<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การดำเนินการตาม พ.ร.บ. 77 กับบทบาทการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐถือเป็นภารกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมุ่งเน้นการพัฒนานักกฎหมายให้มีความรู้ทั้งในด้านงานกฎหมาย คุณธรรม และจริยธรรม และทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานทั้งในด้านการร่างกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้กฎหมายถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน ตามที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้นั่นก็คือ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 หรือที่นักกฎหมายเรียกกันว่า &amp;ldquo;พ.ร.บ.77&amp;rdquo; ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งปฏิรูประบบกฎหมายให้ทันสมัย มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา มีสาระสำคัญ 6 เรื่อง ได้แก่ (1) กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย ตั้งแต่การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายหรือที่เรียกว่า RIA (2) กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมาย (3) กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย (4) กำหนดกลไกเกี่ยวกับการเข้าถึงบทบัญญัติของกฎหมาย (5) กำหนดกลไกการโต้แย้งหรือตรวจสอบบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีโทษอาญาโทษทางปกครอง หรือสภาพบังคับที่มีผลร้ายอื่น และ (6) กำหนดกลไกเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐต้องออกกฎหรือดำเนินการอื่นใดโดยเร็ว ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินการเพื่อรองรับและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว เช่น แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย แนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักกฎหมายภาครัฐของกระทรวง และกรมต่าง ๆ จะต้องนำไปดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงได้จัดโครง&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;การฝึกอบรมวิทยากรการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายขึ้น เมื่อวันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม 2564 ผู้เข้าอบรมฯ ประกอบด้วย นิติกรระดับชำนาญการหรือชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายในกระทรวง และกรมต่าง ๆ จำนวน 100 คน โครงการฝึกอบรมฯ ในครั้งนี้ จัดในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Microsoft Teams เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ ได้รับความรู้เกี่ยวกับเจตนารมณ์และสาระสำคัญของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ทั้งในส่วนการดำเนินการตามกระบวนการจัดทำร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย การเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบนั้นต่อประชาชน และการตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมายทั้งระบบอนุญาต ระบบคณะกรรมการ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย และหลักเกณฑ์การกำหนดโทษอาญา และกระบวนการภายหลังเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วในส่วนของการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย รวมทั้งการจัดทำข้อมูลกฎหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบทบัญญัติของกฎหมายได้ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องและสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐซึ่งวิทยากรนั้นสังกัดอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าอบรมฯ ทุกท่านเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115493</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Regulation for Better Life, กฎหมาย, การบังคับใช้กฎหมาย, การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ, การร่างกฎหมาย, คุณธรรม, จริยธรรม, พ.ร.บ. 77, วิสัยทัศน์, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, โครง­­­การฝึกอบรมวิทยากรการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131c1ab46363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศ.ดร.มธ.&#039;ข้องใจความเป็นไทยที่ปลูกฝังอบรมบ่มสอน สงสัยไม่ได้สอนให้รู้จักละอายแก่ใจ???