<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯทดสอบเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ชาวบ้านตะโกน​เชียร์&#039;รักลุงตู่ รักตลอดไป&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สถานีบีทีเอส ห้าแยกลาดพร้าว กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในการทดสอบความพร้อมการให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต- สะพานใหม่- คูคต ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างงานเสร็จเพิ่มเติมอีก 4 สถานี (สถานีกรมป่าไม้-สถานีบางบัว-สถานีกรมทหารราบที่ 11-สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ) ระยะทางรวม 4.2 กิโลเมตร ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการอย่างเป็นทางการในเวลา 13.30 น.วันเดียวกันนี้ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. และนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอส ร่วมทดสอบความพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันทีที่มาถึง​ นายกฯ และคณะเยี่ยมชมนิทรรศการ ที่บริเวณสถานีห้าแยกลาดพร้าว ก่อนกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า คงเกิดประโยชน์ในเรื่องการสัญจรไปมาของประชาชนโดยเฉพาะในเขตกทม. วันนี้เราต้องแก้ไขและพัฒนาหลายเรื่องด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการขนส่งมวลชนเพื่อให้การเดินทางสะดวกไม่ติดปัญหาจราจร ซึ่งประเทศที่กำลังพัฒนาและพัฒนาแล้วก็ดำเนินการแบบนี้ทั้งโลก​ การลงทุนภาครัฐเอกชนร่วมมือกันเพื่อลดทอนค่าใช้จ่าย​ เชื่อว่าทุกคนก็รักประเทศชาติ​ สิ่งสำคัญที่สุดของการมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นโครงการเขตลาดพร้าวสายแรก ตั้งแต่ปี 2542 โดยรัชกาลที่ 9 ได้ทรงดำริไว้ และได้มีการพัฒนามาตามลำดับในหลายเส้นทางและหลายปีที่ผ่านมาเราก็ได้ทำเพิ่มหลายเส้นทางสิ่งสำคัญไม่ใช่สายใครสายมัน แต่ต้องมีเชื่อมต่อ รัฐบาลนี้พยายามทำในทุกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวไม่พอประชาชนมีหลายระดับมีความแตกต่างรายได้ในเรื่องของรถเมล์โดยสารรัฐบาลนี้กำลังหาวิธีการปรับปรุงระบบการให้บริการของขสมก.ให้ดีขึ้น หลายๆเรื่องต้องมีการฟื้นฟูพัฒนา เพียงขอความร่วมมือและร่วมใจในการทำงานการลงทุน​ ซึ่งจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใส​ ไม่สร้างภาระให้ประชาชนโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ระบบขนส่งขั้นพื้นฐานมีการแบ่งแยก​ แต่ไม่ใช่เป็นการแบ่งแยกชนชั้น​ แต่เป็นการแบ่งแยกตามความสามารถของผู้ใช้บริการขอให้คิดอย่างนี้​ อย่าคิดแต่ว่ารัฐบาลมุ่งหวังการลงทุน แต่ถ้าไม่เกิดการลงทุนแล้วจะเกิดการบริการแบบนี้ได้หรือไม่ แต่ระบบขนส่งจะต้องเชื่อมโยงสถานศึกษา ชุมชน ศูนย์การค้า เป้าหมายคือให้คนไทยได้ประโยชน์จากการขนส่ง ทั้งการใช้รถใช้ถนน วันนี้ขอให้ช่วยกัน​พูดในทางที่สอดคล้องและถูกต้อง ใครจะพูดอะไรต้องฟังหมด แต่ถ้าไม่ถูกต้องก็จะเลือกฟัง ต้องขอบคณะรัฐมนตรี(ครม.) และผู้ประกอบการในการดำเนินการทั้งหมด วันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีขึ้นในบ้านเมืองเราต้องคิดว่ามีสิ่งที่ดีขึ้นมากกว่าสิ่งไม่ดี ส่วนไหนไม่ดีก็แก้กันไป ส่วนไหนที่ดีก็ทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ บนพื้นฐานความเข้าใจ ความโปร่งใส ไม่มีทุจริต และมีประสิทธิภาพนั่นคือหลักการของรัฐบาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางโดยขบวนรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ไปยังสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ โดยเมื่อมาถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ นายกฯ ได้กดแตร 3 ครั้ง ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะผู้บริหารบีทีเอส จากนั้นก่อนเดินทางกลับได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งพร้อมกับนักเรียนมาต้อนรับและตะโกนว่า &amp;quot;รักลุงตู่ รักตลอดไป&amp;quot;ขณะที่นายกฯ ตะโกนตอบกลับ &amp;quot;รักทุกคน&amp;quot;ก่อนออกเดินทางไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนพหลโยธินและ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 100 % ถึงสถานีคูคตภายในสิ้นปี 63&amp;nbsp; โดยให้บริการฟรี ไม่เก็บค่าโดยสาร ในช่วงทดลองระบบนี้ สำหรับการกำหนดอัตราค่าโดยสาร อยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ซึ่งเบื้องต้นกำหนดเพดานค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท และเน้นมาตรการป้องกันโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67872</URL_LINK>
