<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.โหวตกีฬาในดวงใจช่วยสุขภาพดี ศึกษาข้อมูลก่อนเล่นให้ตรงไลฟ์สไตล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เทรนด์สุขภาพดีผู้สูงอายุ เลือกออกกำลังที่ชอบในระยะเวลาที่เหมาะสม ที่สำคัญต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ จะช่วยทำให้การเอกเซอร์ไซส์ได้ผลดียิ่งขึ้น )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศของเราเสียงบประมาณจำนวนมากในการจ่ายค่ายารักษาโรคให้กับคนหลัก 5 หลัก 6 ดังนั้นคงจะดีไม่น้อยหากว่าผู้สูงอายุจะช่วยประเทศด้วยการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงจากการเอกเซอร์ไซส์ แต่ทว่าการออกกำลังเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องมีเทคนิคที่ถูกวิธีเพื่อให้กายบริหารของคุณตาคุณยายได้ประสิทธิภาพสูงสุด มีมุมมองของผู้สูงอายุสายเฮลตี้มาบอกถึงกีฬาในดวงใจให้ทราบทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ปรียา พรพิมล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณป้าปรียา พรพิมล วัย 60 ปี ที่เจ้าตัวบอกว่าชอบออกกำลังกายโดย &amp;ldquo;ท่ากายบริหารแขนและขา&amp;rdquo; ซึ่งทำมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว เนื่องจากต้องสร้างความแข็งแรง เพราะเจ้าตัวทำงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพสตูดิโอแต่งงาน เล่าว่า &amp;ldquo;ปกติก็ออกกำลังกายเป็นประจำค่ะ โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ท่ากายบริหารแขนและขา&amp;rdquo; ประมาณวันละ 20 นาที เพราะถึงแม้อายุมาก แต่งานที่เราทำก็ต้องใช้แรงในการยกของ หรือเคลื่อนย้ายสถานที่ และช่วยแต่งหน้า พูดง่ายๆ ว่าวันหนึ่งจะเดินค่อนข้างเยอะ จึงจำเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแรง สำหรับเทคนิคของการออกกำลังให้ได้ผลคือ ทำเท่าที่ร่างกายทำไหว ไม่หักโหม ถึงแม้จะเป็นท่าที่ไม่ยากมาก แต่ก็ต้องศึกษาจากการอ่านหนังสือคู่มือสุขภาพค่ะ เพราะการบริหารร่างกายแต่ละส่วนนั้นอาจมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วาสนา มาดาเมทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ คุณป้าวาสนา มาดาเมทร์ วัย 62 ปี ที่ชื่นชอบการออกกำลังด้วย &amp;ldquo;กายบริหาร&amp;rdquo; เช่นเดียวกัน เนื่องจากป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันและเป็นโรคไหล่ติด จึงเหมาะกับการเอกเซอร์ไซส์ที่ไม่รุนแรงมาก &amp;ldquo;ปกติต้องออกกำลังกายทุกวันค่ะ เนื่องจากคุณหมอแนะนำให้ขยับร่างกายเบาๆ โดยการยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นแนบหูขึ้น-ลง เพราะป้าเป็นโรคไหล่ติดและเป็นน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งคนปกติก็จะออกกำลังกายได้เต็มที่ แต่ของป้าต้องทำเบาๆ ในท่าไม่รุนแรงมาก นอกจากนี้ ป้าก็ได้เพิ่มการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง โดยดูจากรายกายออกกำลังกายในทีวี ที่สอนให้หนุ่มสาวออฟฟิศลุกขึ้น-นั่งลงบนเก้าอี้ช้าๆ เพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม และออกกำลังกายต้นขา ซึ่งเป็นท่าที่ถูกต้องและปลอดภัย ตรงนี้ป้าก็นำมาปรับใช้ค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ปราจีนบุรี แตงทิพย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน