านถนนในย่านลิตเติลฮาวานา เมืองไมอามี รัฐฟลอริดาของสหรัฐ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 กล่าวว่า คำเตือนล่าสุดของจีนมีออกมาในช่วงที่สองประเทศซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ยังติดอยู่ในสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ และจีนก็เพิ่งตอบโต้สหรัฐอย่างโกรธเกรี้ยว โทษฐานที่ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ วิจารณ์สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของจีน เนื่องในวันครบรอบ 30 ปี เหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของจีนออกคำเตือนเมื่อวันอังคารว่า หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐมักจะใช้วิธีการรังแกพลเมืองจีนในสหรัฐ &amp;quot;อย่างซ้ำซาก&amp;quot; อาทิในการสัมภาษณ์ตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาษณ์นอกสถานที่ คำเตือนแนะว่า พลเมืองจีนและสถาบันในสหรัฐที่ได้รับทุนสนับสนุนจากจีนควรใช้ความระมัดระวัง เพิ่มความตื่นตัว และเสริมมาตรการป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนก็ออกคำแนะนำด้านการเดินทางอีกฉบับ เตือนว่า ช่วงนี้มีเหตุการณ์ยิงกัน, การปล้นชิง และลักขโมยเกิดขึ้นในสหรัฐบ่อยครั้ง และขอให้นักท่องเที่ยวจีนประเมินความเสี่ยงทั้งหมดและเพิ่มการระแวดระวังความปลอดภัยและสวัสดิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของสำนักงานการเดินทางและการท่องเที่ยวแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า ปีที่แล้วมีชาวจีนเดินทางมาเที่ยวสหรัฐ 3 ล้านคน ลดลงจาก 3.2 ล้านคนในปี 2560 นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเป็นอันดับ 5 ของสหรัฐ โดยปีที่แล้วชาวจีนจับจ่ายใช้สอยในสหรัฐ 36,400 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำด้านการท่องเที่ยวของจีนครั้งนี้เป็นฉบับที่ 2 ในรอบ 12 เดือน และมีออกมา 1 วันภายหลังกระทรวงศึกษาธิการของจีนแนะนำนักศึกษาและนักวิชาการจีนว่าอาจเจอปัญหาการขอวีซาสหรัฐ และขอให้พวกเขาประเมิน &amp;quot;ความเสี่ยง&amp;quot; ของการเดินทางไปสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี รัฐบาลสหรัฐก็เคยเตือนพลเมืองของตนว่าอาจโดนการเลือกปฏิบัติของทางการจีนเมื่อเดินทางไปจีน ซึ่งรวมถึงการห้ามออกนอกประเทศแบบปุบปับและการข่มเหงรังแก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จู เฟิง ผู้อำนวขการสถาบันวิเทศสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยหนานจิง กล่าวว่า คำเตือนเดินทางเป็นสัญญาณว่าความขัดแย้งทางการค้าลามปามเข้าสู่ภาคอื่นๆ และกำลังกระทบการแลกเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37667</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำแนะนำด้านการเดินทาง, จีน, สงครามการค้า, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf68a8f2df53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
