<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องสาวคิม จองอึน กร้าวใส่สหรัฐล่วงหน้ารมต.เยือนเกาหลีใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวเตือนสหรัฐอย่าได้ก่อเรื่องที่จะทำให้นอนไม่หลับไปอีก 4 ปี ขณะรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐคุยกับญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารและออกแถลงการณ์ร่วมปรามจีนถึงพฤติกรรมบีบบังคับและบั่นทอนเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คิม จองอึน และคิม โยจอง น้องสาว ขณะร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 (Photo by Korea Summit Press Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของน้องสาวคิมซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้แก่พี่ชาย มีออกมาก่อนหน้าที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางมาเยือนเกาหลีใต้ในวันพุธ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเยือนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของรัฐมนตรีทั้งสองในรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มีเป้าหมายรวบรวมพันธมิตรทางทหารเพื่อเป็นปราการต่อต้านจีนและประสานแนวร่วมต่อต้านเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้เริ่มการซ้อมรบร่วมประจำฤดูใบไม้ผลิเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจำกัดไว้แค่การจำลองทางคอมพิวเตอร์เนื่องจากภาวะโรคระบาด หนังสือพิมพ์โรดองซินมุนของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของคิม โยจอง วิจารณ์การซ้อมรบดังกล่าวว่า &amp;quot;คำแนะนำต่อคณะบริหารชุดใหม่ของสหรัฐที่กำลังดิ้นรนแพร่กระจายกลิ่นดินปืนบนแผ่นดินของเราจากอีกฝั่งมหาสมุทร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากสหรัฐต้องการหลับสนิทในช่วง 4 ปีข้างหน้า ก็เป็นการดีกว่าที่สหรัฐจะไม่สร้างปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นที่จะทำให้นอนไม่หลับ&amp;quot; คำแถลงของคิม โยจอง ซึ่งเป็นการกล่าวถึงรัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดนอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยชื่อของผู้นำสหรัฐโดยตรงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายต่างประเทศแบบแหวกขนบในยุคของทรัมป์เริ่มต้นด้วยการด่าทอและขู่ทำสงครามกับคิม จองอึน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาญาติดีและจัดประชุมสุดยอดกับคิมหลายครั้ง แต่สุดท้ายจบลงด้วยความล้มเหลว ก่อนพิธีสาบานตนของไบเดน คิมกล่าวถึงสหรัฐว่าเป็นศัตรูสำคัญอันดับหนึ่ง ในพิธีสวนสนาม เกาหลีเหนือยังเปิดตัวขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำชนิดใหม่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องสาวของคิมผู้นี้มีบทบาทสำคัญระหว่างที่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีทวีขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งลงท้ายด้วยการที่เกาหลีเหนือระเบิดทำลายสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชิน บอมชุล นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อยุทธศาสตร์แห่งชาติเกาหลี ตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ คล้อยหลังคำประกาศของน้องสาวคิมก็จะมีการดำเนินการติดตามมาจากทางการเปียงยาง เกาหลีเหนือเห็นว่าสหรัฐคงไม่ยอมโอนอ่อนให้ จึงได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้าที่บลิงเคนและออสตินมาเยือนเกาหลีใต้ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการยั่วยุทางทหารจากเกาหลีเหนือระหว่างการเยือนและคล้อยหลังการเยือนของรัฐมนตรีสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสตินและบลิงเคนเดินทางถึงกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ และในวันอังคารทั้งคู่ได้หารือกับรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้เกาหลีเหนือล้มเลิกนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง โดยเตือนว่าคลังแสงนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมของสหรัฐและญี่ปุ่นเตือนจีนด้วยว่า &amp;quot;พฤติกรรมของจีน ซึ่งไม่สอดคล้องกับระเบียบระหว่างประเทศที่มีอยู่ แสดงถึงการท้าทายทางการเมือง, เศรษฐกิจ, การทหารและเทคโนโลยี&amp;quot; และว่ารัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นคัดค้านพฤติกรรมบีบบังคับและทำลายเสถียรภาพที่กระทำต่อชาติอื่นๆ ในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี บลิงเคนปฏิเสธที่จะให้ทัศนะต่อคำกล่าวของคิม โยจอง แต่เขาบอกว่า สหรัฐกำลังพิจารณาว่ามาตรการกดดันเพิ่มเติมต่างๆ จะได้ผลหรือไม่ หรือมีหนทางการทูตที่สมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยที่วอชิงตันว่า รัฐบาลสหรัฐพยายามติดต่อกับเกาหลีเหนือผ่านหลายช่องทางตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงผ่านช่องทางนิวยอร์ก ซึ่งหมายถึงทูตเกาหลีเหนือประจำองค์การสหประชาชาติ แต่ &amp;quot;จนถึงบัดนี้เรายังไม่ได้รับการตอบสนองจากเปียงยาง&amp;quot; จาลินา พอร์เตอร์ รองโฆษกกล่าวกับนักข่าวเมื่อวันจันทร์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96247</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม โยจอง, น้องสาวคิม, ลอยด์ ออสติน, เกาหลีเหนือ, เตือนจีน, เตือนสหรัฐ, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60507fb187564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039;เบรกแผนปฏิบัติการทางทหารกับเกาหลีใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปรับตัวไม่ทัน รายงานสื่อเกาหลีเหนือเมื่อวันพุธเผย &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; สั่งระงับแผนปฏิบัติการทางทหารกับเกาหลีใต้ ส่อท่าทีผ่อนคลายความตึงเครียด ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนเพิ่งระเบิดทำลายสำนักงานประสานงานร่วมและขู่ตั้งป้อมค่ายในเขตปลอดทหารอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คิม จองอึน (ซ้าย) และคิม โยจอง ร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างสองเกาหลี ที่หมู่บ้านปันมุนจอม วันที่ 21 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2563 อ้างรายงานข่าวในวันเดียวกันของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ซึ่งเป็นสื่อของทางการเปียงยาง ว่าคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง เป็นประธานการประชุมเบื้องต้นของคณะกรรมการการทหารส่วนกลาง (ซีเอ็มซี) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันอังคาร โดยสมาชิกซีเอ็มซีได้ประเมินสถานการณ์โดยรวมทั้งหมดก่อนจะตัดสินใจระงับแผนปฏิบัติการทางทหารกับเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเคซีเอ็นเอไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่บอกว่าคณะกรรมการยังได้หารือเอกสารที่กำหนดเค้าโครงมาตรการสนับสนุนการยับยั้งสงครามของประเทศเพิ่มเติมยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ เกาหลีเหนือกล่าวประณามเกาหลีใต้อย่างเผ็ดร้อนเรื่องใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านเกาหลีเหนือ ที่กลุ่มชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ในเกาหลีใต้ส่งข้ามแดนไปยังฝ่ายเหนือ ด้วยการติดไปกับบอลลูนหรือใส่ขวดลอยน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว เกาหลีเหนือระเบิดทำลายอาคารสำนักงานประสานงานร่วมสองเกาหลี ที่ตั้งอยู่ในเมืองแคซองของเกาหลีเหนือ ต่อมากองทัพเกาหลีเหนือยังขู่จะใช้มาตรการทางทหารอีกหลายอย่าง อาทิ การส่งกำลังทหารกลับเข้าไปในพื้นที่ที่เคยถอนตัวออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือระหว่างสองเกาหลี, การรื้อฟื้นป้อมค่ายภายในเขตปลอดทหารที่คั่นแบ่งชายแดนระหว่างสองประเทศ และจัดการฝึกซ้อมทางทหารเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองวันก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าเกาหลีเหนือเริ่มติดตั้งเครื่องขยายเสียงตามจุดต่างๆ ตลอดแนวชายแดนใกล้เขตปลอดทหาร เพื่อเผยแพร่การโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านเกาหลีใต้ แต่รายงานของสำนักข่าวยอนฮับจากเกาหลีใต้อ้างแหล่งข่าวทางทหารไม่เปิดเผยนามว่า เกาหลีเหนือเริ่มรื้อถอนเครื่องขยายเสียงเหล่านี้แล้วราว 10 เครื่องจากประมาณ 20 เครื่องที่เพิ่งติดตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแสดงท่าทีประนีประนอมของเกาหลีเหนือเป็นเรื่องไม่ปกติ และเกิดหลังจากนักวิเคราะห์หลายรายกล่าวว่าเกาหลีเหนือต้องการสร้างวิกฤติบนคาบสมุทรเกาหลีเพื่อหาทางกดดันให้เกาหลีใต้ยอมทำตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ที่ดูแลความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี