<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;คิกออฟฉีดวัคซีนนักเรียน ยันปีนี้ได้ตามเป้า150-170ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ถ.ลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธี Kick off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนในเด็กกับพ่อแม่ผู้ปกครอง พร้อมชูมาตรการแซนด์บอกซ์ลดความเสี่ยงของโควิด-19 โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รวมถึง ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาทิ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร และนายศิริพงษ์ รัสมี ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 12 -18 ปี (ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า) ประมาณ 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสแรกที่ได้มาพบกับเด็กๆ จำนวนมากในวันนี้ ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคน และยินดีมาพบครูอาจารย์ เด็กๆ บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้แทนราษฎรที่ดูแลพื้นที่เหล่านี้อยู่ด้วย ทั้งหมดเป็นระบบการทำงานประเทศของเรา คือมีรัฐบาล มีส่วนราชการ ในฐานะเป็นฝ่ายบริหาร มีฝ่ายนิติบัญญัติ บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายตุลาการ ซึ่ง 3 อำนาจทำงานอยู่ด้วยกันร่วมกัน จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรึกษาหารือมาโดยตลอดในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลดีกับประเทศชาติบ้านเมืองและพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในวันนี้มีสถานการณ์ที่มีความห่วงใย คือ เรื่องโควิด-19 สถานการณ์อุทกภัย และสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลต้องแก้ปัญหาทุกอย่าง จึงฝากไปถึงบรรดาครูอาจารย์เด็กๆ ทุกคนให้เข้าใจว่าประเทศชาติเราอยู่ได้อย่างไร วันนี้มีปัญหาอะไรก็แก้ไปทำให้ดีที่สุดจนกว่าจะเรียบร้อยทุกงาน ยืนยันว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดในทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า และตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการพัฒนาประเทศ ภายใต้กรอบการบริหารราชการแผ่นดินของ 3 อำนาจ ที่มีการตรวจสอบถ่วงดุลกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นกลไกหลักของชาติ ทุกประเทศมีแบบนี้ นอกจากนี้คนเราต้องมีวินัยและกฎหมายที่ทำให้ประเทศทุกประเทศอยู่ได้ ถ้าประเทศไม่มีกฎหมายไม่มีวินัยอะไรเลยก็อยู่ไม่ได้ ประเทศนั้นก็เป็นโจรเท่านั้นเอง นอกจากนี้วันนี้ถ้าทุกคนไม่คำนึงถึงอนาคตตัวเอง ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปไม่ได้หมด วันหน้าตนก็ไม่ได้อยู่กับท่านแล้ว จึงขออย่าให้เสียเวลาไปเปล่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ที่เสียสละทำงานด้วยความอดทนมา 2 ปีกว่าที่ไม่ได้หยุดพัก ขอให้เห็นใจคนทำงานด้วย ซึ่งปัญหาเรามีอยู่เยอะแยะ ทำอย่างไรลดปัญหาของประเทศให้ได้ ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน อย่าสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน ถือเป็นประเด็นที่ตนเป็นห่วงในวันนี้อย่างที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือในการมาฉีดในครั้งนี้ เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับเด็กมีความปลอดภัยอุ่นใจต้อนรับเปิดเทอม ซึ่งโรคโควิด-19 นั้น มีผลกระทบมากมายทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ซึ่งการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องรักษาระบบนี้ให้ได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อทั้งครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งวันนี้มั่นใจที่มีการบริหารจัดการการศึกษาและส่งเสริมจัดการเรียนการสอนในช่วงโควิด-19 ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครูมีบทบาทอย่างมากในการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่องทาง วันนี้ตนเห็นภาพผู้ปกครองนั่งเรียนกับลูกในกรณีที่เด็กอยู่บ้านเชื่อว่าไม่ใช่ภาระ ถ้ามีเวลาก็อยู่กับลูกกับหลาน