<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อปูด &#039;คิม จองนัม&#039; เป็นสายให้ซีไอเอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลฉบับวันอังคารอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า คิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นสายข่าวให้หน่วยข่าวกรองซีไอเอของสหรัฐ ขณะหนังสือเล่มใหม่ของนักข่าววอชิงตันโพสต์เผย ทริปสุดท้ายที่มาเลเซียก่อนโดนสังหารมีภาพกล้องวงจรปิดยืนยันคิมพบกับสายลับอเมริกันที่โรงแรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คิม จองนัม (ซ้าย) ขณะลงรถบัสที่สนามบินนาริตะเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2544 ส่วนคิม จองอึน (ขวา) ร่วมพิธีสวนสนามในกรุงเปียงยางเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2559 / AFP / Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2562 อ้างข่าวของวอลสตรีทเจอร์นัลฉบับวันเดียวกันว่า คิม จองนัม ซึ่งโดนลอบสังหารด้วยสารพิษทำลายประสาท วีเอ็กซ์ ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นสายข่าวให้สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) เขาเคยพบกับสายลับซีไอเอหลายครั้ง วอลสตรีทเจอร์นัลอ้างแหล่งข่าวที่เป็นบุคคลที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คิม จองนัม และซีไอเอ มีช่องทางติดต่อกัน แต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากนักเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคิมกับซีไอเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวรายนี้เปิดเผยว่า คิมเดินทางมายังมาเลเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เพื่อพบกับผู้ที่เป็นสื่อกลางของซีไอเอ แต่ก็อาจไม่ใช่วัตถุประสงค์เดียวที่เขามายังมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีลอบสังหารนี้ไว้ได้ 2 คน เป็นหญิงสาวชาวอินโดนีเซียและเวียดนาม พวกเธอยืนกรานว่าโดนสายลับเกาหลีเหนือหลอกให้แกล้งชายคนนี้เพื่อถ่ายทำรายการแกล้งคน ท้ายที่สุดอัยการมาเลเซียตัดสินใจถอนฟ้องข้อกล่าวหาฆาตกรรมกับทั้งคู่ รายหนึ่งคือสิตี ไอส์ยะห์ ชาวอินโดนีเซีย ได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ส่วนด่วน ถิ เฮือง สาวชาวเวียดนาม ได้รับการปล่อยตัวในเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐกล่าวโทษเกาหลีเหนือว่าสั่งการให้ลอบสังหารคิม จองนัม แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิม จองนัม โบกมือหลังให้สัมภาษณ์ครั้งแรกกับสื่อเกาหลีใต้ที่เกาะมาเก๊าเมื่อเดือนมิถุนายน 2553 / Joong Ang Ilbo&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม จองนัม เป็นบุตรชายคนโตของคิม จองอิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ และได้รับการคาดคะเนว่าจะสืบทอดอำนาจต่อจากบิดา แต่อนาคตของเขาดับวูบลง หลังจากตกเป็นข่าวโดนญี่ปุ่นเนรเทศเมื่อปี 2544 จากการใช้หนังสือเดินทางปลอมพยายามเข้าญี่ปุ่นเพื่อไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ เขาใช้ชีวิตลี้ภัยอยู่ที่มาเก๊าเป็นส่วนใหญ่ และเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นและสื่อต่างชาติอย่างตรงไปตรงมาหลายครั้ง เช่นในปี 2554 เขาบอกกับหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นฉบับหนึ่งว่าไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจผ่านวงศ์ตระกูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลสตรีทเจอร์นัลกล่าวว่า อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายรายบอกว่า คิม จองนัม ซึ่งใช้ชีวิตในต่างแดนนานหลายปีและไม่มีฐานอำนาจภายในเปียงยาง ไม่น่าจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานวงในของเปียงยางได้ นอกจากนี้ อดีตเจ้าหน้าที่เหล่านี้เผยว่า คิมเคยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของประเทศอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทบาทของคิม จองนัม ในฐานะแหล่งข่าวของซีไอเอถูกเอ่ยถึงในหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับตัวเขา ชื่อ &amp;quot;ผู้สืบทอดที่ยิ่งใหญ่&amp;quot; เขียนโดยแอนนา ฟิฟีลด์ ผู้สื่อข่าวของวอชิงตันโพสต์ ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายวันอังคาร ฟิฟีลด์กล่าวว่า คิม จองนัม มักจะมาพบกับผู้ดูแลเขาที่สิงคโปร์และมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือเล่มนี้กล่าวด้วยว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดถ่ายภาพการมาเยือนมาเลเซียครั้งสุดท้ายของคิม เผยให้เห็นเขาอยู่ในลิฟต์โรงแรมกับชายเอเชียคนหนึ่ง ที่มีรายงานว่าเป็นสายลับสหรัฐ ในเป้ของคิมมีเงินสด 120,000 ดอลลาร์ (ราว 3.75 ล้านบาท) ซึ่งอาจเป็นเงินค่าสายข่าวของคิม หรือเป็นเงินที่เขาเล่าพนันมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38319</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองนัม, คิม จองอึน, พี่ชายคิม จองอึน, วอลสตรีทเจอร์นัล, สายซีไอเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cffbe9fd544a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียปล่อยสาวเวียดนาม แพะคดีฆ่า &#039;คิม จองนัม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาเลเซียปล่อยตัว &amp;quot;ดวน ถิ เฮือง&amp;quot; สาวชาวเวียดนามที่ตกเป็นจำเลยร่วม ในคดีฆ่า &amp;quot;คิม จองนัม&amp;quot; พี่ชายของผู้นำเกาหลีเหนือ ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว ทิ้งให้คดีฆาตกรรมปริศนาช็อกโลกนี้ค้างคาโดยคนร้ายตัวจริงที่เชื่อว่าเป็นสายลับเกาหลีเหนือยังลอยนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 เมษายน 2562 ดวน ถิ เฮือง นั่งรถออกจากศาลสูงเมืองชาห์อาลัม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การปล่อยตัวดวน ถิ เฮือง จำเลยชาวเวียดนามเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2562 เกิดขึ้นราว 1 เดือนหลังการปล่อยตัวสิตี ไอส์ยะห์ หญิงสาวชาวอินโดนีเซียที่ตกเป็นจำเลยร่วมในคดีฆาตกรรมคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงทั้งสองถูกกล่าวหาว่าใช้สารพิษวีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นอาวุธเคมีต้องห้าม ป้ายใบหน้าของคิม ระหว่างที่เขารอขึ้นเครื่องบินเดินทางออกจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์เพื่อกลับมาเก๊า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 คิมเสียชีวิตอย่างทรมานเพราะสารพิษทำลายประสาทนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีฆาตกรรมลูกชายของคิม จองอิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ ที่เคยถูกคาดหมายว่าจะขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากบิดา เป็นข่าวครึกโครมทั่วโลก และกลายเป็นประเด็นสร้างความขัดแย้งทางการทูตระหว่างมาเลเซียกับเกาหลีเหนือ ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐกล่าวโทษเกาหลีเหนือว่าวางแผนฆาตกรรมคิม จองนัม ซึ่งใช้ชีวิตลี้ภัยในต่างแดนนานหลายปีและมักวิจารณ์อำนาจปกครองของตระกูลเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพจากกล้องวงจรปิดถูกใช้เป็นหลักฐานมัดตัวหญิงทั้งสองคนนี้ ซึ่งยืนกรานปฏิเสธข้อหาฆาตกรรม พวกเธออ้างว่าโดนสายลับเกาหลีเหนือหลอกใช้ ด้วยการอ้างว่าเป็นการถ่ายทำรายการทีวีแกล้งคน ชาวเกาหลีเหนือกลุ่มนี้หนีออกจากมาเลเซียทันทีหลังการสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่โดนจับกุมและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาฆาตกรรม พวกเธออาจโดนประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ การพิจารณาคดีนี้คืบหน้าอย่างเชื่องช้าเนื่องจากมีพยานจำนวนมาก และทนายความของจำเลยยื่นอุทธรณ์หลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกดดันทางการทูตของรัฐบาลอินโดนีเซีย ส่งผลให้ทางการมาเลเซียถอนฟ้องไอส์ยะห์ข้อหาฆาตกรรมเมื่อเดือนมีนาคม เธอได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับอินโดนีเซียทันที การปล่อยตัวไอส์ยะห์ทำให้รัฐบาลเวียดนามยื่นมือเข้าช่วยเหลือพลเมืองของตนบ้าง และเมื่อต้นเดือนเมษายน อัยการมาเลเซียถอนฟ้องดวนข้อหาฆาตกรรม แต่หญิงชาวเวียดนามรายนี้ยอมรับสารภาพผิดในคดี &amp;quot;ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ&amp;quot; ซึ่งมีโทษเบากว่า เธอต้องรับโทษตามความผิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิสยัม เตห์ โปห์ เต๊ะก์ ทนายความของดวน บอกกับเอเอฟพีว่า อดีตช่างผมวัย 30 ปีได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำนอกกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเวลาประมาณ 07.20 น.ของวันศุกร์ (06.20 น.ของไทย) &amp;quot;เธอดีใจมากๆ แต่กำลังรอคอยที่จะได้กลับบ้าน&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าดวนต้องเดินทางไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่กรุงปุตราจายา เพื่อจัดการเรื่องเอกสาร ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล่อยตัวจำเลยทั้ง 2 คนทำให้ขณะนี้ไม่มีผู้ต้องสงสัยหรือจำเลยในคดีนี้ถูกควบคุมตัวไว้อีกแม้แต่คนเดียว และมีความเป็นไปได้ที่คนร้ายจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของกฎหมายมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิสยัมกล่าวว่า ชาวเกาหลีเหนือ 4 คนที่หนีออกจากมาเลเซียหลังการฆาตกรรม ก็คือมือสังหารตัวจริง พวกเขาโดนตั้งข้อหาลับหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่เคยยอมรับว่าคิม จองนัม โดนฆาตกรรม เกาหลีเหนืออ้างว่า ชายที่เสียชีวิตที่มาเลเซียรายนี้คือพลเมืองเกาหลีเหนือที่มีชื่อว่า คิม ชอล และคำกล่าวหาว่าเกาหลีเหนือลอบฆ่าเขานั้นเป็นความพยายามใส่ร้ายป้ายสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลอบสังหารอย่างอุกอาจทำให้มาเลเซียโกรธเป็นอันมาก ความขัดแย้งนี้ทำให้รัฐบาลทั้งสองสั่งเนรเทศทูตของอีกฝ่าย รัฐบาลเปียงยางยังบีบให้มาเลเซียยอมคืนศพของคิมเพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักการทูตมาเลเซียในเปียงยางกลับประเทศ อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติเริ่มดีขึ้นแล้ว และมาเลเซียมีแผนจะเปิดสถานทูตประจำกรุงเปียงยางอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35016</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองนัม, ดวน ถิ เฮือง, ปล่อยตัว, พี่ชายคิม จองอึน, มาเลเซีย, สาวเวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccc43cb613c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียเปลี่ยนข้อหา สาวเวียดนามรอดโทษประหารคดีฆ่า &#039;พี่ชายคิม&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจือน ถิ ฮวง สาวชาวเวียดนามรอดโทษประหารคดีลอบฆ่า &amp;quot;คิม จองนัม&amp;quot; พี่ชายต่างมารดาของผู้นำเกาหลีเหนือ ภายหลังอัยการมาเลเซียยกเลิกข้อหาฆาตกรรมแล้วตั้งข้อหาที่โทษเบากว่าเมื่อวันจันทร์ เจ้าตัวสารภาพผิดรับโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน คาดได้อิสรภาพเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจือน ถิ ฮวง ยิ้มขณะถูกนำตัวขึ้นรถออกจากศาลสูงในเมืองชาห์อาลัม เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของสาวเวียดนามวัย 30 ปี รายนี้ยื่นคำร้องขอให้อัยการมาเลเซียถอนฟ้องเธอคดีฆาตกรรมคิม