กล่าวว่า กระทรวงกำลังพิจารณาทบทวนรายงานข่าวของเคซีเอ็นเออย่างใกล้ชิดและระมัดระวัง ยิ่งกว่านั้น กระทรวงยังยืนยันรายงานข่าวที่ว่า เว็บไซต์โฆษณาชวนเชื่ออย่างเป็นทางการของเกาหลีเหนือได้ลบบทความหลายชิ้นที่วิจารณ์เกาหลีใต้ออกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีใต้วิจารณ์เกาหลีเหนืออย่างขึงขังผิดปกติ เรื่องการทำลายอาคารสำนักงานประสานงานร่วมและเรื่องที่คิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ประณามประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้อย่างรุนแรง โดยบอกว่าเกาหลีใต้จะไม่ยอมอดกลั้นกับการกระทำและคำพูดที่ไร้เหตุผลของเกาหลีเหนืออีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนนี้ คิม โยจอง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของพี่ชายและอาจเป็นผู้สืบทอดอำนาจ เป็นผู้ออกหน้าในการแสดงจุดยืนก้าวร้าวต่อเกาหลีใต้ด้วยความไม่พอใจต่อการส่งใบปลิวข้ามแดน ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายต่อต้านเกาหลีเหนือกระทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเธอกล่าวไว้ไม่กี่วันก่อนหน้าการทำลายอาคารว่า สำนักงานแห่งนี้จะพังถล่มราบในไม่ช้า และยังกล่าวถึงมุนว่าวิกลจริตและน่าสะอิดสะเอียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลีฟ-เอริก อีสลีย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยอีฮวา ให้ทัศนะต่อเอเอฟพีว่า การที่มีคนอื่นออกมาพูดแทนพวกผู้นำในเปียงยางทำให้คิม จองอึน มีทางเลือกปรับเปลี่ยนท่าทีได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69633</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, คิม โยจอง, ปฏิบัติการทางทหาร, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef356f3ab037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีเหนือระเบิดทำลายสนง.ประสานงานร่วมเกาหลีใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกาหลีเหนือระเบิดทำลายอาคารสำนักงานประสานงานเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ในเมืองแคซองใกล้ชายแดนฝ่ายเกาหลีใต้เมื่อวันอังคาร หลังน้องสาวคิม จองอึน ขู่เมื่อสุดสัปดาห์ด้วยความไม่พอใจที่นักเคลื่อนไหวปล่อยบอลลูนบรรจุใบปลิวประณามคิมข้ามแดนมาฝ่ายเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ร่วมพิธีเปิดสำนักงานประสานงานร่วมที่เมืองแคซอง เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ส่งข้อความสั้นยืนยันเมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายนว่า เกาหลีเหนือระเบิดทำลายสำนักงานประสานงานที่แคซองเมื่อเวลา 14.49 น.ของวันเดียวกัน ขณะที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า สำนักงานประสานงานแห่งนี้ ซึ่งถูกปิดเมื่อเดือนมกราคมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดนระเบิดทำลายอย่างน่าเศร้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัฐบาลเกาหลีใต้มีออกมาไม่กี่นาทีภายหลังมีรายงานของสื่อเกาหลีใต้ว่า ได้ยินเสียงระเบิดและเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นจากนิคมอุตสาหกรรมร่วมในเมืองแคซอง ซึ่งสำนักงานประสานงานตั้งอยู่ สำนักงานแห่งนี้ทำหน้าที่เหมือนสถานทูตของทั้งสองฝ่าย เพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อปี 2561 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลายโครงการเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีตึงเครียดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ โดยเกาหลีเหนือประกาศตัดการสื่อสารอย่างเป็นทางการทุกช่องทางกับเกาหลีใต้ ตอบโต้การส่งใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อข้ามชายแดนโดยพวกนักเคลื่อนไหวและชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ ซึ่งที่ผ่านมาก็กระทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเกาหลีเหนือไม่พอใจ กระทรวงรวมชาติก็แจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มแปรพักตร์ 2 กลุ่ม พร้อมกับเตือนว่าจะปราบปรามนักเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คิม โยจอง น้องสาวที่ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง มีคำสั่งให้กระทรวงที่รับผิดชอบด้านกิจการระหว่างสองเกาหลีดำเนินการอย่างเด็ดขาด &amp;quot;อีกไม่นาน จะได้เห็นภาพเหตุการณ์น่าสลด ที่สำนักงานประสานงานร่วมเหนือ-ใต้ที่ไร้ประโยชน์พังทลายอย่างราบคาบ&amp;quot; สื่อของเกาหลีเหนือรายงานคำกล่าวของคิม โยจอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า เกาหลีเหนืออาจกำลังพยายามสร้างให้เกิดวิกฤติเพื่อกดดันเกาหลีใต้ในช่วงยามที่การเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอง ซองชาง ผู้อำนวยการศูนย์เกาหลีเหนือศึกษาของสถาบันเซจอง กล่าวว่า เกาหลีเหนือผิดหวังที่เกาหลีใต้ไม่ได้เสนอแผนทางเลือกเพื่อรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ หรือแม้แต่สร้างบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการรื้อฟื้นการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กองทัพเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีกำลังแย่ลง และเกาหลีเหนือกำลังศึกษา &amp;quot;แผนปฏิบัติการ&amp;quot; เพื่อเปลี่ยนแนวหน้าให้เป็นป้อมปราการ ซึ่งรวมถึงการกลับเข้าไปภายในพื้นที่ที่เปลี่ยนเป็นเขตปลอดทหารภายใต้ข้อตกลงระหว่างสองประเทศเมื่อปี 2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68891</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม โยจอง, ระเบิดทิ้ง, สำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลี, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8c33a1bfe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โสมแดงจี้เพิ่มมาตรการสู้ไวรัส &#039;คิม&#039;วางใจนั่งประชุมไม่สวมมาสก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ที่ประชุมพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่ลุกลามไปทั่วโลก เผย &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; นั่งประธานการประชุมไม่สวมหน้ากาก แต่ข่าวไม่ระบุว่าเกาหลีเหนือมีคนติดเชื้อแล้วหรือยัง ที่ประชุมยังตั้งน้องสาวคิมกลับมารับตำแหน่งสำคัญด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 อ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยางในวันเดียวกันว่า ที่ประชุมกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้หารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการจัดการโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 1.7 ล้านคนทั่วโลก คร่าชีวิตคนอย่างน้อย 108,000 ราย และกลายเป็น &amp;quot;ภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่คุกคามมวลมนุษยชาติโดยไม่มีพรมแดนและทวีป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพแวดล้อมเช่นนี้สามารถกลายเป็นเงื่อนไขที่สร้างอุปสรรคต่อการดิ้นรนต่อสู้และความก้าวหน้าของเรา&amp;quot; เคซีเอ็นเอกล่าว และว่า ทางการเกาหลีเหนือยังคงรักษาสถานการณ์ต่อต้านการระบาดที่มั่นคงมากอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีเหนือรีบปิดพรมแดนทันทีและออกมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดภายหลังจีนพบการแพร่ระบาดเมื่อเดือนมกราคม เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีเหนือและสื่อของทางการยืนยันมาโดยตลอดว่าเกาหลีเหนือไม่มีผู้ติดเชื้อแม้แต่รายเดียว แต่เอเอฟพีกล่าวว่า รายงานเมื่อวันอาทิตย์ไม่ได้ย้ำถึงประเด็นนี้ แต่บอกว่า ในที่ประชุม เจ้าหน้าที่หลายคนเรียกร้องให้ตรวจสอบการแทรกซึมของไวรัสอย่างเข้มงวดและละเอียดถี่ถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมติร่วมของที่ประชุมรับรองการใช้มาตรการระดับประเทศที่ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นเพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ในการรับมือกับโรคติดต่อที่กำลังระบาดทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์โรดองซินมุนของทางการเผยแพร่ภาพถ่ายของที่ประชุมนี้ ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดสวมหน้ากากอนามัยเลย รวมถึงคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด โดยทั้งหมดนั่งติดกันรอบโต๊ะกลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า เกาหลีเหนือมีความสุ่มเสี่ยงต่อโรคระบาดครั้งนี้เป็นพิเศษเนื่องจากระบบสาธารณสุขอ่อนแอ ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์หลายคนกล่าวหารัฐบาลเปียงยางด้วยว่ากำลังปกปิดการแพร่ระบาดในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เกาหลีเหนือแยกโรคประชาชนนับหมื่นคนและชาวต่างชาติอีกหลายร้อยคน รวมถึงนักการทูต และดำเนินการฆ่าเชื้อโรค ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติเผยว่า เกาหลีเหนือตรวจเชื้อไวรัสแล้ว 709 รายนับถึงวันที่ 2 เมษายน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 11 ราย และชาวเกาหลีเหนือ 698 ราย และปล่อยตัวผู้ที่ถูกกักกันโรคแล้วมากกว่า 24,800 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวของเคซีเอ็นเอวันเดียวกันกล่าวถึงการปรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานด้วย โดยระบุว่าที่ประชุมแต่งตั้งคิม โยจอง น้องสาวที่ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน กลับเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสมทบของกรมการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า คิม โยจอง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาใกล้ชิดของพี่ชายเธอ ถูกถอดออกจากตำแหน่งนี้เมื่อปีที่แล้ว ภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างคิมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงฮานอยล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม โยจอง เคยทำหน้าที่ผู้แทนของพี่ชายมาร่วมงานโอลิมปิกฤดูหนาวพย็องชัง 2018 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ที่คืบหน้าอย่างรวดเร็ว คิมได้ประชุมสุดยอดทั้งกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ และกับทรัมป์ ซึ่งคิม โยจอง อยู่เคียงข้างพี่ชายในซัมมิตเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้วคิม โยจอง เริ่มสร้างความโดดเด่นทางการเมืองให้ตัวเธอเองด้วยแถลงการณ์วิจารณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ขับเน้นบทบาทหลักของเธอในการเมืองระดับสูงของเกาหลีเหนือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบคุมการแพร่ระบาด, คิม จองอึน, คิม โยจอง, เกาหลีเหนือ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ส่ง จม.ชม &#039;คิม จองอึน&#039; สกัดโควิดได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งจดหมายถึงคิม จองอึน แสดงความประทับใจที่เกาหลีเหนือสามารถปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ พร้อมเสนอให้ความร่วมมือต่อต้านโรคระบาด แต่น้องสาวคิมย้ำสัมพันธไมตรีส่วนตัวระหว่างผู้นำไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเกาหลีใต้เดินผ่านจอโทรทัศน์ภายในสถานีรถไฟกรุงโซลที่แพร่ภาพข่าวเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ เมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า รายงานถ้อยแถลงของคิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ในสื่อของทางการเกาหลีเหนือเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม มีออกมาหนึ่งวันคล้อยหลังเกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้อีก 2 ลูกนอกชายฝั่งตะวันออกเมื่อวันเสาร์ ซึ่งคิมมากำกับดูแลด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือกล่าวว่า คิมได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากทรัมป์ โดยผู้นำสหรัฐกล่าวไว้ในจดหมายว่าเขาประทับใจความพยายามของผู้นำเกาหลีเหนือที่ปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทรัมป์แสดงเจตนาจะให้ความร่วมมือด้านการต่อต้านโรคระบาด โดยบอกว่าเขาประทับใจความพยายามที่ท่านประธานทำเพื่อปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามร้ายแรงของโรคระบาดนี้&amp;quot; เคซีเอ็นเอรายงานถ้อยแถลงของคิม โยจอง น้องสาวที่ทรงอิทธิพลของคิม แต่ไม่ได้ระบุว่าจดหมายฉบับนี้ส่งมาเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งยืนยันว่า ทรัมป์ส่งจดหมายถึงคิม จองอึน จริง โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามติดต่อเกี่ยวพันกับผู้นำประเทศต่างๆ ระหว่างเกิดโรคระบาด และประธานาธิบดียังเฝ้ารอการติดต่อสื่อสารกับประธานคิมอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในถ้อยแถลงนี้ คิม โยจอง กล่าวว่า ถึงแม้จดหมายจะสะท้อนความสัมพันธ์อัน &amp;quot;ดีเลิศ&amp;quot; ระหว่างผู้นำทั้งสอง