</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64- ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kasian Tejapira ว่า ในบรรดาคุณธรรมความดีทั้งหลายที่ความเป็นไทยปลูกฝังอบรมบ่มสอน ผมสงสัยว่าจะไม่ได้สอนให้รู้จักละอายแก่ใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106423</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณธรรม, ดร.เกษียร เตชะพีระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb105fe330e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอพรทิพย์&#039;เตือนสติสังคมไทยบ้านเมืองขัดแย้งมานานมากจนปัญหาคุณธรรมศีลธรรมถูกปล่อยปละละเลย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.63-แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Porntip Rojanasunan ว่าแม่เอาลูกมายกให้คนอื่นเพราะสามีใหม่ไม่อยากดูแล พ่อของเด็กออกมาปฏิเสธว่าไม่อยากเลี้ยงเหมือนกัน กรณีแบบนี้คือยอดภูเขาน้ำแข็งที่มีก้อนใต้น้ำขนาดใหญ่กว่ามากมาย คุณภาพคนที่เกิดมาในแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่พึงปรารถนาให้เกิดหรือแม้แต่เกิดมาแบบตั้งใจกำลังสร้างความกังวลรวมทั้งสร้างปัญหาในสังคมปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเกิดของมนุษย์ไม่ง่าย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ กว่าจะมีการปฏิสนธิ เกิดอยู่รอดเป็นคนต้องผ่านขั้นตอนต่างๆมากมาย สุดท้ายคำอธิบายที่ดีที่สุดคือคือการเกิดจากผลกรรมในอดีตที่ลิขิตให้เกิดมาในสภาพที่ตรงกับกรรมที่ได้กระทำ แต่หลังจากเกิดมาแล้วจะไปต่ออย่างไรก็คงขึ้นกับการเข้าถึงธรรมะได้มากแค่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทิ้งลูกจากผู้ให้กำเนิดทั้งสองจะกลายเป็นกรรมที่สร้างใหม่ ที่ส่งผลต่ออนาคตของเขาแน่นอน การร่วมสร้างชีวิตที่ไม่ตั้งใจหรือตั้งใจได้ให้อะไรกับเราบ้าง ทุกวันนี้มนุษย์อยู่กับกิเลสความรัก ความใคร่ ความหลงจึงสร้างปัญหาใหม่ตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหยุดมองเรื่องการเมือง หยุดความคิดติดตามว่าจะยุบพรรคไหม ลุงจะไปต่อได้ไหม จะหาคนยิงบิ๊กโจ๊กได้ไหม จะหาคนปล้นร้านทองได้ไหม มาตั้งสติมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยธรรม ประเทศไทยน่าจะกำลังเข้าสู่สภาวะกรรมกำลังสนองผู้กระทำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเมืองขัดแย้งมานานมากจนปัญหาคุณธรรมศีลธรรมถูกปล่อยปละละเลย ต่างก็คิดว่าเรื่องของคนอื่นสำคัญกว่าตัวเรา สนใจวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น สภาวะกรรมสนองผู้กระทำเห็นชัดมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่การเลือกตั้ง มองด้วยสติดีๆจะเข้าใจได้ว่า มัวแต่เฝ้ามองผู้อื่นไม่ดูตน คลื่นกรรมพัดมาคงหลุดปลิวไปตามคลื่นแน่นอน มองเห็นเหตุการณ์รอบตัวต้องเกิดปัญญาแทนอารมณ์ ทุกคนมีหน้าที่ทำความดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54489</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัเดแย้งทางการเมือง, คุณธรรม, คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c807c5152961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญสร้าง&#039;เตือนสติผู้นำทหารต้องมีคุณธรรมอย่าทำชั่วเสียเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62- พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้บรรยายเกียรติยศ (Keynote Speaker) ในพิธีเปิดการประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอินโดแปซิฟิกตอนหนึ่งว่า ภายใต้หัวข้อหลักในครั้งนี้ ตนเห็นว่ามี 3 เรื่องหลักที่จะได้ร่วมกันพิจารณา คือ ประการแรก ความมั่นคงที่ยั่งยืน ในหลาย ๆ เวทีเสวนาความมั่นคงทั่วโลก มักให้ความสำคัญกีบกระบวนทัศน์ของการควบคุม (Control Paradigm) ซึ่งอาจหมายถึงแนวความคิดที่ตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ผิดพลาดว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์ความไม่มั่นคงได้ด้วยกำลังทหาร หรือสมดุลของอำนาจทางการเมืองและการปิดล้อม เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่ง status quo ซึ่งนโยบายความมั่นคงที่ยึดตามกระบวนทัศน์ของการควบคุมนี้ อาจสามารถกลับมาทำร้ายตัวเองได้ในระยะยาว เนื่องจากอาจเป็นการสร้างให้เกิด Pressure Cooker Effect