                <HASHTAG>คีรี กาญจนพาสน์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ, รถไฟฟ้าสายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9bfbc601c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ย้ำผ่อนปรนมาตรการยึดสุขภาพปชช.เป็นตัวชี้วัดเรียก&#039;อนุทิน-ศักดิ์สยาม&#039;หารือต่อพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 08.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี หลังใน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และพิธีมอบกองทุนสนับสนุนและเยียวยาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โดยนายคีรี กาญจนพาน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศของเรามีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง บุคลากรของเราทุกระดับมีความรู้ ความสามารถเป็นที่ยอมรับ และมีความร่วมมือร่วมใจในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอย่างดี รวมถึงภาคเอกชนที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากร ที่ทำหน้าที่สู้ภัยโควิด-19 ให้กับประเทศชาติของเรา ต้องขอบคุณทีมพลังนักรบเสื้อกราว ทีม อสม. ที่ถือเป็นด่านหน้าสำคัญที่ยับยั้งการแพร่ระบาดสู้ภัยโควิด-19 มาด้วยกัน ด้วยความเสียสละอุทิศตน เสียสละในการป้องกันเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้านการสาธารณสุข จึงขอเป็นกำลังใจให้กับหน่วยงานด้านการสาธารณสุขทุกแห่ง รวมทั้ง อสม.ในหมู่บ้านทั่วประเทศ ตลอดจนขอขอบคุณผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน ที่เป็นพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอย้ำว่าไม่ได้พูดถึงพรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องของการนำพาประเทศไปสู่ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ประชาชน และประชาสังคม ทุกภาคส่วนเดินหน้าเพื่อประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสำคัญ คือการแก้ปัญหาโควิด-19 ทุกคนมีกระบวนการร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย วันนี้เราทราบดีว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยมีแนวโน้มการระบาดลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเราต้องไม่ประมาท เพราะฉะนั้นการที่จะผ่อนคลายสิ่งต่างๆจะต้องมีมาตรการเฉพาะออกมา และวันเดียวกันนี้จะมีการประชุม ซึ่งผมจะรับฟังแนวทางการปฏิบัติจากสาธารณสุข ฝ่ายแพทย์ของเราเป็นหลัก เพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นๆต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่เป็นห่วงประชาชน คือเรื่องของอาชีพและรายได้ การประกอบการทางธุรกิจ แม้กระทั่งในเรื่องการใช้ชีวิตในสังคมต่างๆแต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าอะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้ในระยะเวลาต่อไปนี้ เรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือและต้องทำความเข้าใจกันด้วย รัฐบาลทำทุกอย่างทุกมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรี ซึ่งมีผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆ แต่ทั้งนี้ เราก็รับฟังข้อมูลต่างๆเพื่อนำมาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ เพื่อนำมาสังเคราะห์ให้ได้คำตอบออกมา ซึ่งช่วงนี้ตนก็ทำงานอย่างเต็มที่โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ รวมทั้งได้มอบนโยบายไปแล้วเพื่อให้ศูนย์โควิด-19 ได้ดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปว่าจะต้องทำอย่างไรกันต่อไปหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม โรคโควิด-19 นั้นทุกคนคงทราบดี ไม่ใช่ว่าการระบาดของประเทศไทยลดลง การติดเชื้อลดลง แล้วจะหมายความว่าปลอดภัย มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะความจริงเชื้อโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ เชื้อโรคจึงสามารถเข้า-ออกเมื่อไหร่ก็ได้ สิ่งสำคัญจึงต้องทำให้บ้านเมืองของเรานั้นปลอดภัย ทำอย่างไรจึงไม่ให้มีการเจ็บป่วยโดยเป็นการรับเชื้อมาจากต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ยอมปฏิบัติตามกติกาและมาตรการของรัฐ ทั้งเรื่อง Social Distancing หรือการสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือไปชุมนุมกันในพื้นที่นอกการควบคุม เช่น บางคนหนีไปทำความผิดในป่าในเขา เรื่องนี้ยอมรับว่ายังเป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่ ทั้งนี้ รัฐบาลคำนึงถึงสองอย่างเสมอ คือเรื่องของสุขภาพคนเป็นหลักรองลงมาคือเรื่องของเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องหามาตรการมารองรับตรงนี้ แต่ก็ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหน้า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่วันนี้ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และแพทยสมาคม มีส่วนช่วยสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมมือพลังประชารัฐร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ได้มอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เพื่อให้เกิดความสบายใจและเกิดความอุ่นใจ แต่ก็ไม่ต้องการให้ใช้เงินตรงนี้ เพราะนั่นหมายถึงต้องมีคนเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ที่ผ่านมาก็มีจำนวนหนึ่งซึ่งรัฐบาลต้องดูแลเช่นกัน ต้องดูว่าจะดูแลคนเหล่านี้อย่างไร ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่เสี่ยงชีวิตจากโควิด-19 ต้องหาเม็ดเงินมาดูแลตรงนี้ เราก็มีเงินบริจาคจำนวนหนึ่ง จะต้องมาดูอีกครั้งว่าจะเพิ่มเติม ตรงไหน อย่างไร จากกติกา งบประมาณ ของทางราชการที่เราดูแลอยู่ วันนี้ต้องขอขอบคุณทางบีทีเอสฯ อีกครั้งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในสังคมของไทยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จพิธีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข รวมถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง คาดว่าเป็นการหารือเกี่ยวกับการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนที่จะนำเข้าสู่ ครม.ในวันอังคารที่ 28 เม.ย.นี้ โดยใช้เวลาหารือเกือบ 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64114</URL_LINK>
                <HASHTAG>คีรี กาญจนพาสน์, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea279382ce1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คีรี&#039;แย้มไฮสปีดเขื่อมสามสนามบินไม่หมู แต่บีทีเอส ก็สนใจ แต่รอเคลียร์2 ประเด็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;คีรี&amp;quot; เผยไฮสปีดอีอีซีไม่หมู ติดใจคำถาม 2 ข้อ ยันพร้อมอุ้มแอร์พอร์ตลิงก์ซื้อรถใหม่หากชนะประมูล ด้านบีทีเอสพร้อมชิงเค้กแทรมภูมิภาคแสนล้าน ตั้งเป้ารายได้โต25% ติดต่อกัน 5 ปี
&amp;nbsp;
6 ต.ค.61-นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่าสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี วงเงิน 2.15 แสนล้านบาทนั้นถือว่าเป็นโครงการที่ไม่หมูเมื่อดูจากตัวเลขในเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) ซึ่งตนมีคำถามหลักอยู่สองเรื่อง ได้แก่ 1.แนวทางการต่อรองเงื่อนไขในทีโออาร์หากไม่สามารถทำตามได้ทั้งหมด 2.การชำระเงินค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณมักกะสันและศรีราชานั้นสามารถจ่ายเป็นเงินก้อนเดียวได้หรือไม่จากเดิมที่กำหนดให้ทยอยจ่ายตามระยะเวลาอายุสัมปทาน 50 ปีเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อแผนลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ซึ่งบริเวณมักกะสันมีความเหมาะสมจะพัฒนาเป็นคอนโดที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าประสบการณ์ด้านงานเดินรถไฟฟ้าจะทำให้มีความได้เปรียบในการประมูลและยื่นข้อเสนอเชิงเทคนิค ส่วนด้านการบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์นั้นยืนยันว่าหากบีทีเอสมีความพร้อมเข้าบริหารได้ทันทีหากเป็นผู้ชนะโครงการ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาผู้โดยสารทั้งการเพิ่มคุณภาพบริการและจัดซื้อรถเพิ่ม
&amp;nbsp;
