<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ลั่นเอาความดีสู้ ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ้องถล่ม!พท.เรียงคิวขย่มคุณสมบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ้องถล่มแถลงนโยบาย ลั่นเอาความดีบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง ปัดจัดทีมองครักษ์ แต่ช่วยให้รัฐบาลทำงานต่อไปได้ ยังกั๊กนั่งหัวหน้า พปชร. แบะท่าให้ผ่านตรงนี้ไปก่อน &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; เตรียมข้อมูลเชิงลึกโต้กลับฝ่ายค้านหากนำเรื่องที่อยู่ในชั้นศาลมาถล่ม ส.ส.พปชร.ขู่ใครพูดเท็จอาจถูกปลดออกจากตำแหน่ง ปธ.วิปฝ่ายค้านขอขยายเวลาถึง 27 ก.ค. อ้าง &amp;quot;ชวน-วิษณุ&amp;quot; เปิดช่องอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ ได้ สภาหวิดล่ม! &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; สั่งปิดสภาหลังองค์ประชุมเหลือ 249 คน บช.น.สั่งห้ามชุมนุมรัศมี 50 ม.รอบทีโอที ป้องกันผู้ไม่หวังดีก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 24 กรกฎาคม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นวิถีทางทางการเมือง ขอให้เข้าใจ เป็นนายกฯ ใหม่และรัฐบาลใหม่นะจ๊ะ หลังจากแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วจะมาทำงานร่วมกันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เอาเรื่องทั้งหมดมาปรึกษาหารือกัน หาวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม มีมาตรการที่เหมาะสม แก้ปัญหา ลดความเสี่ยง ไม่สร้างปัญหาใหม่จากการแก้ปัญหาเดิม ทั้งนี้ไม่มีอะไรที่ทำแล้วจบเลย ทุกรัฐบาลต้องทำต่อเนื่อง เหมือนทำถนนเส้นหนึ่ง ต้องมีเส้นที่ 1, 2, 3 และ 4 รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องทำต่อๆ ไปในทุกมิติทั้ง 19 กระทรวง มีรองนายกฯ กำกับดูแลทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดมีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว ในประเทศไทยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ที่มีปัญหา เราต้องแก้ไปสิ เพราะโลกเปลี่ยนทุกวัน และปรับเปลี่ยนได้โดยแผนบริหารราชการ นโยบายแห่งรัฐ และหน่วยงาน แผนโครงการต่างๆ ที่ทุกกระทรวงจะต้องเพื่อให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เกิดเม็ดงานออกมาและแก้ไขเดิมๆ เรื่องอะไรที่อยู่ในการพิจารณาของศาล คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ว่ากันไป แค่นั้นเอง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงเที่ยง ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการแถลงนโยบายที่ฝ่ายค้านตั้งเป้าอภิปรายตัวนายกฯ และรัฐมนตรีว่า วันนี้สิ่งที่ได้คุยกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีหลายเรื่อง ทั้งการศึกษา คมนาคม ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆไป จะดำเนินการตามที่ได้คุยไว้แล้ว กรอบนโยบายที่ออกมาก็เป็นแบบนี้ ที่หลายคนตั้งข้อสังเกตมันใช่หรือไม่ ทำไมไม่ลงรายละเอียด ซึ่งนโยบายรัฐบาลไม่เคยลงรายละเอียดแบบนั้น เพราะฉะนั้นมันอยู่ในแผนบริหารราชการ โครงการงบประมาณก็ทำให้สอดคล้องกันตามที่ได้มีการหาเสียงไว้ ก็เดินหน้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลองไปเปิดดูคำว่านโยบายคืออะไร ถ้าเข้าใจคำว่านโยบายมันก็จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายกฯ จะชี้แจงทุกประเด็น หรือให้องครักษ์พิทักษ์นายกฯ ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตั้งไว้เป็นผู้ตอบคำถาม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;อีกฝ่ายเขาบอกว่าจะถล่มผมนิ คนรักผมเขาก็รักผม แต่ผมไม่ได้เป็นคนจัดทีมองครักษ์ เป็นเรื่องที่ทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่ช่วยผม แต่เป็นการช่วยรัฐบาลให้ทำงานต่อไปได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ไม่ได้กังวลใจอะไรใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทำไมจะต้องกังวล ถ้าเราจะทำความดีอะไรสักอย่าง คิดว่าไม่ต้องกังวล ความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจของตน และตนก็มีเพื่อนๆ เข้ามาทำงาน ตนรู้หลายอย่างไม่เหมือนเดิม ตนไม่ได้ทำงานกับคนเก่าๆ คนเดิมๆ ในรัฐบาลที่แล้ว ต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานใหม่ ก็ต้องไว้ใจท่าน และทุกคนก็สัญญาแล้วว่าจะทำให้ดีที่สุด เพื่อตอบสนองประชาชน&amp;nbsp;
