<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังหนุนใช้จ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดได้คืนแวตตรุษจีนด้วย 5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้หารือกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อขยายรูปแบบมาตรการส่งเสริมการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการ และการนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนวันที่ 1-15 ก.พ.62 โดยจะเปิดให้ประชาชนที่ใช้คิวอาร์โค้ดซื้อสินค้าและบริการ &amp;nbsp;มีสิทธิได้รับเงินชดเชย 5% ของภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าสู่บัญชีพร้อมเพย์ด้วย ซึ่งเพิ่มจากปัจจุบันที่เปิดให้เฉพาะผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตอย่างเดียว เพื่อต้องการสนับสนุนให้คนไทยลดใช้เงินสด และเข้าถึงมาตรการมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มติ ครม.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ผู้ได้รับสิทธิคืนแวตจะต้องชำระเงินค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเดบิต และลงทะเบียนผ่านพร้อมเพย์เท่านั้น แต่ตอนนี้กระทรวงการคลังกำลังหารือกับธนาคารพาณิชย์เพื่อขยายรูปแบบ ให้นำแอปพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือของธนาคารพาณิชย์ สแกนจ่ายเงินผ่านคิวอาร์โค้ดเข้าร่วมได้ด้วย เพราะระบบคิวอาร์โค้ดถือเป็นช่องทางการใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เหมือนบัตรเดบิตจึงควรได้สิทธิเหมือนกัน อีกทั้งไม่ต้องยุ่งยากไปขอเปิดบัตรเดบิตอีก โดยจากนี้จะรอสรุปผลในต้นปีหน้า หากทำได้ก็พร้อมเสนอให้ครม.เห็นชอบเพื่อให้เริ่มใช้ได้ทันพร้อมกับบัตรเดบิตช่วงเทศกาลตรุษจีน&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่าการเปิดให้ระบบคิวอาร์โค้ดได้รับสิทธิคืนแวต 5% ไม่ได้เป็นการกระตุ้นให้คนใช้จ่ายเกินความจำเป็น หรือนำเงินในอนาคตมาใช้ เนื่องจากการใช้จ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดเป็นการนำเงินที่มีอยู่ในบัญชีมาใช้เหมือนบัตรเดบิต ไม่ได้เป็นเงินกู้หรือใช้เงินล่วงหน้าเหมือนบัตรเครดิต ส่วนการใช้งบประมาณชดเชย มองว่าไม่น่าต่างจากเดิมที่ ครม.อนุมัติให้มา 9,240 ล้านบาทมาก เนื่องจากเงื่อนไขยังกำหนดให้คนมีสิทธิใช้จ่ายและได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มคืนไม่เกินคนละ 1,000 บาท หรือวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 20,000 บาทเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวอีกว่า สศค.ยังได้ขอความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย เปิดให้ประชาชนเข้ามาเปิดบัญชีเงินฝากและขอเปิดบัตรเดบิต หรือหากใครมีบัตรเอทีเอ็มรุ่นเก่าที่ยังไม่เป็นระบบบัตรเดบิตก็ขอเข้ามาเปลี่ยนเป็นบัตรเดบิตได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียเงิน โดยประเมินว่าจากมาตรการนี้จะเข้าถึงประชาชน 36.45 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการใดๆ ของรัฐบาลที่ออกมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมมาตรการใช้จ่ายเพื่อรับคืนแวต 5% ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะต้องมีการลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการชำระเงินเพื่อรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. 2562 ผ่านเว็บไซต์อีเพย์เมนต์ &amp;nbsp;www.epayment.go.th หรือเคาน์เตอร์สาขาธนาคารเจ้าของบัตรเดบิตที่ประชาชนถืออยู่ กำหนดให้สมัครบัตรเดบิตที่ซื้อสินค้าได้เพียง 1 ใบเท่านั้น เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% วงเงินคืนสูงสุด 1,000 บาท หรือซื้อสินค้าได้ไม่เกิน 20,000 บาท &amp;nbsp;ส่วนการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% จะคืนได้ภายในเดือนพ.ย.62 ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกติดไว้กับหมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น โดยสาเหตุที่ต้องใช้เวลาคืนเป็นเดือนพ.ย.62 เนื่องจากการนำเงินมาคืนภาษีต้องใช้งบประมาณปี 63 โดยประชาชนสามารถซื้อสินค้าเข้าร่วมได้ทุกประเภท ยกเว้น สินค้าที่มีภาษีสรรพสามิตทั้งหมด ทั้ง &amp;nbsp;สุรา เบียร์ ยาสูบ และสินค้าอื่นๆ &amp;nbsp;และต้องซื้อในร้านสินค้าที่จดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยติดตั้งระบบพีโอเอส และเครื่องอีดีซีของกรมบัญชีกลาง &amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25910</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนแวตตรุษจีน, ลวรณ แสงสนิท, สมาคมธนาคารไทย, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea220dd560c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