ในแบบเดียวกับที่มาเลเซียถอนฟ้องสิตี ไอส์ยะห์ หญิงชาวอินโดนีเซียวัย 27 ปี จำเลยร่วมในคดีนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการวิ่งเต้นของรัฐบาลอินโดนีเซีย แต่ความพยายามของพวกเขาไร้ผล จนกระทั่งรัฐบาลเวียดนามกดดันทางการทูตต่อมาเลเซียบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 1 เมษายน อัยการมาเลเซียได้แจ้งต่อศาลสูงในเมืองชาห์อาลัมนอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า อัยการตัดสินใจถอนฟ้องเจือน ถิ ฮวง ข้อหาฆาตกรรมคิม จองนัม แต่ได้ตั้งข้อหาใหม่ ฐานทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บโดยใช้วิธีการหรืออาวุธอันตราย ฮวงรับสารภาพผิด ผู้พิพากษาอัซมิน อาริฟฟิน ตัดสินลงโทษจำคุกเธอ 3 ปี 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลเวียดนามซึ่งมาฟังคำตัดสินด้วยพากันปรบมือยินดี ส่วนฮวงบอกว่าเธอมีความสุขมาก และอยากจะเป็นนักร้องและนักแสดงหลังได้รับอิสรภาพ ซึ่งทนายความของเธอกล่าวว่า เธอน่าจะพ้นคุกเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินคดีของฮวงซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวเธอในทันที ต่างจากกรณีของสาวอินโดนีเซียที่อัยการถอนฟ้องและเธอเดินทางกลับประเทศได้ทันที ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเวียดนามและมาเลเซียว่าฮวงได้รับการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม รวมถึงคำกล่าวหาว่าการเมืองแทรกแซงระบบยุติธรรมของมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิสยัม เทห์ ทนายความ กล่าวว่า ฮวงถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี เธอน่าจะได้อิสรภาพในวันที่ 4 พฤษภาคม เนื่องจากกฎหมายมาเลเซียอนุญาตให้ลดหย่อนโทษได้หากรับโทษจำคุกแล้ว 1 ใน 3 เขายืนยันด้วยว่า ลูกความรายนี้ไร้เดียงสาและเชื่อคนง่าย แต่เธอไม่ใช่อาชญากร ชาวเกาหลีเหนือที่เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ฉวยประโยชน์จากความอ่อนแอของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจควบคุมตัวเจือน ถิ ฮวง ออกจากศาล / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิม ฮวงและไอส์ยะห์ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมพี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ด้วยการใช้สารพิษวีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นอาวุธเคมีร้ายแรง ป้ายที่ใบหน้าของเหยื่อรายนี้ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้และสหรัฐกล่าวกันว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือคือผู้สั่งการลอบฆ่าคิม จองนัม ซึ่งมักวิจารณ์ระบอบตระกูลคิม ทนายความของหญิงทั้งสองก็ต่อสู้คดีว่าพวกเธอโดนสายลับเกาหลีเหนือหลอกใช้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทำรายการเรียลลิตี้แกล้งคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียตั้งข้อหาชายชาวเกาหลีเหนือ 4 คน ซึ่งได้หลบหนีออกนอกประเทศภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังการสังหาร ตำรวจมาเลเซียยังต้องการสอบปากคำชาวเกาหลีเหนืออีก 3 คน แต่ทั้งหมดถูกส่งตัวกลับกรุงเปียงยางตามข้อตกลงยื่นหมูยื่นแมว หลังจากเกาหลีเหนือกักตัวนักการทูตมาเลเซียและครอบครัวไว้ภายในสถานทูตประจำกรุงเปียงยาง และยืนกรานให้มาเลเซียส่งตัวบุคคลทั้ง 3 กลับประเทศ พร้อมกับศพคิม จองนัม ปัจจุบันมาเลเซียยังไม่แต่งตั้งทูตกลับไปประจำที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม จองนัม หนีออกนอกเกาหลีเหนือและใช้ชีวิตลี้ภัยอยู่ที่เกาะมาเก๊าของจีน นับแต่น้องชายต่างมารดาขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากบิดาของทั้งคู่ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี 2554.