<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039;ซัดสหรัฐต้นเหตุความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง กล่าวขณะเปิดงานแสดงอาวุธว่า สหรัฐอเมริกาคือต้นเหตุของความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี อ้างเกาหลีเหนือสร้างเสริมอาวุธเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น ไม่ได้ต้องการทำสงคราม พร้อมซัดเกาหลีใต้หน้าไหว้หลังหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิม จองอึน กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันสถาปนาพรรคแรงงานเกาหลีปีที่ 76 ในภาพที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอังคารที่ 12 ตุลาคม อ้างข่าวของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยางในวันเดียวกันว่า คิมกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการเปิดนิทรรศการพัฒนาการด้านกลาโหมเมื่อวันจันทร์ ว่าสหรัฐคือ &amp;quot;ต้นเหตุ&amp;quot; ของความไร้เสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี และเกาหลีเหนือเสริมสร้างทางทหารเพื่อการป้องกันประเทศเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อเริ่มสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้ถกเถียงเรื่องการทำสงครามกับใครเลย แต่เป็นการทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม และเพิ่มการป้องปรามเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างแท้จริง&amp;quot; คิมกล่าว โดยบอกว่า ศัตรูหลักของเกาหลีเหนือก็คือ &amp;quot;ตัวสงครามเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยกล่าวว่าสหรัฐเต็มใจจะเจรจาทางการทูตกับเกาหลีเหนือทุกเมื่อ และสหรัฐไม่มีเจตนาที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ แต่คิมกังขากับท่าทีของสหรัฐโดยบอกว่า ยากที่จะเชื่อได้ ในเมื่อสหรัฐยังคงตัดสินและกระทำแบบผิดๆ อยู่ และตัวเขาสงสัยว่ามีใครหรือประเทศไหนเชื่อเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายที่สื่อทางการเปียงยางเผยแพร่นั้น คิมมาเยี่ยมชมงานโดยยืนอยู่ท่ามกลางอาวุธหลายชนิด รวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ฮวาซอง-16 ที่เกาหลีเหนือเคยอวดในพิธีสวนสนามกลางคืนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ยังไม่เคยยิงทดสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือทำการทดสอบอาวุธหลายชนิด อาทิ มิสไซล์ครูซพิสัยไกล, อาวุธปล่อยจากรถไฟ และหัวรบไฮเปอร์โซนิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้ ซึ่งทุ่มงบประมาณหลายพันล้านในการพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร ก็ประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน และยังเปิดตัวมิสไซล์ครูซแบบไฮเปอร์โซนิกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิมกล่าวหาเกาหลีใต้ว่ามี &amp;quot;ความทะเยอทะยานที่บุ่มบ่าม&amp;quot; และมีทัศนคติที่ &amp;quot;ตีสองหน้าและไร้เหตุผล&amp;quot; ความพยายามเสริมสร้างทางทหารที่อันตรายและไม่จำกัดของเกาหลีใต้กำลังทำลายสมดุลทางทหารบนคาบสมุทรเกาหลีและเพิ่มความอันตรายและความไร้เสถียรภาพทางทหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119538</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, สหรัฐต้นเหตุความตึงเครียด, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_6165641f973a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเหนื่อยแน่ &#039;สี จิ้นผิง&#039;กลมเกลียว&#039;คิม จองอึน&#039;ฉลอง60ปีสัมพันธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มีเป้าเดียวกัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และคิม จองอึน ส่งสาสน์ประกาศจะกระชับสัมพันธไมตรีและความร่วมมือระหว่างจีนและเกาหลีเหนือสู่ระยะใหม่ ขณะสองประเทศฉลองครบรอบ 60 ปีการทำสนธิสัญญามิตรภาพ นักวิเคราะห์ชี้ยิ่งสองชาติใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือยากขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบกับคิม จองอึน ที่กรุงเปียงยาง เมื่อเดือนกันยายน 2561 (Photo by API / Gamma-Rapho via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยางเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564 ว่าผู้นำทั้งสองมีสาสน์เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ นับแต่ทั้งสองลงนามสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ, ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกรณีโดนโจมตีด้วยอาวุธ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2504 ในสมัยของประธานเหมา เจ๋อตง ที่เคยกล่าวถึงความใกล้ชิดระหว่างสองประเทศว่าเหมือน &amp;quot;ริมฝีปากกับฟัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเป็นพันธมิตรและผู้อุปถัมภ์ทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือมายาวนาน โดยเริ่มต้นในสมัยสงครามเกาหลี ที่เหมาส่ง &amp;quot;อาสาสมัคร&amp;quot; หลายล้านคนไปช่วยเกาหลีเหนือสู้รบกับกองกำลังขององค์การสหประชาชาติที่มีสหรัฐเป็นผู้นำ แต่หลายปีมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายอยู่ในภาวะผันผวน จากความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้นของเกาหลีเหนือ แต่ความที่การเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐหยุดชะงัก จีนและเกาหลีเหนือจึงเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคซีเอ็นเอรายงานคำกล่าวของคิมในสาสน์ที่ส่งถึงสีว่า แม้จะมีสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความเชื่อใจระหว่างสหายและมิตรภาพของนักรบระหว่างเกาหลีเหนือและจีนก็แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมยังเน้นถึงบทบาทของสนธิสัญญาฉบับนี้ในการรับประกันสันติภาพและเสถียรภาพในเอเชียและส่วนอื่นๆ ของโลก ที่ปัจจุบันกองกำลังศัตรูกำลังเข้าตาจนมากขึ้นในการท้าทายและความพยายามขัดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีสีเขียนในสาสน์ว่า เขาวางแผนว่าจะนำพา &amp;quot;ความสุขที่มากขึ้น&amp;quot; มาสู่ประเทศทั้งสองและประชาชนของทั้งสองประเทศ &amp;quot;โดยการนำความสัมพันธ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศสู่ระยะใหม่อย่างมั่นคง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิตรภาพที่แนบแน่นขึ้นระหว่างทั้งสองแตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ หลังจากคิมขึ้นสืบทอดอำนาจใหม่ๆ ภายหลังอสัญกรรมของบิดาเมื่อเดือนธันวาคม 2554 โดยคิมไม่ได้พบปะกับสีเลยจนกระทั่งเขาเดินทางมาเยือนจีนในเดือนมีนาคม 2561 นับแต่นั้นทั้งคู่ได้พบกันแล้วถึง 5 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนสาสน์ในครั้งนี้เป็นสัญญาณล่าสุดของการต่อเติมความสัมพันธ์กันใหม่ระหว่างเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวกันว่า มีเป้าหมายอยู่ที่สหรัฐ ในช่วงยามที่การเจรจานิวเคลียร์หยุดชะงักและความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐก็ตึงเครียดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัก วอนกอน อาจารย์ด้านเกาหลีเหนือศึกษาจากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา กล่าวกับเอเอฟพีว่า มันคือการคลุมถุงชน ความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรทั้งสองไม่ลงรอยกันนับแต่สิ้นสงครามเกาหลี และต่างไม่เคยไว้ใจกันโดยแท้จริงอีกเลย แต่พวกเขาต้องการกันและกันในการรับมือกับสหรัฐ และยิ่งสองประเทศนี้ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ การจะปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือก็ยากขึ้นเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109403</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, จีน, ฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์, สี จิ้นผิง, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eafbd330012.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงสัยไข่แตก ‘คิม จองอึน’ปลดจนท.ระดับสูงละเลยคุมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อเกาหลีเหนือเผย &amp;quot;คิม จอง อึน&amp;quot; สั่งปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายตำแหน่ง หลังจากเกิดเหตุการณ์ &amp;quot;สำคัญ&amp;quot; เกี่ยวกับไวรัสโคโรนา ผู้เชี่ยวชาญระบุ อาจบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ระหว่างการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีเหนือปิดพรมแดนของตนในเดือนมกราคมปีที่แล้ว เพื่อปกป้องประเทศจากไวรัสโคโรนาที่พบการระบาดครั้งแรกในจีน และไม่มีรายงานยืนยันอย่างเปิดเผยทั้งจากสื่อทางการเกาหลีเหนือและสถิติการทดสอบที่แจ้งต่อองค์การอนามัยโลกว่าเกาหลีเหนือมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้แม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันผู้ติดเชื้อโควิด-19 