<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลตอกย้ำไม่เห็นด้วยม็อบ3นิ้วทำร้ายสถาบันหลักของชาติ แต่หนุนม็อบต้านคนโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จุดม็อบ ที่ต่างกัน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,764 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 - 18 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 99.2 ไม่เห็นด้วยกับ ม็อบ 3 นิ้วและเครือข่ายขบวนการทำร้ายสถาบันหลักของชาติ ทำลายความภักดีศรัทธาของผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.7 ระบุ ม็อบ 3 นิ้วมุ่งทำให้เกิดความรุนแรงบานปลาย ทำให้คนในชาติแตกแยก คุกคามผู้อื่น ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในยามวิกฤต ในขณะที่ส่วนใหญ่เช่นกันหรือร้อยละ 98.7 ระบุ ม็อบ 3 นิ้วและเครือข่าย ก้าวร้าวรุนแรง สร้างความแตกแยกของคนในชาติ ละเมิดอำนาจศาล ขว้างปาสิ่งของในศาล ทำลายทรัพย์สินส่วนรวมจากเงินภาษีของประชาชน ทำตัวไม่เหมาะสมกับการจุดม็อบของคนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.4 เชื่อว่ามีขบวนการ ทำมาหากินกับการ จุดม็อบ แกนนำม็อบโกยเงินจากแหล่งทุนเข้ากระเป๋าตัวเองและครอบครัว และร้อยละ 97.8 ระบุ แกนนำม็อบ 3 นิ้วและเครือข่าย หากินกับม็อบ กอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเงินจากขบวนการสนับสนุนต่างชาติและคนไทยบางคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง ม็อบ ต้าน ทุจริต ยุคยิ่งลักษณ์คดีโกงจำนำข้าว พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.2 รู้สึกเห็นใจ ม็อบ ต้านทุจริต ติดคุก แต่ไม่เห็นใจ ม็อบ 3 นิ้วที่ทำร้ายสถาบันหลักของชาติ ติดคุก นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.5 รู้สึกเศร้าใจ เห็นคนไทยจำนวนมากยอมรับคนโกง และเห็นคนต่อต้านคนโกง ติดคุก และร้อยละ 87.2 หนุน ม็อบต้านทุจริต ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เช่น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขับไล่ทักษิณ และม็อบขับไล่ยิ่งลักษณ์ คดีโกงจำนำข้าวแสนล้านบาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.9 ต้องการให้รักษาอุดมการณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อไปไม่จางหาย ในขณะที่ร้อยละ 11.1 ไม่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า จุดม็อบ ที่ต่างกัน มีผลต่อความรู้สึกและการสนับสนุนจากประชาชนต่างกัน ที่เห็นได้ชัดเจนในผลโพลนี้คือ ม็อบต้านทุจริต จุดติดทำให้ประชาชนออกมาต่อต้านร่วมล้านคนจนขบวนการโกงจำนำข้าวแสนล้านบาทในยุคนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรต้องหนีออกนอกประเทศปล่อยให้บางคนติดคุกเดือดร้อนในขณะนี้ แต่ม็อบ 3 นิ้วและเครือข่าย จุดไม่ติด ฝ่อตัวลงเรื่อย ๆ เพราะกระทบต่อความจงรักภักดี ความศรัทธาของประชาชนที่กตัญญูต่อคุณแห่งสถาบันหลักของชาติและส่อไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ผลที่ตามมาคือ คนไทยส่วนใหญ่เศร้าใจที่เห็นแกนนำม็อบต้านทุจริตติดคุก เห็นคนไทยจำนวนมากยอมรับคนโกง เห็นคนโกงหนีคดีเอาตัวรอด เห็นม็อบ 3 นิ้วและเครือข่ายก้าวร้าว กอบโกยเงินจากแหล่งทุนต่าง ๆ เข้ากระเป๋าตนเอง เห็นการทำลายทรัพย์สินส่วนรวมจากเงินภาษีของประชาชน เห็นการคุกคามผู้อื่น เห็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตชาติจากการจุดม็อบ 3 นิ้วและขบวนการต่างชาติที่หนุนหลังมาทำลายสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน ดังนั้น จุดม็อบที่ต่างกัน จึงชี้ให้เห็นว่าคนไทยไม่เอาม็อบ 3 นิ้วเพราะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลาย