<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ช้างศึก’ อาการหนักโดน อินเดีย เฉือน 0-1 จบบ๊วยศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 47</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมชาติ อินเดีย ได้ประตูนำในครึ่งแรก กลายเป็นประตูชัยเฉือนเอาชนะ ไทย ไป 1-0 คว้าอันดับ 3 ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 ไปครอง ส่วน ไทย ได้อันดับสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 นัดชิงอันดับ 3 วันที่ 8 มิถุนายน 2562 เวลา 15.30 น. ที่สนาม ช้าง อารีนา เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทย พบกับ อินเดีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทีม &amp;quot;ช้างศึก&amp;quot; โดน เวียดนาม คู่ปรับเฉือนชนะมา 1-0 เกมนี้ &amp;quot;โค้ชโต่ย&amp;quot; ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เฮดโค้ชปรับทัพ 4 ตำแหน่ง ส่ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ลงเฝ้าเสาแทน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง ส่ง ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ลงเล่นแทน พรรษา เหมวิบูลย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกลางได้ สุมัญญา ปุริสาย ปั้นเกมแทน สารัช อยู่เย็น ขณะที่แนวรุก ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกกัปตันทีมลงสนามเป็นตัวจริง พร้อมทำสถิติลงสนามให้ทีมชาติไทย เป็นเกมที่ 100 ประสานงานกับ ศุภชัย ใจเด็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน อิกอร์ สติมัช กุนซือของทีม อินเดีย โดน กือราเซา อัดมา 3-1 เกมนี้ปรับทัพหลายตำแหน่งจากเกมแรก วาง ฟารุต ชูฮารีย์, บัลวานท์ ซิงห์ และ อนิรุธ ทาปา ลงบู๊&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มเกม &amp;ldquo;ช้างศึก&amp;rdquo; บุกแหลก นาทีที่ 11 สุมัญญา ปุริสาย ได้สับไกนอกเขตโทษ แต่บอลข้ามคาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาทีที่ 17 อาดิล ข่าน เปิดบอลเรียดจากซ้ายไปเสาสองให้ อนิรุธ ทาปา สอดมาแปบอลตุงตาข่ายให้ อินเดีย ออกนำก่อน 1-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาทีที่ 22 &amp;ldquo;ช้างศึก&amp;rdquo; ได้เฮเก้อ ธีราทร บุญมาทัน เปิดบอลลึกถึง ธีรศิลป์ แดงดา จักรยานอากาศฟาดบอลตุงตาข่าย แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าก่อน ทำให้ ไทย อดได้ประตูตีเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาทีที่ 35 ไทย ได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ ธีรศิลป์ แดงดา หลุดไปเปิดให้ สุมัญญา ปุริสาย ยิง แต่ติดบล็อกแนวรับ อินเดีย ออกหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากจังหวะเตะมุม สุมัญญา ปุริสาย เปิดบอลไปหน้าประตู ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ โขกเต็มๆ แต่กองหลัง อินเดีย สกัดได้จากเส้นประตู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาทีที่ 41 ไทย ปรับแก้เกม ส่ง สุภโชค สารชาติ ลงแทน ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ แต่ไม่มีสกอร์เพิ่ม หมดครึ่งแรก ไทย ตามหลัง อินเดีย 0-1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลัง ไทย ยังครองบอลเหนือกว่า นาทีที่ 53 ไทย ได้ลุ้น ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ลากบอลมายิงด้วยซ้ายระยะ 20 หลา บอลหลุดกรอบ นิดเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาทีที่ 60 สุภโชค สารชาติ เลี้ยงบอลจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนยิงด้วยขวา แต่บอลไปโดน ฐิติพันธ์&amp;nbsp; พ่วงจันทร์ ออกหลังไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นาทีต่อมา สุภโชค สารชาติ วางบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา พุ่งโหม่ง แต่บอลเบาเข้ามือนายทวาร อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม ไทย พ่าย อินเดีย ไป 