ตัวอย่างที่เห็นได้ของแนวคิดนี้ได้แก่สงครามต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยับยั้งการก่อการร้าย ของกลุ่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอัลกออิดะห์ โดยไม่มีการพิจารณาถึงรากเง้าแห่งสาเหตุของปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า กระบวนทัศน์นั้นลึก ๆ แล้ว มีข้อบกพร่องอยู่พอสมควรต่อความมั่นคงในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ และทำให้ผู้ที่มีอำนาจตกลงใจในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาที่อยูบนข้อเท็จจริงและเป็นแนวทางที่ยั่งยืน ตนจึงเห็นว่า เรามีความจำเป็นต้องมีแนวคิดใหม่ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ผลงานทางวิชาการ โดย Oxford Research Group (ORG) นำเสนอแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า ความมั่นคงที่ยั่งยืน(sustainable security) ซึ่งสมมุติฐานหลักของ sustainable security กล่าวว่า &amp;ldquo;เราไม่สามารถควบคุมผลที่เกิดขึ้นตามมาจากสภาวการณ์ที่ไม่มั่นคงได้&amp;rdquo; หรืออาจกล่าวได้ว่า &amp;ldquo;การ ต่อสู้กับอาการป่วย&amp;rdquo; ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง &amp;ldquo;การเข้าใจและรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ หายขาด&amp;rdquo; น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ทั้งนี้ แนวความคิดดังกล่าว ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวโน้มสถานการณ์ความมั่นคงและการพัฒนามาตรการโต้ตอบเชิงป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน ทั้งนี้ ภัยคุกคามที่แท้จริงของโลกในปัจจุบันนี้ ประกอบด้วย ประเด็นปัญหา 5เรื่องคือ Climate change, Competition over resources, Marginalization of the &amp;lsquo;majority world&amp;rsquo;, International terrorism และ Global militarization&amp;nbsp;
ประเด็นปัญหาเหล่านี้ เป็นแนวโน้มที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะนำไปสู่ความไม่มั่นคงในระดับโลกและระดับภูมิภาค และการสูญเสียชีวิตขนาดใหญ่ที่ไม่มีภัยคุกคามอื่น ๆ เทียบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราในฐานะหน่วยงานทางทหาร หน่วยงานความมั่นคงของชาติ อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เราอาจต้องทบทวนบทบาทและหน้าที่ของทหารในการที่จะสนับสนุนให้ เกิดความมั่นคงที่ยั่งยืน โดยในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ผมเชื่อว่า ความร่วมมือทางทหารที่มีอยู่ในปัจจุบัน &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฝึก การปฏิบัติการทางทหารร่วมกัน ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ การให้ความช่วยเหลือ ประชาชนและบรรเทาสาธารณภัย การประชุมสัมมนา การแลกเปลี่ยนการเยือน การลาดตระเวนร่วม การศึกษา, การจัดตั้งคณะกรรมการชายแดน และความร่วมมือระหว่างกันในทุกรูปแบบจะเป็น รากฐานสำคัญที่จะนาไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน ในอนาคตระยะยาว ผู้บังคับบัญชาระดับสูงและผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจจะต้องร่วมกันพิจารณากำหนดนโยบายด้านความมั่นคงที่สามารถนาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน ตนอาจยังไม่มีคำตอบให้ท่านในวันนี้ แต่ขอฝากไว้เป็นแง่คิด &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง &amp;ldquo;การพัฒนาความไว้วางใจ&amp;rdquo; นั้นภารกิจที่ตนประทับใจและภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตการรับราชการคือการปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการ กองกาลังรักษาสันติภาพสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก Force Commander, United Nations Transitional Administration in East Timor : FC UNTAET) ซึ่งมีปัจจัยต่าง ๆ ทั้งทางทหารและมิใช่ทางทหาร เป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จโดยเฉพาะ&amp;ldquo;ความไว้วางใจ หรือ Trust&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ทั้งภายในกองกำลังของเราเองและกำลังพลมาจากหลากหลายประเทศ หลากหลายวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน เราต้องสร้างความไว้วางใจกับประชาชนชาวติมอร์ในพื้นที่อีกด้วย โดยยุทธศาสตร์การปฏิบัติภารกิจของตนนั้น ก่อนอื่นต้องหาว่าจะใช้อะไร