ความแตกแยกของคนในชาติและการสูญเสียเหมือนบางประเทศที่เห็นอยู่ตอนนี้ แต่คนไทยหนุน &amp;ldquo;ม็อบต้านทุจริต&amp;rdquo; ต้องการรักษาอุดมการณ์ต้านโกงไว้ไม่จางหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96566</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามสถาบัน, ซูเปอรฺ์โพล, ต้านทุจริต, ม็อบ3 นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054255b65a84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินสายขึ้นโรงพัก 3นิ้วเจอแจ้งข้อหารายวันไทยภักดียุใช้ม.112ทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แกนนำ 3 นิ้ว&amp;quot; เดินสายขึ้นโรงพัก &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; เจอแจ้งอีก 5 ข้อหาวันนำม็อบชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเดือน ต.ค.&amp;nbsp; &amp;quot;แอมมี่&amp;quot; โดนสาดสีใส่ตำรวจ &amp;quot;อานนท์&amp;quot; ปัดแตกหักกลุ่มปลดแอก&amp;nbsp; บอกแค่เห็นต่างไม่ใช่ขัดแย้ง &amp;quot;ทราย&amp;quot; โพสต์หมาย 112 ส่งถึงบ้าน&amp;nbsp; &amp;quot;ไทยภักดี&amp;quot; ยกเลิกชุมนุมหนุนใช้ ม.112 ลั่นเดินหน้าเอาผิดผู้คุกคามสถาบัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รอเคาะชื่อ กก.สมานฉันท์ &amp;quot;สมพงษ์&amp;rdquo; ฟุ้งฝ่ายค้านมีหมัดเด็ดซักฟอกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.สำราญราษฎร์ วันที่ 16 ธ.ค. เวลา 10.30 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ พร้อมด้วยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหา โดยนายพริษฐ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาทำให้เสียทรัพย์ จากการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563 ส่วนนายไชยอมร มารับทราบข้อกล่าวหาจากกรณีชุมนุมสาดสีใส่ตำรวจเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวก่อนพบพนักงานสอบสวนว่า มารับทราบข้อกล่าวหาฐานทำให้เสียทรัพย์ จากกรณีการชุมนุมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้ระดมมวลชนให้ขึ้นไปนำกระถางต้นไม้บนฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออกมาวางไว้ข้างๆ เท่านั้น ไม่เข้าใจว่าเข้าข่ายการทำให้เสียทรัพย์อย่างไร คิดว่าเป็นการแจ้งข้อหาเพื่อสกัดขาให้ยุ่งเหยิง สร้างภาระในการต่อสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากคดีไม่มีมูลขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะรับผิดชอบอย่างไร ถ้ากล้าใช้อำนาจก็ต้องกล้ารับผิดชอบด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่าตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาอื่นหรือไม่ เนื่องจากวันนี้นายอานนท์ นำภา ถูกหมายเรียกในคดี ม.112 แม้ผมจะยังไม่ถูกแจ้งข้อหานี้ แต่ก็ไม่ทราบได้ อย่างไรก็ตาม ผมมองว่า ม.112 เป็นดาบที่บิ่นแล้ว เพราะถูกฟันหินมาหลายปี พอง้างจะฟันก็ไม่น่ากลัวแล้ว&amp;quot; นายพริษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังพบพนักงานสอบสวนว่า เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรค, พ.ร.บ.การโฆษณาเครื่องขยายเสียง และพ.ร.บ.จราจร นอกเหนือจากข้อหาทำให้เสียทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทราบมาว่ากรุงเทพมหานครในฐานะผู้เสียหายได้ตีมูลค่าความเสียหายจากการขนต้นไม้ออกไปตั้งข้างๆ เป็นค่าปรับกว่า 2 แสนบาท ไม่ทราบว่าตั้งข้อหานี้ได้อย่างไร ซึ่งทนายความจะทำเรื่องตรวจสอบ เพราะกระถางไม่แตก เพียงย้ายกระถางไปเท่านั้น&amp;quot; นายพริษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.00 น. นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร พร้อมทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาที่ สน.สำราญราษฎร์ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดีอาญา ม.112 จากการชุมนุมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาการสอบสวนนานกว่า 2 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์กล่าวว่า ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม ม.112 ซึ่งได้ให้การปฏิเสธไป และตำรวจนัดพบอีกครั้งวันที่ 25 ม.ค.2564
