<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งคำร้องถอด‘สิระ’ยังป่วน เด็กชวน-ก้าวไกลฟัดกันนัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควันหลงคดี &amp;quot;สิระ&amp;quot; โดนศาล รธน.ตีตก เด็กชวน-ส.ส.ก้าวไกลฟัดกันนัว &amp;quot;ราเมศ&amp;quot; แจงยิบไทม์ไลน์ส่งคำร้องก่อนแพ้ฟาวล์ ยันประธานสภาทำทุกอย่างถูกขั้นตอน&amp;nbsp; ซัดทำตัวเป็นเด็กอมมือ &amp;quot;ธีรัจชัย&amp;quot; สวนกลับแค่เด็กรับใบสั่งโต้แทนนาย ส.ส.ปทุมธานีเพื่อไทยก้นร้อน โร่แจงไม่ได้รับเงินมาล็อบบี้ ส.ส.อีสานให้ล้มคำร้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควันหลงกรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องคดีที่ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อกันเพื่อยื่นคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ กรณีเคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวันกระทำความผิดอาญาฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญาฯ แต่ ส.ส.ฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทยมีการถอนชื่อ จนทำให้ศาลไม่รับคำร้องเพราะจำนวน ส.ส.ที่ร่วมลงชื่อไม่ถึงตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายราเมศ รัตนะเชวง&amp;nbsp; เลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีมี ส.ส.ฝ่ายค้านออกมากล่าวหานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง โดยได้ลำดับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยละเอียดว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.63 โดยมี ส.ส.ร่วมกันลงชื่อ 62 คน ปรากฏว่ามี ส.ส.ถอนชื่อจากคำร้อง 10&amp;nbsp; คน และมีการตรวจลายมือชื่อโดยฝ่ายสำนักงานเลขาธิการสภาไม่ตรงตามลายมือชื่อที่ได้ให้ไว้อีก 2 คน เท่ากับรวมทั้งสิ้นเหลือผู้ลงชื่อ 50 คน ซึ่งครบตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 กำหนดไว้ว่า 1 ใน 10 ของจำนวน ส.ส.เท่าที่มีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการประธานรัฐสภากล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 28&amp;nbsp; ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นได้ว่ากระบวนการทั้งหมดของประธานสภาผู้แทนราษฎรมีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 คำร้องที่ยื่นไปมีความสมบูรณ์ ไม่มีขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด และมีการแจ้งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ว่าได้ยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงปรากฏว่าในวันที่ 28 ธ.ค.63 เวลา 14.45 น. และเวลา&amp;nbsp; 14.50 น. มี ส.ส.สองท่านได้ยื่นหนังสือขอถอนรายชื่อออกจากคำร้อง เมื่อเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรรับหนังสือดังกล่าว ก็ได้มีการส่งตรวจสอบลายมือชื่อตามกระบวนการ และได้นำเสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนระบบราชการ และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ธันวาคม 2563 เวลา&amp;nbsp; 16.20 น. เพราะถือว่าเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว การถอนชื่อต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย จะไปก้าวล่วงมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศให้ข้อมูลอีกว่า จากนั้นวันที่ 6 ม.ค.64 มีการยื่นเอกสารขอเพิ่มชื่ออีก 5 คนผ่านสำนักงานประธานในเวลา 10.40 น. เจ้าหน้าที่ได้ส่งตรวจลายมือชื่อในเวลา&amp;nbsp; 13.00 น. ผลการตรวจสอบกลับมายังเจ้าหน้าที่วันที่ 7&amp;nbsp; ม.ค.64 และมีการเสนอตามขั้นตอนราชการเสร็จเวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่สภาก็ได้เดินทางไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเวลา 15.50 น. ระหว่างนั้นเองมีการเผยแพร่ข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งลงวันที่ 7 ม.ค.64 โดยระบุว่าได้มีการประชุมเพื่อปรึกษาคดีไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ม.ค.64 กรณีขอเพิ่มชื่อ ส.ส.