คุณป้าปราจีนบุรี แตงทิพย์ ครูเกษียณราชการ วัย 64 ปี บอกว่า &amp;ldquo;กีฬาในดวงใจของป้าคือการเดินรอบๆ หนองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นบึงน้ำรอบๆ หมู่บ้าน ทั้งนี้ เพราะว่าการเดินเป็นกีฬาที่ไม่หักโหม เหมาะกับคนสูงอายุ นอกจากนี้ ป้าก็ปั่นจักรยานเช่นเดียวกัน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง ก็ปั่นเบาๆ แค่พอเหงื่อออก ประมาณวันละ 30 นาที สลับกับการเดินค่ะ สำหรับหลักของการออกกำลังกายให้ได้ประโยชน์ ป้าคิดว่านอกจากเลือกชนิดกีฬาให้เหมาะกับแต่ละคนแล้ว การออกกำลังแบบไม่หักโหมก็จะดีต่อสุขภาพไม่น้อยค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทวีศักดิ์ ทิพย์โกมล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า กีฬา &amp;ldquo;โยคะ&amp;rdquo; ไม่ได้เป็นการออกกำลังที่เหมาะสำหรับคนวัยหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังเป็นการออกกำลังกายที่สร้างความแข็งแรงทั้งกายและจิตใจให้กับ คุณลุงทวีศักดิ์ ทิพย์โกมล วัย 61 ปี บอกให้ฟังว่า &amp;ldquo;ลุงเป็นคนชอบออกกำลังกายอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะการฝึกโยคะ อาทิตย์หนึ่งก็เล่นไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน วันละ 30-40 นาที เนื่องจากเป็นการออกกำลังที่ใช้ยืดเส้นสาย ซึ่งเหมาะกับคนอายุ 50-60 ปี และเป็นกีฬาที่ช่วยลดการปวดเมื่อยแขนและขาได้เป็นอย่างดี สำหรับเทคนิคการฝึกโยคะให้ได้ประโยชน์สูงสุด ลุงจะใช้วิธีการทำสมาธิเข้ามาประกอบ โดยเฉพาะการกำหนดลมหายใจเข้า-ออกให้สอดคล้องกับท่าโยคะ นั่นจึงทำให้การออกกำลังได้ผลดี คือเรามีสติมากขึ้น และทำให้ร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องกินยาแก้ปวดหรือไปนวดตัวบ่อยๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วาสนา ภูเขียว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายกันที่ คุณป้าวาสนา ภูเขียว วัย 71 ปี ที่บอกว่า &amp;ldquo;การเดิน&amp;rdquo; ถือเป็นการออกกำลังที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อแขน-ขาแข็งแรง อีกทั้งยังทำให้ปอดแข็งแรงอีกด้วย &amp;ldquo;ด้วยงานที่ป้าทำมาก่อนเกษียณอย่างการเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน อ.ลาดหลุมแก้ว ก็ทำให้รู้ว่าการเดินเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ที่สำคัญต้องเดินอย่างพอดี คือวันละประมาณ 30 นาที ก็เพียงพอแล้วค่ะ และเคล็ดลับการเดินให้ได้ประโยชน์ที่สุด ป้าจะเพิ่มการทำงานบ้านที่ต้องลุกเคลื่อนไหวไปมาอย่างการถูบ้าน กวาดบ้าน ตรงนี้ก็สามารถทำให้แข็งแรงได้จากการขยับร่างกายค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
(นอกจากการเดินออกกำลังแล้ว งานบ้านอย่างการเก็บกวาด ถูพื้น ก็ช่วยออกกำลังได้ทางหนึ่ง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7855</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณป้าปราจีนบุรี แตงทิพย์, คุณป้าปรียา พรพิมล, คุณป้าวาสนา มาดาเมทร์, คุณภาพชีวิต, จ่ายค่ายารักษาโรค, ผู้สูงอายุ, ผู้สูงอายุสายเฮลตี้, โยคะ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae06ecfcf37a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตา-ยายสอนหลาน&#039;ตักน้ำรดเบาๆ&#039; เล่นสงกรานต์ประหยัดให้เกียรติผู้อื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตา-ยายแนะลูกหลานเล่นน้ำสงกรานต์แบบประหยัด