แต่ความสัมพันธ์ในภาพกว้างระหว่างสองประเทศนั้นแตกต่างออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราพยายามหวังถึงวันเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะดีในแบบเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสอง แต่ก็ต้องรอเวลาและรอดูว่าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่&amp;quot; เคซีเอ็นเออ้างคำกล่าวของคิม โยจอง ที่เตือนด้วยว่า หากสหรัฐยังแสดงเจตนาที่ละโมบและกระทำการฝ่ายเดียว ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐก็จะย่ำแย่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า เกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถของอาวุธอย่างต่อเนื่องนับแต่ซัมมิตระหว่างทรัมป์กับคิมที่ฮานอยพังครืนลงเมื่อกว่า 1 ปีก่อน จากความขัดแย้งประเด็นการผ่อนคลายคว่ำบาตร กับสิ่งที่เกาหลีเหนือยอมสละให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมเคยขีดเส้นตายโดยฝ่ายเดียวให้สหรัฐยอมโอนอ่อนภายในสิ้นปี 2562 ซึ่งไม่ได้ผล และเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม คิมประกาศว่าเกาหลีเหนือไม่ผูกมัดกับการระงับการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราเชล มินยอง ลี นักวิเคราะห์อาวุโสจากเอ็นเค นิวส์ กล่าวว่า ถ้อยแถลงของคิม โยจอง ซึ่งออกมาภายหลังเกาหลีเหนือทดสอบอาวุธ เป็นการเลือกเวลาที่แสดงอย่างชัดเจนถึงเจตนาของเกาหลีเหนือ ที่สำคัญคือ ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างคิมและทรัมป์นั้นยอดเยี่ยม แต่ยังไม่ดีพอ และเกาหลีเหนือจะเดินหน้าพัฒนาอาวุธต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคซีเอ็นเอรายงานว่า คิม จองอึน มาชมการสาธิตยิงอาวุธนำวิถีเชิงยุทธวิธี เพื่อแสดงเอกลักษณ์และพลังของระบบอาวุธชนิดใหม่ที่จะส่งเข้ากองทัพ โดยคิมได้กล่าวถึงระบบอาวุธเชิงยุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์โรดองซินมุนเผยให้เห็นคิมในชุดเสื้อโค้ตหนังสีดำรายล้อมด้วยเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งต่างจากภาพการทดสอบครั้งก่อนที่ทุกคน ยกเว้นคิม สวมหน้ากากอนามัยไว้ด้วย แม้เกาหลีเหนือยืนกรานว่าไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศแม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคซีเอ็นเอกล่าวด้วยว่า สมัชชาประชาชนสูงสุดหรือสภาตรายาง จะประชุมสมาชิกร่วม 700 คนในวันที่ 10 เมษายนนี้ ซึ่งแย้งกับมาตรการของนานาชาติที่ห้ามการรวมตัวของคนจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60585</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, คิม โยจอง, ส่งจดหมาย, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e777f1cd514b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้&#039;คิม&#039;ปลดนิวเคลียร์ ทรัมป์ประกันความมั่นคง ลุ้นซัมมิตประวัติศาสตร์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกเฝ้ารอซัมมิตประวัติศาสตร์ระหว่าง &amp;quot;ทรัมป์-คิม&amp;quot; วันอังคาร รัฐมนตรีต่างประเทศไมค์สหรัฐแย้ม ทรัมป์จะให้การรับประกันความมั่นคงแบบพิเศษต่อคิม แต่เกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิงเท่านั้น อีกด้านทำเนียบขาวเผย ทรัมป์จะเดินทางออกจากสิงคโปร์ทันทีค่ำวันอังคาร โดยจะมีเวลาคุยกับคิมที่สิงคโปร์เพียง 11 ชั่วโมง อ้างการเตรียมการคืบเร็วกว่าที่คาดการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเป็นการพบหน้ากันโดยตรงครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังดำรงตำแหน่ง กับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกล้าคาดคิดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน คณะของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กับคณะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เดินทางมาถึงสิงคโปร์ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2561 เพื่อเตรียมการสำหรับซัมมิตที่เกาะเซนโตซาของสิงคโปร์ ในวันอังคารที่ 12 มิถุนายนนี้ เมื่อวันจันทร์คณะทำงานของทั้ง 2 ฝ่ายได้ประชุมหารือเตรียมการอย่างขะมักเขม้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัมมิตระหว่างผู้นำของ 2 ชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกาหลีเหนือมุ่งหวังมาช้านาน