อานนท์ยันม็อบไม่ขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอกเสนอแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ นายอานนท์กล่าวว่า ขบวนนี้มีความคิดเห็นหลากหลาย มองว่าเป็นสิทธิในการแสดงออก เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยเรามีจุดร่วมสำคัญคือ 3 ข้อเรียกร้อง ซ้ำยังมองว่าเป็นผลดีเมื่อมีคนตั้งคำถามหรือเสนอเรื่องใหม่เพื่อให้คนได้ขบคิด ซึ่งเป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสังคมมีระบบการปกครองหลายรูปแบบ แต่ความเป็นไปได้จริงๆ อยู่ที่ความเห็นร่วมกันของคนในสังคม เช่น สังคมไทยตอนนี้ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข แต่เมื่อมีความเห็นที่เปลี่ยนไปในระบบอื่นก็เป็นความเห็นที่ถกเถียงกันได้ ยืนยันว่า 3 ข้อเรียกร้องเป็นฉันทามติของคณะราษฎรและประชาชน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ แม้จะเคยมีคนเสนอให้ลดเหลือ 2 ข้อ แต่ตอนนี้มันกลมกล่อมแล้ว&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี ตั้งแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนไปแจ้งความดำเนินคดี ม.112 นายอานนท์กล่าวว่า เราไปไกลกว่าเรื่อง ม.112 เพราะเป็นเรื่องการปฏิรูปสถาบัน เมื่อบ้านเราชำรุดตรงไหนก็ต้องบอกข้อบกพร่อง เราติติงเพื่อให้ได้รับการแก้ไข หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็แอ่นอกรับทราบข้อกล่าวหาแล้วเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย การแจ้งความ ม.112 ในตอนนี้เริ่มเลอะเทอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเตือนว่าหากเป็นคดีที่ไม่เข้าข่ายแน่ๆ ก็เตรียมรับหมายศาลเพราะเรามีทีมงานที่จะฟ้องกลับแน่นอน การแจ้งข้อหาดังกล่าวในตอนนี้สะท้อนภาวะความกลัวการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ เช่น การจัดคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทนที่เขาใหญ่ที่เป็นปัญหา แต่งานที่อื่นยังคงจัดได้ สังคมต้องตระหนักว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอะไร สิทธิเสรีภาพและการเปลี่ยนแปลง ขอให้เปิดใจรับฟังอย่างมีสติ ไม่งั้นสังคมคงอยู่ร่วมกันไม่ได้&amp;quot; แกนนำคณะราษฎรผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย ดารานักแสดง และเป็นแม่ยกแห่งชาติของม็อบคณะราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวโชว์หมายเรียกคดี ม.112 ออกโดย สน.บางเขน ซึ่งนายอานนท์ นำภา แกนนำคณะราษฎร&amp;nbsp; เข้าไปแสดงความเห็นว่า #เพราะเราเพื่อนกัน&amp;nbsp; โดยทรายได้โพสต์ว่า อ่อ เพราะชั้นรับแอดเธอนี่เอง #ผิด โดยมีมวลชนเข้าไปคอมเมนต์เชิงตลกขบขันและด่าทอรัฐบาลจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือบุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พ่อบ้านม็อบคณะราษฎร ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ตั้งทนายรอไว้เลยดีกว่า ทนายคริส โปตระนันทน์ - Chris Potranandana ลูกรักเบอร์ 1 ของตนเอง&amp;quot; ทั้งนี้ นายคริส โปตระนันทน์ เป็นนักกฎหมายและผู้ร่วมก่อตั้งอดีตพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานกลุ่มไทยภักดี จ.