<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนวัยเก๋าโหวตกีฬาในดวงใจ ป้องกันซึมเศร้า-โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การออกกำลังกายถือเป็นยาวิเศษ&amp;rdquo; ที่ช่วยป้องกันและรักษาสุขภาพได้ดีกว่าการไปหาหมอเพื่อรับยามารับประทานเป็นไหนๆ งานนี้จึงไม่แปลกที่คนวัยเก๋าหันมาดูสุขอนามัยด้วยการเอกเซอร์ไซส์เป็นประจำ และสิ่งที่ลืมไม่ได้นั้น การออกกำลังยังช่วยคลายเครียด ทำให้มีเพื่อน ที่สำคัญยังได้ฝึกสมาธิไปด้วยในตัว คุณประโยชน์สารพัดแบบนี้ ...บรรดาคนวัยเก๋ารักการออกกำลังมาบอกให้ทราบถึงกีฬาในดวงใจของตัวเอง ที่ช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพดี เจ็บป่วยน้อย ที่สำคัญไม่ต้องใช้เงินมากในการขยับร่างกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รำกระบอง, ไท้เก๊ก, เต้นทิเบต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(นฤมล จันทนโชติวงศ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณป้านฤมล จันทนโชติวงศ์ วัย 72 ปี ข้าราชการบำนาญศาลยุติธรรม บอกว่า &amp;ldquo;ตอนนี้เกษียณจากงานมาหลายปีแล้ว เวลาว่างจะชอบออกกำลังมากที่สวนหลวง ร.9 โดยเฉพาะการรำกระบอง ที่ช่วยทำให้ตัวเองได้ออกกำลังแบบสุด อาทิ เตะขาได้ไกลสุด ตรงนี้จะช่วยคลายเส้นและกล้ามเนื้อที่ยึดได้ค่อนข้างดี นอกจากนี้จะมีการเต้นทิเบต ซึ่งเป็นลักษณะการออกกำลังโดยการยักไหล่ พยักหน้าไปตามจังหวะเสียงเพลง ซึ่งจะช่วยลดอาการหินปูนเกาะที่ไขข้อได้ค่อนข้างดี ป้องกันไหล่ติด และก็เป็นการออกกำลังกายที่ไม่หนักจนเกินไป และปกติก็มักจะออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ค่ะ ประโยชน์ของการเอกเซอร์ไซส์ก็มีด้วยกันหลายด้านค่ะ ทั้งทำให้ร่างกายแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ได้เพื่อน มีสังคม เพราะการที่เราออกกำลังคนเดียว สุดท้ายเราก็จะเบื่อ แต่ถ้าไปออกกำลังกายเราจะได้เพื่อน ซึ่งนั่นไม่เพียงทำให้การขยับร่างกายเป็นไปอย่างสนุก เพลิดเพลิน และรู้จัก พูดคุย ซักถามสารทุกข์สุขดิบของเพื่อน นั่นจึงทำให้เรามีเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปั่นจักรยานตะกร้า-เล่นเครื่องออกกำลังในหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(กิม แซ่จง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป้ากิม แซ่จง วัย 68 ปี บอกว่า &amp;ldquo;ป้ามีโรคประจำตัวทั้งเบาหวานและไขมันสูง จึงเป็นจุดเปลี่ยนให้ตัวเองเริ่มหันมาออกกำลังในหมู่บ้าน ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับคือช่วยคลายเครียดได้ดีมากๆ เพราะเวลาลูกหลานไปทำงาน ป้าต้องอยู่คนเดียว การออกกำลังกายจึงช่วยส่งเสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี ปกติก็จะชอบปั่นจักรยานตะกร้ารอบหมู่บ้าน ส่วนช่วงเย็นๆ ก็ไปสลับไปเล่นเครื่องออกกำลังกายในหมู่บ้าน ที่เป็นเครื่องเล่นยืนโยกตัวไปมา พอเหนื่อยก็หยุดพัก พอหายเหนื่อยก็ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือน้ำหนักตัวลดลง และรู้สึกเบาตัวเวลาที่เดินไปไหนมาไหน ที่สำคัญการออกกำลังกายถือเป็นการรักษาสุขภาพ ที่ไม่ต้องไปหาหมอและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่งปฏิบัติภาวนา-เต้นสมาธิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(รัชพล เดชสุวรรณ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณลุงรัชพล เดชสุวรรณ วัย 68 ปี ข้าราชการบำนาญโรงงานยาสูบ บอกว่า &amp;ldquo;ผมเกษียณราชการมา 8 ปีแล้ว ประกอบกับในช่วงที่ไม่ได้ทำงานแล้ว ผมเริ่มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะอยู่บ้านไม่มีงานทำ และภรรยาป่วยกระทั่งเสียชีวิตไป แต่ตอนหลังจึงได้เริ่มไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์พลาญข่อย ช่องเม็ก ครั้งละ 10 วัน และไปอยู่ 1 ปีกว่า จึงทำให้หายจากโรคซึมเศร้า ทั้งจากการนั่งสมาธิปฏิบัติภาวนา รวมถึงการเต้นสมาธิที่ทางศูนย์จัดขึ้น ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับการเต้นแอโรบิก แต่ขณะที่เราเต้นนั้นเราจะมีสมาธิ จิตจะรู้ทุกการเคลื่อนไหว ต่างจากการเต้นแอโรบิกที่เรามักจะขยับตามสติ การเต้นสมาธิก็จะคล้ายคลึงกับการปฏิบัติภาวนาไปด้วยในตัวครับ และเวลาที่ฝึกเราก็จะมีเหงื่อออกตามร่างกาย และได้ฝึกสติ เรียกความสงบให้เกิดขึ้นในใจ ดังนั้นการใช้เวลาว่างไปกับการออกกำลังกายและฝึกสมาธิ ก็เป็นตัวช่วยสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปั่นจักรยาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ร.