เป็นช่วงเวลาครอบครัวที่ได้อยู่ร่วมกัน แต่ต้องขอโทษถ้ามีหลายคนรู้สึกเป็นภาระ แต่วันนี้ต้องมีความใกล้ชิดกันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น เพื่อมีภูมิต้านทานในการอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้เป็นการส่งเสริมและเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาให้เดินหน้าไปได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการฉีดระยะแรกให้ได้รับวัคซีนกันครบถ้วน เพื่อเตรียมเปิดเทอม และเพื่อให้ความมั่นใจผู้ปกครองที่จะส่งบุตรหลานมาเรียนในโรงเรียน สำหรับวัคซีนที่ฉีดให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปนี้ เป็นวัคซีนไฟเซอร์ที่มีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ถ้าเราฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมในนักเรียน ครู และบุคลากรทางศึกษาก็จะทำให้การเปิดภาคเรียนที่ 2 ปี 2564 เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วน ตนอยากเห็นภาพทุกคนได้รับวัคซีนอย่างถ้วนหน้า แน่นอนเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้วที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องการจัดหาวัคซีนมี 2 ประเภทคือวัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดหา ซึ่งเป็นการเจรจาโดยภาครัฐ รัฐบาลต่อรัฐบาล แต่ละวัคซีนทางเลือกเป็นการเจรจาระหว่างผู้จำหน่ายวัคซีน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนทั่วไป โดยยืนยันปีนี้วัคซีนมีเพียงพอทั้งปีนี้และไปถึงปีหน้า คาดการณ์ว่ามีวัคซีน 150 ถึง 170 ล้านโดสในปีนี้ ฉีดได้ครบถ้วนตามที่เราตั้งเป้าไว้ ย้ำว่าวันนี้ต้องเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า ให้การเปิดภาคเรียนการศึกษาเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การควบคุมการแพร่ระบาดก็เป็นไปตามแผนที่เราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามฝากนักเรียนช่วยกันศึกษาเรียนหนังสือและคิดว่าเราจะเรียนไปเพื่ออะไร นั่นเป็นคำตอบของตัวเองและเป็นอนาคตว่าวันหน้าจะมีงานทำและเลี้ยงดูครอบครัวได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้รัฐบาลสร้างงานรอไว้ข้างหน้าทั้งการลงทุนใน อีอีซี และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่หลายๆอย่าง จึงฝากหลานๆทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้มากกว่าเรื่องอื่นๆ ว่าเราจะเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร ต้องมีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่เรียนให้จบให้ผ่านและได้ปริญญาเพียงเท่านั้น ซึ่งการหางานไม่ใช่เรื่องง่ายนักในโลกปัจจุบัน ถ้าเราไม่เตรียมความพร้อมตัวเอง ความคิดและหลักการต่างๆ มันมีปัญหามากแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ทุกคนสนใจเรื่องการเรียนให้มากที่สุด สนใจสถาบันครอบครัว พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ พี่ ป้า น้า อา นั่นคือเทือกเขาเหล่ากอของเรา เหมือนผมก็มีรากเหง้าของผม ถ้าเราไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหนไม่ต้องมีความสัมพันธ์กับใครเลยไม่ใช่ โลกใบนี้อยู่แบบนั้นไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ ประวัติศาสตร์ ศีลธรรมและศาสนา สิ่งสำคัญที่สุดคือวินัย ผมอาจเป็นทหารมาก่อนได้รับการฝึกปฏิบัติมาจึงไม่เคยต่อต้านเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าเราไม่มีวินัยก็สะเปะสะปะไปเรื่อย อยากทำอะไรก็ทำ อาจรบกวนสมาชิกคนอื่น จึงขอฝากไว้ด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯเดินให้กำลังใจนักเรียนที่มาฉีดวัคซีน โดยระบุว่า ไม่ต้องกลัว เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว แม้หากอนาคตจะติด ก็เป็นเพียงเล็กน้อย อาการไม่มาก ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง เด็กนักเรียนรายหนึ่งมีท่าทีกลัวนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า &amp;quot;ลุงเป็นคนน่ากลัวหรือ ไม่น่ากลัวหรอก ซึ่งชีวิตของลุง เป็นทหารมาอย่างเดียว คิดอย่างเดียวไม่เคยเปลี่ยนแปลง