<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘เหนือ-อีสาน’ ค่าPM2.5สูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;คพ.&amp;quot; ห่วงคุณภาพอากาศหลายจังหวัดภาคเหนือ-อีสานเกินค่ามาตรฐาน เตือนประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง &amp;quot;เชียงใหม่&amp;quot; ยังติดอันดับเมืองใหญ่คุณภาพอากาศแย่ที่สุดติดต่อกันเป็นวันที่ 2 &amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เผยทั่วประเทศอากาศร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวัน พบปริมาณ PM2.5 ในประเทศเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.ตาก และ จ.อุบลราชธานี โดยภาคเหนือเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 24-329 มคก./ลบ.ม., ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 19-65 มคก./ลบ.ม., ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 12-33 มคก./ลบ.ม., ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 14-26 มคก./ลบ.ม., ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 8-25 มคก./ลบ.ม. และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ.ร่วมกับ? ?กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 14-36 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศระบุว่า ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ ส่วนประชาชน?ที่อยู่?บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ? (พื้นที่สีแดง)? ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จากการจัดอันดับคุณภาพอากาศ 50 เมืองใหญ่ทั่วโลกของเว็บไซต์ www.airvisual.com พบเชียงใหม่ยังติดอันดับเมืองใหญ่ที่มีคุณภาพอากาศแย่ 1 ใน 3 ของโลก หลังขึ้นเป็นอันดับ 1 เมืองที่คุณภาพอากาศแย่ที่สุดติดต่อกัน 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิสด้าเปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP ของระบบ VIIRS พบจุดความร้อนรวมทั้งประเทศ 1,817 จุด โดยภาคเหนือพบจุดความร้อนมากที่สุด 1,505 จุด ซึ่งลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนมากถึง 418 จุด รองลงมาจังหวัดลำปาง 291 จุด และจังหวัดเชียงใหม่ 219 จุด ตามลำดับ ซึ่งพบมากสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 855 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 495 จุด พื้นที่เกษตร 54 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 50 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 49 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 2 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนทั้งประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากวันก่อน และยังคงมีการกระจุกตัวของจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จุดความร้อนเริ่มลดลง ในส่วนของประเทศเพื่อนบ้านยังคงเห็นอย่างต่อเนื่อง โดยสหภาพเมียนมามาเป็นอันดับหนึ่ง มีจุดความร้อนสูงถึง 6,029 จุด รองลงมาที่ราชอาณาจักรกัมพูชา 1,729 จุด ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอาจได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองและหมอกควัน ที่อาจลอยข้ามแดนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; ข้อมูลจากจิสด้าระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95429</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, คุณภาพอากาศ, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกินค่ามาตรฐาน, เหนือ-อีสาน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604621ff9e631.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจด่วน!กทม.เปิด22พื้นที่ฝุ่นPM2.5เกินมาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 - เพจกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่กราฟฟิกและเนื้อหาในหัวข้อ &amp;ldquo;เช้านี้คุณภาพอากาศปานกลาง ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 22 พื้นที่&amp;rdquo; ระบุว่า ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร : ประจำวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) &amp;nbsp;: ตรวจวัดได้ 30-72 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 22 พื้นที่ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 72 มคก./ลบ.ม. 2.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 : มีค่าเท่ากับ 67 มคก./ลบ.ม. 3.เขตสายไหม ป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงานเขตสายไหม : มีค่าเท่ากับ 62 มคก./ลบ.ม. 4.เขตบางบอน ใกล้ตลาดบางบอน : มีค่าเท่ากับ 61 มคก./ลบ.ม. 5.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม. 6.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง : มีค่าเท่ากับ 58 มคก./ลบ.ม. 7.เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ : มีค่าเท่ากับ 58 มคก./ลบ.ม. 8.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 9.เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 10.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 11.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา : มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน : มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม. 13.เขตบางกะปิ ข้าง ป้อมตำรวจตรงข้ามสำนักงาน เขตบางกะปิ : มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม. 14.เขตคันนายาว บริเวณปากทางถนนสวนสยามตัดกับถนนรามอินทรา : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 15.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 16.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 17.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 18.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 19.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 20.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม. 21.เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม. และ 22.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร : ส่วนใหญ่อยู่ในระดับคุณภาพปานกลาง คำแนะนำ : คุณภาพอากาศดี สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยวได้ตามปกติ : คุณภาพอากาศปานกลาง &amp;nbsp;ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง : คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ให้ประชาชนทั่วไปในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานให้เฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92557</URL_LINK>
                <HASHTAG>22 พื้นที่, กราฟฟิก, กรุงเทพมหานคร, คุณภาพอากาศ, สำนักงานประชาสัมพันธ์, เกินมาตรฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60233c960d268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หนองคาย’น่าห่วง!ค่าPM2.5พุ่ง100ไมโครกรัม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564 - ข้อมูลจากแอปพลิเคชั่น Air4Thai ซึ่งได้ข้อมูลจากผลการตรวจคุณภาพอากาศโดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ ที่ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะหนองถิ่น เขตเทศบาลเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคายพบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 หรือ ค่า PM2.5 โชว์ตัวเลข 100 ไมโครกรัม เป็นกราฟสีแดงพุ่งสูงขึ้น ส่วนค่าคุณภาพอากาศทั่วไป ตัวเลขสูงถึง 210 AQI เป็นค่าสภาพอากาศที่แย่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสภาพอากาศโดยทั่วไปในตัวเมืองหนองคาย มีเมฆหมอกปกคลุม ท้องฟ้าสลัว แม้จะมีแสงแดดตั้งแต่เช้าก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากตัวเลขค่า PM2.5 ดังกล่าวนี้ ทำให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไป และกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางจังหวัดหนองคายก็ได้เร่งรณรงค์ประชาชนในพื้นที่ลดการเผาหญ้าแห้ง ฟางข้าว เศษใบไม้ กิ่งไม้ต่าง ๆ และการเผาทุกชนิดเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ และทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ประกอบกับในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านก็มีการเผาอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ก๊าซจากการเผาก็ลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศไปมาระหว่างสองประเทศ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90437</URL_LINK>