ต.พชร แก่นสำโรง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร.ต.พชร แก่นสำโรง ทหารเกษียณราชการ วัย 70 ปี บอกว่า &amp;ldquo;ผมขี่จักรยานเป็นประจำทุกวัน วันละประมาณ 4 กิโลเมตร และปั่นมาประมาณ 5 ปีแล้ว เนื่องจากเป็นโรคปวดเข่าจึงออกกำลังด้วยวิธีนี้แทนที่จะวิ่งออกกำลัง และการปั่นจักรยานนั้นก็ทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ และทำให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายดีขึ้น อีกทั้งการปั่นจักรยานก็ทำให้เรามีเพื่อนฝูงมากขึ้น อีกทั้งไม่รู้สึกเหงาครับ ดังนั้นถ้าอยากสุขภาพดีก็อยากให้คนเกษียณหันมาออกกำลังกันครับ แค่เดินสลับวิ่งเบาๆ เช้า-เย็นก็ได้เช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เต้นแอโรบิก-เดินออกกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ลำไย ไชยลาด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณป้าลำไย ไชยลาด บอกว่า &amp;ldquo;ปกติชอบเต้นแอโรบิกมาก ก็จะไปเต้นที่สวนมหาดไทย ส่วนหนึ่งก็อายุมากขึ้น ประกอบกับมีเวลาว่างก็เลือกมาออกกำลังกาย ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากการได้สูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนสาธารณะ และยังได้เพื่อนเยอะขึ้น ได้พูดคุยกับคนโน้นคนนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้วการเต้นแอโรบิกเป็นการช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ทางหนึ่ง ดังนั้นถ้าใครมีเวลาว่างและชอบออกกำลังกายกับคนหมู่มาก ที่ช่วยให้การขยับร่างกายคึกคักและสนุก ก็สามารถไปเต้นแอโรบิกตามสถานที่ต่างๆ ได้ นอกจากนี้พี่ก็จะเดินออกกำลังในสวนสาธารณะเช่นกัน เพราะการเดินจะช่วยลดการปวดกระดูกได้ และอีกทั้งยังทำให้ข้อต่อยืดหยุ่นได้ดี หรือแม้แต่การเดินออกกำลังในบ้านด้วยการทำงานบ้าน ก็เท่ากับเป็นการเอกเซอร์ไซส์ร่างกายไปด้วยในตัว&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47528</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิม แซ่จง, คุณถาพชีวิต, นฤมล จันทนโชติวงศ์, ร.ต.พชร แก่นสำโรง, รัชพล เดชสุวรรณ, ลำไย ไชยลาด, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b30ba93e01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อชงผู้สูงอายุเป็น &quot;วาระแห่งชาติ&quot; เผยตัวเลขคนแก่ติดบ้าน 2 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่ นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเปิดเผยว่า กรมอนามัยโลกได้เผยแพร่ข้อมูลการฆ่าตัวตายของประเทศไทยว่าสูงถึง 16 คนต่อประชากรแสนคน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 60-64 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายมากถึง 9-10 คนต่อประชากรแสนคนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า สถานการณ์ผู้สูงอายุฆ่าตัวตายมีการพูดคุยกันอยู่ตลอด ผส.เห็นความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอันดับ 1 เพราะไม่ใช่ดูแลเพียงแค่ร่างกาย แต่ต้องดูแลทางด้านจิตใจด้วย ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 16.5 หรือประมาณ 10.8 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 66 ล้านคน โดยประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 โดยเป็นผู้สูงอายุที่ยังไปไหนมาไหนได้ หรือผู้สูงอายุติดสังคม ร้อยละ 78 หรือ 8 ล้านคน ผู้สูงอายุติดบ้าน 2 ล้านคน และผู้สูงอายุติดเตียง 200,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากตัวเลขผู้สูงอายุ 2 ล้านคนที่อยู่ติดบ้าน เป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นโรคซึมเศร้าและตัดสินใจฆ่าตัวตาย ซึ่ง ผส.