ที่อยากเป็นทหาร เพราะตลอดชีวิต อยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่มีแต่ทหาร พ่อก็เป็นทหาร ดังนั้นเป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน พุ่งเป้าไปให้ถึง คิดเพื่อตัวเองเยอะๆ อย่าไปคิดถึงเรื่องเลอะเทอะ เพราะหากทำไม่ดี อนาคตก็จะเสียหาย ลุงรักทุกคน พร้อมขอให้เด็กนักเรียนทุกคนต้องรู้เป้าหมายของตัวเอง และวางเป้าหมายไว้ ถ้าอยากเป็นลิซ่าก็ต้องทำให้ได้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118705</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟ, นายกฯ, บิ๊กตู่, วัคซีน, เด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a7fecf3f2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิกออฟ! อบรม&#039;อสม.นักวิทย์&#039;วิธีใช้ชุดตรวจATK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้ดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ให้ครอบคลุมที่สุด ด้วยการใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK เป็นการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว และเร่งลดการแพร่ระบาด โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดจากผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการและไม่ได้รับการคัดแยกหรือกักตัว ทำให้เกิดการแพร่เชื้อภายในครอบครัวและในชุมชนที่พักอาศัยมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องสิ่งสำคัญคือ ประชาชนต้องตรวจและแปลผลถูกต้อง เพื่อดำเนินการต่อไปได้อย่างเหมาะสม เช่น หากผลบวก&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดำเนินการแยกกักที่บ้าน (Home Isolation) หรือเข้ารับการแยกกักที่ชุมชน (Community Isolation) หากผลเป็นลบ ต้องตรวจซ้ำใน 3-5 วันหรือมีอาการ เป็นต้น มีการจัดการขยะติดเชื้อได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัยในการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี และภาคีเครือข่ายสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 8 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ได้รวมพลังขับเคลื่อนเสริมพลังความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยประชาชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่าน อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน หรือ อสม.นักวิทย์ จัดกิจกรรม Kick off &amp;ldquo;โครงการพัฒนาศักยภาพ อสม. ด้านการตรวจโควิด 19 ด้วยตนเอง โดยชุดตรวจ ATK ในเขตสุขภาพที่ 8&amp;rdquo; นำร่องในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 13 แห่งของทั้ง 7 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร เลย และบึงกาฬ ซึ่งปัจจุบันเขตสุขภาพที่ 8 มี อสม.ที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็น อสม.นักวิทย์แล้วทั้งสิ้น 892 คน สำหรับกิจกรรม Kick off ครั้งนี้ มี อสม.นักวิทย์ เข้าร่วมอบรมจำนวน 320 คน เพื่อเป็น อสม.แกนนำATKเสริมสร้างทักษะความรู้ในการใช้ชุดตรวจและให้คำแนะนำวิธีใช้งานชุดตรวจอย่างถูกต้อง รวมทั้งช่วยปฏิบัติงานเฝ้าระวังผู้ป่วยโควิด 19 ในชุมชน สนับสนุนการค้นหาและคัดแยกผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นกำลังสำคัญในการทำงานด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่งทั่วประเทศ ได้จัดทำโครงการฝึกอบรม อสม.นักวิทย์ ทุกจังหวัดให้ได้ตามเป้าหมาย 5,000 คนทั่วประเทศ ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้เป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; สอนวิธีใช้งานชุดตรวจ ATK ด้วยตนเอง ให้กับประชาชนในชุมชนต่อไป&amp;rdquo; นพ.ศุภกิจ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116525</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, คิกออฟ, อสม.นักวิทย์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b098a4ace2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เผยยังไม่พบผู้ได้รับผลข้างเคียงอาการหนัก หลังคิกออฟฉีดวัคซีน 4.1 แสนโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า&amp;nbsp;สำหรับการคิกออฟฉีดวัคซีนเมื่อวันที่&amp;nbsp;7 มิ.