อีก 5 คน ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถรับเข้าสู่สำนวนได้ เพราะได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับ 2 ส.ส.ที่ขอถอนชื่อ เมื่อวันที่ 7&amp;nbsp; ม.ค.64 เวลา 14.10 น. และเวลา 14.15 น. ตามลำดับ ได้ทำหนังสือเพื่อขอยกเลิกการถอนชื่อนั้น เป็นกรณีที่ได้ยื่นหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องแล้วอีกเช่นกัน ดังนั้นข้อเท็จจริงทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า มีการดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้องตรงไปตรงมาทั้งหมด และนายชวนได้ดำเนินการถูกต้องชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศยังกล่าวถึง ส.ส.พรรคก้าวไกลบางคน ที่วิพากษ์วิจารณ์นายชวนว่าทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง และต้องทบทวนตนเองในการทำหน้าที่ให้สมศักดิ์ศรีประมุขฝ่ายนิติบัญญัติว่า &amp;quot;ส.ส.ก้าวไกลคนนี้เป็นใคร คุณแน่ขนาดไหน ถึงมาพูดแบบนี้ ขอให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อนออกมาพูด และควรกลับไปดูตัวเองว่าทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรีความเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยหรือไม่&amp;nbsp; ควรจะตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนมีการกล่าวหา ไม่ใช่พออะไรไม่ได้ดังใจก็ออกมาโวยวาย ออกมาโจมตี อย่าทำตัวเป็นเด็กอมมือ ให้ร้ายประธานสภาอยู่เป็นประจำ หนึ่งนิ้วที่ชี้หานายชวน แต่อีก 4 นิ้วกลับชี้เข้าสู่ตัวเองทั้งหมด&amp;nbsp; ดังนั้นขอให้ทำตัวเองให้สมศักดิ์ศรีกับการเป็น ส.ส. จะดีกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภายหลังที่พบว่ามี 2 ส.ส.ที่ลายเซ็นไม่เหมือนกับที่ให้ไว้ต่อสำนักงานเลขาฯ ได้แจ้งให้ ส.ส.คนดังกล่าวทราบหรือไม่ นายราเมศกลาวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่สภาตรวจสอบเห็นว่ารายชื่อครบตามจำนวนแล้วส่งไปตามขั้นตอน และตามปกติไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ ส.ส.ที่ถูกตัดชื่อทราบ เพราะไม่มีผลอะไรเนื่องจากจำนวนครบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ถูกนายราเมศแถลงพาดพิง กล่าวถึงเรื่องนี้ทันทีเพื่อตอบโต้นายราเมศว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่ากรณีเช่นนี้คิดได้ง่ายๆ วิญญูชนโดยทั่วไป การที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจงใจไม่บอกกล่าวต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง ว่ามีการผิดพลาดหรือขาดรายชื่อ ลายชื่อไม่เหมือนในเอกสารที่ยื่น ทั้งในกรณีการถอนรายชื่อของ ส.ส.บางส่วนในครั้งแรก และในส่วนของรายชื่อที่ไม่ตรงในเอกสาร และในครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 ม.ค. คือการถอนรายชื่อจาก ส.ส. 2 คนของพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดรวม 14 คน ก่อนการยื่นส่งศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการจงใจให้คำร้องดังกล่าวถูกตีตกใช่หรือไม่&amp;nbsp; เพราะหากยื่นไปไม่ถึง 50 รายชื่อ นั่นก็คือไม่ครบ 1 ใน 10&amp;nbsp; ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรคก้าวไกลกล่าวต่อไปว่า ในฐานะ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ มีหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องในกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลเข้าสู่รัฐสภา และตรวจสอบการทำหน้าที่ตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ว่า ประธานสภาได้ทำหน้าที่เป็นกลางหรือไม่ เป็นเอกสิทธิ์ที่สามารถตรวจสอบได้ จึงอยากบอกนายราเมศว่ามันไม่ใช่เป็นใครมาจากไหน แต่ตนก็เป็น ส.ส.เป็นตัวแทนประชาชน ที่สามารถตรวจสอบความชอบธรรมได้ กรณีที่นายราเมศกล่าวว่า ที่ทางสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่า ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านลงรายชื่อไม่เหมือนในเอกสาร เรื่องนี้ ได้ตรวจสอบแล้วว่าลงรายชื่อไม่เหมือนจริงๆ แต่สภาไม่แจ้งต่อ ส.ส.ทั้ง 2 คนและ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้ทราบ กรณีนี้สภาทราบหรือไม่ว่า หากตัดรายชื่อ ส.