จะเน้นเจรจากันในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือใช้เวลาพัฒนามายาวนานหลายสิบปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะยอมรับการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิงเท่านั้น เพื่อแลกกับข้อเสนอคำรับประกันที่ &amp;quot;พิเศษและแตกต่าง&amp;quot; ซึ่งจะให้ความมั่นใจแก่เกาหลีเหนือเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาสบายใจได้ว่า พวกเขาจะไม่พบจุดจบที่เลวร้ายจากการปลดอาวุธนิวเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่รายงานกล่าวว่า ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือเรียกร้องให้ยุติการคงกำลังทางทหารในเกาหลีใต้ ซึ่งสหรัฐมีทหารประมาณ 28,000 นายประจำการเพื่อคุ้มครองเกาหลีใต้ไม่ให้โดนเพื่อนบ้านตอนเหนือของคาบสมุทรรุกราน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีเหนือต้องการให้สหรัฐยุติ &amp;quot;นโยบายปรปักษ์&amp;quot; กับตน แม้การให้คำมั่นต่อสาธารณะพวกเขาจะให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าผลักดันให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นคำกล่าวที่สามารถตีความได้หลากหลาย แต่ในคำแถลงเมื่อวันจันทร์ ปอมเปโอย้ำว่า สหรัฐอยากจะดูว่าคำมั่นสัญญาของเกาหลีเหนือนั้นมี &amp;quot;ความจริงใจ&amp;quot; เพราะว่าสหรัฐเคยโดนหลอกมาก่อน หัวใจสำคัญคือการตรวจพิสูจน์ความจริง เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีการลงนามข้อตกลงหลายฉบับ แต่ลงท้ายเกาหลีเหนือก็ผิดคำสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ได้โทรศัพท์สนทนากับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้แล้วตั้งแต่วันจันทร์ โดยทั้งคู่คุยกันนาน 40 นาที รัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวกันว่า ทรัมป์กับคิมจะพบกันตัวต่อตัวเป็นการภายในก่อน จากนั้นจะประชุมโดยมีที่ปรึกษาเข้าร่วมด้วย เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวรายหนึ่งเผยว่าทรัมป์รู้สึกดี และซัมมิตครั้งนี้จะไม่กำหนดเวลา &amp;quot;พวกเขาจะคุยกันนานเท่าที่พวกเขาต้องการ&amp;quot; ขณะที่ปอมเปโอแย้มว่า ทั้ง 2 ฝ่ายอาจจะหารือกันเพิ่มเติมอีก และการประชุมในวันอังคารจะเป็นกรอบการทำงานสำหรับงานหนักที่จะตามมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในช่วงค่ำวันจันทร์ตามเวลาไทย ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่าทรัมป์จะเดินทางออกจากสิงคโปร์ทันทีในวันอังคาร เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสิงคโปร์ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดกับคิม เหตุผลเนื่องจากการเจรจาเตรียมการระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝ่ายที่กำลังดำเนินอยู่ในวันจันทร์นั้นคืบหน้าเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะทำให้ทรัมป์เดินทางกลับสหรัฐเร็วกว่ากำหนด 1 วัน และหมายความว่าผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย จะมีเวลาสำหรับการเจรจากันโดยตรงประมาณ 11 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ จะพบกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เช้าวันที่ 12 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.&amp;quot; คำแถลงกล่าว และเสริมว่า หลังจากทักทายกันแล้ว ทรัมป์และคิมจะพบเจรจากันตัวต่อตัวโดยมีเพียงล่ามเท่านั้น จากนั้นจะเป็นการประชุมทวิภาคีในวงกว้างขึ้น และการสนทนาระหว่างอาหารเที่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางฝั่งเกาหลีเหนือ สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยางรายงานเมื่อวันจันทร์ โดยกล่าวถึงซัมมิตนี้ว่าเป็นซัมมิต &amp;quot;ประวัติศาสตร์&amp;quot; ที่จะเกิดขึ้นในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และได้รับความสนใจและการคาดหวังอย่างยิ่งจากคนทั้งโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคซีเอ็นเอกล่าวว่า คิมจะแลกเปลี่ยนทัศนะมุมมองอันล้ำลึกและกว้างไกลของเขาในประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงการสร้างกลไกรักษาสันติภาพที่ถาวรและยั่งยืนนานบนคาบสมุทรเกาหลี และทำให้การปลดนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีกลายเป็นความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวด้วยว่า