<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯผุดไอเดียคิวอาร์โค้ดติดเสื้อวินให้ตรวจสอบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯผุดไอเดียเล็งทำคิวอาร์โค้ดติดเสื้อวินมอเตอร์ไซต์ หวังให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบความถูกต้อง ทั้งคนขับและผู้ได้รับใบอนุญาตต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.62 - นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อสงสัยในเรื่องของบริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วิน) ในเส้นทางตรอกซอกซอยหรือพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างมากขึ้น ทำให้ยากต่อการควบคุมและการจัดระเบียบ ขณะที่ประชาชนมีความต้องการระบบขนส่งสาธารณะที่มีความปลอดภัย แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพในการลงไปสำรวจหรือจัดระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ เข้าไปทดแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่จะมีการจัดระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น ๆ เช่น รถโดยสาร มินิบัส สองแถวเข้าไปในระบบ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปัญหาการจราจรติดขัดเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเกิดขึ้น ส่วนการจะจัดระบบรถขนส่งสาธารณะเพิ่มต้องดูให้เหมาะสม เพราะอาจจะยิ่งส่งผลกระทบทำให้ปัญหาการจราจรติดขัดเพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo;นางจันทิรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมฯ มีแนวคิดที่จะทำระบบให้ประชาชนเข้ามาเป็นส่วนร่วมตรวจสอบผู้ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เนื่องจากปัจจุบันกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีวินมอเตอร์ไซค์มากกว่า 5,500 วิน มีผู้ขับรถประกอบอาชีพเกือบ 200,000 คน กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาจมีไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ มีแนวคิดจะริเริ่มโครงการนำระบบไอทีมาช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ โดยทำระบบคิวอาร์โค้ดติด กับเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสแกนตรวจสอบและทราบข้อมูล เพื่อให้ผู้ขับรถจริงกับหมายเลขเสื้อที่รับอนุญาตตรงตามที่ภาครัฐจัดระเบียบควบคุมจำนวนผู้ขับรถแต่ละวินนำมาขึ้นทะเบียนไปแล้วนั้น หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกันผู้ใช้บริการสามารถร้องเรียนมาที่หมายเลขสายด่วน 1584 ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ตรวจการกรมการขนส่งทางบกเข้าไปตรวจสอบได้ โดยระบบคิวอาร์โค้ดนี้อาจมีความเป็นไปได้ที่จะขยายผลไปใช้ในระบบรถแท็กซี่สาธารณะติดตั้งภายในรถด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, คิวอาร์โค้ด, มินิบัส, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถโดยสาร, เสื้อวินมอเตอร์ไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b5740d1ae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟฯขานรับเข้าสู่ยุค4.0ใช้คิวอาร์โค้ดจ่ายค่าโดยสารแทนเงินสด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.จับมือ กสิกรไทย ขานรับนโยบายสังคมไร้เงินสดหวังยกระดับสถานีรถไฟทั่วประเทศ ใช้คิวอาร์โค้ดจ่ายเงินแทนตอบรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.61-นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยการเปิดตัวการรับชำระเงินค่าตั๋วรถไฟด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) ผ่านทางเครื่องรับบัตรอัตโนมัติ ร่วมสร้าง &amp;ldquo;สังคมรถไฟยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด&amp;rdquo; เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ใช้บริการในยุค 4.0โดยในช่วงที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย ดำเนินการติดตั้งเครื่องรับบัตรอัตโนมัติ เพื่อรองรับการชำระค่าตั๋วโดยสารด้วยบัตรวีซ่า และมาสเตอร์การ์ด สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมรถไฟยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด กับการรับชำระค่าตั๋วรถไฟด้วยคิวอาร์โค้ด โดยสแกนผ่าน Mobile Banking บนสมาร์ทโฟนทุกธนาคาร &amp;nbsp;พร้อมใช้งานใน 56 สถานีหลักจำนวน 140 เครื่อง เช่น สถานีกรุงเทพ เชียงใหม่ อุบลราชธานี หนองคาย ชุมทางหาดใหญ่ ชุมพร เป็นต้น โดยสถานีกรุงเทพมีการติดตั้งมากที่สุด จำนวน 14 เครื่อง ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีการทยอยติดตั้งเครื่องรับบัตรอัตโนมัติเพิ่มเติม เพื่อรองรับการใช้บริการของประชาชนที่มาใช้บริการให้ครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งการชำระช่องทางดังกล่าวไม่ได้เป็นการเพิ่มยอดขายการขายตั๋วรถไฟฯแต่เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้ประชาชนสามารถจ่ายเงินผ่านแอฟของธนาคารกสิกรโดยไม่ต้องพกเงินสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าปัจจุบัน