<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวคืนแวตผู้มีรายได้น้อย เริ่ม 1 พ.ย.-30 เม.ย.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยใช้ข้อมูลจากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระจากราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยไม่รวมสินค้าและบริการที่มีภาษีสรรพสามิต สำหรับการชำระราคาสินค้าและบริการจากร้านธงฟ้า ประชารัฐหรือร้านค้าเอกชนอื่นที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านเครื่อง&amp;nbsp;EDC&amp;nbsp;ที่มีการเชื่อมต่อระบบ&amp;nbsp;POS&amp;nbsp;โดยร้านค้าดังกล่าวต้องส่งข้อมูลให้แก่กรมบัญชีกลางผ่านระบบที่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย พัฒนารองรับการทำงานนี้ แต่ข้อมูลจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะได้รับเงินชดเชยจะต้องเป็นข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.61&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;30 เม.ย.62 รวมระยะ 6 เดือนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ทั้งนี้ ให้กรมบัญชีกลางดำเนินการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว โดยใช้ข้อมูลจากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระ เพื่อนำมาประมวลผลคัดแยกจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้อยละ 7 ออกจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปจริงในแต่ละเดือน โดยกันไว้ร้อยละ 1 ซึ่งเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระราคาสินค้าและบริการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ส่วนที่เหลือร้อยละ 6 ให้นำมาจำแนกข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ร้อยละ 5 เพื่อการใช้จ่าย และส่วนที่ 2 ร้อยละ 1 เพื่อการออม โดยเงินชดเชยที่ผู้มีรายได้น้อยจะได้รับทั้ง 2 ส่วน เมื่อรวมกันแล้ว ต้องไม่เกินจำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน โดยใช้จ่ายจากเงินกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ทั้งสิ้น จำนวน 5,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า และได้อนุมัติค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ&amp;nbsp;POS&amp;nbsp;สำหรับร้านธงฟ้าประชารัฐกลุ่มเป้าหมาย โดยจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 90 ล้านบาท และมอบหมายให้สำนักงบประมาณเร่งรัดการพิจารณารายละเอียดค่าใช้จ่ายดังกล่าว เพื่อให้กรมบัญชีกลางสามารถดำเนินการจ้าง บมจ. ธนาคารกรุงไทย ได้ทันวันที่ 1 ต.ค.61 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทต่อปี และผู้ที่มีรายได้น้อยมาก คือต่ำกว่าสามหมื่นบาทต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17866</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนภาษีแวต, ผู้มีรายได้น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 23:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พงษ์ภาณุ ชม “ศุลกากร-สรรพากร”อำนวยความสะดวกคืนแวตให้นักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปลัดฯท่องเที่ยวฯ&amp;rdquo; ชื่นชม &amp;ldquo;ศุลกากร-สรรพากร&amp;rdquo;ช่วยอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวต่างชาติ เรื่อง Vat Refund เต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการให้บริการ Vat..Refund แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในโอกาสที่ได้เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการประชาสัมพันธ์รายการแข่งขันกีฬารถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกโมโตจีพี สนามที่ 15 รายการ &amp;ldquo;พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018&amp;rdquo; ซึ่งจะมีขึ้นในประเทศไทยระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ นั้นปลัดฯ พงษ์ภาณุ เปิดเผยว่า ในคืน 27 สิงหาคม 2561 เวลา 22.00 น. ตนได้เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อจะเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น และได้ถือโอกาสนี้แวะเยี่ยมให้กำลังใจในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และกรมสรรพากร ซึ่งปฏิบัติงานให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ณ จุดบริการ Vat Refund เพื่อให้กำลังใจ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานพร้อมทั้งสอบถามปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงพูดคุยสอบถามความพึงพอใจกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มารับบริการ โดยการมาครั้งนี้มิได้มีการแจ้งให้ฝ่ายบริหาร หรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทราบล่วงหน้า เพื่อต้องการที่จะได้มาเห็นบรรยากาศและสภาพการปฏิบัติงานที่แท้จริงของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตน ได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ทั้ง 2 จุดว่า เจ้าหน้าที่ให้บริการ Vat..Refund &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทำให้นักท่องเที่ยวมีความประทับใจในสินค้าและบริการ สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวซ้ำอีกครั้ง และนอกจากนี้ Vat..Refund เป็นหนึ่งในกระบวนการและเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดการใช้จ่ายและนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 3 ช่องทางคือ 1) ขอคืนกับเจ้าหน้าที่สรรพากร ณ สำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มท่าอากาศยานบริเวณพื้นที่ผู้โดยสารขาออกส่วนในหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง 2) ส่งในตู้รับคำร้องที่ตั้งอยู่ ณ สำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มท่าอากาศยาน และ 3) ส่งจดหมายลงทะเบียนกลับมาที่กรมสรรพากร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยกระทรวงฯ ได้สนับสนุนเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center (TAC) ช่วยอำนวยความสะดวกด้านภาษา สร้างความเข้าใจ รวมถึงให้ข้อมูลต่างๆแก่นักท่องเที่ยว ณ จุดบริการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณจุดบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว (VAT..Refund..for..Tourist) จึงถือเป็นการบูรณาการการทำงานที่ดีร่วมกันทั้งด้านการประชาสัมพันธ์ ให้คำแนะนำต่างๆ ตลอดถึงระเบียบกฎหมาย หรือภาษาเกี่ยวกับการคืน VAT แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากพี่น้องประชาชนหรือนักท่องเที่ยว ต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรสายด่วนของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว Call Center 1155 &amp;nbsp;หรือ ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC.) 02 - 134 &amp;ndash; 4077 โดยเรามีเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษาทั้ง ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เกาหลี และรัสเซีย เตรียมพร้อมรับสายและให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง &amp;rdquo; &amp;nbsp;ปลัดฯท่องเที่ยวฯทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16387</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนภาษีนักท่องเที่ยว, คืนภาษีแวต, พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์, ศุลกากร, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b8571d975b70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สรรพากร&quot; เร่งวางระบบคืนภาษีแวตคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สรรพากร&amp;quot; เร่งถกร่วม บัญชีกลาง-กรุงไทย วางระบบคืนภาษีแวตให้ผู้มีรายได้น้อย 11.4 ล้านคน จ่อขีดเส้นเพดานการคืนภาษี ไม่กำหนดวงเงินซื้อสินค้า หวังอุ้มผู้ถือบัตรได้รับประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรเร่งหารือกับกรมบัญชีกลางและธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อวางระบบการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการรัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน โดยระบบจะต้องคัดกรองการใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยว่าเป็นภาษีแวตที่จะได้รับคืนเป็นเท่าไรทันทีที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรผู้มีรายได้น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เรื่องโครงสร้างการคืนภาษีแวตให้ผู้มีรายได้น้อยเรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนี้อยู่แค่เรื่องดำเนินการทางเทคนิคเท่านั้น โดยได้ให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรไปพิจารณาว่าสินค้าอะไรบ้างที่มีภาษีแวตและมีความจำเป็นกับการใช้ชีวิตของผู้มีรายได้น้อย เพื่อที่จะได้คืนภาษีแวตให้&amp;quot; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า วงเงินการคืนภาษีแวตให้กับผู้มีรายได้น้อย ต้องให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ที่เป็นฝ่ายนโยบายตัดสินใจว่ายอดให้คืนต่อคนไม่ควรเกินเท่าไร คาดว่าจะกำหนดเป็นเพดานการคืนภาษีแวต ไม่ได้กำหนดจากวงเงินซื้อสินค้า เพราะสินค้าบางรายการไม่มีการภาษีแวต การกำหนดวงเงินภาษีแวตที่ได้คืนไม่เกินเท่าไรต่อรายจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายอภิศักดิ์ ระบุว่า การคืนภาษีแวตให้กับผู้มีรายได้น้อยจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค.-31ธ.