<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอลอว์&#039; เปิดสถิติการคุกคามทั่วประเทศอย่างน้อย 79 กรณี นับตั้งแต่การชุมนุมของเยาวชนปลดแอก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.63 - โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) รวบรวมการคุกคามประชาชนที่ใช้สิทธิในการชุมนุมทางการเมือง พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2563 เริ่มมีกิจกรรมวิ่งไล่ลุงเกิดขึ้นทั่วประเทศอย่างน้อย 39 ครั้ง หลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ แฟลชม็อบตามสถานศึกษาต่างๆ ทยอยเกิดขึ้นนับได้ประมาณ 95 ครั้งทั่วประเทศ โดยข้อเรียกร้องรูปธรรมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มปรากฏให้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนกรกฎาคมหลังมีการคลายล็อคมาตรการป้องกันโควิด-19 กลุ่มเยาวชนปลดแอกจัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค.พร้อมข้อเสนอรูปธรรรม 3 ข้อ คือ หยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางและมีการจัดชุมนุมย่อยๆ ตามมาอีกหลายครั้ง ส่วนใหญ่นำโดยเยาวชนทั้งนักศึกษาและนักเรียนมัธยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอลอว์บันทึกการคุกคามผู้จัดหรือผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วประเทศ นับตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นมาจนปัจจุบัน พบว่า มีการแจ้งเข้ามาทั้งหมด 79 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นกรณีเปิดเผยต่อสาธารณะได้ 63 ครั้ง และกรณีที่ผู้ถูกคุกคามไม่พร้อมให้เปิดเผยอีก 16 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรักษ์ นันทเสรี เจ้าหน้าที่ไอลอว์ เปิดเผยว่า รูปแบบการคุกคามที่พบเป็นส่วนใหญ่สำหรับแกนนำจัดชุมนุมคือ มีเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านก่อนจัดการชุมนุมเพื่อกดดันให้ไม่จัดหรือไม่เข้าร่วม เช่นในจังหวัดลำพูน เพชรบูรณ์ แพร่ เลย พัทลุง นครศรีธรรมราช ปัตตานี สมุทรปราการ กาญจนบุรี นนทบุรี สงขลา ขอนแก่น อำนาจเจริญ อุดรธานี กระบี่ กรุงเทพมหานคร ฯลฯ นอกจากนี้การคุกคามผู้เข้าร่วมชุมนุมยังเกิดขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยมีการถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอ ใช้กล้องวงจรปิด ใช้โดรนในการเก็บข้อมูลผู้เข้าร่วมชุมนุม และมีรายงานการเก็บข้อมูลป้ายทะเบียนรถผู้เข้าร่วมชุมนุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีบทบาทของโรงเรียนนั้นพบว่า มีผู้อำนวยการโรงเรียนหรือครูเรียกพบนักเรียนที่เป็นแกนนำหลายกรณี โดยมีเป้าหมายเพื่อห้ามปรามการชุมนุม บ้างเป็นการขอความร่วมมือ บ้างเป็นการข่มขู่ว่าจะมีการลงโทษ กระทั่งจะไม่ได้รับใบประกาศจบการศึกษา อย่างไรก็ดี การชุมนุมโดยส่วนใหญ่ก็ยังคงจัดขึ้นตามกำหนดการ มีเพียงไม่กี่กรณีที่ยุติการจัดการชุมนุม &amp;nbsp;ที่น่าสังเกตคือ เจ้าหน้าที่ในท้องที่ที่เข้าพบเยาวชนหรือประชาชนมักอ้างว่า มีลิสต์ซึ่งเป็นข้อมูลจากส่วนกลางซึ่งระบุชื่อและข้อมูลส่วนบุคคลของแกนนำต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากที่การชุมนุมมีแนวโน้มที่จะเป็นเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ เข้าร่วมมากขึ้น รูปแบบการคุกคามจึงเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยเฉพาะในโรงเรียน เช่นการเรียกนักเรียนที่จัดกิจกรรมเข้าพบผู้อำนวยการหรือครู การเรียกผู้ปกครองมาพบที่โรงเรียน การประกาศในโรงเรียนว่าห้ามไปร่วมชุมนุม การนำตำรวจเข้าไปในโรงเรียน ตำรวจโทรหาผู้ปกครองหรือไปเยี่ยมบ้านเพื่อพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็ก การขับรถตามและเฝ้าอยู่ที่หอพัก รวมไปถึงการให้เซ็นบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) ว่าจะไม่ไปร่วมกิจกรรม การคุกคามรูปแบบใหม่เหล่านี้ส่งผลกระทบและสร้างความกดดันอย่างมากให้กับนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะเป็นคนหน้าใหม่ที่กำลังเริ่มสนใจกิจกรรมทางการเมือง อีกทั้งกิจกรรมส่วนใหญ่จัดในต่างจังหวัด หลายพื้นที่ไม่เคยมีกิจกรรมทางการเมืองมานาน ทำให้เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติรุนแรงแตกต่างกันไป&amp;rdquo; นายอภิรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินคดีนั้น อภรักษ์ระบุว่า จะดำเนินคดีกับผู้จัดหรือผู้ขึ้นปราศรัยเป็นหลัก เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่มีคนถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.