จำนวนผู้โดยสารรถไฟทั่วประเทศทั้งชาวไทยและต่างชาติมีประมาณ 2.4 ล้านคนต่อเดือน &amp;nbsp;หรือราว 80,000 คนต่อวัน ส่งผลให้ปีที่แล้วการรถไฟฯมีรายได้ ค่าเดินรถ 4,000ล้าน การขนส่งสินค้า 2,000 ล้าน รวม6,000ล้านบาท &amp;nbsp;อีกทั้งในอนาคตจะมีการก่อสร้างระบบขนส่งทางรางที่จะแล้วเสร็จในอนาคต ทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นรถไฟที่มีความทันสมัยมากขึ้น ส่วนในปัจจุบันนั้นการชำระเงินค่าตั๋วโดยสาร ผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังคงนิยมชำระค่าตั๋วรถไฟด้วยเงินสดกว่า92%มีเพียง 6 % เท่านั้นที่ชำระด้วยบัตรเครดิต ดังนั้น รูปแบบของรถไฟที่ทันสมัยและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มคุ้นชินกับการชำระเงินด้วย QR Code จึงมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะเป็นบริการที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสิกรไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย, คิวอาร์โค้ด, รฟท., สถานีรถไฟ, สังคมไร้เงินสด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3de305bd147.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผงะ! กยศ. เปิดตัวเลขนักเรียนเบี้ยวหนี้ 6.8 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผงะ! กยศ. เปิดตัวเลขนักเรียน นิสิต นักศึกษาเบี้ยวจ่ายหนี้ 2 ล้านกว่าราย คิดเป็นมูลหนี้ 6.8 หมื่นล้านบาท แจงปี 2561 จ่อฟ้องดำเนินคดี 1.2 แสนราย มูลหนี้ 1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมกดปุ่ม ก.ค. นี้ลุยหักบัญชีเงินเดือนข้าราชการล้างหนี้ ปลายปีนี้ลูกหนี้บริษัทเอกชนคิวถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย. 61- นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กองทุนได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ในการเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้กู้ยืม กยศ. และ กรอ. ด้วยระบบคิวอาร์โค้ด โดยสามารถชำระได้ 2 รูปแบบ คือ แบบ Static QR โดยการสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านบริการ KTB netbank และเลือกประเภทกองทุนที่ต้องการชำระหนี้คืน หรือแบบ Dynamic QR เป็นการสแกนคิวอาร์โค้ด ผ่าน www.studentloan.ktb.co.th หรือ www.studentloan .or.th ด้วยโมบายแบงก์กิ้งแอพลิเคชั่นทุกธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในปีนี้มีผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระประมาณ 3.5 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้ 4 แสนล้านบาท โดยในปีนี้ กยศ. เตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระประมาณ 1.2 แสนราย มูลหนี้ 1.2 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยรายละ 1 แสนบาท จากยอดการฟ้องร้องทั้งหมดในรอบ 10 ปีที่ประมาณ 1.2 ล้านคดี มูลหนี้ 4.8 หมื่นล้านบาทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบัน กยศ. ปล่อยกู้ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาแล้ว 5.4 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 5.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ มีการชำระและปิดบัญชีไปแล้ว 8 แสนราย มีสถานะตาย หรือพิการ 5 หมื่นราย ทำให้ยังเหลือผู้กู้ในระบบทั้งสิ้น 4 ล้านคน&amp;nbsp;ในส่วนนี้เป็นลูกหนี้สถานะปกติประมาณ 1 ล้านกว่าราย และมีสถานะผิดนัดชำระ 2 ล้านกว่าราย คิดเป็นมูลหนี้ 6.8 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo; นายชัยณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชัยณรงค์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ กยศ. ตั้งเป้าหมายปล่อยกู้ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประมาณ 7 แสนราย เป็นเงิน 3 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันกองทุนมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอที่จะรองรับการดำเนินการในแต่ละปี แต่ก็อยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้กู้ยืมรุ่นพี่รีบมาชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 ก.ค. ของทุกปี หากล่าช้าเกินกำหนดอาจต้องเสียเบี้ยปรับจำนวนมากได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ในเดือน ก.