ย. มีการฉีดไปทั้งสิ้น&amp;nbsp;416,847&amp;nbsp;โดส แบ่งเป็นเข็มแรก&amp;nbsp;388,872&amp;nbsp;โดส เข็มที่สอง&amp;nbsp;279,975&amp;nbsp;โดส ทำให้มียอดรวมการฉีดวัคซีนทั่วประเทศตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ. ทั้งเข็มที่หนึ่งและสองรวมกัน&amp;nbsp;4,634,941&amp;nbsp;โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการฉีดจำนวนมากสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นตามมาคือ การติดตามผล ทั้งเรื่องการแพ้ ผลข้างเคียง และภูมิต้านทาน เรื่องนี้ต้องศึกษาและให้ความมั่นใจกับผู้ที่มาฉีดว่าอันตรายที่เกิดขึ้นจะได้รับการแก้ไขเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอาการหนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105671</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟ, ฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a37c795f1ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ลุยคิกออฟการันตีมีวัคซีนฉีดตามนัด รออนุมัติครอบคลุมถึง3ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - เมื่อเวลา 08.10 น. ที่สถานีกลางบางซื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการคิกออฟวันฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศว่า วันนี้เป็นวันสัญลักษณ์จะมีการจัดการวัคซีนให้กับประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งที่สถานีกลางบางซื่อเป็นการฉีดให้กับบุคลากรทางด้านขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงมาก ต้องสัมผัสกับคนเยอะ ซึ่งก็ฉีดไปได้เยอะแล้ว และสัปดาห์นี้เราจะเน้นการฉีดครูทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการเปิดเทอมของนักเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจและมั่นใจได้ว่าครูมีความปลอดภัย ได้รับวัคซีนถ้วนหน้า และเมื่อได้ข่าวมาว่าวัคซีนซิโนแวก ซึ่งเราใช้อยู่ กำลังขอครอบคลุมอายุไปจนถึง 3 ขวบ ซึ่งเราก็อยากให้การอนุมัติได้เร็วที่สุด รัฐบาลให้ความมั่นใจ ให้คำยืนยันว่า เมื่อมีการอนุมัติไปถึงช่วงอายุใด เราก็จะจัดวัคซีนไปให้บริการกับคนทุกช่วงอายุ เพื่อให้วัคซีนอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สำหรับประชาชนทั่วไปตั้งเป้าจะฉีดให้ได้ประมาณเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้หลายโรงพยาบาลบอกว่าจะเลื่อนในวันที่ 8 มิ.ย.ออกไปก่อน นายอนุทิน กล่าวว่า ฟังกระทรวงสาธารณสุข ไม่ต้องไปฟังโรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า แต่ตอนนี้ประชาชนสับสน นายอนุทิน ตอบว่า สับสน เพราะฟังหลายทาง ฟังทางไลน์ ทางโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ได้ฟังผู้ที่รับผิดชอบ คือ รมช.สาธารณสุข ปลัดสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมการแพทย์ เราก็ให้การสื่อสารมากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้ว แต่ละโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขต้องออกมาแก้ข่าวว่าไม่มีการเลื่อน และไม่ได้เคยเลื่อน ฉะนั้นต้องฟังจากคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ต้องสั่งเยอะ ให้ฟังทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันเดือนมิ.ย.วัคซีนเข้ามา 6 ล้านโดสใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยืนยันว่ามีวัคซีนฉีดตามนัด ใครนัดได้วันไหนก็มีวัคซีนฉีดวันนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105511</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟ, วัคซีน, สธ., อนุทิน ชาญวีรกูล, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd7d62838a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯคิกออฟ&#039;แบริเออร์ยางพารา&#039;มาใช้ในงานคมนาคมตั้งเป้าหมาย 3 ปี 1.2 หมื่นกิโลเมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ( kick off) โครงการในจังหวัดจันทบุรี กล่าวในการเปิดโครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ว่า