แม้แต่รายเดียวในเกาหลีเหนือทั้งในรายงานของสื่อทางการของเกาหลีเหนือ หรือจากสถิติตรวจหาผู้ติดเชื้อที่เปิดเผยกับองค์การอนามัยโลก แต่นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า รายงานข่าวล่าสุดชี้ให้เห็นว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเกาหลีเหนือ ที่ขณะนี้อยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของนานาชาติจากกรณีอาวุธนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือรายงานเมื่อวันพุธที่ 30 มิถุนายนว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เรียกประชุมโปลิตบูโร หรือคณะกรรมการกรมการเมืองของพรรคแรงงานเกาหลี และกล่าวตำหนิกรรมการกรมการเมืองบางคนว่าละเลยหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ &amp;quot;สำคัญ&amp;quot;, ก่อวิกฤติครั้งใหญ่ในการรักษาความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน อันนำไปผลลัพธ์ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคซีเอ็นเอไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นคือเรื่องอะไร แต่คิมระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคน ขาดความสามารถและขาดความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทำงานสำคัญ กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นพวกปกป้องตัวเองและทำงานแบบเฉื่อยชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสื่อทางการเปียงยางแห่งนี้บอกด้วยว่า การเรียกประชุมคณะกรรมการประจำกรมการเมือง ที่เป็นองค์กรตัดสินใจสูงสุดของพรรคแรงงาน และสมาชิกกรมการเมือง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีการแต่งตั้งคนใหม่ในหลายตำแหน่ง รวมถึงการโยกย้ายและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัน ชาน อิล ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ ปัจจุบันเป็นนักวิจัย เผยกับเอเอฟพีว่า รายงานของเคซีเอ็นเอล่าสุดแสดงว่าเกาหลีเหนือยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อในประเทศแล้ว และการรายงานข่าวว่า กรมการเมืองอภิปรายกันเรื่องนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณจากเกาหลีเหนือว่าต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่ทำแบบนี้ เพราะเท่ากับการยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ถึงความล้มเหลวของระบอบในความพยายามต่อสู้กับโรคระบาด&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปัก วอนกอน จากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาในกรุงโซล ชี้ว่า จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้มีจำนวนมากผิดปกติ และการกล่าวถึง &amp;quot;ผลลัพธ์ร้ายแรง&amp;quot; หมายความว่า เป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยืนยันแล้ว &amp;quot;ดูเหมือนว่าเปียงยางกำลังเผชิญกับเรื่องร้ายแรงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108207</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, ติดเชื้อโควิดรายแรก, ปลดเจ้าหน้าที่, เกาหลีเหนือ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc6b19644fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อเกาหลีเหนือประโคมข่าวประชาชนใจสลายเห็น&#039;คิม&#039;ผอมลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โทรทัศน์ของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่คำสัมภาษณ์พลเมืองที่กล่าวถึงรูปร่างที่ซูบผอมลงของ &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; ซึ่งเคยมีน้ำหนักถึง 140 กิโลกรัม ระบุรู้สึกใจสลายกับภาพที่เห็น นักวิเคราะห์ชี้เปียงยางใช้ภาพข่าวนี้โฆษณาชวนเชื่อว่าคิมตรากตรำทำงานหนัก แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทำไมเขาจึงผอมลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพนิ่งหน้าจอจากรายงานข่าวทางโทรทัศน์ของทางการเปียงยางเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า เป็นเรื่องผิดปกติอย่างมากที่สื่อของทางการเกาหลีเหนือรายงานข่าวดังกล่าว เนื่องจากการพูดอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับสุขภาพและชีวิตส่วนตัวของผู้นำสูงสุดถือเป็นเรื่องต้องห้าม การเผยแพร่ข่าวดังกล่าวมีออกมาหลังจากนักวิเคราะห์ชาวต่างชาติตั้งข้อสังเกตเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ดูเหมือนว่าคิม วัย 37 ปี