นนทบุรี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานยุทธศาสตร์กลุ่มไทยภักดี แถลงข่าวประกาศยกเลิกการจัดกิจกรรม 1 สิทธิ์ 1 เสียง สนับสนุนมาตรา 112 เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนในสิ่งที่ถูกต้องเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่สวนลุมพินี ในช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค.63 โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากสถานการณ์ความวิตกกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโควิค ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การจัดกิจกรรมให้ความรู้ประชาชน 1 สิทธิ์ 1 เสียงสนับสนุนมาตรา 112 จึงขอระงับไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มไทยภักดีจะยังเดินหน้ายุทธการหักคอเวียดกง สนับสนุนมาตรา 112 ด้วยการขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ และพร้อมจะไปแจ้งความดำเนินตามมาตรา 112 ถ้าพบเห็นหลักฐานการกระทำที่เข้าข่ายความผิคมาตรา 112 ให้เก็บหลักฐาน และส่งมาที่อินบ็อกซ์ของเพจไทยภักดี ประเทศไทย ทางกลุ่มจะมีทนายอาสารวบรวมหลักฐานและเขียนสำนวนเพื่อส่งกลับให้ประชาชนท่านนั้นไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน&amp;quot; นพ.วรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานยุทธศาสตร์กลุ่มไทยภักดีกล่าวว่า ในวันที่ 17 ธ.ค. เวลา 10.00 น. กลุ่มไทยภักดีจะไปยื่นหนังสือถึง รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเรียกร้องให้เร่งปฏิปแผนการใช้โซเชียลมีเดียที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงประเทศ และเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษเองที่กำลังผลักดันกฎหมายในปีหน้าเพื่อเอาผิดกับเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ติ๊กต๊อก ถ้ามีการนำเสนอเนื้อหาสาระที่ผิดกฎหมาย เพราะหากยิ่งปล่อยทิ้งไว้ยิ่งเป็นอันตราย
บิ๊กตู่รอเคาะ กก.สมานฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ. ที่เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และแกนนำม็อบ 4 คน ได้แก่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายอานนท์ นำภา มาให้ข้อมูลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการชุมนุมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้มาชี้แจงต่อ กมธ. มอบให้ ผบ.ตร.มาชี้แจง แต่ ผบ.ตร.มอบให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มาชี้แจงแทน รวมถึงตัวแทน กสม.เข้าร่วมชี้แจง ส่วนแกนนำม็อบ 4 คนไม่ได้มาชี้แจงต่อ กมธ. ซึ่งที่ประชุม กมธ.มีข้อสรุปให้ยุติการสอบสวนคดีดังกล่าว โดยเห็นว่าไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการชุมนุมแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความชัดเจนในการคัดสรรตัวบุคคลเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า เขากำลังคัดเลือกกันอยู่ ก็ไปดูรายละเอียดของสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีกำหนดไว้อยู่อย่างชัดเจน มีสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย ซึ่งรายชื่อคณะกรรมการ