เป็น &amp;quot;จุดศูนย์ดุล&amp;quot; (Center of gravity) ซึ่งหมายความว่าถ้าทำจุดนั้นสำเร็จ ปฏิบัติการทั้งหมดก็จะสำเร็จ ดังนั้น ตนเห็นว่าในภารกิจนี้จุดศูนย์ดุลคือประชาชน กล่าวคือ พยายามทำให้ประชาชนเข้ามาเป็นพวกให้มากที่สุดไม่มองประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือศัตรู และ หากสามารถเอาชนะจิตใจประชาชนได้แล้วข้าศึกก็จะหมดสิ้นไปเอง โดยผมได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานของ รัชกาลที่ 9เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาเป็นเข็มทิศในการปฏิบัติงาน และเข้าไปช่วยเหลือโดยตรง ในส่วนนี้ตนได้ใช้ประสบการณ์ การต่อสู้คอมมิวนิสต์ของประเทศไทย ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่มุ่งที่จะปราบปราม แต่พยายามทำให้ ประชาชนหันมาให้ความร่วมมือ ชาวบ้านที่ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ต่างเป็นคนยากจน จึงหาวิธีแก้ไขความ ยากจน คนติมอร์ก็เช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่ล้วนยากจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอาจอยากมองว่าเราควรจะทำอย่างไร เพื่อเป็นการพัฒนาความไว้วางใจมากกว่าจะทำอย่างไร เพื่อการลดความเสี่ยงต่อปัญหาความมั่นคงหรือความขัดแย้งใดๆ ทุกวันนี้เรามี เครื่องมือและกลไกระหว่างประเทศมากมาย เพื่อแก้ปัญหาพิพาทระหว่างประเทศหรือปัญหาใน ภูมิภาค ที่เกิดขึ้นทั้งทางบก ทางน้า หรือ ทางอากาศ ผมขอยืนยันว่ายุทธศาสตร์พระราชทานฯ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาจะเป็นเข็มทิศในการปฏิบัติงานในทุกๆเรื่องได้เป็นอย่างดี &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 3 การพัฒนาความทรหดทางจิตใจ ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ เช่น คุณธรรมของผู้นำและ ความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ โดยคุณธรรมของผู้นำ ตนเห็นว่า กาลังพลทุกชั้นยศเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของกองทัพไทย เป็นปัจจัยบ่งชี้ถึงความสำเร็จและ ล้มเหลวของงานในแต่ละหน่วยได้เป็นอย่างดี โดยปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะผู้ที่จะเป็นผู้นำหน่วย ถ้าผู้นำดี ลูกน้องเชื่อมั่นนับถืองานก็ประสบความสำเร็จ ผู้นำทางทหารที่ดีต้องมีคุณธรรมจริยธรรมหลักธรรมาภิบาลสูง เพราะทหารเป็นผู้ถืออาวุธเป็นผู้มีฤทธิ์ จะต้องรู้จักใช้อาวุธในกาลอันควร และไม่ใช้อาวุธโดยไม่ถูกต้อง หากผู้ถืออาวุธเป็นคนดีในบ้านเมือง คนชั่วมักไม่กล้าทำในสิ่งเลวร้าย แต่ถ้าผู้ถืออาวุธทำความชั่วเสียเอง แล้วใครจะกล้าเข้ามาจัดการ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร &amp;nbsp;สาหรับคุณธรรมเบื้องต้นที่ทหารควรมี ไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือไม่คงต้องยกคติพจน์ของเวสต์ปอยต์มาเป็นแนวทางคือ Dutyคือ หน้าที่ ทหารต้องรักษาหน้าที่ไม่เพียงเฉพาะ การรบ หากรวมถึงหน้าที่ตามภารกิจที่กระทำอยู่ทุกวัน สำหรับความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ในฐานะเป็นเด็กบ้านนอกทำให้ตนเข้ากับ ลูกน้องได้ดี และที่สำคัญ ช่วยให้ผตนอดทนต่อความยากลำบาก และพร้อมที่จะเข้าใจเพื่อนมนุษย์ ซึ่ง เป็นผลดีต่อการทำงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45333</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอินโดแปซิฟิก, คุณธรรม, ทหาร, พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d75f4f713039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สมเกียรติ&#039;เปรียบกำแพงเมืองจีนก็กั้นไม่ได้ ถ้าล้มอารยธรรม ต้องล้างต้นแบบแม่ที่ฉลาดครูที่จริงใจใครจะดูแลเยาวชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.62- &amp;nbsp;ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อชาวจีนโบราณต้องการอยู่อย่างปลอดภัย พวกเขาได้สร้างกำแพงเมืองจีนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา โดยเชื่อว่าจะไม่มีมนุษย์หน้าไหนสามารถปีนมันได้เพราะสูงมาก แต่ทว่า..!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในร้อยปีแรกหลังการสร้างกำแพงนั้นเมืองจีนกลับถูกรุกรานถึงสามครั้ง!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแต่ละครั้งกองทัพบกของศัตรูไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทะลวงกำแพงหรือปีนมันเลยแม้แต่น้อย..!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าในทุกครั้งพวกเขาใช้วิธีติดสินบนยามเฝ้าประตูแล้วเข้าทางประตูนั่นแหละ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าชาวจีนมัวแต่ห่วงเรื่องสร้างกำแพงจนลืมสร้างคนเฝ้ากำแพง..!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการสร้างคนต้องมาก่อนการสร้างทุกสิ่ง และนี่คือสิ่งที่คนหนุ่มสาวของพวกเราทุกวันนี้ต้องตระหนักให้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักบูรพาคดีคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า:ถ้าท่านต้องการทำลาย