นายคีรีกล่าวต่อว่าส่วนเรื่องความสนใจลงทุนในโครงการรถไฟไฮสปีดสายใหม่อย่างกรุงเทพ-หัวหินนั้นขณะนี้ต้องดูไปทีละตัวเพราะแต่ละโครงการใช้เม็ดเงินลงทุนมาก เฉพาะแค่การเตรียมตัวประมูลนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายถึง 135 ล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม)ภูมิภาค วงเงินลงทุนนับแสนล้านบาทในหัวเมืองหลักอาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่นนั้นยืนยันว่าสนใจเข้าไปศึกษาความเหมาะสมและแนวทางการลงทุนในทุกโครงการเพราะเป็นหน้าที่ของนักพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องจับตามองโอกาสทางธุรกิจ โครงการที่คิดว่าทำยากที่สุดคือแทรมเชียงใหม่เนื่องจากบางเส้นทางยังมีความหนาแน่นของประชากรอยู่น้อยมาก
&amp;nbsp;
นายคีรีกล่าวต่อว่าสำหรับเป้าหมายของบีทีเอสนั้นตั้งไว้ว่ารายได้และกำไรต้องเติบโตเฉลี่ย 25% ตลอด 5 ปีนับจากนี้ หลังจากที่ปริมาณผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันรายได้จากรถฟ้ามีสัดส่วนราว 65% ของทั้งหมด แต่ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มรายได้ในบริษัทลูกอย่าง บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ให้มีสัดส่วนรายได้เป็น 50% ของทั้งหมด ปัจจุบันดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสื่อโฆษณา ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์(E-Payment)และบิ๊กดาต้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19213</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, คีรี กาญจนพาสน์, บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน, อีอีซี, แอร์พอร์ตลิงก์, โครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) จ.ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181006/image_big_5bb82a904b507.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;storage.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost ..บันทึกต้อง &amp;quot;ทำใจ&amp;quot; สำหรับสังคมไทยเพราะเสียงนกหวีด &amp;quot;เลือกตั้ง&amp;quot; ใกล้เข้ามา เรื่องราวสารพันจะทยอยกันถูกปล่อยออกมาเหมือนเสือสิงห์กระทิงแรดถูกขังไว้ในคอกมานาน เป็นธรรมดาต้องอวดแสดงพาวกันสักหน่อย เพื่อให้ &amp;quot;นายทุน&amp;quot; โดนใจกระแทกตาชักชวนไปเข้าคิวเป็น &amp;quot;ว่าที่ ส.ส.&amp;quot; กันก็เท่านั้น ...0 แต่คงไม่ต้องคิดมากกันสักเท่าไร เพราะโพลหลายสำนักสะท้อนบอกว่า คนไทยไม่สนใจหรอกนะว่าใครจะย้ายไปอยู่พรรคไหน?!? ดังนั้น สาดใส่กันไปมาเปลืองน้ำลายเปล่าๆ เพราะถึงเวลากาบัตรเลือกตั้ง ค่านิยมของคนไทยมันก็ยังคงยึดถือตัวบุคคลมากกว่านะ ...0 แต่บุคคลที่ชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มาเป็นหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ก็ให้สงสัยแล้วล่ะว่า ถ้าไม่มี &amp;quot;กำลังภายใน&amp;quot; ดุนหลังพรรคนี้จะได้สักกี่ที่นั่งในสภา ..ก้อ..แหม! &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; อายุยืนยาวก็จริง แต่ช้าๆๆๆๆ ไม่ทันกินหรือเปล่า ...0 เหมือนเล่นการเมืองอย่างไม่จริงใจ หรืออีกนัยก็ต้องเข้าทำนองดูถูกประชาชน!!! เพราะส่งนอมินีมาเป็น &amp;quot;ตัวหลอก&amp;quot; เสียงั้น มโนไปถึงอนาคตข้างหน้า..สงสารประเทศไทยจริงๆ ที่สุดท้าย 4 ปีรัฐประหารทุกอย่างก็เข้าอีหรอบเดิม ...0 บันทึกยกมือเห็นด้วยกับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ที่ออกมาสวมบทอดีต ส.ส.กทม. เรียกร้องให้ กทม.ที่เป็นคู่สัญญาของรถไฟฟ้าบีทีเอส ออกมากดดันให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชน จำกัด (มหาชน) แสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังจริงใจกับปัญหาความผิดพลาดขัดข้องของการเดินรถไฟฟ้าในระยะ 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้แบบถี่ๆ มาก ไม่ใช่แค่เล่นบทออกมาตีโพยตีพายคร่ำครวญอย่างที่ คีรี กาญจนพาสน์ ซีอีโอแถลงว่า &amp;quot;คิดผิด&amp;quot; ที่มารับสัมปทานทำรถไฟฟ้า ...0 มันไม่ใช่คำตอบและไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะต้นเหตุคือ การเลือกใช้เทคโนโลยีราคาถูก สิ่งที่ได้รับจึงเป็นประสิทธิภาพที่ด้อยกว่าหรือไม่เสถียร คนนอกหรือประชาชนตาดำๆ อาจจะไม่รู้ แต่แวดวงวิศวกรเขาปิดกันให้แซ่ด..