0-1 ได้อันดับสุดท้าย ของศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38011</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, คิงส์คัพ, ช้างศึก, ช้างศึก คิงส์คัพ, ทีมชาติอินเดีย, พ่ายอินเดีย, ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, โค้ชโต่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190608/image_big_5cfba8dd1b683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้จัดฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 47</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10) พระราชทานราชานุญาต ให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 ณ สนามช้าง อารีนา อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันพุธที่ 5 และวันเสาร์ ที่ 8 มิถุนายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp; ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นผู้พระราชทานถ้วยรางวัล แก่ทีมชนะเลิศของการแข่งขันฟุตบอลรายการดังกล่าว และทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้สมาคมฯ เชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร กับ พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปพิมพ์ในสูจิบัตรการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 จำนวน 1,000 เล่ม เพื่อมอบแก่สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36924</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, กีฬาฟุตบอล, คิงส์คัพ, ช้าง อารีน่า, ช้างศึก, ช้างศึก คิงส์คัพ, ฟุตบอลคิงส์คัพ, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebaa7d869ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โค้ชโต่ย&#039; สำรวจสนามอัลไพน์ก่อนนำช้างศึกซ้อมรอลุยคิงส์คัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โค้ชโต่ย&amp;rdquo; ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เฮดโค้ชทีมชาติไทย ชุดใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมฯ เดินทางสำรวจสนาม อัลไพน์ ฟุตบอลแคมป์ เทรนนิ่ง ซอยนวมินทร์ 74 เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะใช้เป็นสนามฝึกซ้อมของทีม &amp;ldquo;ช้างศึก&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2562 ก่อนการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ที่จังหวัด บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายในสนามประกอบด้วย สนามฝึกซ้อมหญ้าจริง 2 สนาม, ห้องแต่งตัว 2 ห้อง, ห้องน้ำ 4 ห้อง และไฟส่องสว่าง ครบครัน พร้อมสำหรับให้นักกีฬาลงฝึกซ้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โค้ชโต่ย&amp;rdquo; ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เฮดโค้ชทีม &amp;ldquo;ช้างศึก&amp;rdquo; กล่าวว่า &amp;quot;วันนี้ได้เดินทางมาดูสภาพสนามซ้อมอัลไพน์ ฟุตบอลแคมป์ เทรนนิ่ง ถือว่าสมบูรณ์เหมาะสมกับการซ้อม เนื่องจากมีการใช้และปรับพื้นหญ้าในสนามซ้อมให้ได้มาตรฐานเท่าสนามแข่งที่ช้างอารีน่า บุรีรัมย์ ฉะนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ทั้งเรื่องของอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเราจะเก็บตัวที่นี่เป็นเวลา 3 วัน ต้องขอบคุณ ดร.ทวีวัฒน์ ทวีผล ที่อนุเคราะห์ให้ทีมชาติไทยมาฝึกซ้อมที่นี่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะเรียกน้องๆ 30 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายนนี้ ทุกคนจะเข้าแคมป์เริ่มฝึกซ้อมทันที และวันที่ 1 มิถุนายน จะตัดตัวผู้เล่นเหลือ 23 คน ก่อนเดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 แมตซ์แรกกับเวียดนาม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ทุกคนโชว์ศักยภาพออกมาให้เต็มที่ นอกจากรายการคิงส์คัพแล้วยังมีคัดฟุตบอลโลกอีกในช่วงพฤศจิกายน เป็นโอกาสของทุกคน ทีมงานจะติดตามดูฟอร์มของทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอกำลังใจจากแฟนบอลทุกคน ช่วยส่งกำลังใจไปให้นักเตะและทีมงานให้ผลงานออกมาดีที่สุด พลังและเสียงเชียร์ของทุกคนจะทำให้เราคว้าแชมป์คิงส์คัพให้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 จะจัดขึ้นในวันที่ 5 และ 8 มิถุนายน 2562 ณ สนามช้าง อารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแฟนฟุตบอลไทยทุกท่านสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ทางออนไลน์ที่ www.thaiticketmajor.