<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039; แจงคดีบิลลี่คืบ 70 %  รอสำนวนต้นเรื่องป.ป.ท. ก่อนสรุปผลใน 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.62 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าในการสอบสวนดำเนินคดีพิเศษที่ 13/2562 กรณีนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกลุ่มกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย หายตัวไปภายหลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมตัวพร้อมรถจักรยานยนต์ในความผิดเกี่ยวกับการนำน้ำผึ้งป่าออกจากเขตอุทยานแห่งชาติโดยผิดกฎหมายว่า การสอบสวนมีความคืบหน้าไป 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ยังสอบสวนและรวบรวมหลักฐานอยู่ คาดว่าจะสรุปสำนวนได้ภายในเวลา 3 เดือนตามที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่าขณะนี้เพิ่งผ่านมาเพียง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอยังรอผลตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนกระดูกและวัตถุพยานจากทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนรถจักรยานยนต์และกล้องถ่ายรูปของนายบิลลี่ที่สูญหายไปยังอยู่ระหว่างการติดตาม แต่ยอมรับว่ามีผู้แจ้งข้อมูลเข้ามาที่ดีเอสไอ สำหรับคราบเลือดมนุษย์เพศชายที่ติดอยู่พรมห้องโดยสารรถยนต์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น พนักงานสอบสวนกำลังหารือว่าจะนำมารวมในสำนวนหรือไม่ โดยมีการประสานกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ภาค 7 เพื่อติดตามผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งการดำเนินการใกล้เสร็จสิ้นและจะออกรายงานการตรวจพิสูจน์เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไป ทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้ยังไม่ได้หารือถึงการออกหมายเรียก หมายจับ หรือหมายค้น โดยพนักงานสอบสวนจะนัดประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ขณะนี้เหลือพยานแวดล้อมที่ดีเอสไอจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอีกเพียงเล็กน้อย โดยพยานบุคคล พยานแวดล้อม และวัตถุพยานที่มีผลบ่งชี้ทางนิติวิทยาศาสตร์จะต้องสอดคล้องกันตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุนายบิลลี่หายตัว ขณะเกิดเหตุฆาตกรรม และหลังเกิดเหตุ ซึ่งสำนวนคดีต้องทำด้วยความรอบคอบรัดกุม ไม่มีช่องว่างที่จะนำมาเป็นข้อต่อสู้ได้ แม้ว่าพนักงานสอบสวนบางคนจะมีความเห็นว่าหลักฐานเพียงพอออกหมายจับและสั่งฟ้องคดี แต่ในฐานะอธิบดีดีเอสไอยืนยันว่าจะต้องทำสำนวนให้รัดกุมมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ดีเอสไอพยายามเร่งรัดเพื่อขอรับสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่จับกุมตัวนายบิลลี่ในความผิดตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติแล้ว ไม่ดำเนินคดีโดยอ้างว่าปล่อยตัวไป ซึ่งสำนวนดังกล่าวถูกส่งมอบไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อส่งต่อมาให้ดีเอสไอสอบสวนเป็นคดีเดียวกัน ซึ่งสำนวนของป.ป.ท.ถือเป็นต้นเรื่องหนึ่งในการสอบสวน หากยังไม่ได้รับสำนวนต้นเรื่องก็ยังไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนไปล่วงหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ป.ป.ท.และป.ป.ช. เตรียมที่จะส่งสำนวนคดีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานถูกยื่นร้องเรียนให้ตรวจสอบทั้งหมด 6 สำนวนมาให้ดีเอสไอสอบสวนเป็นคดีพิเศษทั้งหมด ไม่เพียงคดีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจากการไม่นำตัวนายบิลลี่ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีเท่านั้น แต่จะครอบคลุมคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจาน เช่น กรณีเข้ารื้อทำลายเผาบ้านชุมชนกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย คดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง และคดีทุจริตปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกรอย, คืบหน้าคดีบิลลี่, ดีเอสไอ, บิลลี่, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, พอละจี รักจงเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d8311984aab4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
