<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคะแนนความโปร่งใส 499หน่วยงานรัฐสอบตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.เปิดคะแนนคุณธรรม-ความโปร่งใสภาพรวมหน่วยงานรัฐ ได้เกรดซี 67.90&amp;nbsp; คะแนน อึ้ง! มีถึง 499 หน่วยได้เกรดเอฟ เตรียมชงข้อมูลเสนอ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พิจารณาปรับปรุงในแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ &amp;quot;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน-ไอติม&amp;quot; ขอภาครัฐให้ ปชช.ตรวจสอบมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 28 ก.ย. สำนักงาน ป.ป.ช.ได้จัดงาน ITA DAY 2020 - Talks and Result Announcement พร้อมทั้งจัดเวทีสนทนาและประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)&amp;nbsp; ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.บรรยายในหัวข้อ &amp;quot;การประกาศผลการประเมิน ITA&amp;nbsp; ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563: ข้อค้นพบเกี่ยวกับคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ในสายตาของคนไทยทั่วประเทศ&amp;quot; ตอนหนึ่งระบุว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 คะแนน ITA เฉลี่ยของไทยอยู่ที่ 67.90 คะแนน หรือระดับ C โดยหน่วยงานที่ได้คะแนนสูงสุดคือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp; (ธอส.) ได้ 99.60 คะแนน ส่วน อบต.สะอาด ใน จ.ร้อยเอ็ด ได้ 28.16 คะแนน โดยมีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์หรือได้คะแนนเกิน 80 คะแนนขึ้นไปเพียงร้อยละ 13.19 เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้มีหน่วยงานจำนวนมากเข้าร่วมประเมิน ITA รวมถึงมีบุคคลเข้าเป็นผู้ประเมินกว่า 1.3 ล้านคน&amp;nbsp; เป็นสัญญาณที่ดีของการเข้ามามีส่วนร่วมต่อต้านการทุจริตของไทย ซึ่งเดิมตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2565&amp;nbsp; จะให้ทุกหน่วยงานได้คะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ถือเป็นเป้าหมายที่ยากและท้าทายอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้พบว่ามีหน่วยงานรัฐได้คะแนนประเมินค่อนข้างต่ำ และยังมีถึง 499 หน่วยงานได้คะแนนระดับต่ำ หรือ F โดยเฉลี่ยคือ หน่วยงานส่วนกลางค่าประเมินจะอยู่ในระดับกลางถึงสูง แต่หน่วยงานระดับภูมิภาคหรือท้องถิ่นจะได้ค่าประเมินระดับกลางลงไปต่ำ&amp;quot; พล.ต.อ.วัชรพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า หน่วยงานของรัฐมีจุดอ่อนเรื่องการเปิดเผยข้อมูล การพัฒนาเรื่อง e-Service มีหน่วยงานที่พัฒนาได้เพียง 1,522 แห่งเท่านั้น ขณะที่หน่วยงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถให้บริการแบบ e-Service ได้ ขณะเดียวกันข้อค้นพบด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐในสายตาคนไทย พบว่าพฤติกรรมการรับสินบนมีแนวโน้มลดลง หน่วยงานภาครัฐเคร่งครัดต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกต้อง ส่วนการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณและสร้างการรับรู้ด้านการใช้จ่ายงบประมาณยังไม่มากพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พฤติกรรมการนำทรัพย์สินของข้าราชการไปเป็นของส่วนตัวตอนนี้มีแนวโน้มลดลง แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มั่นใจในการจัดการเรื่องร้องเรียนทุจริตภายในหน่วยงาน เรื่องนี้เป็นปัญหา แม้ ป.ป.ช.จะมีมาตรการกันพยาน หรือมาตรการจ่ายเงินให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสทุจริต ซึ่งศาลปกครองเคยมีคำวินิจฉัยให้&amp;nbsp; ป.ป.ช.จ่ายเงินให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสทุจริตได้แล้ว ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ไม่กล้าจ่ายเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ&amp;nbsp; ดังนั้นหวังว่ามาตรการต่างๆ จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีความเชื่อถือมากขึ้น&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ป.ป.ช.จะเสนอผลการประเมินให้แก่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบ ซึ่งคิดว่าผู้นำประเทศคงสนใจและอาจตกใจเหมือนกันที่คะแนนยังอยู่ในระดับต่ำ&amp;nbsp; โดยตนจะนำผลการประเมิน ITA เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับการประเมินและการเปิดเผยข้อมูลอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) บรรยายในหัวข้อ&amp;nbsp; &amp;quot;ไขปริศนา คอร์รัปชัน&amp;quot; ว่า ระหว่างปี 2558-2561 เรามีมาตรการและคำสั่งเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชันกว่า 159 มาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน แต่ที่ผ่านมาการคอร์รัปชันยังไม่หมดไป การเปิดเผยข้อมูลจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน เพราะการแก้ปัญหาการคอร์รัปชันเป็นเรื่องของทุกคน อย่าหวังให้รัฐบาลทำฝ่ายเดียว ด้วยการเปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยเทคโนโลยีในปัจจุบันจะทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และจะนำไปสู่ผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนทุกคน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า บรรยายหัวข้อ &amp;quot;องครักษ์พิทักษ์ประชาธิปไตย : การติดอาวุธเยาวชนในการติดตามและตรวจสอบการเลือกตั้ง&amp;quot; ว่า การเป็นประชาธิปไตยกับการปรับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความสัมพันธ์กัน ประเทศใดที่มีประชาธิปไตยสูงจะทำให้ภาพลักษณ์คอร์รัปชันดีขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมประชาธิปไตยและการลดการทุจริตต้องทำควบคู่กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากบอกภาครัฐอย่ามองว่าการตรวจสอบภาคประชาชนเป็นศัตรู เพราะการตรวจสอบภาคประชาชนจะเป็นการเสริมการตรวจสอบภาครัฐ จึงควรสนับสนุนและอำนวยความสะดวกการตรวจสอบของประชาชนทุกมิติ นอกจากนั้นภาครัฐจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่าย และมีช่องทางชัดเจนในการแจ้งเหตุเพื่อป้องกันการทุจริต&amp;quot; นายพริษฐ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78923</URL_LINK>
                <HASHTAG>คะแนนความโปร่งใส, คุณธรรม-ความโปร่งใส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71ec95db7cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