จะผอมลงไปหลายกิโล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่รับรู้ว่าคิมสูบบุหรี่จัดและมีภาวะอ้วนเกินโดยน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไม่หยุด เมื่อปี 2559 สำนักงานข่าวกรองของเกาหลีใต้รายงานว่า นับแต่ขึ้นครองอำนาจต่อจากบิดาในปี 2554 คิมทั้งดื่มทั้งกินอย่างหนัก ทำให้เขามีน้ำหนักตัวถึง 130 กก. โดยอ้วนขึ้นประมาณ 40 กก. และปีที่แล้วประเมินกันว่าเขาหนักขึ้นอีก 10 กิโล ทำให้เขาแบกน้ำหนักตัวถึงประมาณ 140 กิโล แต่ในภาพถ่ายที่เผยแพร่ในสำนักข่าวเคซีเอ็นเอและโทรทัศน์ของทางการเร็วๆ นี้ คิมผอมลงอย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การได้เห็นท่านเลขาธิการใหญ่ที่เคารพ (คิม จองอึน) ดูซูบผอม ทำให้หัวใจของประชาชนสลายอย่างมาก&amp;quot; เคซีทีวีออกอากาศคำให้สัมภาษณ์ของพลเมืองชายชาวเกาหลีเหนือเมื่อวันศุกร์ &amp;quot;ทุกคนบอกว่าพวกเขาน้ำตาไหล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า การถ่ายทอดคำกล่าวแบบนี้แสดงให้เห็นว่าทางการเปียงยางกำลังพยายามใช้น้ำหนักที่ลดลงของคิมมาเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อผู้นำในช่วงเวลาอันยากลำบาก โดยบรรยายภาพว่า คิมตรากตรำทำงานหนักเพื่อแก้วิกฤติด้านอาหารและปัญหาท้าทายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกาหลีเหนือสั่งปิดพรมแดนตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว จากการนี้ทำให้การค้ากับจีนที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือ ชะลอลงอย่างมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศพากันเดินทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัน ชานอิล ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่ปัจจุบันเป็นนักวิจัย กล่าวว่า สารที่เปียงยางกำลังสื่อคือ คิมเป็นผู้นำที่ทำงานเพื่อประชาชนหนักมากถึงขั้นไม่มีเวลากินจนน้ำหนักลด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว คิมเคยทำให้คาดเดากันทั่วโลกเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของเขา หลังจากเขาไม่ร่วมพิธีรำลึกวันคล้ายวันเกิดของคิม อิลซุง ปู่ของเขาที่เป็นผู้ก่อตั้งประเทศ ในวันที่ 15 มิถุนายน คิมหายหน้าจากสาธารณะนานราว 20 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคิม อิลซุง ปู่ของเขา และคิม จองอิล พ่อของเขา ล้วนมีภาวะอ้วนเกิน และเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาง มูจิน อาจารย์มหาวิทยาลัยเกาหลีเหนือศึกษา ชี้ว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่คิมจะน้ำหนักตัวลดลงเพราะอาการป่วยแบบฉับพลัน เนื่องจากเขาออกงานสาธารณะหลายครั้งในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีใครรู้อย่างแท้จริงว่าทำไมเขาจึงผอมลง&amp;quot; เขากล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;สิ่งที่ชัดเจนจากภาพข่าวของเคซีทีวีคือ ระบอบนี้ต้องการให้โลกคิดว่า ประชาชนรักห่วงใยผู้นำของพวกเขาถึงขั้นที่ร้องไห้เมื่อเห็นว่ารูปร่างเขาผอมบางลง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107911</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, คิมผอมลง, ประชาชนใจสลาย, เกาหลีเหนือ, เคซีทีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d977e252e30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวกรองมะกันคาด&#039;คิม&#039;หวนทดสอบนิวเคลียร์ปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานของสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐระบุเมื่อวันอังคารว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อาจกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้งในปีนี้ หลังจากว่างเว้นมานานกว่า 3 ปี เพื่อบังคับให้รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยอมตามเงื่อนไขในการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คิม จองอึน ขณะมาร่วมซัมมิตกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ที่หมู่บ้านปันมุนจอม เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 (Photo by Korea Summit Press Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามการประเมินภัยคุกคามที่สหรัฐเผชิญจากทั่วโลก ในรายงานความยาว 27 หน้าฉบับนี้ สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติระบุว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อาจกระทำการที่ก้าวร้าวและบั่นทอนความมั่นคงบางอย่าง