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32745</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองนัม, ฆ่าพี่ชายคิม, มาเลเซีย, เจือน ถิ ฮวง, เปลี่ยนข้อหา, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca21671ae048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามเสียใจ มาเลเซียไม่ถอนฟ้องสาวเวียดคดีฆ่า &#039;คิม จองนัม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเวียดนามระบุ &amp;quot;เสียใจ&amp;quot; กับการตัดสินใจของอัยการมาเลเซีย ที่ไม่ยอมถอนฟ้อง &amp;quot;ด่าน ถิ เฮือง&amp;quot; หญิงชาวเวียดนามที่ตกเป็นจำเลยคดีสังหารคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของผู้นำเกาหลีเหนือ ทั้งที่มาเลเซียถอนฟ้องสาวชาวอินโดนีเซียที่เป็นจำเลยร่วมแล้วเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนำตัวด่าน ถิ เฮือง (ซ้าย) ออกจากศาลสูงชาห์อาลัม ด้านนอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม กล่าวว่า อัยการสูงสุดของมาเลเซียปฏิเสธคำร้องขอของด่าน ถิ เฮือง เพื่อให้ปล่อยตัวเธอ และทำให้หญิงชาวเวียดนามวัย 30 ปีรายนี้ต้องถูกดำเนินคดีต่อไป โดยทนายความของเธอประกาศว่าจะพยายามอีกครั้งเพื่อขอให้อัยการถอนฟ้องเธอ ซึ่งตกเป็นแพะรับบาปเช่นเดียวกับสิติ ไอส์ยะห์ หญิงชาวอินโดนีเซีย ที่อัยการมาเลเซียถอนฟ้องและได้รับอิสรภาพแล้วเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงสาวทั้ง 2 ถูกดำเนินคดีฐานต้องสงสัยว่าสังหารคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อต้นปี 2560 โดยใช้สารพิษทำลายประสาท ทั้งคู่อ้างว่าตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงของสายลับเกาหลีเหนือที่อ้างว่าเป็นการถ่ายทำรายการแกล้งคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล ที ทู ฮัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เวียดนามเสียใจที่ศาลมาเลเซียไม่ปล่อยตัวด่าน ถิ เฮือง ทันที &amp;quot;เราต้องการให้ด่าน ถิ เฮือง ได้รับการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรมและไม่มีอคติ และต้องการให้ปล่อยตัวเธอ&amp;quot; โฆษกเวียดนามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากไม่แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามเพิ่งวิ่งเต้นในสัปดาห์นี้เพื่อขอให้มาเลเซียปล่อยตัวพลเมืองของตน ในแบบเดียวกับที่ปล่อยตัวจำเลยชาวอินโดนีเซีย ฮังกล่าวว่า เหงียน กว๊อก สุง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงฮานอยภายหลังการตัดสินใจของอัยการเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรียุติธรรมและรัฐมนตรีต่างประเทศของเวียดนามต่างก็เรียกร้องให้มาเลเซียปล่อยตัวเฮือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพิจารณาคดีของเฮือง ซึ่งเผชิญโทษประหารชีวิตหากถูกตัดสินว่ามีความผิด ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 1 เมษายน ภายหลังผู้พิพากษาอัซมี อาริฟฟิน เห็นว่าจำเลยรายนี้ไม่มีความพร้อมทางร่างกายและจิตใจเพียงพอสำหรับการพิจารณาคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31358</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองนัม, ถอนฟ้อง, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c8a5b80b403d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียถอนฟ้องสาวอินโดนีเซีย ต้องสงสัยร่วมฆ่า &#039;พี่ชายคิม&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการมาเลเซียถอนฟ้องสิติ ไอส์ยะห์ สาวชาวอินโดนีเซียที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ยาพิษลอบสังหารคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อต้นปี 2560 ศาลสั่งปล่อยตัวเธอทันทีเมื่อวันจันทร์ ส่วนสาวเวียดนามจำเลยอีกรายรอการตัดสินใจของอัยการในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิติ ไอส์ยะห์ (กลาง) ยิ้มขณะออกจากศาลสูงชาห์อาลัม นอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ ภายหลังได้รับอิสรภาพเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอส์ยะห์ วัย 29 ปี และเจือน ถิ ฮวง สาวเวียดนามวัย 30 ปี ตกเป็นจำเลยคดีฆาตกรรมคิม ซึ่งเสียชีวิตเพราะโดนป้ายสารพิษทำลายประสาทวีเอ็กซ์ ขณะรอเช็กอินขึ้นเครื่องบินออกจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 พวกเธอปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าโดนสายลับเกาหลีเหนือหลอกให้ร่วมแผนลอบสังหาร โดยเข้าใจว่าเป็นเพียงการถ่ายทำรายการแกล้งคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังอัยการถอนฟ้องและศาลสูงเมืองชาห์อาลัมสั่งปล่อยตัวไอส์ยะห์ทันที หญิงสาวทั้ง 2 ได้โอบกอดกันร้องไห้ ทั้งคู่เผชิญโทษประหารชีวิตหากถูกตัดสินว่ามีความผิด ทนายความของเจือน ถิ ฮวง ได้ร้องขอให้ศาลเลื่อนการไต่สวนลูกความของตน เพื่อให้ทนายได้ยื่นคำร้องขอให้อัยการถอนฟ้องเธอด้วย ศาลตกลงเลื่อนการพิจารณาคดีไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคมนี้ ระหว่างรอให้อัยการพิจารณาว่าจะถอนฟ้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความอ้างว่าหญิงทั้งสองเป็นแพะรับบาป แต่ตำรวจมาเลเซียไม่สามารถจับผู้ร้ายตัวจริง ซึ่งก็คือสายลับเกาหลีเหนือ 4 คน ที่หลบหนีออกจากมาเลเซียไม่กี่ชั่วโมงหลังการสังหาร ตำรวจสากลได้ออกหมายจับบุคคลทั้ง 4 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการมาเลเซียแจ้งต่อศาลเพียงว่า พวกเขาได้รับคำแนะนำให้ถอนฟ้องไอส์ยะห์ แต่ไม่มีการชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ผู้พิพากษาเห็นด้วยว่าการถอนฟ้อง แต่ปฏิเสธคำร้องขอของทนายความของเธอที่ต้องการให้ศาลตัดสินว่าเธอพ้นผิด ซึ่งหมายความว่าไอส์ยะห์ยังไม่พ้นข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ และอาจถูกจับกุมได้อีกหากมีหลักฐานใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของไอส์ยะห์โต้แย้งหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดว่า ไม่ชัดเจนพอที่จะระบุได้ว่าเธอเป็นคนร้าย หรือระบุได้ว่าเธอทำอะไรกับเหยื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน หนีออกจากเกาหลีเหนือหลังจากน้องชายขึ้นสู่อำนาจภายหลังบิดาของพวกเขาอสัญกรรมเมื่อปี 2554 และใช้ชีวิตลี้ภัยอยู่ที่มาเก๊านานหลายปี ก่อนจะมาโดนลอบสังหาร โดยเกาหลีใต้กล่าวว่ารัฐบาลเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลัง&amp;nbsp; แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่การจับกุมไอส์ยะห์ รัฐบาลอินโดนีเซียวิ่งเต้นทางการทูตเพื่อช่วยพลเมืองของตน รัฐมนตรียุติธรรม ยาซอนนา ลาวลี กล่าวที่สถานทูตอ้างความดีความชอบว่า คนสำคัญในรัฐบาลตั้งแต่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด จนถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ ต่างช่วยกันร้องขอให้มาเลเซียปล่อยตัวเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของสาวเวียดนามนั้น ไม่ปรากฏข่าวว่ารัฐบาลเวียดนามได้วิ่งเต้นช่วยเหลือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31082</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองนัม, คิม จองอึน, ฆ่าพี่ชายคิม, ถอนฟ้อง, มาเลเซีย, สาวอินโดนีเซีย, สิติ ไอส์ยะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c8669ae66650.