ได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทำ เช่น โรงเรียนผู้สูงอายุ สถานที่ให้ผู้สูงวัยมาพบปะทำกิจกรรมร่วมกัน โดยจัดให้มีการอบรมด้านต่างๆ ทั้งสุขภาพ การดูแลตัวเอง เศรษฐกิจและวิชาชีพ กระทั่งผู้สูงอายุบางคนต่อยอดเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือโอท็อปได้&amp;rdquo; นางธนาภรณ์กล่าว และว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พม.ยังได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) เพื่อการส่งเสริม การดูแล และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเมื่อปี 2557 ก่อตั้งในทุกอำเภอ 878 แห่ง และปี 2561 ก่อตั้งอีก 400 แห่ง ปัจจุบันมี 1,200 แห่ง จากกิจกรรมดังกล่าว สามารถดึงผู้สูงอายุให้ออกมาทำกิจกรรมข้างนอกได้ รวมทั้งยังดึงผู้สูงอายุติดบ้านที่เป็นกลุ่มเสี่ยงออกมานอกบ้านได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับผู้สูงอายุติดเตียง ปัจจุบันกรมอนามัยได้จัดให้นักบริบาลชุมชน หรือแคร์กิฟเวอร์ เข้าไปดูแลตามชุมชนต่างๆ รวมถึงยังมีกลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (อผส.) 5,000 คนทั่วประเทศ เข้าไปดูแลด้วย แต่หลังจากนี้จะมีการกระจายลงไปสู่ท้องถิ่นด้วย นอกจากนี้ พม.ได้นำร่องทำธนาคารเวลา 44 แห่ง ทั้ง อบต. และเทศบาล สำหรับกลุ่มอาสาสมัครลงไปดูแลผู้สูงอายุติดบ้าน ซึ่งผู้ที่ลงไปให้บริการจะได้แต้มสะสมเพื่อนำมาใช้เมื่ออายุมากขึ้น ก็จะมีผู้มาดูแลตามจำนวนแต้มที่เก็บไว้ โดยจะประเมินผลการดำเนินงานในตุลาคมนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธนาภรณ์ยังกล่าวอีกว่า เพื่อความยั่งยืน พม.ให้ความสำคัญกับเรื่องอาชีพ ทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุมีอาชีพ ซึ่งเบี้ยยังชีพและเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อให้ผู้สูงอายุพออยู่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องพัฒนาผู้สูงอายุให้มีอาชีพเพื่อให้เกิดความยั่งยืนไม่เป็นภาระของลูกหลานและสังคม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลผู้สูงอายุทั้งประเทศ จัดทำเป็นบิ๊กดาด้า หากทำเสร็จแล้วจะทำให้รัฐมองเห็นภาพรวมของปัญหา สามารถแก้ไขได้ตรงจุด อีกทั้งกำลังเสนอ ครม.ให้เรื่องผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติ คาดว่าภายในปีนี้จะผลักดันสำเร็จ และหากประกาศเป็นวาระแห่งชาติแล้ว จะทำแผนผู้สูงอายุ 20 ปี ฉบับที่ 3 ปี 2565-2585.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17423</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณถาพชีวิต, ธนาภรณ์ พรมสุวรรณ, นพ.ณัฐกร จำปาทอง, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b991f0e14ae1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมสุขภาพ-เลือกพิกัดให้ดี พาแม่เที่ยว 12 สิงหาแบบสุขใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ลุคส์แต่งกายเที่ยวหน้าฝน ด้วยแฟชั่นทำจากผ้าฝ้าย และไม่รุ่มร่าม ก็ช่วยทำให้คุณแม่ๆ ทั้งหลายพักผ่อนได้แบบโล่งสบายไม่อึดอัด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจาก &amp;ldquo;12 สิงหา&amp;rdquo; ที่ลูกๆ นำพวงมาลัยไปกราบไหว้คุณแม่แล้ว กิจกรรมที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคื อการพาผู้ให้กำเนิดไปท่องเที่ยวตามแหล่งต่างๆ ส่วนหนึ่งก็เพื่อสร้างความเพลิดเพลิน ช่วยเปิดหูเปิดตาให้กับท่าน แต่สิ่งสำคัญการเตรียมพร้อมในกิจกรรมกระชับความผูกพันดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะผู้สูงอายุหลายคนมักมีโรคประจำตัว ประกอบกับแหล่งท่องเที่ยวบางจุดก็ค่อนข้างเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บได้ไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มณทิพา กานต์วรัญญู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีข้อมูลในการเตรียมตัวพักผ่อนช่วงวันแม่แห่งชาติ มาฝากผู้สูงวัย ตลอดจนลูกหลานไว้น่าสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยาบาลมณทิพาให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;การพาคุณแม่ไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ ในการกระชับความผูกพันแม่ลูกและสมาชิกในครอบครัวได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ การเตรียมตัวและเตรียมสุขภาพให้พร้อม ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่เริ่มตั้งแต่การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมไปถึงการป้องกันคุณแม่ &amp;ldquo;เดินสะดุดหกล้ม&amp;rdquo; ตรงนี้ลูกหลานที่จะพาท่านไปเที่ยว ก็ต้องคิดอย่างรอบคอบ ว่าแหล่งท่องเที่ยวนั้นมีปัญหาหรือไม่ หรือมีพื้นดินที่ขรุขระ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือทำให้เข็นรถไม่สะดวกหรือไม่ กรณีที่คุณแม่อายุมากต้องนั่งวีลแชร์ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุก็ต้อง &amp;ldquo;แต่งกายให้เหมาะกับสภาพอากาศ&amp;rdquo; เช่น หากในช่วงนี้เป็นหน้าฝน ก็ควรแต่งกายด้วยผ้าฝ้ายเบาสบาย หรือให้หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ยาวรุ่มร่าม เพราะหากเปียกฝนหรือได้รับละอองฝน ก็จะทำให้แห้งง่าย และอากาศถ่ายได้ดีกว่าเนื้อผ้าอย่างอื่น ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกสบาย ไม่อึดอัดเวลาที่ได้ไปท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ร้านจำหน่ายอาหารที่สะอาด&amp;rdquo; ในแหล่งท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้สูงวัยบางท่านต้องรับประทานข้าวก่อนทานยารักษาโรคประจำตัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ดังนั้นแหล่งท่องเที่ยวที่จะพาคุณแม่และสมาชิกในครอบครัวไปนั้น ต้อง &amp;ldquo;มีจุดจำหน่ายอาหารที่พร้อม&amp;rdquo; เนื่องจากบางครั้งผู้สูงอายุต้องรับประทานอาหารก่อนที่จะทานยารักษาโรคประจำตัว ดังนั้นถ้าจุดที่ไปไม่มีร้านค้าจำหน่ายอาหาร ลูกหลานอาจจำเป็นต้องเตรียมตะกร้าของกินใส่รถไปด้วย ที่ลืมไม่ได้ก็จำเป็นต้องเลือก &amp;ldquo;ร้านที่สะอาดปลอดภัย&amp;rdquo; เพราะคุณแม่อาจเกิดภาวะท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ จากร้านที่ตั้งอยู่ตามจุดจอดพักรถ ซึ่งให้บริการแบบไม่ถูกสุขลักษณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติ&amp;rdquo; แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่กระตุ้นให้คุณแม่ได้สูดอากาศจากสีเขียวของต้นไม้และดอกไม้สวยงาม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งเหมาะสำหรับเปิดหูเปิดตาผู้สูงอายุ นอกจากความชอบของคุณแม่แล้ว &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติ&amp;rdquo; ที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม, สัตว์ป่า ตลอดพันธุ์ไม้, ดอกไม้ ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ ก็ช่วยทำให้คนสูงวัยรู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างดี จากการชื่นชมธรรมชาติ จึงเหมาะแก่การพาท่านไปเยี่ยมชม หรือแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้อย่าง &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง&amp;rdquo; ก็เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ จากการที่คุณแม่ได้เสพงานศิลปะที่มาจากการปั้นด้วยมือของศิลปิน หรือจะเลือกไป &amp;ldquo;เที่ยวทะเล&amp;rdquo; ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เปลี่ยนบรรยากาศให้กับคนสูงอายุได้สูดอากาศบริสุทธิ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจซึ่งเสี่ยงต่อการเดินทางไกลๆ เนื่องจากคุณแม่หลายคนอาจมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับการปวดข้อและปวดเข่า เช่น &amp;ldquo;น้ำตก&amp;rdquo; ที่ตั้งอยู่ในป่าลึก รวมถึงกิจกรรม &amp;ldquo;ปีนเขาที่มีความชัน&amp;rdquo; ก็เสี่ยงการได้รับบาดเจ็บยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย สรุปได้ว่า การเลือกสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะกับผู้สูงอายุในช่วงเทศกาลสำคัญนี้ ควรเลือกที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก หรือเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง มีความสะอาด อีกทั้งปลอดภัย บรรยากาศดี และคนไม่พลุกพล่านค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14745</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณถาพชีวิต, พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง, มณทิพา กานต์วรัญญู, อุทยานแห่งชาติ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b66febfbdbed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