อารยธรรมของประชาชาติหนึ่งประชาชาติใดมีขั้นตอนอยู่สามอย่างคือ:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ทำลายครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ทำลายการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ล้มบุคคลต้นแบบและตัวอย่างที่ดีงามของพวกเขา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อแม่ที่ฉลาด ครูที่จริงใจและต้นแบบที่ดีหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครเล่าจะเลี้ยงดูต้นกล้าเยาวชนให้มีคุณธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32771</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำแพงเมืองจีน, คุณธรรม, ดร.สมเกียรติ โอสถสภา, ทำลายครอบครัว, เยาวชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6bc7d3dd8f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานต้านโกงปัดถอดใจพ้น&#039;คตช.&#039;  แนะผู้นำต้องมีคุณธรรมสูงกว่าคนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่ชาติ (คตช.) กล่าวถึงกรณีนายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริตใน คตช.ทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน คตช.ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อเรียกศรัทธาการแก้ปัญหาทุจริตกลับคืนมาหลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณีนาฬิกาหรู ว่าตนเห็นก๊อบปี้หนังสือดังกล่าวแล้ว ถือเป็นข้อคิดได้ว่าถ้าผู้ใหญ่ในรัฐบาลทำอะไรที่ทำให้คนมีความรู้สึกว่าไม่เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้แล้ว จะทำให้คนที่ต้องการสนับสนุนถดถอยไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การออกมาแสดงความชัดเจนของผู้นำรัฐบาลก็เป็นเสียงเรียกร้องของประชาชนมาตลอด ที่ไม่ใช่แค่มีใครในรัฐบาลที่ทำผิดหรือไม่ผิดอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าการที่เราเป็นผู้นำการแสดงการความเป็นผู้ที่มีจริยธรรม คุณธรรมต้องสูงกว่าที่อื่น เป็นสิ่งที่คาดหวังของคนทั่วไปอยู่แล้ว ในฐานะที่ผมอยู่ในองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันมีพูดคุยและได้สะท้อนส่งสัญญาณออกไปในหลายๆ ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้ว&amp;quot;นายประมนต์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ถูกมองแม้นั่งอยู่ใน คตช.แต่ไม่ได้เลือกปฏิบัติในการตรวจสอบ นายประมนต์ กล่าวว่า เราได้ส่งความคิดเห็นผ่านหลายเส้นทางไปแล้ว ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางที่สุดในหน้าที่ที่รับผิดชอบ และบนความเหมาะสม ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในการตรวจสอบทุจริตไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายตรงข้าม และมีหลายๆ วิธีในการออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ในฐานะองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันก็ได้สะท้อนเรื่องนี้ไปหลายๆ ครั้งแล้ว ถ้าอะไรที่เห็นว่าไม่สมเหตุสมผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องทบทวนบทบาทใน คตช.ใช่หรือไม่ นายประมนต์ กล่าวว่า คนละส่วนกัน ประเด็นการทำหน้าที่กรรมการ คตช.เป็นประโยชน์ในการใช้กรรมการชุดนั้นทำในสิ่งที่ถูกที่ต้อง ถ้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่องคิดว่าวิธีการแก้ไขปัญหาคงหาวิธีสื่อเป็นเรื่องๆ ไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3481</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณธรรม, ต่อตระกูล ยมนาค, ต้านโกง, นาฬิกาหรู, บิ๊กตู่, ประชุมผู้นำ, ประมนต์ สุธีวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8b864bba4fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
