<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุลานี้‘บิ๊กตู่’เดินสาย ‘เอเชีย-ยุโรป’รุมจีบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เปิดไทม์ไลน์เดือนตุลาคม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่อยู่ประเทศไทย คิวเดินทางเยือนต่างประเทศแน่นเอี้ยด ทั้งเอเชีย อาเซียน ยุโรป รองโฆษกรัฐบาลเผยนอกจากประชุมแล้ว ยังชี้แจงความก้าวหน้าการเตรียมการสู่การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ส่วน ครม.ยกเลิกสัญจรทั้งเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตี มีกำหนดเดินทางไปต่างประเทศตลอดเดือนตุลาคม เริ่มจากการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ที่ประเทศญี่ปุ่น การประชุมระดับผู้นำอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญด้านการเงิน การธนาคาร และเศรษฐกิจ ที่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย การประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ที่ราชอาณาจักรเบลเยียม และการเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อหารือทวิภาคี ตามคำเชิญของผู้นำเยอรมนี โดยมุ่งหวังขยายความร่วมมือ กระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีโลก และในระหว่างนั้น มีสื่อมวลชนต่างชาติชื่อดังหลายสำนักให้ความสนใจขอสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมกับช่วงเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายฯ กล่าวด้วยว่า ทุกครั้งที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ นอกจากภารกิจตามวัตถุประสงค์ในการเดินทางเยือนหรือประชุมแล้ว จะชี้แจงความก้าวหน้าการเตรียมการสู่การเลือกตั้ง ซึ่งเบื้องต้นกำหนดไว้ว่าจะเป็นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวด้วยว่า ในเดือนตุลาคมนี้ จะไม่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจรในต่างจังหวัด เพราะนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะลงพื้นที่พบประชาชนในโอกาสที่เหมาะสมแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพจไทยคู่ฟ้าระบุว่า เดือนตุลาคมนี้ นายกฯ เตรียมเข้าร่วมการประชุมและเยือนต่างประเทศหลายภารกิจ ตอกย้ำว่านานาชาติให้การยอมรับไทย และเราเองก็จะไปยืนยันบทบาทของไทยในเวทีโลกด้วย ไปติดตามกันว่ามีอะไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น (Mekong - Japan Summit Meeting) ครั้งที่ 10 (8-9 ต.ค.61) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประเทศลุ่มน้ำโขง และลดช่องว่างการพัฒนาอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การประชุมระดับผู้นำอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ (ASEAN Leaders&amp;#39; Gathering : ALG) (11 ต.ค.61) ณ เมืองบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประกอบด้วย ผู้นำอาเซียน IMF ธนาคารโลก และ UN เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และรับมือกับความท้าทายจากการพัฒนาด้านต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (ASEM Summit) ครั้งที่ 12 (18-20 ต.ค.61) ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ความเชื่อมโยง การพัฒนาอย่างยั่งยืน สภาพภูมิอากาศ และภัยคุกคามด้านความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (30-31 ต.ค.61) เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย-เยอรมนี โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเยอรมนีถือเป็นคู่ค้าและนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทยในกลุ่มอียู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า ส่วนตัวเห็นความพยายามของรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย แต่สิ่งที่กังวลคือวิธีการ เพราะท่านทำตามหลักความยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่กว่าการลงทุนของท่านจะผลิดอกออกผล ต้องใช้เวลา 3-4 ปี ประชาชนรอไม่ได้ และถ้าประชาชนไม่มีเงิน การจับจ่ายใช้สอยหยุดชะงัก การไหลเวียนของระบบเศรษฐกิจไทยต้องมีปัญหาตามมา คราวนี้ มันจะกระทบไปทั้งระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวอยากให้เรากลับไปยอมรับก่อนว่าเกษตรกรคือคนจำนวนมากของประเทศ การช่วยเหลือเกษตรกรไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้มาโดยตลอด ทั้งนโยบายเงินผัน เงินช่วยเหลือเกษตรกร กองทุนต่างๆ การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นเรื่องที่สมควรทำ และต้องรีบทำ เพราะเกษตรกรเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ถ้าคนกลุ่มนี้แข็งแรง ประเทศก็แข็งแรง แต่การช่วยเหลือ ต้องตั้งอยู่บนความจริงจังและจริงใจ เม็ดเงินไหลตรงถึงมือเกษตรกร อย่าอ้างความทุกข์ของเกษตรกรมาหาผลประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนตัวอยากให้คนไทย เห็นความสำคัญของการใช้สินค้าและบริการจากคนในชาติเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;เมดอินไทยแลนด์&amp;rdquo; อาทิ ถ้ารัฐบาลมีงบ 1 ล้านล้านบาท ในการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ก็ควรใช้เงิน 1 ล้านล้านบาทไปเพื่อการสร้างสิ่งที่คนไทยต้องการจริงๆ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทย อาทิ การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ลานกีฬา สวนสาธารณะ ถนน โดยการซื้อสินค้าไทย ใช้บริการคนไทย ให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบ ชาติได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง เงินไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ในประเทศ ผ่านมือประชาชนทุกคน ให้ระบบเศรษฐกิจเข้มแข็ง และได้สิ่งก่อสร้างพื้นฐานในการพัฒนาประเทศตามมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18195</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเตรียมการสู่การเลือกตั้ง, คิวเดินทางเยือนต่างประเทศแน่น, ยุโรป, หนังสือพิมพ์, อาเซียน, เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba65a70abe42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