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งระบบออนไลน์ และหน้าเคาน์เตอร์ ซึ่งจะมีการจัดจำหน่ายทั้งแบบรายวัน และแบบแพ็คเกจ โดยแฟนบอลที่ซื้อแบบแพ็คเกจจะได้รับส่วนลด 5%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 ที่สนามช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ มีดังนี้วันที่ 5 มิถุนายน 2562 ทีมชาติกือราเซา พบกับ ทีมชาติอินเดีย&amp;nbsp; เวลา 15.30 น. ,ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเวียดนาม&amp;nbsp; เวลา 19.45 น. และวันที่ 8 มิถุนายน 2562คู่ชิงอันดับ 3&amp;nbsp; เวลา 15.30 น.,คู่ชิงชนะเลิศ&amp;nbsp; เวลา 19.45 น. โดยทุกนัดจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, คิงส์คัพ, ช้างศึก, ช้างศึก คิงส์คัพ, ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย, อัลไพน์ ฟุตบอลแคมป์ เทรนนิง, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, เฮดโค้ชทีมชาติ, โค้ชโต่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce53bc92eb15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง &#039;โค้ชโต่ย&#039; คุมทัพช้างศึกชุดใหญ่สู้ศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 47</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศแต่งตั้ง ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และทีมตาฟโค้ช ประกอบไปด้วย โชคทวี พรหมรัตน์, เนบอยซ่า สตาเมนโควิช และ ซาซ่า โทดิช ทำหน้าที่คุมทีมชาติชุดใหญ่ลงแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-8 มิ.ย.2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33297</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, กีฬาฟุตบอล, คิงส์คัพ, คุมช้างศึก, ช้างศึก, ช้างศึก คิงส์คัพ, ทีมชาติไทย, ฟุตบอลคิงส์คัพ, ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, โค้ชโต่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cac5a41d8275.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สินธุ&#039; อำลาเก้าอี้นายกบิลเลียดไทย หลังนั่งบริหารมา 15 สมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสินธุ พูนศิริวงค์ ประกาศอำลาเก้าอี้นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย. หลังจากดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมายาวนานถึง 31ปีเต็มๆ ในการจัดประชุมใหญ่สมาคมฯ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่โรงแรมโกลเดนท์ทิวลิป พระราม9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่ประชุม นายศักดา รัตนสุบรรณ อุปนายกสมาคมฯได้เสนอชื่อ &amp;quot;เฮียฮง&amp;quot; นายสุนทร จารุมนต์ ที่ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาสมาคมฯให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯคนต่อไป&amp;nbsp; ซึ่งไม่มีผู้เสนอชื่อแข่งขัน ทำให้นายสุนทร ได้รับการรับรองให้ขึ้นเป็นนายกสมาคมแบบไร้คู่แข่ง โดยนายสุนทรจะดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯเป็นวาระ 4 ปีตั้งแต่ปี2561-2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับนโยบายหลักๆก็คือการดึงการแข่งขันระดับโลกมาจัดที่ประเทศไทย, การจัดแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน&amp;quot;คิงส์คัพ&amp;quot; ที่ห่างหายไปนาน , การพัฒนานักกีฬาสอยคิวไทยให้ขึ้นไปติดอันดับโลกมากขึ้น รวมทั้งการหาทัวร์นาเมนท์ให้นักีฬามีการแข่งขันที่มากขึ้น