เพื่อเปลี่ยนรูปโฉมสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาคนี้ และตอกลิ่มระหว่างสหรัฐกับประเทศพันธมิตร ที่อาจรวมถึงการรื้อฟื้นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราประเมินว่า คิมมองว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นการป้องปรามขั้นสูงสุดต่อการแทรกแซงของต่างชาติ และเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป เขาจะได้รับการยอมรับและการเคารพจากนานาชาติในฐานะมหาอำนาจนิวเคลียร์&amp;quot; รายงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีเหนือไม่ได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปมานานกว่า 3 ปีแล้ว และได้เปิดโอกาสสำหรับการเจรจากับสหรัฐเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี แต่รายงานฉบับนี้กล่าวว่า คิมอาจกำลังพิจารณาว่าจะรื้อฟื้นการทดสอบมิสไซล์พิสัยไกลหรือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในปีนี้ดีหรือไม่ เพื่อพยายามบังคับให้สหรัฐมาตกลงกับเขาตามเงื่อนไขของเกาหลีเหนือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์, รายงานข่าวกรองสหรัฐ, สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐ, เกาหลีเหนือ, เจรจานิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_607706bd305f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย&#039;ทรัมป์&#039;ชวน&#039;คิม จองอึน&#039;นั่งแอร์ฟอร์ซวันกลับเปียงยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สารคดีของบีบีซีเผย โดนัลด์ ทรัมป์ เคยชวน &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; นั่งเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ &amp;quot;แอร์ฟอร์ซวัน&amp;quot; กลับกรุงเปียงยางหลังจบซัมมิตที่่ฮานอยเมื่อ 2 ปีก่อน แทนการนั่งรถไฟจากเวียดนามผ่านจีนไปเกาหลีเหนือ ยังดีที่คิมปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับมือคิม จองอึน ระหว่างพบกันครั้งแรกที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนน 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารคดีของบีบีซีเรื่อง &amp;quot;Trump Takes on the World&amp;quot; เปิดเผยเมื่อสุดสัปดาห์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในเวลานั้น ทำให้แม้แต่นักการทูตผู้ช่ำชองที่สุดก็พากันงุนงง ด้วยการเสนอจะพาคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ไปส่งถึงกรุงเปียงยางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันของสหรัฐ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดระหว่างทั้งคู่ที่เวียดนามเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอจะพาคิมกลับบ้านด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน&amp;quot; แมทธิว พอตทิงเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านเอเชียในสภาความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ กล่าวกับบีบีซี &amp;quot;ประธานาธิบดีรู้ว่า คิมเดินทางมาด้วยการนั่งรถไฟหลายวัน ผ่านจีนเข้าฮานอย และประธานาธิบดีบอกว่า &amp;#39;ผมจะพาคุณกลับบ้านได้ภายในสองชั่วโมงถ้าคุณต้องการ&amp;#39; คิมปฏิเสธ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ถ้าหากคิมตอบรับข้อเสนอของทรัมป์ ก็จะทำให้ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจรวมถึงคณะผู้ติดตามบางคน ได้เข้าไปในเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐ และได้เห็นเครื่องบินลำนี้เข้าน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ ซึ่งจะก่อประเด็นด้านความมั่นคงหลายประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัมมิตครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อปี 2562 คิมนั่งเครื่องบินของแอร์ไชน่าไปยังสิงคโปร์ ระหว่างซัมมิตครั้งนั้น ทรัมป์ชวนคิมยลโฉมภายในรถประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฉายา &amp;quot;เดอะบีสต์&amp;quot; มูลค่า 1.