ทราบแล้วเปลี่ยนนะจ๊ะ ...0 เป็นประเด็นที่มึนๆอึนๆ กันมาในแวดวงการศึกษามานาน สำหรับปัญหา &amp;quot;หนี้เสีย&amp;quot; กยศ. ไม่เชื่อว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ คนใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนอกค่อนมากกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิต จะไม่เข้าใจว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่!!! แต่ที่สหรัฐอเมริกาหรือว่าอังกฤษนั้น เขาบริหารจัดการเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้ครูบาอาจารย์ที่ปรึกษาในโรงเรียน หรือผู้ค้ำประกันรับผิดชอบ แต่รัฐจะมีบันทึกไว้ในระบบเหมือน &amp;quot;เครดิตบูโร&amp;quot; ที่สถาบันการเงินจะเก็บไว้เป็นข้อมูลในการพิจารณาหรืออนุมัติสินเชื่อต่างๆ ...0 ปฏิรูปการศึกษาว่าด้วยการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่เยอะแยะ จนจำกันไม่หวาดไม่ไหวเหมือนเก้าอี้ รมว.ศึกษาธิการที่เปลี่ยนหน้าบ่อยที่สุดเก้าอี้หนึ่ง อย่าลืมปฏิรูประบบ กยศ.ด้วย จะได้ไม่มีปัญหา &amp;quot;ครูวิภา&amp;quot; ซ้ำซาก ...0 เห็นอาการของ ยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; ชินวัตร ที่บินออกจากลอนดอนไปเก็บตัวที่ดูไบ หลังข่าวรั่วหนังสือสถานเอกอัครราชทูตไทยในสหราชอาณาจักร ทวงถามร้องขอต่อทางการของอังกฤษให้ส่งตัวอดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาประเทศไทยแล้ว ทำให้นึกถึงหนังฮอลลีวูดเรื่อง Catch Me If You Can ที่มีดาราสุดหล่อ&amp;nbsp; เลโอนาโด ดิคาปริโอ เล่น ..หนังสนุกมาก!! แต่ชีวิตจริงจะสนุกได้ยังไงกับการต้องหนีหัวซุกหัวซุนนะ ...0 ข่าวที่น่ายินดี ..สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมติถวายปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอินเดียศึกษาประจำปีการศึกษา 2560 แด่ พระครูภาวนาวิริยวัฒน์ ที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดีในนาม &amp;quot;พระอาจารย์อารยวังโส&amp;quot; ..สาธุค่ะ ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14747</URL_LINK>
                <HASHTAG>คีรี กาญจนพาสน์, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, พระครูภาวนาวิริยวัฒน์, พระอาจารย์อารยวังโส, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, เครดิตบูโร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดกม.ตั๋วร่วมปีนี้ ลุ้นโจทย์ทำราคาตั๋วรถไฟฟ้า 30 บาทตลอดสาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยันคลอดพรบ.ตั๋วร่วมภายในปีนี้ เดินหน้าอัตราค่าโดยสารร่วม ผุดไอเดียรถไฟฟ้า 30 บาทตลอดสาย-กดเพดานค่าโดยสาร 40 บาท รอรัฐบาลใหม่กดปุ่มหลังพบว่าไทยค่ารถไฟฟ้าแพงติดอันดับโลก ด้านบีทีเอสเปรยเพดานค่ารถไฟฟ้า 65 บาททำได้หากรัฐบาลช่วยอุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. &amp;hellip;.นั้นประกอบด้วย 4 หัวข้อหลักคือ 1.การแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบาย 2.ภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.การคิดค่าโดยสารร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ (Common Fare) 4.กองทุนตั๋วร่วม ขณะนี้ได้ร่างพรบ.เสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างรอกรมบัญชีกลางตรวจสอบด้านกฎหมายกองทุน ดังนั้นจึงคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)อนุมัติออกเป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถออกร่างพรบ.ตั๋วร่วมอย่างเป็นทางการได้ภายในปีนี้ ส่งผลให้ภายในปีหน้าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของเรื่อง อัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม &amp;nbsp;ซึ่งออกมาเพื่อลดราคาค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะให้กับประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคณะกรรมการดังกล่าวจะสามารถพิจาณาราคาค่าโดยสารร่วมที่เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายของประชาชน (Affordable Fare) ครอบคลุมทั้งระบบขนส่งทางบก ระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งทางน้ำ คล้ายกับคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางที่ดูแลเรื่องค่าโดยสารรถเมล์และรถทัวร์ ทั้งนี้ยืนยันว่าในอนาคตจะมีการคิดเพดานราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าแน่นอนเพราะเป็นหนึ่งในแผนค่าโดยสารร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าวจากสนข.