ได้รับทราบแนวทางการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยดังกล่าว โดยใช้ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และ &amp;ldquo;หลักนำทางยางธรรมชาติ&amp;rdquo; (Rubber Guide Post : RGP) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยมุ่งเน้นให้ใช้ยางพาราเป็นวัสดุในการปรับปรุง ก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำยางพาราในประเทศ และสร้างสมดุลราคายางพาราให้เหมาะสม ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องการในวันนี้ คือ ผลผลิตของยางพาราให้มีราคาสูงขึ้นซึ่งปัจจุบันราคายางพาราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เป็นที่พอใจเนื่องจากรัฐบาลยังต้องจ่ายค่าประกันให้กับเกษตรกรอยู่ภายใต้งบประมาณที่จำกัด แต่ในอนาคตจะต้องดำเนินการให้ยางพารามีราคาสูงโดยการใช้อย่างในประเทศถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ยางพารามีราคาสูงขึ้นซึ่งถือว่า เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดำเนินการกว่าการใช้วิธีอื่น
&amp;nbsp;
ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การใช้กำแพงคอนกรีตหุ้มด้วยแผ่นยางธรรมชาติ และหลักนำทางยางธรรมชาติ ถือเป็นการปักหมุดโครงการนี้ ในประเทศไทย โดยในวันนี้จะมีนิทรรศการเสมือนจริง ในการสาธิต ขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่การผสมยาง การขึ้นแบบ การอบ จนถึงการทาสีอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด พร้อมรับชมการติดตั้งใช้งาน บนถนนจริง ด้วยเวลาอันรวดเร็ว
&amp;nbsp;
​ด้านนายปฐม เฉลยวาเรศ &amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท &amp;nbsp;กล่าวว่า ในส่วนของกรมทางหลวง มีแผนงานที่จะใช้ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต หรือ Rubber Fender Barrier นี้ ในระยะเวลา 3 ปีระหว่างปี 2563 -2565 เป็นระยะทางบนถนนของกรมทางหลวงชบบท 768 กิโลเมตร &amp;nbsp;พร้อมยืนยันว่า การใช้งานจะเกิดความยั่งยืน โดยใน 3 ปีแรก จะมีการใช้ยางพาราสดมากกว่า 1 ล้านตัน หลังจากนั้น 3 ปีตั้งแต่ปี 2556 ภารกิจของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะมีการใช้ยางพาราในทุกปีไม่น้อยกว่า 336,000 ตัน ช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้มากกว่าปีละ 9500 ล้านบาท
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการใช้งานของกระทรวงคมนาคม สำหรับภารกิจของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมีเป้าหมายในการผลิตระหว่างปี 2563-2565 เป็นระยะทางถนนหลวงและถนนสายรองทั่วประเทศที่จะมีการใช้งาน &amp;quot;รับเบอร์ เฟนเดอร์ แบริเออร์ 12,282 กิโลเมตร ใช้งบประมาณรวมกว่า 83,421 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า วันที่ 25 ส.ค.นี้ ทล.ได้นำร่องนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน โดยการใช้ &amp;ldquo;แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&amp;rdquo; (Rubber Fender Barrier : RFB) มาติดตั้งบนถนน ทางหลวงหมายเลข 3249 ตอนเขาไร่ยา-แพร่งขาหยั่ง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี หรือถนนบำราศนราดูร จันทบุรี-เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ช่วงก่อนถึงโค้งวัดชำโสม ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ เป็นเกาะสี ระยะทาง 400 เมตร วงเงินประมาณ 2-3 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และเพิ่มการผลิตให้กับชาวสวนยางด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางถนน ทางหลวงหมายเลข 3249 &amp;nbsp;ที่ ทล.