และรักษาประเพณีไทยให้ตักรดเบาๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเล่นน้ำสงกรานต์แบบประหยัด&amp;rdquo; กำลังถูกพูดถึงอยู่ขณะนี้ อย่างที่รู้กันดีว่าในช่วงปีใหม่ไทยตรงกับหน้าแล้ง ที่น้ำอาจจะหาได้ค่อนข้างลำบาก ดังนั้นการเล่นสาดน้ำของคนรุ่นก่อนจึงเป็นไปอย่างประหยัดและสนุกสนานแบบพอหอมปากหอมคอ ถึงขั้นที่หนุ่มสาวยุคก่อนได้นำน้ำจากการขอพรรับศีลจากผู้ใหญ่ ซึ่งถือเป็นสิ่งมงคลมาใช้ประพรมกันเพื่อคลายร้อน หาใช่การสาดใส่กันแบบเปียกโชกแบบไม่รู้ค่าเหมือนเช่นวัยรุ่นยุคนี้ไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนออกมาเสนอแนะวิธีเล่นสงกรานต์กับแบบเซฟๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในแหล่งน้ำ จะได้ไม่สิ้นเปลือง หรือเล่นสาดกันในสวนไร่นา ที่นอกจากความสนุกสนานแล้ว ต้นไม้ยังได้รับความชุ่มชื่นไปในคราวเดียวกัน...ไปฟังไอเดียเล่นน้ำสงกรานต์แบบประหยัดสมัยปู่ย่าตายายยังสาว เล่าสู่คนรุ่นลูกหลานกันดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วาสนา มาดาเมทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มกันที่ คุณป้าวาสนา มาดาเมทร์ วัย 62 ปี อาชีพแม่บ้าน บอกว่า &amp;ldquo;ในส่วนตัวที่เป็นคนรุ่นก่อน ก็อยากเห็นการเล่นน้ำสงกรานต์ที่เรียบร้อย สุภาพ เอาแค่ประพรมน้ำกันเล็กน้อยก็พอแล้ว เพราะการสาดด้วยน้ำแข็งหรือปีนฉีดแรงดันสูง นอกจากเป็นอันตรายแล้ว อาจทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หรือกลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกันได้ค่ะ ก็อยากให้ลด ละ เลิก รวมถึงการขับรถตระเวนสาดน้ำ ตรงนี้ก็อันตรายไม่แพ้กัน และยังทำให้สิ้นเปลื้องน้ำอีกเช่นกัน ตักรดกันเบาๆ ก็สนุกได้เหมือนกันค่ะ เพราะนั่นจะถือว่าเราให้เกียรติผู้อื่น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทวีศักดิ์ ทิพย์โกมล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน คุณลุงทวีศักดิ์ ทิพย์โกมล วัย 61 ปี ครูเกษียณอายุราชการ บอกว่า &amp;ldquo;อุปกรณ์บรรจุน้ำขนาดเล็ก&amp;rdquo; ถือเป็นวิธีเซฟตี้น้ำได้ทางหนึ่ง ที่สำคัญจะช่วยป้องกันไม่ให้เล่นรุนแรงได้ &amp;ldquo;หากเรามีการรณรงค์การเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่จัดงานโดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่น ปีนฉีดน้ำไซส์เล็ก หรือแม้ใช้ฟอกกี้ฉีดน้ำ ก็สามารถทำให้วัยรุ่นสนุกได้ แบบไม่ต้องสาดน้ำกันแรงๆ ยังทั้งช่วยประหยัดน้ำช่วงอากาศร้อนได้ทางหนึ่ง ส่วนภาพของการนำโอ่งน้ำใส่กระบะท้ายรถแล้วไปตระเวนสาด หากเป็นไปได้ก็ควรลด ละ เลิกครับ เนื่องจากไม่มีประโยชน์ อีกทั้งเป็นอันตรายต่อผู้เล่นหากว่ารถยนต์ประสบอุบัติเหตุ กระทั่งเกิดการพลัดตกรถได้ ที่สำคัญสิ่งที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นแบบอย่าง ของการสาดน้ำวันปีใหม่ไทยที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ใช่ประเพณีดั้งเดิมของเรา และเป็นการเปลืองน้ำโดยใช่เหตุ เพราะยิ่งสาดมากก็ยิ่งต้องแวะหาจุดเติมน้ำมากเช่นกัน ก็อยากฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วาสนา