เตรียมโต้กลับฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ประชาชนมองไปไกลกว่าการแถลงนโยบาย แต่อยากรู้ท่าทีนายกฯ จะสมัครเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จังหวะนี้ พล.อ.ประยุทธ์หมุนตัวและหัวเราะ รวมถึงรัฐมนตรีที่ยืนอยู่ด้วยกันก็หัวเราะด้วย ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวว่า &amp;quot;เรื่องอันตรายมาแล้ว แต่ผมคิดว่าอยู่ตรงไหนถ้าทำความดีทุกคนก็ต้องช่วยผม&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าจะสมัครเข้าพรรคหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ยังไม่รู้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า &amp;quot;ยังไม่คิด เดี๋ยวก่อน ให้ผ่านตรงนี้ไปก่อนค่อยว่ากัน&amp;quot; เมื่อถามอีกว่าดูเหมือนนายกฯ เตรียมตัวแถลงนโยบายรัฐบาลหนักพอสมควร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องเตรียมบ้าง แต่ไม่ได้อะไรใหญ่โต ทำมาตลอด และไม่เป็นไรตนมีความสุขดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามว่าหลายฝ่ายเป็นห่วงการรับมือการอภิปรายการแถลงนโยบาย นายกฯ กล่าวว่า จะมาห่วงตนทำไม ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องของกลไก ก็ว่ากันไป ซึ่งตนรับฟังได้อยู่แล้ว ทนฟังได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงในพรรค พปชร.เปิดเผยภายหลังมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กรอกแบบฟอร์มสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร. แบบตลอดชีพ โดยมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้เดินเรื่อง ว่าไม่เป็นความจริง พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นั้นได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา และจะมาดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ดูภาพรวมทั้งหมด ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไม่ได้ตัดสินใจร่วมงานกับพรรค พปชร.แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ตำแหน่งหัวหน้าและเลขาธิการพรรคพปชร. ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ซึ่งในอนาคต ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าพร้อมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ ถ้านายกฯ ยินดีมารับหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว ทางพรรคก็พร้อมจะไปเทียบเชิญ&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ฝ่ายรัฐบาลมีความพร้อม ขณะที่นายกฯ ได้เน้นย้ำกับ ครม.ให้เตรียมตัวให้พร้อมในการชี้แจงทุกเรื่องต่อรัฐสภา ซึ่งฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่าการอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม และเราเชื่อในตัวประธานรัฐสภาว่าจะสามารถควบคุมการประชุมให้อยู่ในข้อบังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกกังวลหรือไม่ที่อาจนำคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม กปปส.มาพูดในการอภิปรายครั้งนี้ด้วย นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวล เพราะหากเรื่องที่นำมาพูดกันในการอภิปรายเป็นเรื่องที่อยู่ในข้อบังคับ และหัวข้อที่จะอภิปรายตนก็พร้อมจะตอบ ซึ่งทุกอย่างมีความชัดเจนมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะอภิปรายในเรื่องใดบ้าง อาจมีหลายเรื่องที่คนยังไม่เข้าใจ แม้กระทั่งเรื่องคุณสมบัติที่ได้มีการตรวจสอบมาระดับหนึ่งแล้ว และยังมีรายละเอียดอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคยมีใครนำออกมาพูดถึง ซึ่งตนได้เตรียมเอกสารในเรื่องเหล่านั้นไว้ ทั้งที่เป็นเอกสารสำคัญ และเอกสารเบื้องลึก อยากให้ ส.ส.