                <HASHTAG>Air4Thai, กรมควบคุมมลพิษ, คุณภาพอากาศ, หนองคาย, แอปพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007cf462762f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขียวพรึ่บ! ปริมาณฝุ่นละอองลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานีคุณภาพอากาศดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.00 น. ดังนี้ ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 57 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 17 &amp;ndash; 41 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงจากเมื่อวานทุกสถานี โดยพบอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ประชาชนสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คพ. จะรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล ภารกิจตามมาตรการ &amp;quot;ภายใต้แผนปฏิบัติการ ขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;quot; อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57050</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, คพ., คุณภาพอากาศ, ปริมาณฝุ่นละออง, ฝุ่น PM 2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e449fca79c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นพิษจาง! กรุงเทพฯอากาศปานกลางถึงดีมาก &#039;บางคอแหลม&#039; จุดเดียวแย่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 &amp;ndash; กรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร ขอรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 2562 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 19 - 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พบเกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) บริเวณเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ปริมาณฝุ่นละอองลดลงจากวันก่อนหน้าทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ช่วงวันที่ 1 - 3 ตุลาคม 2562 จะมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงบ่าย - ค่ำ ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การป้องกันด้านสุขภาพตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านเป็นเวลานาน ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นไปตามหลักการป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้นำเสนอแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;quot;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;quot; ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดกิจกรรม/โครงการ และดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47095</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, คุณภาพอากาศ, ฝุ่นจิ๋ว, สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9401d457bd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เตือน 7 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.62-นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 เวลา 05.00 น. พบว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก &amp;nbsp; ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง &amp;nbsp; &amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 รวม 7 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ เชียงราย (ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย) เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม) ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) พะเยา (ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 57 &amp;ndash; 242 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 79 &amp;ndash; 274 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 126 &amp;ndash; 352 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 7 จังหวัดภาคเหนือเตรียมพร้อมป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ &amp;nbsp;เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรม &amp;nbsp; ให้กำหนดช่วงเวลาและจัดระเบียบการเผา ประกาศเขต ห้ามเผา ส่งเสริมการจัดทำแนวกันไฟ และรณรงค์การไถกลบแทนการเผา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่ริมทางหลวงให้เฝ้าระวังการเผาในเขตริมทางหลวงอย่างเข้มข้น อีกทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมปฏิบัติการระงับไฟป่า พร้อมประชาสัมพันธ์ผลกระทบของหมอกควันต่อสุขภาพอนามัย และข้อมูลคุณภาพอากาศ รวมถึงคำแนะนำ &amp;nbsp;ในการปฏิบัติตนแก่ประชาชน ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่ โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เพราะจะสูดดมฝุ่นละอองจำนวนมากเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เจ็บป่วยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ส่วนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางอยู่ในระดับต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32781</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพอากาศ, ชยพล ธิติศักดิ์, ปภ., ภาคเหนือ, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c89dff690a2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เตือน 4 จว.ภาคเหนือ ค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.62&amp;nbsp;- นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 08.00 น. พบว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐานคือ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ได้แก่ 1.เชียงราย (ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย) 2.ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ) 3.น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) และ 4.พะเยา (ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 53 &amp;ndash; 68 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 72 &amp;ndash; 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 106 &amp;ndash; 144 ซึ่งทุกพื้นที่คุณภาพอากาศในภาพรวมเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 4 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรมให้กำหนดช่วงเวลาและจัดระเบียบการเผา ประกาศเขตห้ามเผา ส่งเสริมการจัดทำแนวกันไฟ และรณรงค์การไถกลบแทนการเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่ริมทางหลวงให้เฝ้าระวังการเผาในเขตริมทางหลวงอย่างเข้มข้น อีกทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมปฏิบัติการระงับไฟป่า พร้อมประชาสัมพันธ์ผลกระทบของหมอกควันต่อสุขภาพอนามัยและข้อมูลคุณภาพอากาศ รวมถึงคำแนะนำในการปฏิบัติตนแก่ประชาชน ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30711</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), คุณภาพอากาศ, นายชยพล ธิติศักดิ์, ฝุ่นพิษ, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c808a03efe28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