โรคติดต่อ จากการทำกิจกรรม #คนเชียงใหม่จะไม่ทนtoo บริเวณประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. จำนวน 4 คน ที่จังหวัดลำพูนในงานวันที่ 24 ก.ค. คนขึ้นปราศรัย 2 คนก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนที่กรุงเทพฯ มีคนถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมหน้ากองทัพบกในวันที่ 20 ก.ค.จำนวน 5 คน และจากเวทีวันที่ 18 ก.ค.อย่างน้อย 3 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ขึ้นเวทีปราศรัยทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเหตุการณ์หลังเวทีที่ธรรมศาสตร์รังสิต ในวันที่ 10 ส.ค. นั้น ยังไม่มีรายงานของการดำเนินคดีจากเวทีดังกล่าว แต่มีการคุกคามเกิดขึ้นคือ มีตำรวจนอกเครื่องแบบขับรถติดตามผู้ปราศรัยไปจนถึงที่บ้านและในคืนวันที่ 12 ส.ค. ตำรวจนอกเครื่องแบบยังได้ไปเฝ้าอยู่บริเวณหอพักของแกนนำจัดงานและคนขึ้นปราศรัยตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงเช้า รวมไปถึงการจับกุมพริษฐ์ หนึ่งในกลุ่มแกนนำจัดงาน 10 ส.ค. ในช่วงเย็นวันที่ 14 ส.ค. แต่เป็นการจับกุมจากเหตุของการชุมนุมครั้งอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีข้อมูลจำนวนหนึ่งไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้นั้น อภิรักษ์ระบุว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกคุกคามเป็นนักเรียนหรือเยาวชนซึ่งมีถึง 8 กรณีจากทั้งหมด 16 กรณี และทุกกรณีอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดและเป็นผู้จัดกิจกรรมที่ไม่เคยทำกิจกรรมทางการเมืองมาก่อนจึงไม่ต้องการให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในจังหวัดรวมถึงครูในโรงเรียนด้วย ในส่วนของลักษณะโดยทั่วไปของการคุกคามเป็นจะเป็นการเข้าไปเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก การโทรหาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ การเรียกเข้าพบของผู้อำนวยการโรงเรียนหรือครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่ทราบข้อมูลการคุกคามประชาชนที่แสดงออกในประเด็นสาธารณะต่างๆ ด้วยรูปแบบใดก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่รัฐ หรือเป็นผู้ประสบเหตุคุกคามด้วยตัวเอง สามารถติดต่อเพื่อให้ข้อมูลกับไอลอว์ได้ทั้งทางโทรศัพท์หมายเลข 02 002 7878 email&amp;nbsp;ilaw@ilaw.or.th&amp;nbsp;หรือทาง facebook messenger ของเพจ ilaw หรือทาง Direct message ทาง twitter &amp;nbsp;อ่านรายละเอียดรายงานได้ที่&amp;nbsp;https://freedom.ilaw.or.th/node/836&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74531</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามเสรีภาพ, อภิรักษ์ นันทเสรี, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200815/image_big_5f379706e8c12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิชา&#039; จวก &#039;หมอเหรียญทอง&#039; ทำลายอนาคตเยาวชนเห็นต่างเรื่องสถาบัน ถาม &#039;บิ๊กตู่&#039; นี่หรือทฤษฎีสมคบคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63 - จากกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ผุดแนวคิดโครงการดับอนาคต จัดทำบัญชีบุคคลจาบจ้างหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่งให้บริษัทห้างร้าน หน่วยงานรัฐ สถานศึกษา ห้ามรับเข้าทำงานหรือเข้าศึกษาต่อหรือให้ทุน ล่าสุด นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านกาญจนาภิเษก อดีตสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;โครงการดับอนาคต&amp;quot; โดยนายแพทย์เหรียญทองฯ ที่มีนัยยะสิ้นหวังและมีเป้าหมายที่ลูกหลานในวัยเรียนจะเกิดขึ้นในประเทศของเราไม่ได้ และไม่ควรมีผู้ใหญ่คนใดในประเทศนี้ แม้แต่คนเดียวคิดเรื่องดับอนาคตพลเมืองที่เป็นลูกหลาน ไม่ว่าพวกเขาจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างจากเราหรือมีความเชื่อทางการเมืองที่เหมือนเราหรือแตกต่างจากเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอถามนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้แต่งตั้งนายแพทย์เหรียญทองฯ ให้เป็นทีมที่ปรึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมหลังโควิด-19 &amp;ldquo;โครงการดับอนาคต&amp;rdquo; ซึ่งเป็นความคิดของนายเเพทย์เหรียญทองฯ หนึ่งในทีมที่ปรึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมหลังโควิด-19 คือความภาคภูมิใจของนายกรัฐมนตรีใช่มั้ย ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการดับอนาคต&amp;rdquo; ของนายแพทย์เหรียญทองฯ ไม่เพียงแต่ทำลายภาพลักษณ์ของทีมที่ปรึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมฯ ซึ่งแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีเท่านั้น &amp;ldquo;โครงการดับอนาคต&amp;rdquo; ยังทำให้ผู้คน สังคม เข้าใจว่าการทำลายอนาคตลูกหลานที่เห็นต่างคือการปกป้องราชวงศ์หรือทำเพื่อราชวงศ์ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีราชวงศ์พระองค์ใดรู้เห็นเป็นใจกับนายแพทย์เหรียญทองฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผลกระทบอาจเหวี่ยงไปในทิศทางดังกล่าว โดยเฉพาะต่อราชวงศ์ ขอถามนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่านายกรัฐมนตรีคิดอย่างไรกับ &amp;ldquo;โครงการดับอนาคต&amp;rdquo; ของนายแพทย์เหรียญทองฯ หรือนี่คือสิ่งที่เรียกว่า &amp;ldquo;ทฤษฎีสมคบคิด&amp;rdquo; !!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นางทิชา ได้โพสต์ข้อความไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า พฤติกรรมแบบนี้ของนายแพทย์คนนี้เข้าข่ายคุกคามต่อการแสดงออกของนักเรียน คนหนุ่มสาว ที่เป็นสิทธิ เสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.นพ.เหรียญทอง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้ทราบข่าวนางทิชา&amp;nbsp;ณ นคร ร้องเรียนกรรมการสิทธิมนุษยชนให้สอบสวนผม ผมต่างหากครับที่จะสอบสวนกรรมการสิทธิมนุษยชนว่าทำไมเพิกเฉยละเลยให้มีการละเมิดสิทธิส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัวฯและพระบรมวงศานุวงศ์กันอย่างสามานย์อย่างนี้ ผมปกป้องพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้วมันหนักศีรษะนางนิชา ณ นคร หรืออย่างไร...ฝากไปถามมันด้วย...รำคาญอีแก่ดัดจริตครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72884</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, คุกคามเสรีภาพ, ทิชา ณ นคร, ปกป้องสถาบันกษัตริย์, พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1ff8dc21c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกก้าวไกล&#039; เปรียบครูกล้อนผมเด็กเหมือน &#039;อาชญากร&#039; ต้องถูกไล่ออก ป้องกันคุกคามเสรีภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล พร้อมสมาชิกพรรคก้าวไกลแถลงถึงกรณีระเบียบทรงผม และการคุกคามเสรีภาพของนักเรียนว่า ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องทรงผม แต่เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของเด็กที่ถูกกดขี่ ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีมานานแล้วไม่ว่าจะเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ปกครองและเด็ก พรรคก้าวไกลจึงมองว่าการละเมิดเด็กที่ไม่ควรเกิดขึ้นตอนนี้มี 6 มิติ คือ 1.เด็กที่ค้างค่าเทอม และครูก็ลงโทษเพื่อให้เกิดความอับอาย ซึ่งต้องถามว่าจะลงโทษทางวินัยครูอย่างไร 2.วินัยทรงผม ที่ลุกลามเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพเด็ก ซึ่งคนที่ไม่เคารพสิทธิเด็กขอเรียกร้องให้ลาออกจากการเป็นครู 3.การบังคับให้หมอบกราบ เป็นวัฒนธรรมไทยที่เราต้องสืบสานกันไป แต่ไม่ใช่การใช้อำนาจนิยมให้หมอบกราบเช่นนี้ 4.เรื่องเพศ ที่มีมาตรการเลือกปฎิบัติ อย่างไม่เป็นธรรมจากครูและบุคลากรทางการศึกษา 5.การคุกคาม ล่วงละเมิดเด็กทั้งในและนอกโรงเรียน รวมถึงในโซเชียลมีเดีย และ6.การข่มขู่คุกคามเด็กในโรงเรียน นอกโรงเรียน และโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้ ครูจะกระทำไม่ได้ หากอยากทำให้ลาออกจากการเป็นครู และควรเรียกตัวเองว่าอาชญากร พรรคก้าวไกลได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อกมธ.การศึกษาฯ ซึ่งได้บรรจุเป็นวาระแล้ว โดยจะเชิญปลัดกระทรวงศึกษาธิการและเลขาสพฐ. เข้ามาทำงานและชี้แจงร่วมกัน เพื่อป้องปราม สกัดการลุกลามไม่ให้มีการคุกคามสิทธิเสรีภาพเด็กมากกว่านี้ และหาข้อยุติว่าครูที่กระทำงานลักษณะนี้จะมีโทษอย่างไร รวมถึงเอาผิดตามมาตรา 157 และลงโทษขั้นร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกจากราชการให้ได้ นอกจากนี้เราจะสนับสนุนให้ผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดีครูที่กระทำการดังกล่าว&amp;rdquo;นายวิโรจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในฐานะรองประธานกมธ. กิจการเด็กเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาฯ เราตระหนักถึงสิทธิในการคุ้มครองเด็กโดยสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าระบบการดูแลช่วยเหลือของโรงเรียนภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการกล้อนผม การคุกคามทางเพศ การหมอบกราบ การทำร้ายร่างกายกันภายในโรงเรียน ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ลิดรอนเสรีภาพของเด็ก ซึ่งไม่ได้หมายถึงเด็กทั้งหมดเป็นผู้ถูกกระทำและครูทั้งหมดเป็นผู้กระทำ เรากำลังพูดถึงผลกระทบของเด็กที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว เรารู้ดีว่าการทำร้ายเด็กหรือละเมิดเด็กหนึ่งคนวันนี้ พวกเราก็อาจจะเป็นเหยื่อจากเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงในวันหน้า ซึ่งพรรคก้าวไกลขอยืนยันว่าจะใช้ทุกช่องทางในการร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางส.ส. กรรมาธิการ และทุกระบบในการช่วยเหลือในประเทศไทย เพื่อคุ้มครองเด็กต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70946</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามเสรีภาพ, ทรงผม, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda3bc196dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลเผยประชาชนไม่ปลื้มมีคนบางกลุ่มใช้เสรีภาพเกินพอดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสรีภาพ ผิดประเทศ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 2,100 ตัวอย่าง และ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; (Traditional Voice) จำนวน 1,209 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 19 &amp;ndash; 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึง ความเห็นต่อ ชายกับชายกอดจูบปากกันที่สภาฯ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.4 ระบุไม่เหมาะสม เพราะ ใช้เสรีภาพผิดที่ ไม่เหมาะกับประเทศไทย ขาดจิตสำนึก ไม่นึกถึงหลักคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรมของสังคมไทย พวกเดินตามก้นฝรั่ง ปล่อยให้พวกฝรั่งจูงจมูก และไม่รักวัฒนธรรมไทย เป็นพวกอยู่ผิดประเทศ เป็นต้น ในขณะที่ ร้อยละ 18.6 ระบุ เหมาะสม เพราะเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เป็นประชาธิปไตยจะทำอะไรก็ได้ เป็นต้น
ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงการนัดหมายพา คนลงถนน จะสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับคนกลุ่มใดบ้างและตอบได้มากกว่า 1 ข้อ พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 44.8 ระบุ รถติด คนทุกกลุ่มเดินทางลำบาก รองลงมาคือ ร้อยละ 38.7 ระบุ ความวุ่นวาย ความไม่สงบของบ้านเมือง ร้อยละ 32.3 ระบุ เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก คนทุกกลุ่มเดือดร้อน ร้อยละ 31.3 ระบุ รายได้ลดของคนขับรถแท็กซี่ และรถรับจ้าง ร้อยละ 27.3 ระบุ คนป่วยที่ต้องพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเส้นทางชุมนุมของคนลงถนน และร้อยละ 5.0 ระบุอื่น ๆ เช่น ทำทุกคนลำบากกันไปหมด ทำมาหากิน การเงินขัดสนลงไปอีก เป็นต้น
ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง กิจกรรมกระตุ้นให้คนไทย ออกมาวิ่ง กิจกรรมใดที่ทำแล้ว เหมาะสม น่ายกย่องเชิดชู มากกว่ากันระหว่าง วิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือ กับ วิ่งไล่ลุง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุ ยกย่องเชิดชู การวิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือ ของพี่ตูน บอดี้สแลม เหมาะสมมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 16.6 ยกย่องเชิดชู วิ่งไล่ลุง เหมาะสมมากกว่า