ที่จะลุกขึ้นอภิปรายไปศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบ เพราะเมื่อเขาจะมาตรวจสอบคนอื่น ก็ต้องระมัดระวังในการที่จะถูกคนอื่นตรวจสอบกลับด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใช่ครับ หากมีการนำเหตุการณ์หรือเรื่องที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลแต่ถูกนำมาบิดเบือนข้อเท็จจริง ฝ่ายเราก็ต้องชี้แจงแน่นอน ซึ่งจะต้องพูดถึงสาเหตุว่าสิ่งที่พวกตนได้ทำไปในวันนั้นคืออะไร เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงที่มาที่ไป&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าวเมื่อถามว่ามีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับฝ่ายตรงข้ามไว้เพื่อเตรียมพูดในสภาด้วยใช่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมคงไม่ตกเป็นเป้าหมายในการอภิปรายของฝ่ายค้าน เพราะทราบว่ามีรัฐมนตรีที่ตกเป็นเป้าอยู่แล้ว แต่ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ได้เตรียมความพร้อมข้อมูลในด้านนโยบาย ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาและไม่หนักใจ เพราะข้อมูลที่ฝ่ายข้าราชการประจำเตรียมไว้ให้ก็เพียงพอที่จะตอบคำถามได้ทุกประเด็น ไม่มีประเด็นใดที่รุนแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึง &amp;quot;กลุ่ม 3 ป.&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของฝ่ายค้าน นายสมศักดิ์กล่าวว่า รัฐมนตรีแต่ละท่านทำงานในภารกิจที่รับผิดขอบมานานถึง 5 ปี เชื่อว่าจะสามารถชี้แจงได้ แต่จะชี้แจงอย่างไรเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล และคงจะต้องเลือกตอบ เพราะมีเวลาค่อนข้างจำกัด &amp;nbsp;นอกจากนี้ พรรคพลังประชารัฐยังได้เตรียมองครักษ์เพื่อช่วยนายกฯ ตอบคำถามไว้ 6-7 กลุ่ม จึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาและสามารถชี้แจงทุกประเด็น&amp;nbsp;
ไม่มีไก่อ่อนแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. พรรค พปชร.กล่าวว่า องครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีน่าจะเป็นคำกล่าวที่สร้างสีสันให้การแถลงนโยบายของรัฐบาลคึกคักมากยิ่งขึ้น ไม่ได้มีความหมายโดยนัยอะไร จริงๆ แล้วเป็นการทำงานร่วมกันภายในพรรคมากกว่าในเชิงที่ช่วยกันชี้แจงถึงนโยบายของแต่ละกระทรวง ส่วนที่ฝ่ายค้านมีพูดถึง ส.ส.ที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ในทำนองว่าไก่อ่อนนั้น ไม่ติดใจอะไร ดีเสียอีก เพราะช่วยให้เรายิ่งรอบคอบมากยิ่งขึ้น การที่เราเพิ่งเข้ามาทำงานในสภาเป็นสมัยแรกนั้น ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าอ่อนหรือแข็งเพราะเชื่อว่า ส.ส.ที่เป็นน้องใหม่ทุกท่านก็มีประสบการณ์นอกสภากันมาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นไม่มี ไก่อ่อนใน พปชร.และสภาแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรค พปชร.กล่าวว่า อยากเตือนสติให้ทุกคนอภิปรายภายในกรอบกฎหมาย เพราะขณะอภิปรายนั้นจะมีทีมกฎหมายที่อยู่ทั้งภายในและภายนอกที่ประชุมสภา เพราะตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีข้อดีว่าหากผู้อภิปรายออกมาระบุข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือทำให้เสียหาย อาจจะมีโทษถึงขั้นปลดออกจากตำแหน่งเลยก็เป็นได้ และหากมีการอภิปรายออกนอกกรอบ ส.ส.ก็มีสิทธิลุกขึ้นประท้วง รวมทั้งหากประธานรัฐสภาเปิดโอกาสให้อภิปรายนอกกรอบ ทาง ส.ส.เองก็จะลุกขึ้นทักท้วงประธานรัฐสภาเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า หลังการหารือร่วมกันในพรรคเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ได้ตัดทอนจำนวน ส.ส.ที่ต้องการอภิปรายในสภาเหลือเพียง 10 คน เนื่องจากได้เวลาในการอภิปรายประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะอภิปรายเรื่องนโยบายเป็นหลัก ทั้งการชี้แจงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพรรคและการอภิปรายสนับสนุน ยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคจะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ส่วนการเตรียมความพร้อมเรื่องนโยบายการแก้ไขปัญหาเกษตรกรนั้น ได้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว แต่หากมีข้อสงสัย พรรค ปชป.