รายงานของสื่อทางการเกาหลีเหนือเมื่อวันจันทร์ใช้คำเรียกขานประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐอย่างเป็นทางการด้วยชื่อเต็ม อันรวมถึงชื่อกลางของทรัมป์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า คิม โยจอง น้องสาวของคิม ซึ่งเคยติดตามเขามาร่วมการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์กับประธานาธิบดีมุนแห่งเกาหลีใต้ด้วย ก็อยู่ในสิงคโปร์แล้วเช่นกัน โดยเชื่อกันว่าเธอแยกเดินทางมาด้วยเครื่องบินอิลยูชิน-62 ที่ผลิตสมัยสหภาพโซเวียต และเป็นเครื่องบินส่วนตัวของพี่ชาย ในขณะที่คิมนั้นเดินทางมาสิงคโปร์ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบินแอร์ไชน่า ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ได้รับการอนุเคราะห์จากรัฐบาลจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11165</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาบสมุทรเกาหลี, คิม, คิม โยจอง, ทรัมป์, ประวัติศาสตร์, สิงคโปร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาวุธนิวเคลียร์, เกาหลีเหนือ, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8be8bb185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039; ทำเซอร์ไพรส์ ควงภริยาชมคอนเสิร์ตเคป๊อป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการควงรี ซอลจู ภริยา มาชมการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินจากเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงเกิร์ลกรุ๊ปเคป๊อปชื่อดัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;คิม จองอึน (กลาง) และรี ซอลจู (ซ้าย) ภริยาของเขา นั่งชมคอนเสิร์ตเมื่อคืนวันอาทิตย์ ภาพ KCNA ผ่าน KNS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2561 กล่าวว่า การมาปรากฏตัวร่วมชมคอนเสิร์ตของคิม พร้อมกับภริยาที่เป็นอดีตนักร้อง ทำให้เขาเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกที่ร่วมชมการแสดงของศิลปินวงการบันเทิงจากเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยางกล่าวว่า คิมได้จับมือกับศิลปินเกาหลีใต้และแสดงความขอบคุณ และยังกล่าวด้วยว่า เขารู้สึกประทับใจอย่างมากที่ได้เห็นประชาชนชาวเกาหลีเหนือยกย่องการแสดงครั้งนี้ และได้เข้าใจศิลปะที่เป็นที่นิยมของฝั่งเกาหลีใต้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาเยือนของศิลปินเกาหลีใต้ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการหว่านเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ ที่เกิดขึ้นภายหลังการเชื่อมสัมพันธไมตรีทางการทูตก่อนหน้าซัมมิตระหว่างคิมกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ วันที่ 27 เมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;
คิม จองอึน (ขวา) สนทนากับศิลปินจากเกาหลีใต้หลังจบคอนเสิร์ต ภาพ KCNA VIA KNS / AFP&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอนเสิร์ตซึ่งจัดขึ้นภายในโรงละครเปียงยางตะวันออก ความจุ 1,500 ที่นั่ง เมื่อคืนวันอาทิตย์นั้น ประกอบด้วยการแสดง 11 ชุด ซึ่งรวมถึงของวงเรดเวลเว็ต เกิร์ลกรุ๊ปเคป๊อปชื่อดังที่มีสมาชิก 5 คน พวกเธอแสดงเพลงฮิต 2 เพลง คือ &amp;quot;Bad Boy&amp;quot; และ &amp;quot;Red Flavour&amp;quot; โดยเยริ สมาชิกคนหนึ่งกล่าวว่า ผู้ชมชาวเกาหลีเหนือปรบมือให้การแสดงของพวกเธอเสียงดังกว่าที่คาดไว้ และยังร้องคลอไปด้วย พวกเธอจึงโล่งอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่คิม และภริยาของเขา ก็ปรบมือระหว่างการแสดงนาน 2 ชั่วโมง คิม โยจอง น้องสาวของเขาที่เดินทางไปร่วมพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ ก็มาร่วมชมด้วย เช่นเดียวกับคิม ยองนัม ประมุขเชิงพิธีการของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงคอนเสิร์ตเมื่อวันอาทิตย์ปิดท้ายด้วยการสแตนดิงโอเวชัน ภายหลังศิลปินทั้งหมดขึ้นมาร้องเพลงเกี่ยวกับการรวมชาติพร้อมกันบนเวที คอนเสิร์ตจะจัดขึ้นอีกรอบในวันอังคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6311</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนเสิร์ต, คิม จองอึน, คิม โยจอง, รี ซอลจู, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, เคป๊อป, เรดเวลเว็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac24073bf6e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