ที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อถามถึง พรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลัง วิ่งไล่ลุง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.9 ระบุ พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล อยู่เบื้องหลัง และร้อยละ 25.1 ระบุ อื่น ๆ เช่น ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง และมีกลุ่มอื่น ๆ เช่น คนจัดวิ่งไล่ลุงมีหน้า facebook และ twitter ใช้สื่อโซเชียลโจมตีแต่รัฐบาลด้านเดียว เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ขาดความเป็นกลาง และมีแต่ อคติ เสนอภาพลบของรัฐบาลเพียงมิติเดียว ขาดจรรยาบรรณของนักทำกิจกรรมทางการเมืองที่ดี มุ่งจะขายของหารายได้ จากการขายเสื้อ ขายของ ผลประโยชน์ทางธุรกิจ เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 25.1 ระบุ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง
นายนพดล กล่าวต่อว่า ที่น่าสนใจคือ เมื่อวิเคราะห์เสียงของประชาชนในโลกโซเชียล (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net Super Poll ในช่วง 1 วันที่ผ่านมา ด้วยการประมาณการจำนวนเข้าถึงเรื่อง กิจกรรมวิ่ง 3 ประเภท ได้แก่ วิ่งไล่ลุง วิ่งเพื่อแผ่นดิน และวิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือ ของตูน บอดี้สแลม พบว่า จำนวนคนในโลกโซเชียลที่กิจกรรม &amp;ldquo;วิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือ&amp;rdquo; เข้าถึง มีจำนวนทั้งสิ้น 1,530,101 คน มากกว่า &amp;ldquo;วิ่งไล่ลุง&amp;rdquo; จำนวนทั้งสิ้น 1,088,273 คน และ &amp;ldquo;วิ่งเพื่อแผ่นดิน&amp;rdquo; มีจำนวนทั้งสิ้น 217,599 คนตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ที่น่าพิจารณาคือ เสียงตอบรับต่อ กิจกรรมวิ่ง 3 ประเภท พบว่า วิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือได้เสียงตอบรับเชิงบวกร้อยละ 90.2 ในขณะที่ วิ่งเพื่อแผ่นดิน ได้ร้อยละ 55.6 และวิ่งไล่ลุง ได้ร้อยละ 37.5 โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.5 เป็นเสียงตอบรับในทางลบต่อกิจกรรม วิ่งไล่ลุง
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า ชายกับชายกอดจูบปากกันที่สภาฯ และ วิ่งไล่ลุง อาจถูกมองว่า เป็น &amp;ldquo;เสรีภาพที่ผิดประเทศ&amp;rdquo; เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้องการความสงบสุขของบ้านเมืองและต้องการรักษาวัฒนธรรมของสังคมไทยไว้มากกว่าเดินตามก้นฝรั่งทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาและไม่มีหลักประกันว่าประเทศเหล่านั้นจะไม่วุ่นวายหรือปลอดภัยแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นภาพในอดีตที่คนในชาติขัดแย้งรุนแรงบานปลายเกิดการเผาบ้านเผาเมือง ทำเศรษฐกิจทรุดหนักและภาพจลาจลในประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ทำลายความเจริญของประเทศเหล่านั้นทำลายความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์อาจจะส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนคนไทยที่สะท้อนออกมาในผลโพลครั้งนี้ ดังนั้น กลุ่มคนที่กำลังเคลื่อนไหวทางการเมืองได้โปรด อย่ามองข้าม &amp;ldquo;ไทยนี้รักสงบ&amp;rdquo; ฝังรากลึกในจิตสำนึกของคนไทยทั้งประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามเสรีภาพ, ซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff0c4483c9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Oh I see ! โซเชียลเฉลยเบื้องหลังทำพานไหว้ครูเสียดสีการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.62 - ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Hirosukae Saiyasart &amp;nbsp;โพสต์รูปภาพและข้อความต่อกระแสข่าวที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงข่มขู่นักเรียนที่ทำพานไหว้ครู ที่เสียดสีการเมือง &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;Oh I see ! เข้าใจแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเพื่อนมาเฉลยให้ฟังเรื่องพานประเพณีไหว้ครูของเด็กนักเรียน รร.แห่งหนึ่งแถวอีสาน ที่กำลังโจษจันกันอยู่ตอนนี้ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูสนิทกับ สส.