นำร่องใช้ RFB ดังกล่าวนั้น มีความพร้อมมากที่สุด เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากสหกรณ์ชาวสวนยาง จงหวัดจันทบุรี และถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยเส้นทางดังกล่าวนั้น มีประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมการท่องเที่ยวไปยังเขาคิชฌกูฏ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางจำนวนมาก ประกอบกับเป็นทางโค้ง และมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่งผลให้รถวิ่งข้ามเลน นำไปสู่ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ จะควบคุมกลไกในการรับซื้อและผลิตยางพาราเพื่อป้อนให้แก่กระทรวงคมนาคม &amp;nbsp; และกลุ่มสหกรณ์ต่างๆก็จะรับซื้อในราคาที่สูงกว่าราคากลาง ของการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งก็จะส่งผลดีในระยะยาว ช่วยให้ราคายางพาราในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาล ก็ไม่ต้องนำงบประมาณหรือแหล่งเงินไปใช้ในโครงการประกันราคา เกิดประโยชน์ในเรื่องของทิศทางราคาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75528</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟ, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, แบริเออร์ยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44f710e8f1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิกออฟล้างหนี้นอกระบบ ตร.ล็อกเป้ามาเฟีย762ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตร.คิกออฟกวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบ คลังชี้เป้า 762 ราย พบ 3 กลุ่มใหญ่ 6 จ.ในภาคกลาง-ตะวันออก-อีสาน เตรียมเปิดแอปพลิเคชันให้ประชาชนแจ้งเบาะแส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 16 พฤษภาคม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการคลัง ร่วมกันแถลงมาตรการกวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบผิดกฎหมาย หลังประชุมร่วมกันถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ตามนโยบายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญต่อปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มนายทุนได้มีวิธีการเชิญชวน หรือยื่นข้อเสนอให้ประชาชนในการกู้ยืมเงินนอกระบบถึงหน้าบ้าน และมีเงื่อนไขในการปล่อยกู้ที่ง่าย สะดวก จึงส่งผลให้ประชาชนหลงอยู่ในวังวนของขบวนการนายทุนหนี้นอกระบบไม่จบสิ้น จึงได้สั่งไปยังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และควบคุมกลุ่มนายทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ ที่มีการปล่อยเงินกู้หนี้นอกระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงกว่ามาตรฐาน และเป็นการเอารัดเอาเปรียบ หรือใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ จนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการก่อเหตุอาชญากรรมได้ โดยหน้าที่หลักของตำรวจคือ กวาดล้าง จับกุม ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้มีการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน และแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบผู้มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมายหนี้นอกระบบ เพื่อให้การปราบปรามเงินกู้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้ร่วมมือกับส่วนต่างๆ บูรณาการกำลังในการกวาดล้างจับกุม โดยเริ่มคิกออฟปฏิบัติการกวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบพร้อมกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;quot; พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า นายทุนนอกระบบเท่าที่ตรวจสอบพบอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ &amp;nbsp;คือ ภาคกลาง ที่ จ.อุทัยธานี, ภาคตะวันออก อยู่ที่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี &amp;nbsp;ซึ่งจะดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ชัยวัฒน์เปิดเผยว่า รายชื่อนายทุนหนี้นอกระบบที่กระทรวงมหาดไทยส่งมาให้กระทรวงการคลัง แล้วกระทรวงการคลังส่งมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ มีด้วยกัน 762 รายชื่อ ซึ่งสัปดาห์หน้าคงทราบผล พร้อมทั้งหามาตรการในการแก้ไข นอกจากระดมกวาดล้างจับกุมแล้ว ยังมีช่องทางในการให้ผู้เดือดร้อนแจ้งเบาะแสมาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) หมายเลข 1135 เมื่อได้รับเบาะแสแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งข้อมูลที่ได้รับแจ้งไปยังพื้นที่เกิดเหตุดำเนินการทันที ส่วนรายชื่อทั้งหมดที่ได้มานั้น ไม่มีตำรวจและทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมานายทุนหลังถูกจับกุมจะถูกดำเนินคดีที่ศาลแขวงเป็นเพียงโทษปรับ แต่ขณะนี้ได้เพิ่มโทษแล้ว ในส่วนของ ปคบ.