ค. 2561 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย โดยรัฐบาลจะชดเชยเงินภาษีแวตที่ต้องจ่ายคืนให้กับผู้มีรายได้น้อยกับกรมสรรพากร เนื่องจากผู้มีรายได้น้อยไม่เสียภาษีให้กับรัฐบาล ต่างจากมาตรการช็อปช่วยชาติที่ให้นำค่าใช้จ่ายซื้อของมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท คนที่ใช้สิทธิได้ต้องเป็นคนที่มีภาระเสียภาษีถึงจะใช้สิทธิจากมาตรการดังกล่าวได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, คืนภาษีคนจน, คืนภาษีแวต, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “คลัง” จ่อชง ครม. อุ้มบัตรคนจนรักษา 30 บาทฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; จ่อชง ครม. ไฟเขียวผู้ถือบัตรสวัสดิการคนจนเข้ารับการรักษาพยาบาลตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคฟรี หวังช่วยแบ่งเบาภาระ พร้อมดีเดย์คืนภาษีแวตผู้มีรายได้น้อย ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. 2561 ตีกรอบเพดานไม่เกิน 7 พันบาทต่อราย แจงสูงกว่านี้ไม่ถือเป็นคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง กล่าวว่า ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบมาตรการเพิ่มเติมในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการภาครัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน ให้สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลผ่านโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เพียงแสดงบัตรสวัสดิการกับโรงพยาบาลก็สามารถรับการรับบริการได้ทันที โดยหลังจากนี้จะประสานกับกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลทุกแห่งถึงแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว ส่วนเงินชดเชยนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เพราะคาดว่าจะใช้เงินในการดำเนินมาตรการไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เบื้องต้นคาดว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการจะเริ่มรับบริการตามโครงการ 30 บาทโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2561 เป็นต้นไป โดยมาตรการนี้จะเป็นมาตรการถาวร ไม่ใช่มาตรการชั่วคราว ซึ่งหลักคิดของมาตรการคือ ผู้มีรายได้น้อยไม่ควรมีภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ โดยบัตรสวัสดิการจะเป็นเครื่องยืนยันตัวตนที่จะได้รับการบริการจากโรงพยาบาล ซึ่งสิทธิการรักษาทุกอย่างจะได้ตามปกติ&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด และการวางระบบไอทีเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลการใช้จ่ายของกรมสรรพากร โดยเบื้องต้นตั้งเป้าหมายว่าจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. &amp;ndash; 31 ธ.ค. 2561 คิดเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนเพดานการคืนภาษีแวตนั้น ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน คงต้องรอให้การวางระบบไอทีต่าง ๆ เรียบร้อยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในหลักการเบื้องต้นนั้น ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการ จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ดังนั้น การคืนเงินภาษีแวต จึงจะคิดเป็นจำนวนเท่ากับภาษีแวตที่เสียไปผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือไม่ควรเกิน 7 พันบาทต่อราย เพราะหากการขอคืนภาษีแวตสูงกว่าจำนวนดังกล่าว ก็ถือว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นผู้มีรายได้น้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการคืนภาษีแวตนั้น จะคำนวณให้ทั้งในส่วนเงินช่วยเหลือที่รัฐจ่ายให้ผ่านบัตรทุกเดือน และในส่วนที่ผู้มีรายได้น้อยเติมเงินใส่เข้าไปในบัตรสวัสดิการเองเพื่อใช้จ่ายในการซื้อสินค้าต่าง ๆ ส่วนหลักการในการคืนภาษีแวตนั้น จะคืนเงินภาษีเข้าไปในบัตรสวัสดิการ โดยผู้ถือบัตรสามารถนำเงินในส่วนที่ได้รับคืนจากภาษีแวตไปซื้อสินค้าต่าง ๆ ต่อ หรือสามารถกดเป็นเงินสดออกมาใช้จ่ายได้ด้วย ขณะที่กระบวนการคืนภาษีนั้น ยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะคืนให้ทุกเดือนตลอดระยะเวลา 3 เดือน หรือจะคืนครั้งเดียวหลังสิ้นสุดโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้กำลังวางระบบ ในส่วนของวงเงินที่รัฐให้ผ่านบัตรทุกเดือนนั้น ธนาคารกรุงไทยจะรับหน้าที่เก็บข้อมูลจากการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรเพื่อส่งให้กรมสรรพากร ส่วนวงเงินที่ผู้มีรายได้น้อยเติมเอง ได้ประสานกับสมาคมธนาคารไทยให้เป็นผู้เก็บข้อมูลเพื่อส่งให้กรมสรรพากรต่อไป เพื่ออำนวยความสะดวกผู้มีรายได้น้อยไม่ต้องเก็บใบกำกับภาษีเพื่อใช้ขอคืนภาษีแวต ส่วนการคืนภาษีนั้นกำลังพิจารณาว่าจะคืนให้ผู้ถือบัตรทุกเดือน หรือคืนครั้งเดียวตอนสิ้นปี เบื้องต้นมองว่าการคืนแบบรายเดือนน่าจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจมากกว่า เพราะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจได้ดีขึ้น&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14556</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนภาษีแวต, บัตรคนจน, บัตรสวัสดิการภาครัฐ, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