ส้มเน่า เลยคิดธีมให้ นร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเด็กทำเสร็จก็รีบถ่ายขึ้น IG&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แป๊บเดียวตำรวจที่ไม่รู้ชอบกินแตงโมหรือเปล่า ก็เข้ามาห้ามเผยแพร่ ขอให้ลบรูปทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ฝ่ายส้มเน่าก็รีบออกข่าวทำนองว่า ทหารบุกไปห้ามเด็ก ทั้งๆที่ทหารไม่ได้ส่งใครไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นปฏิบัติการทางจิตวิทยา ทำ IO ที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Hirosukae Saiyasart &amp;nbsp; โพสต์ด้วยว่า สรุปเรื่องพานไหว้ครูที่ โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงเรื่องนี้มันก็ยังไม่จบหรอก เพราะเริ่มมีคนออกมาแหกแล้วว่า พานนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่นักเรียนทำ แต่เป็นครูคนหนึ่งที่ฝักใฝ่การเมืองคนหนึ่งทำ แล้วให้นักเรียนใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มันเป็นประเด็นดราม่าเพราะว่า สำนักข่าว (สีเขียว) บางสำนัก &amp;quot;พาดหัวข่าวเรียกตีน&amp;quot; ให้ทหารตำรวจ ว่าไปขอให้ไล่ลบรูปงู้นงี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;***ในความเป็นจริง*** ทหารแม่งไม่ได้ไป โดนด่าฟรีนิ่มๆ มีแต่ตำรวจ ซึ่งไอ้ตำรวจที่ว่า ผกก. เขาออกมาชี้แจงแล้วว่า มันมีภาพเป็นกระแสดราม่าใน Social ก็เลยให้ลูกน้องไปดู เพื่อที่จะได้ตอบคำถามผู้บังคับบัญชาได้ ไม่ได้ไปบังคับให้ไล่ลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;---------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเห็นส่วนตัว :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันไม่สำคัญว่าใครจะเป็นคนคิด จะครูหรือเด็ก แต่มันไม่เหมาะสม ไม่ได้โลกสวยว่าจะห้ามไม่ให้แสดงความคิดเห็นทางการเมือง แสดงได้ แต่มันไม่ใช่โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองนึกภาพตามนะ สมมติเราเป็นครู เราจะอยากรับพานที่มีจุดประสงค์เพื่อล้อเลียนการเมือง ไม่ได้เพราะเคารพครูมั้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือพานมันไม่ใช่กระทง กระทงจะสร้างสรรค์เติมแต่งห่ายังไงก็ได้ จะทำกระทงไอ้ตู่ เผาแล้วลอยน้ำไปก็ได้ไม่มีใครว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะอะไร??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมันไม่ได้มอบให้คนไงโว้ยยยย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือจะเอาไปเปรียบเทียบกับงานบอลประเพณี จุฬา - ธรรมศาสตร์ นั่นก็ไม่ได้เหมือนกัน อันนั้นอยากล้อเลียน อยากด่าอะไรทำได้เต็มที่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และประเด็นถัดไป ลองไปดูภาพพานของ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาก็ได้ ทำสวยงามมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวฝ่ายไหนก็ไม่รู้กระพือข่าวกันยับ ทั้งที่โรงเรียนที่ทำ มีไม่กี่โรงเรียนเท่านั้น ที่เหลือเขาทำแบบสร้างสรรค์น่าชื่นชมกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงความคิดเห็นไม่ใช่เรื่องผิด เป็นเรื่องที่ดีมากด้วย แต่คุณต้องรู้จัก &amp;quot;กาลเทศะ&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปอลิง : มีคุณหัวหน้าพรรคสีส้มโดนหัวข่าวดักควาย ของสำนักข่าวสีเขียว จนไปโพสต์ด่าทหารตามด้วยซะงั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;--------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป!! ทหารแม่งโดนด่าฟรี 555555555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วนี่มัน &amp;quot;พานไหว้ครูหรือไหว้นักการเมือง&amp;quot;
(ส่วนเบาะแสที่คาดว่าจะมีตัวการอยู่เบื้องหลัง อยู่ใน Comment นะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สติค่ะลูกกกก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38560</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามเสรีภาพ, ทำพานไหว้ครู, ประชาธิปไตย, พิธีไหว้ครู, เสรีภาพนักเรียน, เสียดสีทางการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d031bd47fe6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเทศกูมีแบบไหน!&#039;ปิยบุตร&#039;โวยถูกทหาร-ตร.