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียถอนฟ้องสาวอินโดนีเซีย ต้องสงสัยร่วมฆ่า &#039;พี่ชายคิม&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการมาเลเซียถอนฟ้องสิติ ไอส์ยะห์ สาวชาวอินโดนีเซียที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ยาพิษลอบสังหารคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อต้นปี 2560 ศาลสั่งปล่อยตัวเธอทันทีเมื่อวันจันทร์ ส่วนสาวเวียดนามจำเลยอีกรายรอการตัดสินใจของอัยการในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิติ ไอส์ยะห์ (กลาง) ยิ้มขณะออกจากศาลสูงชาห์อาลัม นอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ ภายหลังได้รับอิสรภาพเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอส์ยะห์ วัย 29 ปี และเจือน ถิ ฮวง สาวเวียดนามวัย 30 ปี ตกเป็นจำเลยคดีฆาตกรรมคิม ซึ่งเสียชีวิตเพราะโดนป้ายสารพิษทำลายประสาทวีเอ็กซ์ ขณะรอเช็กอินขึ้นเครื่องบินออกจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 พวกเธอปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าโดนสายลับเกาหลีเหนือหลอกให้ร่วมแผนลอบสังหาร โดยเข้าใจว่าเป็นเพียงการถ่ายทำรายการแกล้งคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังอัยการถอนฟ้องและศาลสูงเมืองชาห์อาลัมสั่งปล่อยตัวไอส์ยะห์ทันที หญิงสาวทั้ง 2 ได้โอบกอดกันร้องไห้ ทั้งคู่เผชิญโทษประหารชีวิตหากถูกตัดสินว่ามีความผิด ทนายความของเจือน ถิ ฮวง ได้ร้องขอให้ศาลเลื่อนการไต่สวนลูกความของตน เพื่อให้ทนายได้ยื่นคำร้องขอให้อัยการถอนฟ้องเธอด้วย ศาลตกลงเลื่อนการพิจารณาคดีไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคมนี้ ระหว่างรอให้อัยการพิจารณาว่าจะถอนฟ้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความอ้างว่าหญิงทั้งสองเป็นแพะรับบาป แต่ตำรวจมาเลเซียไม่สามารถจับผู้ร้ายตัวจริง ซึ่งก็คือสายลับเกาหลีเหนือ 4 คน ที่หลบหนีออกจากมาเลเซียไม่กี่ชั่วโมงหลังการสังหาร ตำรวจสากลได้ออกหมายจับบุคคลทั้ง 4 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการมาเลเซียแจ้งต่อศาลเพียงว่า พวกเขาได้รับคำแนะนำให้ถอนฟ้องไอส์ยะห์ แต่ไม่มีการชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ผู้พิพากษาเห็นด้วยว่าการถอนฟ้อง แต่ปฏิเสธคำร้องขอของทนายความของเธอที่ต้องการให้ศาลตัดสินว่าเธอพ้นผิด ซึ่งหมายความว่าไอส์ยะห์ยังไม่พ้นข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ และอาจถูกจับกุมได้อีกหากมีหลักฐานใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของไอส์ยะห์โต้แย้งหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดว่า ไม่ชัดเจนพอที่จะระบุได้ว่าเธอเป็นคนร้าย หรือระบุได้ว่าเธอทำอะไรกับเหยื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน หนีออกจากเกาหลีเหนือหลังจากน้องชายขึ้นสู่อำนาจภายหลังบิดาของพวกเขาอสัญกรรมเมื่อปี 2554 และใช้ชีวิตลี้ภัยอยู่ที่มาเก๊านานหลายปี ก่อนจะมาโดนลอบสังหาร โดยเกาหลีใต้กล่าวว่ารัฐบาลเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลัง&amp;nbsp; แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่การจับกุมไอส์ยะห์ รัฐบาลอินโดนีเซียวิ่งเต้นทางการทูตเพื่อช่วยพลเมืองของตน รัฐมนตรียุติธรรม ยาซอนนา ลาวลี กล่าวที่สถานทูตอ้างความดีความชอบว่า คนสำคัญในรัฐบาลตั้งแต่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด จนถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ ต่างช่วยกันร้องขอให้มาเลเซียปล่อยตัวเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของสาวเวียดนามนั้น ไม่ปรากฏข่าวว่ารัฐบาลเวียดนามได้วิ่งเต้นช่วยเหลือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31081</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองนัม, ฆ่าพี่ชายคิม, ถอนฟ้อง, มาเลเซีย, สาวอินโดนีเซีย, สิติ ไอส์ยะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c8669ae66650.