กล่าวว่าพรบ.ตั๋วร่วมดังกล่าวมีการคิดราคาค่าโดยสารที่เหมาะสมไว้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลมีนโยบายให้กระจายความกระจุกตัวของประชากรไปยังเขตชานเมืองแล้วใช้โครงข่ายรถไฟฟ้าเป็นระบบขนส่งหลักเพื่อรองรับดีมานต์การเดินทางของคนเมืองหลวง ทว่าจากสถิติกลับพบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในชาติที่มีค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงที่สุดซึ่งจะให้ต้องมาจ่ายค่ารถไฟฟ้าราคา 100-120บาทต่อเที่ยวคงไม่ไหว ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับเรื่องของราคารถไฟฟ้าซึ่งจัดทำไว้หลายรูปแบบ ทั้งเพดานราคา ช่วงราคาที่เหมาะสม รวมถึงการคิดเหมาราคาเดียวตลอดสาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งในปีหน้าจะสามารถหยิบยกเกณฑ์ราคาดังกล่าวไปใช้ได้ทันทีหรือแม้แต่จัดเป็นโปรโมทเป็นนโยบายเพื่อลดภาระของประชาชน เช่น รถไฟฟ้า 20-30 บาทตลอดสาย หรือแม้แต่ เพดานค่ารถไฟฟ้าไม่เกิน 40 บาทตลอดจนเรื่องยกเลิกค่าแรกเข้าของรถไฟฟ้าหลากสีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้กฎหมายค่าโดยสารร่วมดังกล่าวจะสามารถบังคับใช้ได้กับโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่อยู่ระว่างก่อสร้าง ส่วนผู้ประกอบการรายเดิมอย่าง สายสีเขียวและสายสีน้ำเงินนั้นต้องอาศัยการขอความร่วมมือไม่สามารถไปบังคับได้ ส่วนประเด็นที่ว่าเอกชนผู้บริหารโครงการจะยอมหรือไม่รัฐบาลคงต้องใช้วิธีสนับสนุน ค่าใช้จ่าย(Subsidy) ให้กับเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสกล่าวว่าตนเห็นด้วยกับผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่เสนอราคาค่าโดยสารสายสีเขียวตลอดสายเช่น ช่วงหมอชิต-บางหว้า ลดอัตราค่าโดยสารในเพดานราคาสูงสุดที่ 65 บาท จากปัจจุบัน 145 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกทม.ถึงแนวทางดำเนินการ ความเป็นไปของแผนดังกล่าว แต่ทั้งนี้ต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่าส่วนต่างถึง 80 บาทใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือผู้สนับสนุน(Subsidy) ทั้งนี้ยืนยันว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้หากตกลงข้อเสนอกับทุกฝ่ายลงตัวอาจจะเป็นหนึ่งในนโยบายที่ออกมาเพื่อเป็นสิ่งดีดีให้กับคนกรุงเทพก็ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13030</URL_LINK>
                <HASHTAG>คีรี กาญจนพาสน์, ค่าโดยสารรถไฟฟ้า, ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงที่สุด, บีทีเอส, ระบบตั๋วร่วม, สนข., เผด็จ ประดิษฐ์เพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b42ce06ed6b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควัก10ล.เยียวยา ผู้โดยสารบีทีเอส โบ้ยไม่ผิดทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คีรี กาญจนพาสน์&amp;quot; ตั้งโต๊ะแถลง พร้อมควัก 10 ล้านบาทเยียวยาผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้อง &amp;nbsp;โบ้ยไม่ใช่ความผิดของตนทั้งหมด อย่าให้ต้องมารับทุกเรื่อง ตัดพ้ออุตส่าห์ลงทุนแก้รถติด ถ้ารู้ว่ามีปัญหาจะพับโครงการตั้งแต่แรก ตอกกลับพวกวิจารณ์ใช้อารมณ์ แต่ไม่มีความรู้ทางธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดแถลงว่า &amp;nbsp;จากกรณีรถไฟฟ้าขัดข้องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น บีทีเอสได้ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบผ่านการชดเชยค่าเดินทาง ซึ่งคาดว่าจะมียอดชดเชยประมาณ 10 ล้านบาทสำหรับมาตีการชดเชยแบ่งเป็นผู้โดยสารประเภทตั๋วเที่ยวเดียวหรือซื้อแบบหยอดเหรียญ ที่เปลี่ยนใจไม่เดินทางช่วงเวลาดังกล่าวและนำบัตรติดตัวไปด้วย สามารถมาใช้บริการได้ภายใน 14 วัน และหากไม่ประสงค์จะเดินทาง สามารถขอเงินคืนได้ภายในวันที่ 31 ก.ค.