ส. 2 คนออกไปจะมีผลให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง นี่คือผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ร้องและต้องไปล่ารายชื่อใหม่ ไม่ทราบว่านายราเมศเป็นตัวแทนประชาชนหรือไม่ หรือได้ถูกคำสั่งจากนายชวนให้ออกมาแถลง เพราะนายราเมศไม่มีสิทธิ์ที่จะมาโต้แย้งตัวแทนของประชาชนที่ตรวจสอบการทำงานของประธานสภา และการคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมดำรงคุณสมบัติ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมทำตามหน้าที่ แต่ท่านไม่ใช่ หรือท่านถูกสั่งมาอีกที อยากให้ท่านให้คำตอบว่าถูกสั่งมาหรือไม่ อยากให้ท่านโต้แย้งเหตุผล อย่าโต้แย้งด้วยการมาโจมตีด้วยวาทกรรมในอดีตที่พรรคการเมืองบางพรรคใช้หากินตรงนี้มา อย่าทำแบบนี้เลย ขอให้นายชวนออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนในประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกต ด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผลแบบมีวุฒิภาวะ เพื่ออธิบายว่าการกระทำนั้นชอบด้วยมาตรฐานจริยธรรมและเป็นกลางหรือไม่ ไม่อยากจะให้คนของประธานสภาออกมาปกป้องและใช้โวหารเช่นการเมืองแบบเดิมๆ&amp;quot; ส.ส.พรรคก้าวไกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวระบุว่า ตนเป็นคนชักชวนและโน้มน้าวให้เพื่อน ส.ส.ถอนชื่อออกจากคำร้องถอดถอนนายสิระว่า วันที่ 12 ม.ค.จะเข้าไปคุยกับพรรคว่าเขาจะมีนโยบายอย่างไร แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลย คือให้คำปรึกษากับเพื่อนคนสองคนซึ่งเป็น ส.ส.ภาคกลาง ที่มาปรึกษาในฐานะที่เป็นทนายเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อนายสิระมาพูดขู่ในกรรมาธิการและแถลงข่าวขู่ ในฐานะที่อยู่&amp;nbsp; กมธ.เดียวกับนายสิระก็เข้าไปขอว่าอย่าฟ้องเพื่อนได้ไหม&amp;nbsp; นายสิระก็ตอบว่าถ้าเป็นเพื่อนพี่ให้ แต่ถ้าใครยืนยันลงชื่อกับ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์อีกครั้ง เป็นครั้ง 2 ถือว่าเอาเป็นเอาตายกับเขา ซึ่งเขาจะไม่ยอมถอนฟ้องให้ จึงเอาความนี้ไปแจ้งให้กับเพื่อนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ไม่ได้ไปคุยกับ ส.ส.อีสานเลยแม้แต่คนเดียวเพราะไม่สนิท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ได้โทร.ไปแจ้งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยแล้วว่า มี ส.ส.ภาคกลาง 1&amp;nbsp; คนประสงค์จะถอนชื่อ ซึ่งเลขาธิการพรรคก็รับทราบ ไม่ได้ว่าอะไร เพราะขณะนั้นยังไม่ได้เป็นมติพรรค ส.ส.มีเอกสิทธิ์จะเข้าชื่อหรือถอนชื่อได้ มีเพียงกรณีนี้เท่านั้น แต่วันนี้พรรคกลับมาโยนให้ตนคนเดียว ก็ไม่เข้าใจ เป็น ส.ส.สมัยแรกจะไปมีเพาเวอร์อะไรไปคุยกับ ส.ส.อีสานซึ่งเป็น ส.ส.มาหลายสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยยันต์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจะขอดูท่าทีของพรรคก่อน และหากได้ข้อสรุปอย่างไรอาจจะขอเปิดแถลงข่าวที่สภาสักครั้ง เพราะเรื่องนี้ทำให้เสียในพื้นที่เช่นเดียวกัน ยืนยันว่าไม่ได้ล็อบบี้ใคร ไม่ได้รับเงินรับทองใครมาให้คนในพรรคทั้งสิ้น แค่ให้คำแนะนำแก่เพื่อนเมื่อเขามาปรึกษาในฐานะทนายเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนเป็น 1 ใน ส.ส.ที่ได้ร่วมลงชื่อถอดถอนนายสิระ และยืนยันว่าไม่ได้ถอนชื่อออกจากญัตติแน่นอน แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีเจ้าหน้าที่รัฐสภาโทรศัพท์มาสอบถามว่าได้ร่วมลงชื่อในญัตติดังกล่าวหรือไม่ เพราะลายมือชื่อที่เซ็นรับรองในญัตติถอดถอนกับลายมือชื่อที่เซ็นรับรองตนเป็น ส.ส.ต่อสภาผู้แทนราษฎรไม่เหมือนกัน จึงได้ยืนยันไปว่าได้ลงชื่อในญัตติถอดถอนดังกล่าวจริง แต่ลายเซ็นอาจไม่ตรงกัน เพราะตอนลงชื่อในญัตติเซ็นแบบหวัดๆ ไม่บรรจง แต่ตอนเซ็นชื่อรับรองเป็น ส.ส.เซ็นตัวบรรจง เจ้าหน้าที่อาจเข้าใจผิดคิดว่าไม่ได้ลงชื่อในญัตติ แต่ยืนยันว่า ได้ลงชื่อแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89504</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติการเป็น ส.ส., ศาลรัฐธรรมนูญ, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc5cfdaab82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