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อแสดงไมตรีจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเปลี่ยนท่าทีมาเป็นมิตรจากที่ทั้งคู่เคยทำสงครามน้ำลายและขู่กันไปมาช่วงแรก และทรัมป์คุยเขื่องถึงความพึงพอใจต่อกันในภายหลัง แต่การพบปะกันหลายครั้งระหว่างทรัมป์กับคิมไม่ได้ก่อผลลัพธ์ที่เป็นชิ้นเป็นอันใดๆ จนกระทั่งทรัมป์พ้นจากตำแหน่งภายหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว คิมกล่าวว่า สหรัฐเป็นศัตรูรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ และว่า นโยบายต่อต้านเกาหลีเหนือของสหรัฐจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าใครจะอยู่ในอำนาจก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93901</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, แอร์ฟอร์ซวัน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033befad89e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039;อวดขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำรุ่นใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อวดขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำชนิดใหม่ 4 ลูกที่สื่อโสมแดงคุยว่าเป็น &amp;quot;อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก&amp;quot; ระหว่างพิธีสวนสนามในกรุงเปียงยาง นักวิเคราะห์ชี้เป็นการแสดงแสนยานุภาพก่อนหน้าที่โจ ไบเดน จะสาบานตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในอีกไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำรุ่นใหม่ที่เกาหลีเหนือนำออกแสดงในพิธีสวนสนามเมื่อค่ำวันพฤหัสบดี (Credit : Korean Central News Agency)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิธีสวนสนามเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาจัดขึ้นภายหลังเกาหลีเหนือปิดฉากการประชุมใหญ่พรรคแรงงานที่จัดทุกรอบ 5 ปี ซึ่งคิม จองอึน กล่าวถึงสหรัฐอเมริกาว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมสวมเสื้อหนังสีดำและหมวกขนสัตว์ยืนชมการสวนสนามของทหาร, อาวุธปืนใหญ่และรถถัง รวมถึงจรวด ที่เคลื่อนขบวนผ่านจัตุรัสคิมอิลซุงท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น โดยทหารและประชาชนนับหมื่นๆ คนที่ร่วมพิธีไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย บนท้องฟ้า เครื่องบินหลายลำแปรขบวนเป็นสัญลักษณ์ของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยางรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก ขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ (เอสแอลบีเอ็ม) เข้าสู่จัตุรัสแห่งนี้ลำแล้วลำเล่า แสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของกองทัพแห่งการปฏิวัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัก วอนกอน จากมหาวิทยาลัยฮันดงโลกในกรุงโซล กล่าวถึงเอสแอลบีเอ็มเหล่านี้ว่าเป็น &amp;quot;อาวุธนิวเคลียร์ขั้นสูงสุดของเกาหลีเหนือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือเคยแสดงเอสแอลบีเอ็มขนาดเล็กกว่านี้มาแล้ว และเคยเผยแพร่ภาพการทดสอบยิง แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นการยิงจากเรือดำน้ำหรือแท่นปล่อยใต้น้ำ ส่วนเอสแอลบีเอ็มลูกใหม่ 4 ลูกที่นำออกแสดงในขบวนพาเหรดครั้งนี้ก็ไม่ชัดเจนอีกเช่นกันว่าเป็นของจำลองหรือของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หากเอสแอลบีเอ็มนี้ใช้งานได้จริงและติดตั้งในเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือกำลังวางแผนก่อสร้าง ก็จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมทางยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งทำให้เกาหลีเหนือสามารถโจมตีเป้าหมายแบบไม่ทันตั้งตัวจากสถานที่ที่อยู่ใกล้กับสหรัฐได้ หรือสามารถโจมตีถึงแม้ว่าฐานทัพบนบกจะโดนทำลายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า เกาหลีเหนือกำลังใช้การประชุมใหญ่พรรคและการสวนสนามส่งสารแสดงความแข็งแกร่งที่ผ่านการไตร่ตรอง ถึงรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐเพื่อพยายามบีบให้สหรัฐยอมโอนอ่อนตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสวนสนามครั้งนี้เกาหลีเหนือไม่ได้นำขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) มาแสดงด้วย ต่างจากพิธีสวนสนามเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่คราวนั้นเกาหลีเหนือนำไอซีบีเอ็มรุ่นใหม่ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้รถบรรทุก 11 เพลาขนส่ง ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าเป็นมิสไซล์เชื้อเพลิงเหลวที่เคลื่อนย้ายทางบกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ, คิม จองอึน, พิธีสวนสนาม, เกาหลีเหนือ, เอสแอลบีเอ็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60016dcb7b579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