ค. 2561 จะเริ่มดำเนินแนวทางการหักเงินเดือนข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างชั่วคราวที่เป็นลูกหนี้ กยศ. นำร่องกับข้าราชการกรมบัญชีกลางก่อน หลังจากนั้นจะดำเนินการหักเงินเดือนกับข้าราชการกระทรวงการคลัง และส่วนราชการทั้งหมดต่อไป โดยปัจจุบันมีข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. ทั้งสิ้น 1.7 แสนราย มูลหนี้ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้ มีสถานะชำระปกติ 9 หมื่นกว่าราย และผิดนัดชำระอีก 7 หมื่นกว่าราย โดยลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระติดกัน 5 งวด จะถูกดำเนินคดีฟ้องร้อง ส่วนการหักเงินเดือนลูกหนี้กับบริษัทเอกชนนั้น จะเริ่มดำเนินการได้ในปลายปี 2561 โดยจะนำร่องกับบริษัทขนาดใหญ่ก่อน อาทิ ซีพี, กรุงไทย และรัฐวิสาหกิจ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ และเพื่อสนับสนุนนโยบายการทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามโครงการ National e-Payment โดยสามารถชำระผ่านโมบาย แบงก์กิ้งแอพลิเคชั่นของทุกธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. นี้เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 07.30-20.30 น. โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10798</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, คิวอาร์โค้ด, ธนาคารกรุงไทย, นักศึกษา, นักเรียน, นิสิต, เบี้ยวหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b177de88f249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 23:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กดปุ่ม 27 มี.ค. ทุกหน่วยงานราชการรับ-จ่ายและนำส่งเงินเข้าคลังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; ร่อนหนังสือจี้ทุกหน่วยงานราชการเตรียมความพร้อมในการรับ-จ่าย และนำส่งเงินเข้าคลังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ 27 มี.ค. นี้เป็นต้นไป รับนโยบาย&amp;nbsp;e-Payment&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชต อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยกรมบัญชีกลาง ได้ทำหนังสือถึงผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานราชการทุกแห่งให้เตรียมความพร้อมเพื่อรับจ่ายเงินและนำส่งคลังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ทันในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มี.ค. นี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเตรียมพร้อมและซักซ้อมการรับจ่ายเงินผ่านเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกซ์ (อีดีซี) และ คิวอาร์โค้ด ผ่านธนาคารกรุงไทยมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้การเริมรับจ่ายเงินและนำส่งคลังให้เป็นไปอย่างไม่มีปัญหา และได้ตามวันเวลาที่กำหนดไว้ จึงให้หน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมให้แบ่งเป็น กรณีหน่วยงานได้มีการสมัครการใช้ระบบการเงินออนไลน์&amp;nbsp;KTB Online&amp;nbsp;และมีสถานะการใช้งานได้แล้ว ให้สามารถรับจ่ายเงิน และนำเงินส่งคลังได้ก่อนในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2561ส้สรกรณีหน่วยงาน ติดตั้งเครื่องอีดีซี และ คิวอาร์โค้ด จากธนาคารกรุงไทยเรียบร้อยแล้ว และที่ผ่านมาได้ซักซ้อมการดำเนินภายในจนไม่มีปัญหาแล้ว ก็ให้สามารถรับจ่ายเงินและนำเงินส่งคลังได้ก่อนวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ที่กำหนดไว้ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรับจ่ายเงินเป็นส่วนหนึ่งของโครงการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (e-Payment) ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่ออำนายความสะดวกรวดเร็วในการชำระเงิน และลดการรั่วไหลและการทุจริตได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความคืบหน้าในการติดตั้งเครื่องอีดีซีล่าสุดติดตั้งได้แล้วประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสนจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดเป็นจำนวน&amp;nbsp;4.8&amp;nbsp;แสนเครื่อง ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยสาเหตุมาจากการติดตั้งเครื่องอีดีซีในหน่วยงานรัฐทำได้ล่าช้าจากเดิมจะติดตั้งครบเดือนต.ค.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;แสนเครื่อง แต่เลื่อนมาถึงเดือนมี.ค.นี้เพราะติดปัญหาทางเทคนิค โดยกระทรวงการคลังตั้งเป้าติดเครื่องอีดีซีให้ได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้ลงนามความร่วมมือให้บริการใช้เครื่องอีดีซีในการรับชำระภาษีอาการธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย โดยจะมีการนำเครื่องรับชำระเงิน หรืออีดีซีของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธนาคารรวมเกือบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พันเครื่อง ไปติดที่สำนักงานสรรพากรทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;1พันแห่ง เพื่อรองรับการชำระภาษีอากรทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มี.ค.นี้ ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5373</URL_LINK>
                <HASHTAG>e-Payment, กรุงไทย, คลัง, คิวอาร์โค้ด, ธนาคารกรุงไทย, บัญชีกลาง, รัฐบาลดิจิทัล, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, หน่วยราชการ, เครื่องอีดีซี, เบิกจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