คุกคามเสรีภาพ ตามถ่ายคลิปทุกที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.61- นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเจพ Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรณรงค์รับสมัครสมาชิกพรรคในเขตอีสานใต้ ครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ พวกเรา - พรรคอนาคตใหม่ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างอบอุ่น มีผู้สนใจสมัครสมาชิกพรรคจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากได้พบปะพี่น้องประชาชนแล้ว เรายังพบกับ &amp;ldquo;แขกที่ไม่ได้รับเชิญ&amp;rdquo; ตลอดการเดินทาง คือ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กอ.รมน. ที่ติดตามผมและทีมงานไปทุกที่ ขับรถ 2-3 คัน ตามรถของพวกเรา ตามเข้าปั๊ม ตามเข้าร้านอาหาร ตามไปเฝ้าโรงแรมที่พัก ส่งมอเตอร์ไซค์ตามเข้าไปในพื้นที่จัดงาน ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปนั่งฟังการบรรยายของผมในชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย ส่งทหารในชุดลายพรางเต็มยศ เข้าไป &amp;ldquo;ร่วม&amp;rdquo; การเดินรณรงค์รับสมัครสมาชิกกับพวกเรา ทุกจุดที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ไป มีการถ่ายรูป ถ่ายทะเบียนรถ ถ่ายคลิปวิดีโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผมออกจากพื้นที่ ยังส่งเจ้าหน้าที่ตามไป &amp;ldquo;สอบถาม&amp;rdquo; พี่น้องประชาชน ยังโทรศัพท์หาทีมงานของเรา บางพื้นที่ โทรไปไม่หยุดหย่อน บางพื้นที่ ก็ส่งคนไปขับรถป้วนเปี้ยนแถวบ้าน ทั้งหมดนี้ พวกเขาอ้างว่า ทำลงไปเพื่อ &amp;ldquo;รักษาความปลอดภัย&amp;rdquo; แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันคือการคุกคาม การละเมิดเสรีภาพ การรุกล้ำความเป็นส่วนตัว การข่มขู่กดดัน การสร้างมาตรการจิตวิทยาทำให้คนกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เสรีภาพของบุคคลเป็นเรื่องหลัก การจำกัดเสรีภาพเป็นเรื่องยกเว้น การจำกัดเสรีภาพจะมีได้ก็ต้องมีกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการจำกัดเสรีภาพ และการจำกัดเสรีภาพต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และไม่เกินกว่าเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่เป็นเผด็จการ บุคคลไม่มีเสรีภาพ บุคคลจะมีและใช้เสรีภาพได้ก็ต่อเมื่อรัฐอนุญาต ประเทศประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจจำกัดเสรีภาพได้ ต้องถามตนเองก่อนว่าอาศัยอำนาจตามกฎหมายอะไร จำกัดเสรีภาพไปเพื่ออะไร บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ พอสมควรแก่เหตุหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศเผด็จการ เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจละเมิดเสรีภาพประชาชนได้เสมอตามอำเภอใจของตน ทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยยึดแบบใดกันแน่ ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ เป็นแบบประชาธิปไตยหรือเผด็จการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตกลงแล้ว #ประเทศกูมี แบบไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20778</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามเสรีภาพ, ทหาร-ตำรวจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ประเทศกูมี, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd2eb88cb770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อนาคตใหม่&#039;ซัดคสช.ยัดข้อหา คุกคามเสรีภาพไม่จริงใจเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 61 - พรรคอนาคตใหม่ออกแถลงการณ์กลุ่ม &amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; เรื่อง การมุ่งจะดำเนินคดีอาญาต่อสมาชิกของกลุ่มอนาคตใหม่ ว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ทำการออกหมายเรียกพยานมายัง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ , นายไกลก้อง ไวทยการ และนางสาวจารุวรรณ ศรันย์เกตุ ในคดีระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยมี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ กับ ผู้ดูแลหรือเจ้าของเพจ &amp;ldquo;อนาคตใหม่ &amp;ndash; The Future We Want&amp;rdquo; กับพวก ฉบับลงวันที่ 16 ก.ค. 2561 และคดีระหว่างคสช. กับ ผู้ดูแลหรือเจ้าของเพจ &amp;ldquo;Thanathorn Juangroongruangkit &amp;ndash; ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; กับพวกรวม 3 คน ได้ขอเลื่อนนัดต่อพนักงานสอบสวนจากวันที่ 23 ก.