ได้ให้หามาตรการเพิ่มโทษในลักษณะพฤติกรรมอำพรางที่เข้ามูลฐานความผิดการฉ้อโกงประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;762 รายชื่อนายทุนที่ได้มา เจ้าหน้าที่จะเอาไปตรวจสอบว่ารายชื่อที่ปรากฏอยู่ภาคใด จังหวัดไหน เพื่อพิสูจน์ทราบ เช่น การจับกุมตรวจค้น ส่วนพฤติกรรมเจ้าหนี้ที่ทำร้ายลูกหนี้พบแล้วบางจังหวัด ส่วนเบาะแสการแจ้งความต่อไปจะให้ ปคบ.สร้างแอปพลิเคชันขึ้นมาให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญชัย ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้พยายามประสานกับทุกหน่วยงานเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล หลักๆ มีด้วยกัน 4 มิติจะต้องดำเนินการ ดังนี้ 1.ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ทั้งเรื่องอัตราดอกเบี้ย และการทวงถาม 2.การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินให้กับประชาชนเพื่อมาทดแทนแหล่งเงินกู้นอกระบบ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้อาศัยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ในการให้สินเชื่อรายย่อยใช้จ่ายฉุกเฉิน ทดแทนเงินกู้นอกระบบได้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด หรือฟิโก้ไฟแนนซ์ ซึ่งมีการออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการให้สินเชื่อกับประชาชนวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย สามารถประกอบการได้ในจังหวัดตัวเองเท่านั้น ปัจจุบันมีผู้ยื่นขอใบอนุญาต 470 ราย ใน 66 จังหวัด มีผู้ได้รับอนุญาตแล้ว 348 รายใน 63 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขอความร่วมมือกับ ตร. ในการประสานระดับท้องถิ่นเพื่อให้เกิดผลการปฏิบัติบูรณาการเป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนการไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งทางกระทรวงการคลังมีคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบประจำจังหวัดอยู่แล้ว โดยมีตัวแทนจากอัยการเป็นประธานในแต่ละจังหวัด สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ และ 4.เพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบ ปัจจุบันพยายามลงทะเบียนลูกหนี้แจ้งความประสงค์มีศักยภาพด้านใดเพื่อให้รัฐบาลพัฒนาศักยภาพในการหารายได้เพิ่มเติมในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9359</URL_LINK>
                <HASHTAG>762 รายชื่อนายทุน, กลุ่มนายทุน, กวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบ, คิกออฟ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc31b0233f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กตู่&quot;คิกออฟไทยนิยมแก้จนนครปฐม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 - ที่ศูนย์การเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.แหลมบัว) หมู่ที่ 8 ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ทำกิจกรรมโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่มาถึงนายกฯได้เดินทักทายกลุ่มชาวบ้าน โดยมีอาสาสมัครหมู่บ้าน (อส.) คนหนึ่งมอบพระเครื่องสมเด็จวัดระฆัง(จำลอง)เป็นที่ระลึกให้กับนายกฯ โดยพล.อ.