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 22:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลมาเลเซียชี้คดีมีมูล สั่งเดินหน้าไต่สวนสาวเวียด-อินโดฯ ฐานฆ่า &#039;คิม จองนัม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลมาเลเซียตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดี รับฟ้องคดีที่หญิงชาวเวียดนามและอินโดนีเซียตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของผู้นำเกาหลีเหนือ โดยระบุว่ามีหลักฐานเพียงพอดำเนินคดีทั้งคู่ฐานฆ่าคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คิม จองนัม (ซ้าย) ถูกถ่ายภาพได้ที่สนามบินนาริตะของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2544 และคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่เป็นน้องชายต่างมารดาของเขา ภาพเมื่อ 10 พ.ค. 2559&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 กล่าวว่า สิตี ไอส์ยะห์ หญิงชาวอินโดนีเซีย และเจือน ทิ ฮวง หญิงชาวเวียดนาม ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรม คิม จองนัม ด้วยสารทำลายประสาทวีเอ็กซ์ ที่สนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ขณะที่เขากำลังจะเดินทางกลับมาเก๊า คดีนี้เริ่มการไต่สวนมูลฟ้องมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว และเมื่อวันพฤหัสบดี อัซมี อาริฟฟิน ผู้พิพากษาศาลสูงในเมืองชาห์อลาม ตัดสินว่า มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีทั้งคู่ในข้อหาฆ่าคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจพร้อมอาวุธนำตัวเจือน ทิ ฮวง ออกจากศาลเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาอาริฟฟินกล่าวว่า จากหลักฐานต่างๆ ที่นำมาแสดงต่อศาลชี้ให้เห็นถึงการสมรู้ร่วมคิดที่วางแผนมาอย่างดี ระหว่างผู้ต้องสงสัยทั้งสอง กับผู้ต้องสงสัยชาวเกาหลีเหนือกลุ่มหนึ่งที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ศาลจึงตัดสินให้ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน เข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีที่พวกเขาโดนกล่าวหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากผู้พิพากษาเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ก็อาจตัดสินว่าทั้ง 2 คนไม่มีความผิด คำตัดสินของศาลเมื่อวันพฤหัสบดีทำให้พวกเธอช็อกและร่ำไห้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิตี ไอส์ยะห์ ถูกพาตัวออกจากศาล / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัสเรีย พ่อของสิตี เผยกับเอเอฟพีที่บ้านบนเกาะชวา ยืนยันว่า ลูกของเขาไม่รู้เรื่องแผนสังหารครั้งนี้ แต่ถูกหลอกใช้ ส่วนเบดาห์ แม่ของสิตี บอกว่า อยากให้ศาลปล่อยตัวเธอในวันนี้ แต่เมื่อไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากภาวนาสำหรับการตัดสินครั้งสุดท้าย คดีนี้จะเริ่มต้นพิจารณาคดีใหม่ในเดือนพฤศจิกายน และคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยทั้ง 2 คนให้การว่า พวกเธอตกเป็นเหยื่อของสายลับเกาหลีเหนือที่วางแผนฆาตกรรมคิม จองนัม ด้วยการให้พวกเธอนำสารบางอย่างไปป้ายหน้าคิม โดยบอกว่าเป็นรายการแกล้งกันทางทีวี แต่อัยการในคดีนี้ระบุว่า ทั้ง 2 คนเป็นนักลอบสังหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี และกล้องวงจรปิดที่นำมาแสดงในศาลพบว่า หลังเกิดเหตุ หญิงทั้ง 2 คนรีบวิ่งเข้าห้องน้ำภายในสนามบิน ก่อนที่จะขึ้นแท็กซี่หนีไป ซึ่งผู้พิพากษาระบุว่า ทั้ง 2 คนทราบดีว่าสารเหลวที่เปื้อนมือมีพิษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15569</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองนัม, ศาลมาเลเซีย, สารพิษวีเอ็กซ์, สิตี ไอส์ยะห์, เจือน ทิ ฮวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75970eea70c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