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบัตรประเภทเติมเงินสำหรับบุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ สามารถแจ้งขอสิทธิ์รับเที่ยวเดินทางพิเศษ 3 เที่ยว และบัตรประเภทเดินทาง 30 วัน สำหรับบุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ที่มีเที่ยวเดินทางเหลือในช่วงล่าช้าสามารถขอเที่ยวพิเศษ 6 เที่ยว โดยผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารติดต่อขอเติมเที่ยวพิเศษที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานีตั้งแต่วันที่ 7-31 ก.ค.นี้ และใช้เดินทางได้ภายใน 45 วันนับจากวันเติมเที่ยวพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ในอนาคตหากเกิดกรณีความล่าช้ามากกว่า 30 นาทีนั้น บีทีเอสจะประกาศแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารรับทราบ เพื่อนำตั๋วในเที่ยวเดินทางดังกล่าวกลับมารับการชดเชยได้ทุกกรณี แต่ทั้งนี้ต้องออกช่องสแกนตั๋วที่จัดไว้ให้ในแต่ละสถานีเพื่อบันทึกข้อมูลการเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ให้บริการมาตั้งแต่ 19 ปี ถือว่ารุนแรง และที่ผ่านมาขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีฝ่ายใดผิดทั้งหมด โดยบีทีเอสไม่เคยโทษเป็นความผิดของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือแม้แต่บีทีเอสก็ไม่ได้ผิดทั้งหมด ตามข้อเท็จจริงการเยียวยาครั้งนี้ต้องการชดเชยความเสียหายผู้เดินทางที่ไม่สามารถเดินทางได้ตามเวลา และมั่นใจว่าการเยียวยาครั้งนี้เป็นไปตามมาตรฐาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานกรรมการบีทีเอสกล่าวยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของบีทีเอส และไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดเลย เป็นเรื่องปกติที่ระบบขนส่งซึ่งรองรับผู้โดยสารวันละเกือบ 1 ล้านคน ย่อมต้องมีข้อผิดพลาด ดังนั้นปัญหาในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องรุนแรงมาก ซึ่งตนก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่จะให้บีทีเอสมารับผิดชอบทุกเรื่องคงไม่ได้ ที่ผ่านมาเจอวิกฤติทางการเงินหลายด้านกว่าจะมีกำไรเหมือนทุกวันนี้ อีกทั้งการลงทุนที่ผ่านมาบีทีเอสทำเองหมด ทั้งลงทุนก่อสร้างและเดินรถ แตกต่างจากปัจจุบัน ที่รัฐบาลสนับสนุนค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ ทว่าเอกชนที่บริหารก็ยังมีผลประกอบการไม่คุ้มทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากขอความเห็นใจผู้ที่ลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายแรก ซึ่งสามารถแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ มาได้เกือบ 20 ปี จนเมืองพัฒนาไปได้มากตามโครงข่ายรถไฟฟ้า ทั้งนี้ หากวันนั้นรู้ว่าจะมีปัญหาเยอะแบบนี้ คงตัดสินใจไม่ลงทุนรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งนี้ สิ่งที่ผมได้ชี้แจงนั้นไม่มีการใช้อารมณ์อธิบายแต่อย่างใด เป็นไปตามเหตุผลแท้จริงทั้งสิ้น ส่วนกรณีโซเชียลฯ มีการต่อว่าอย่างรุนแรงเรื่องการยกเลิกสัมปทานบีทีเอสนั้น เข้าใจว่าผู้เผยแพร่คงทำด้วยอารมณ์ และความไม่รู้เรื่องของหลักการสัญญาทางธุรกิจซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานอยู่แล้ว แต่บางคนอาจไม่ทราบหรือถึงขั้นพูดไปโดยไม่เคยทำสัญญา&amp;quot; นายคีรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคีรีกล่าวอีกว่า ในอนาคตบีทีเอสจะเดินหน้าปรับปรุงระบบการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระบบสื่อสารในวันที่ 6 ก.ค.นี้ บีทีเอสจะมีการนำเข้าระบบกรองสัญญาณจากต่างประเทศ ซึ่งจะมาถึงตอนเช้าก่อนติดตั้งที่ขบวนรถก่อนทดสอบการใช้งาน และมั่นใจว่าช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ ระบบการสื่อสารต่างๆ จะมีความเสถียรมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ปัญหาความแออัดภายในสองปีนับจากนี้นั้น จะเริ่มทยอยรับมอบรถไฟฟ้าเพิ่มเพื่อวิ่งในเส้นทางสายสีเขียว คาดว่าจะเพิ่มปริมาณรองรับผู้โดยสารได้ 10%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดช่องทางใหม่ในการแจ้งข้อมูลการให้บริการ โดยจะมีแอปพลิเคชันในชื่อ &amp;lsquo;BTS SkyTrain&amp;rsquo; ให้ดาวน์โหลด ทั้งใน Apple App Store และ Google Play Store ซึ่งบริษัทจัดทำขึ้นโดยมีจุดเด่นที่สุดอยู่ที่การแจ้งเหตุการณ์รถไฟฟ้าขัดข้อง และการแจ้งความหนาแน่นของแต่ละสถานีแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบข้อมูลก่อนใช้บริการ โดยคาดว่าแอปพลิเคชันนี้จะพร้อมใช้งานในวันที่ 1 ส.