ค. เป็นวันที่ 31 ก.ค. 2561 เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และได้ทราบจากพนักงานสอบสวนว่า พ.อ.บุรินทร์ ได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเนื้อหาของบันทึกวิดีโอเฟซบุ๊กไลฟ์ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2561 ช่วงค่ำ ทางเฟซบุ๊คเพจ &amp;ldquo;อนาคตใหม่ &amp;ndash; The Future We Want&amp;rdquo; และ เพจ &amp;ldquo;Thanathorn Juangroongruangkit &amp;ndash; ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; ในความผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (2) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายธนาธร กับพวกรวม 3 คน ได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน โดยปฏิเสธการให้ข้อเท็จจริงในชั้นนี้ และพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด โดยในวันเดียวกันนี้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวไทยโพสต์ว่า &amp;ldquo;คดีดังกล่าวนายธนาธร มีการพาดพิงถึง คสช. ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูลกระบวนการยุติธรรมและเป็นการกล่าวหา คสช. นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการโจมตีกระบวนการยุติธรรมด้วย&amp;rdquo; นั้น กลุ่มอนาคตใหม่ ขอเรียนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คสช. เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากการรัฐประหารแย่งชิงอำนาจรัฐไปจากประชาชนเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทำลายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 จึงเป็นองค์กรที่ปราศจากความชอบธรรมทางกฎหมายตามหลักนิติรัฐ-ประชาธิปไตย นับแต่เข้าสู่อำนาจรัฐเป็นต้นมา คสช. ได้ใช้อำนาจดังกล่าว ปราบปรามประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองกับระบอบเผด็จการที่ตนก่อตั้งขึ้น คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยวิธีการต่างๆ ซึ่งผลของการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศมาโดยตลอด ถึงแม้ว่า บัดนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว การปราบปราม คุกคาม และจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยอำนาจของเผด็จการ คสช. ก็ไม่ได้ลดลง สภาพการณ์การเช่นนี้แสดงถึงความไม่จริงใจที่จะนำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งโดยเสรีและเป็นธรรมตามวิถีทางประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับรองเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนไว้ ซึ่ง คสช. ในฐานะองค์กรของรัฐมีหน้าที่ต้องเคารพและผูกพันต่อหลักการดังกล่าว ดังนั้น การมุ่งจะดำเนินคดีอาญาต่อนายธนาธรกับพวกรวม 3 คนในครั้งนี้ จึงเป็นการคุกคามและกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การกระทำของนายธนาธรและพวกรวม 3 คน เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญมุ่งหมายจะคุ้มครอง และการคุกคามจาก คสช. ในครั้งนี้ มิได้กระทบต่อจุดยืนทางการเมืองของเรา ที่สนับสนุนการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตยและต่อต้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ผลพวงของรัฐประหาร อันได้แก่ บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำที่มุ่งต่อผลในทางกฎหมายที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้ระบอบเผด็จการ คสช. ตลอดจนบรรดาคดีความอันเกิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมืองของประชาชนที่ถูกดำเนินคดีภายใต้ระบอบเผด็จการดังกล่าว จะต้องถูกลบล้างออกไปเพื่อฟื้นคืนหลักนิติรัฐ &amp;ndash; ประชาธิปไตยให้แก่ระบบกฎหมาย สิ่งนี้ถือเป็นนโยบายที่เราจะยึดมั่นเป็นหมุดหมายสำคัญและดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงโดยวิถีทางตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14491</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., คุกคามเสรีภาพ, ธนาธร, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.อ.บุรินทร์, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae30f91bdc34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