ยังไม่ถึงตน แต่เดี๋ยวเขาก็เสนอเข้ามาเอง ซึ่งจะมีทั้งพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และฝ่ายเห็นต่างและฝ่ายเห็นด้วยตามสัดส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีชื่อนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็มีแต่ชื่อ ตั้งกันมาเรื่อยๆและก็ยังมีอีกหลายชื่อ แล้วมันต้องได้กี่คน ก็แค่คนเดียวก็ต้องไปหาชื่อกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามีกระแสข่าวตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์จะหลุดโผในครั้งนี้ จะทำให้มีปัญหาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์แล้ว ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย สื่อก็ไปเขียนอะไรกันไม่รู้ว่าท่านโมโห แล้วจะมาโมโหตนได้อย่างไร ตนก็เคารพกติกา เขาให้ตั้งกี่คนก็ต้องตามนั้น จะไปตั้งมาก 4-5 คนได้อย่างไร บ้าหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาก็คุยกันแล้วก็บอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร นายจุรินทร์ก็ได้คุยกับนายสุภรณ์แล้ว เป็นการพูดคุยกันเรื่องค้าขายเนื้อหมู ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ สื่อชอบไปเขียนกันเอง&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการส่งรายชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ในสัดส่วนของรัฐบาลที่มีข่าวว่าจะให้มาจากพรรคพลังประชารัฐ 1 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คนว่า ไม่ทราบ ตนเห็นแต่หนังสือที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีมาถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่าให้รัฐบาล หรือ ครม.ส่งผู้แทนไป 2 คนเท่านั้น ส่วนจะมีโควตาของพรรคไหนเท่าไหร่นั้นไม่ทราบ อยู่ที่เลขาธิการนายกฯ จะหารายชื่อแล้วเสนอให้นายกฯ พิจารณา ซึ่งเลขาธิการนายกฯ เคยมาคุยกับตนเหมือนกัน เห็นว่าคงต้องไปคุยกับทางวิปฯ หรือตัวแทนพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้สังคมไปมองว่าคณะกรรมการสมานฉันท์จะมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งมันคงแก้ไม่ได้ ความขัดแย้งมีอยู่อย่างไรก็คงมีอยู่อย่างนั้น และคงจะแก้ไปโดยวิธีอื่นๆ แต่คณะกรรมการสมานฉันท์ที่กำลังพูดกันอยู่นี้เป็นการมองไปข้างหน้า แต่รายละเอียดต้องไปถามประธานชวน เพราะท่านเป็นเจ้าของความคิดนี้ ถึงมีคนเสนอว่าอาจจะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุดหรือ 3 ชุดอะไรทำนองนี้ รวมถึงกรอบเวลาด้วย ต้องไปถามทางสภาผู้แทนฯ&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยพรรคก้าวไกล รวมทั้งผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เข้าร่วมในพิธีและแสดงความยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ฝ่ายค้านมีช็อตเด็ดแน่ แต่จะให้แย้มออกมาคงไม่ได้ เดี๋ยวนายกฯ จะรู้ตัวแล้วเกิดมาฟังการอภิปรายขึ้นมาทั้งๆ ที่ท่านก็ไม่เคยฟัง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.สมานฉันท์, คุกคามสถาบัน, ม. 112, สาดสีใส่ตำรวจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดินสายขึ้นโรงพัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fda1877dbd24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;ยันทหารไม่ได้ยึดอำนาจประชาชน แต่กอบกู้ชาติด้วยวิธีพิเศษจากนักการเมืองปล้นชาติ คุกคามสถาบัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.62-ท่านใหม่ ม.จ. จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chulcherm Yugala ว่า ทหารเข้ามากอบกู้ชาติ ด้วยวิธีพิเศษ มิได้แย่งอำนาจจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยืนยันว่า ทหารไม่ได้เข้ามายึดอำนาจจากประชาชน แต่ ทหารเข้ามาควบคุมอำนาจอันมิชอบจากนักการเมืองทุนสามานย์ ปล้นชาติ คุกคามสถาบัน พระมหากษัตริย์ และเข่นฆ่าประชาชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29604</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามสถาบัน, ทหารกอบกู้ชาติ ด้วยวิธีพิเศษ, ทุนสามานย์, ท่านใหม่, ปล้นชาติ, หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb0da767c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