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12835</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS SkyTrain, คีรี กาญจนพาสน์, บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น, บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน), หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e2f596f8e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BTS-BSR แบ่งเค้กร่วมชิงไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จตุจักร-BTS-BSR กรุ๊ป ยันร่วมชิงไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน 2.15 แสนล้าน รอทีโออาร์ ก่อนสรุปผนึกกำลัง ปตท. ด้าน &amp;quot;คีรี&amp;quot; เมินประมูลสถานีกลางบางซื่อ หลัง กลต.แนะถือหุ้นด้านอสังหาฯแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด มหาชน (BTS) เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานั้น BTS ได้เข้าไปศึกษาระบบของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 2.15 แสนล้าน ในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก &amp;nbsp;(EEC) โดยยืนยันว่าจะเข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นธุรกิจหลักของบริษัท แต่อย่างไรก็ตามจะต้องพิจารณาเงื่อนไขการประมูล หรือทีโออาร์ก่อน เพื่อดูเรื่องของความคุ้มค่า ความเสี่ยง รวมถึงการดำเนินงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเข้าร่วมประมูลนั้น ผมไม่ทราบว่าจะมีกี่บริษัทและมีบริษัทใดสนใจเข้าร่วมประมูลบ้าง แต่เห็นว่าโครงการนี้หากมีบริษัทจากต่างประเทศเข้าร่วมประมูลด้วยก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ ในส่วนการร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.นั้น ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน โดยยังถือว่าไม่เป็นที่สิ้นสุด เพราะยังไม่เห็นทีโออาร์ แต่ BTS จะร่วมกับซิโน-ไทย และราชบุรีโฮลดิ้ง หรือกลุ่มกิจการร่วมค้า BSR อย่างแน่นอน&amp;quot; นายคีรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ BTS สนใจจะเข้าร่วมประมูลพื้นที่สถานีกลางบางซื่อหรือไม่นั้น นายคีรี กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. และมีทิศทางว่า BTS ไม่ควรดำเนินการในด้านของอสังหาริมทรัพย์แข่งกับบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งบีทีเอส กรุ๊ป ถือหุ้นอยู่ รวมถึงการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ BTS ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) อยู่แล้ว ขณะเดียวกันสถานีกลางบางซื่อ ยังเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้น ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง โดยบริษัทไม่ได้พิจารณาเพียงแค่โครงการสถานีกลางบางซื่อ เนื่องจากยังมีอีกหลายพื้นที่ที่อยู่ในมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 และต่อจากนั้นอีก 2 ปีจะเปิดใช้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตได้ ขณะที่การเข้าร่วมการประมูลหลังจากนี้ เชื่อว่ากลุ่ม BSR มีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลทั้งหมด แต่ทั้ง 3 บริษัทก็จะต้องผ่านการพิจารณาจากบอร์ดแต่ละบริษัทอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ดบริษัทมีมติเห็นชอบตามที่นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เสนอให้ที่ประชุมอนุมัติการซื้อซองประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยการเข้าประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงครั้งนี้ ทาง ปตท.จะจับมือกับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ปตท.ได้เจรจาเพื่อจับมือกับเครือซีพี เข้าประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงแต่การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ ปตท.จึงหันมาจับมือกับ BTS และ ชิโน-ไทยแทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกิจการร่วมค้า BSR, คีรี กาญจนพาสน์, ซิโน-ไทย, บีทีเอส, รถไฟฟ้า BTS, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, ราชบุรีโฮลดิ้ง, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5533194067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