ภูเขียว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าไอเดียการยึดหลักเล่นสาดน้ำกันแบบ &amp;ldquo;พอเพียง&amp;rdquo; สมัยคนรุ่นปู่ย่าตาทวด ที่ต่อให้พูดกันกี่ครั้งก็ไม่วันเชย โดยเฉพาะ &amp;ldquo;การตักน้ำในขันลอยดอกมะลิรดกันเบาๆ&amp;rdquo; ไม่ใช่แค่ประหยัด แต่ยังทำให้ผู้ที่ถูกรดน้ำรู้สึกสดชื่นจากกลิ่นหอมของดอกไม้ไทยๆ มุมมองจาก&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณป้าวาสนา ภูเขียว วัย 71 ปี ให้ไอเดียว่า &amp;ldquo;วิธีเล่นน้ำแบบประหยัดที่ลูกหลานยุคใหม่ควรเอาแบบอย่าง คือ การใช้ขันเล็กตักน้ำในขันใหญ่ เพื่อหยอดกันเบาๆ ที่มือหรือแขน ก็เป็นอะไรที่น่ารักแล้วค่ะ และหากจะให้ดีควรลอยดอกมะลิสด หรือใส่น้ำอบไทยลงไป ก็จะทำให้ผู้ที่ถูกขอรดน้ำรู้สึกสดชื่น เพราะอย่าลืม การสาดน้ำกันแรงๆ จะทำให้น้ำเข้าจมูกและเป็นหวัดได้ค่ะ เพราะปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเด็กๆ มักจะนำน้ำที่ไม่ค่อยสะอาดมาเล่นกัน หรือบ้านไหนที่อยากเพิ่มความเป็นไทย ป้าก็แนะนำให้ผสมน้ำอบไทยลงไป จากนั้นก็ใส่ในฟอกกี้ฉีดน้ำแบบฝอย เพื่อประพรมกันในหมู่ญาติ หรือเพื่อนสนิท ก็เป็นไอเดียคลายร้อนแบบไม่สิ้นเปลืองน้ำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วันทนา ทองมิตร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ คุณป้าวันทนา ทองมิตร วัย 64 ปี ที่ตอบแบบอินเทรนด์ว่า การเล่นสาดน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดน้ำได้ อธิบายว่า &amp;ldquo;อันที่จริงแล้วก่อนเล่นสาดน้ำก็อยากให้ลูกหลานไปรดน้ำดำหัวเพื่อขอพรจากผู้ใหญ่เสียก่อน หลักจากนั้นหากต้องเล่นน้ำกันก็ สามารถทำได้ทั้งการเล่นในแหล่งน้ำ เช่น สระน้ำส่วนตัว หรือบึงน้ำที่สามารถลงไปใช้ประโยชน์ได้ ก็ทำให้ไม่ต้องใช้น้ำจากก๊อกน้ำประปา ก็เป็นการประหยัดทรัพยากรที่ดี หรือหากเป็นในพื้นที่ กทม. สิ่งที่เหมาะมากที่สุด การใช้ปืนฉีดน้ำขนาดเล็ก ที่สำคัญต้องไม่เล่นแป้ง เพื่อป้องกันใบหน้าของเราสกปรก และลดการหาน้ำเปล่ามาล้างหน้า ตรงเป็นวิธีเซฟพลังงานน้ำได้ทางหนึ่งค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สุชิต พรมภักดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายกันที่ คุณลุงสุชิต พรมภักดี วัย 68 ปี ที่บอกว่า &amp;ldquo;การสาดน้ำแบบรักษ์โลก ก็อยากแนะนำให้ประพรมกันเบาๆ หรือใช้ขันน้ำใบเล็กๆ ตักรดกัน คิดง่ายๆ ว่าทำให้เหมือนกับการที่ลูกหลานรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ที่บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมาก แต่สิ่งที่ได้กลับทำให้ลูกหลานผูกพัน และไม่ลืมคุณตาคุณยายด้วยประเพณีดังกล่าว ดังนั้นการตักรดน้อยๆ แม้จะใช้น้ำในปริมาณที่น้อย แต่ก็ถือว่าเราในฐานะคนไทยได้ร่วมสืบสานประเพณีเล่นสาดน้ำกันแบบรู้คุณค่า&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6943</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสาดน้ำแบบรักษ์โลก, คุณป้าวันทนา ทองมิตร, คุณป้าวาสนา ภูเขียว, คุณป้าวาสนา มาดาเมทร์, คุณภาพชีวิต, คุณลุงทวีศักดิ์ ทิพย์โกมล, คุณลุงสุชิต พรมภักดี, ประเพณีสงกรานต์, ปีใหม่ไทย, รดน้ำขอพรผู้ใหญ่, เล่นสงกรานต์กับแบบเซฟๆ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdfc7942cb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