และได้มาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนึ่ง นายสินธุ เป็นนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย (จากเดิมสมาคมสนุกเกอร์แห่งประเทศทไย) มาถึง 15 สมัย (2530-2560) แล้ว ยังเป็นบอร์ดบริหารของสหพันธ์สนุกเกอร์โลกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7750</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คิงส์คัพ, นายกสมาคมฯ, ศักดา รัตนสุบรรณ, สนุกเกอร์, สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย, สหพันธ์สนุกเกอร์โลก, สอยคิว, สอยคิวไทย, สินธุ พูนศิริวงศ์, สุนทร จารุมนต์, อำลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adee37093d12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2018 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ช้างศึก” มั่นใจรักษาแชมป์คิงส์คัพ ยก &quot;สโลวะเกีย” คู่แข่งดีสุดรอบ 10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ได้มีการแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 โดยมีตัวแทนจากทั้ง 4 ทีมในทัวร์นาเมนต์นี้เข้าร่วมการแถลงข่าว ประกอบด้วย คู่ชิงอันดับ 3 ระหว่างทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับทีมชาติกาบอง และคู่ชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติสโลวะเกีย กับทีมชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของคู่ชิงชนะเลิศ แยน โคซัค เฮดโค้ชทีมชาติสโลวะเกีย กล่าวถึงความพร้อมในพบกับทีมชาติไทยว่า นักเตะของเรามีปัญหากับสภาพอากาศและการปรับตัวของผู้เล่นที่ส่วนใหญ่เล่นอยู่ในทวีปยุโรปอยู่บ้าง ที่ส่งผลอย่างเห็นได้ชัดในช่วงท้ายเกมกับทีมชาติยูเออี แต่การได้พัก 2 วันที่ผ่านมาก็ทำให้ลูกทีมมีสภาพร่างกายที่ดีขึ้นมาก ทั้งนี้จากข้อมูลที่ทางทีมงานได้ติดตามฟอร์มการเล่นของไทยในนัดแรก ยอมรับว่าเป็นทีมที่ดี แต่ก็ยังมั่นใจว่าสโลวะเกียจะคว้าแชมป์กลับไปได้อย่างแน่นอน ซึ่งก็เชื่อว่าจะเป็นเกมที่สนุกสนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน มิลาน สคริเนียร์ กองหลังจากทีมอินเตอร์ มิลาน ของสโลวะเกีย กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมาที่ประเทศไทย ส่วนตัวก็มีรู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศที่คึกคักเกินความคาดหมาย และหวังว่าพรุ่งนี้จะมีแฟนบอลเข้ามาเชียร์มากๆ นอกจากพวกเราตั้งใจจะทำผลงานให้ดีแล้ว ก็ขอให้เทพีแห่งโชคอยู่ข้างเราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเซอร์เบียของทีมชาติไทย กล่าวว่า ขอบคุณประเทศไทย แฟนบอลชาวไทย และผู้จัดการการแข่งขันที่ทำให้ทัวร์นาเมนต์ปีนี้เป็นแมตซ์ที่มีคุณภาพระดับโลก มีทีมชั้นนำเข้ามาร่วมแข่งขัน ถือเป็นคิงส์คัพที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่ง ในเกมกับกาบอง เราเริ่มต้นได้ดี ครองเกมได้มากกว่า ลูกทีมทุกคนมีความทุ่มเทและมีโชคบ้างในการยิงจุดโทษ จนทำให้ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ และลุ้นแชมป์ครั้งที่ 16 ของทัวร์นาเมนต์นี้ได้ ในเกมกับสโลวะเกียเป็นเกมที่ไม่ง่ายอย่างแน่นอน ด้วยคุณภาพของทีม และอันดับโลกต่างกันเกือบ 100 อันดับ อย่างไรก็เชื่อว่าเราจะรักษาแชมป์ไว้ในประเทศไทย และทำให้แฟนฟุตบอลชาวไทยภูมิใจได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การพบกับทีมชาติสโลวะเกียในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นการพบกับคู่แข่งที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาของทีมชาติไทยได้เลย จึงเชื่อว่านักเตะของเราจะได้รับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ และต่อยอดให้ผู้เล่นของเราก้าวไปสู่อีกระดับของการเล่นฟุตบอลได้&amp;rdquo; มิโลวาน ราเยวัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ธีรทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่ง กล่าวว่า ดีใจที่ชนะทีมชาติกาบองมาได้ในนัดแรก แม้จะเป็นการยิงจุดโทษตัดสินก็ตาม