ประยุทธ์บอกว่า ขอให้ชาวบ้านได้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อถึงเวลา และที่มาวันนี้เพื่อมารับฟังปัญหาและรัฐบาลพร้อมที่จะแก้ไขให้ทุกอย่าง ขอเพียงอย่างเดียวอย่าว่า ต้องช่วยกันทำ เพราะรัฐบาลไม่มีเงินอุดหนุนเหมือนในอดีต วันนี้รัฐบาลสู้กับความยากจนและสิ่งไม่ดี ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งขอให้เลือกให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯได้กล่าวกับเกษตรกรและประชาชนที่มาต้อนรับว่า รัฐบาลนี้ทำให้เกิดความเท่าเทียมไม่ว่ายากดีมีจน ต้องเข้าถึงการหารายได้ด้วยกฎหมาย ออกมาหลายฉบับเพื่อช่วยคนจน เราต้องวางกลไกต่อไปให้เรียบร้อย รัฐบาลไหนก็ตามที่เอาเงินมาใช้แบบนี้จะเป็นภาระประเทศในวันหน้า ซึ่ง 3-4 ปีที่ผ่านมา อย่างเรื่องข้าวรัฐบาลปลดล็อกไปหลายเรื่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เห็นแววตาทุกคนที่ส่งมา ที่ทุกคนมารักผม มันกดดันผม ไม่ใช่หวังผลการเมือง ว่าดีใจมีคนมารับ ปรบไม้ปรบมือ แต่สะท้อนให้เห็นว่าเรายังต้องการความหวังในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน จากวันนี้เป็นต้นไปคณะทำงานไทยนิยม ยั่งยืน จะลงพื้นที่ทุกหมู่บ้าน 7 พันกว่าชุด เพื่อสอบถามความต้องการและแก้ปัญหาประชาชนให้ตรงจุด ต้องเข้าใจสถานการณ์บ้านเรา เพราะฉะนั้นเรื่องการเลือกตั้งเดี๋ยวก็ว่ากันไปตามกฎหมายตามขั้นตอน สิ่งสำคัญวันนี้จะได้รัฐบาลที่เป็นของปวงชนชาวไทย ถ้าเลือกรัฐบาลที่เป็นของใครของมันจะเป็นปัญหาแบบเดิมก็ตีกันอีก ต้องเลือกรัฐบาลที่ดูแลคนทั้งประเทศ ส.ส.ส่งความต้องการขึ้นไป รัฐบาลก็ดูว่าตรงไหนควรจะทำ ไม่ใช่หว่านไปเรื่อย แล้วเมื่อไหร่จะพอ ซึ่งวันนี้ก็ยังเข้มแข็งไม่พอ แสดงว่าต้องบริหารใหม่ ใจเย็นๆได้ไหม&amp;quot; นายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มาวันนี้เพื่อรับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ได้มาให้ท่านรัก แต่จะแก้ไขปัญหาได้มากน้อยเพียงใดต้องใช้เวลาดำเนินการ และไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยจะดูแลเกษตรกรทุกกลุ่ม แต่ขอให้เห็นใจกันบ้าง เราจะรับทุกเรื่องต้องดูแลทั้ง 74,000 หมู่บ้าน ไทยนิยมคือคนไทยทุกคนนิยมในการทำความดี เพื่อส่วนรวมและเพื่อคนอื่น ใช้หลักการของตนคือไทยนิยม ตนไม่ใช่นักการเมือง เป็นทหาร เป็นนักการทหารเก่า แต่เข้าใจหัวอกของพี่น้องประชาชน เพราะอยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็ก รวมถึงรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนช่วยกันจัดระเบียบกลุ่มของตัวเองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงพบปะประชาชนตอนหนึ่ง นายกฯ กล่าวกับชาวบ้านว่า &amp;quot;สัญญาได้หรือไม่ว่าจากนี้จะช่วยกัน ถ้าสัญญาก็ขอให้ยกมือขึ้น&amp;quot; โดยประชาชนได้ยกมือขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวตอบว่า &amp;quot;ไอเลิฟยู&amp;quot; จากนั้นได้มีประชาชนนำดอกกุหลาบมามอบให้พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งนายกฯนำดอกกุหลาบไปแจกให้ประชาชนคนอื่นแทน พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;เมื่อก่อนดอกกุหลาบนี่คุ้นๆ แต่อย่าเอามาให้ผมเลย มาเจอผมเอาดอกไม้ข้างทางมาให้ก็ได้ เพราะผมมาด้วยใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ เยี่ยมชมบูธต่างๆ ปรากฎว่ามีชายวัยกลางคน ได้ส่งตะโกนเชียร์ให้นายกฯอยู่ต่ออีก 20 ปี&amp;nbsp; โดยนายกฯ ได้กล่าวทันทีว่า เอาไว้เชียร์เป็นการส่วนตัว เดี๋ยวคนด่าอีก จากนั้นนายกฯ ได้ไปทำการโยนต้นกล้าข้าวนาโยน เป็นที่ระลึกในการตรวจเยี่ยม ปรากฎว่า ช่วงหนึ่งที่นายกฎษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ทดลองโยนกล้าข้าว แต่เนื่องจากโยนไม่เป็นและลมพัดแรง ทำให้กล้าข้าวปลิวกลับมาหล่นใส่นายกฯและตนเอง ซึ่งสร้างรอยยิ้มจากคนที่เห็นเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม ช่างภาพและสื่อมวลชน ได้ขอให้นายกฯโยนกล้าข้าวอีกครั้ง ซึ่งนายกฯ ก็ได้โยนให้ถ่ายภาพ พร้อมบ่นว่า &amp;quot; เออ ถ่ายรูปดี ๆ อย่างนี้บ้าง ไม่ใช่ไปตะแคงถ่ายธูปอยู่นั้นแหละ&amp;quot; พร้อมกับทำท่าประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้ปลูกต้นจัน ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมระบุว่า หากเห็นต้นจันนี้ก็ขอให้คิดถึงตนเองด้วย เพราะตรงกับนามสกุลจันทร์โอชาพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3574</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟ, นครปฐม, นายกฯ, บิ๊กตู่, เกษตรกร, แก้จน, ไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d057093377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