ทั้งนี้ยอมรับว่าส่วนตัวอาจทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจจะยังมีปัญหาในเรื่องความมั่นใจ อีกทั้งสภาพอากาศร้อนก็ส่งผลผู้เล่นทีมชาติไทยเช่นกัน สำหรับในนัดชิงชนะเลิศ หากผมได้รับโอกาสลงสนามก็จะทำผลงานให้เต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของคู่ชิงอันดับที่ 3 เฮดโค้ชชาวสเปน โฆเซ่ อันโตนิโอ กามาโช่ ของทีมชาติกาบอง กล่าวถึงความพร้อมของลูกทีมว่า ยอมรับว่าในเกมแรกสภาพร่างกายของลูกทีมค่อนข้างมีปัญหา จากการเดินทางไกลและเวลาที่แตกต่างระหว่างประเทศกาบองและไทยถึง 6 ชั่วโมง แต่หลังจากนัดแรกลูกทีมก็ได้พักและทำความคุ้นเคยกับเวลารวมทั้งสภาพอากาศมากขึ้น เชื่อว่าในเกมชิงที่ 3 กับทีมชาติยูเออี นักเตะของเราจะทำผลงานได้ดี โดยจากการที่ได้ติดตามเกมของยูเออีก็ยอมรับว่าเป็นทีมที่มีการต่อบอล และความสามารถเฉพาะตัวที่ดีมาก อย่างไรก็ตามกาบองก็จะทำผลงานให้ออกมาให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน มาริโอ เลอมิน่า กองกลางตัวเก่งของทีม กล่าวเสริมว่า ขอบคุณสมาคมฟุตบอลไทยฯ และประเทศไทยที่ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี ยอมรับว่าในเกมแรกเรามีปัญหาทางด้านสภาพร่างกายอยู่บ้าง แต่ผมและเพื่อนร่วมทีมก็จะทำผลงานในเกมที่สองให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน อัลเบอร์โต ซัคเคโรนี่ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอิตาลี ของทีมชาติยูเออี กล่าวว่า ในเกมที่พบกับสโลวะเกีย ซึ่งเป็นทีมที่มีศักยภาพสูง แม้เราจะพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ถือเป็นการได้ทดลองผู้เล่นและระบบการเล่น เพื่อนำไปปรับปรุง เพิ่มศักยภาพ เตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันเอเชียนคัพที่ยูเออีจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้าต่อไป โดยตอนนี้เราก็มีความพร้อมที่จะพบกับกาบองในวันพรุ่งนี้ โดยมีปัจจัยที่แตกต่างจากนัดแรกบ้าง ด้วยทีมชาติกาบอง มีผู้เล่นที่แข็งแกร่ง มีพละกำลังค่อนข้างสูง ก็จะเน้นย้ำให้ลูกทีมทำผลงานให้ดีที่สุด และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ มูฮัมหมัด อับดุลเราะห์มาน อัลรัคฆี กองกลางของยูเออี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์นี้ เนื่องจากเป็นการเสริมประสบการณ์ครั้งสำคัญของทีมชาติยูเออี เนื่องจากมีโอกาสได้เล่นกับทั้งทีมจากยุโรปที่มีทักษะสูง และทีมจากทวีปแอฟริกาที่มีความโดดเด่นในเรื่องพละกำลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แฟนฟุตบอลสามารถซื้อบัตรเข้าชมเกมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 25 มี.ค. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา
หรือที่ http://www.thaiticketmajor.com/sport/kings-cup46-2018-th.html โดยคู่แรก เวลา 16.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่ชิงอันดับที่ 3 เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับทีมชาติกาบอง และในเวลา 19.30&amp;nbsp; น. คู่ชิงชนะเลิศระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติสโลวะเกีย ทั้งสองคู่มีการถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5700</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คิงส์คัพ, ทีมชาติไทย, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab6443f2240b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช้างศึก&#039; ลั่นขอคว้าแชมป์คิงส์คัพไว้ในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอง&amp;quot; กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทยลั่นพาทีมคว้าแชมป์คิงส์คัพมาครองให้ได้ เผยไปเล่นในยุโรปแม้ไม่ถึง 2 เดือนแต่ได้เรื่องสภาพจิตใจกลับมาช่วยทีมได้เป็นอย่างมาก ขณะที่ ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน ยอมรับต้องรีดฟอร์มให้ดีกว่าที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความเคลื่อนไหวของนักเตะทีมชาติไทย ชุดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 46 หลังจากรอบแรกดวลจุดโทษ ชนะทีมชาติกาบองมาได้ 4-2 ประตู และจะเข้ารอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติสโลวาเกีย ในวันที่ 25 มีนาคม 2561 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงเย็นวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา มิโลวาน ราเยวัช &amp;nbsp;กุนซือทีมชาติไทยได้คุมทัพนักเตะ&amp;quot;ช้างศึก&amp;quot; ไปซ้อมเบาๆ ที่สนามอินทรี จันทร์สถิตย์ ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยได้แบ่งนักเตะเป็น 2 กลุ่ม กล่มแรกเป็นกลุ่มผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามเกมชนะ กาบอง ลงฟื้นฟูสภาพร่างกาย และยืดกล้ามเนื้อเบาๆ หลังกรำศึกหนัก ซึ่ง มงคล ทศไกร ที่มีอาการบาดเจ็บจากเกมล่าสุด สามารถลงฝึกซ้อมกับทีมได้ปกติ ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มผู้เล่นสำรอง ลงฝึกซ้อมแท็คติคและการเข้าทำประตู ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;มุ้ย&amp;quot;ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย วัย 29 ปี กล่าวว่า&amp;quot; ส่วนตัวผมก็ไม่พอใจฟอร์มตัวเองในเกมแรกครับ หลายๆจังหวะยังทำได้ไม่ดี ต้องพัฒนาต่อไปครับ สภาพร่างกายไม่โอเคเท่าไหร่ครับ เพราะอยู่ญี่ปุ่น ไม่ได้เล่น 90 นาทีเต็มเลย อีกอย่างเพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วัน เรื่องอากาศและเวลานอนก็ยังต้องปรับอยู่ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหรือร้อนอะไรหรอก แต่มันก็มีผลกับข้างในของร่างกาย ที่ยังต้องให้เวลามันปรับหน่อย แต่ก็คิดว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน&amp;quot;อุ้ม&amp;quot;ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายทีมชาติไทย กล่าวว่า &amp;quot; เกมแรกผมรู้ตัวเองว่าเล่นไม่ดี ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการที่ผมไม่ได้เล่นต่อเนื่องที่โกเบ ด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาครับ แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ใช้ข้ออ้าง ก็หวังว่าจะทำได้ดีกว่านี้ครับ ส่วนรอบชิงเราเป็นรองค่อนข้างเยอะครับ โดยเฉพาะสรีระ อีกอย่าง สโลวาเกีย ก็มาชุดใหญ่ แต่เวลาเราเล่นในบ้าน ก็ไม่ได้กลัวใครอยู่แล้ว เพราะเรามีแรงสนับสนุนจากแฟนบอล แม้เป็นรอง แต่ผมคิดว่าเราจะสู้ได้สนุก และมีโอกาสเหมือนกัน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่&amp;quot;ตอง&amp;quot;กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูกัปตันทีมชาติไทย ที่ย้ายไปเป็นนายด่านให้สโมสร โอเอช ลูเวิน ลีก 2 ของ เบลเยี่ยม และกลับมาโชว์ฟอร์มเซฟจุดโทษ 2 ลูกช่วยทีมชนะ 4-2 กล่าวว่า &amp;quot;ภารกิจของเรายังไม่สิ้นสุด เรายังมีอีกหนึ่งเกมที่สำคัญกว่าเกมนี้ คือนัดชิงชนะเลิศ เราต้องการคว้าแชมป์คิงส์คัพ ในบ้านของเรา การที่ผมไปได้เล่นที่ยุโรปนั้น แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานแค่ 2 เดือนกว่าๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามากที่สุด คงเป็นเรื่องการต่อสู้ กับจิตใจ เพราะผมต้องไปอยู่ในสโมสรที่ไม่ใช่บ้านของเรา ต้องเจอกับคนที่เก่งกว่า ต้องอดทน และรับความกดดันให้ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5660</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวินทร์_ธรรมสัจจานันท์, กวินทร์บินได้, กาบอง, คิงส์คัพ, ช้างศึก, ตอง กวินทร์, ทีมชาติไทย, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร, ธีราทร บุญมาทัน, ฟุตบอล, ฟุตบอลคิงส์คัพ, ฟุตบอลไทย, มุ้ย ธีรศิลป์, ราชมังคลา, ราชมังคลากีฬาสถาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สโลวะเกีย, เชียร์ทีมชาติไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab50ffb0fd6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