ก็พร้อมอธิบายเพิ่มเติมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เรามีความพร้อม เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาทั้งรัฐมนตรีและส.ส.ต่างก็เตรียมพร้อมทั้งข้อมูล ฟิตร่างกายให้พร้อม เพราะจะต้องมีการประชุมแบบข้ามวันข้ามคืน ซึ่งมีข้อมูลทั้งในเชิงลึก รอบด้าน ในนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เชื่อมั่นว่าจะเราจะอธิบายให้ประชาชน ให้ฝ่ายค้านได้เข้าใจ และขอให้ช่วยกันทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การเมืองเข้าสู่ระบบที่ควรจะเป็นอย่างสง่างาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การจัดสรรเวลา 13 ชั่วโมงที่พรรคฝ่ายค้านจะใช้อภิปรายฯ ถือว่ายังไม่เพียงพอ แต่เราก็จะต้องจัดสรรเวลาให้พอดีกับบุคคลที่จะร่วมอภิปราย มีบางเรื่องที่เรายังเสียดาย เพราะบางเรื่องจะต้องมีการตรวจสอบ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ จึงอยากขอไปยังรัฐบาลและประธานรัฐสภาว่า ถ้าสามารถเพิ่มเติมระยะเวลาให้อภิปรายไปได้ถึงวันที่ 27 ก.ค.นี้ จะเป็นการดี
จ่อถล่มคุณสมบัตินายก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความกังวลในกรณีอภิปรายคุณสมบัติพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลอาจอ้างว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะมีผู้ขออภิปรายจำนวนมากจนต้องตัดคนออก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยจองคิวที่จะอภิปรายกว่า 10 คน จึงขอปรับลดลงเหลือ 5 คน ไม่ว่าจะเป็นนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ระบุว่าสามารถพูดได้ แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบ ซึ่งเราได้ทำความเข้าใจแล้วว่าการอภิปรายจะต้องไม่พูดไปในเชิงลักษณะชี้นำ และเรื่องที่จะอภิปรายคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ หลายเรื่องหลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ เพราะไม่ได้อยู่ในสำนวนของศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องของจริยธรรมบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในการแถลงนโยบายรัฐบาลด้วย เพราะมีหลายคนถูกกล่าวหาถือครองหุ้นสื่อ และประเด็นนี้เคยมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองหนึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สั่งให้ขาดคุณสมบัติมาแล้ว รวมทั้งจะอภิปรายคุณสมบัติของนายกฯ เริ่มตั้งแต่ที่มาว่ามาถูกต้องหรือไม่ เพราะการเป็นหัวหน้า คสช. เคยถูกศาลชี้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เมื่อได้รับการเลือกเป็นนายกฯ กลับบอกว่าไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และในเรื่องนี้รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายก็ตอบไม่ชัดเจน และพูดกลับไปกลับมา ดังนั้นนายกฯ ควรต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะอภิปรายภาพรวมของนโยบายว่าในทางปฏิบัติจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะการบริหารงานที่ผ่านมา 5 ปี นายกฯ มีอำนาจเต็ม และยังมีอำนาจตามมาตรา 44 ด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถบริหารหลายเรื่องได้ประสบผลสำเร็จ แล้วครั้งนี้ไม่มี ม.44 จะทำได้จริงหรือไม่&amp;quot; นายสมพงษ์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาระเบียบวาระต่างๆ จำนวนหลายเรื่อง แต่ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้นำเรื่องต่างๆ เข้าหารือ โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชม. ทำให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นทักท้วงว่าเมื่อไหร่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ หรือเป็นเพราะองค์ประชุมไม่ครบหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นชี้แจงในฐานะที่เป็นวิปรัฐบาล ว่าที่ผ่านมาที่ประชุมก็เปิดให้หารือเป็นเวลาถึง 3 ชม. แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เหลือ 1 ชม. แต่วันนี้มีปัญหาของประชาชนจำนวนมาก จึงให้สมาชิกอภิปรายได้ ทำให้นายสุชาติไกล่เกลี่ยว่าขณะนี้มีสมาชิกขอหารืออีกฝ่ายละ 5 คนเท่านั้น ทำให้นายพิเชษฐ์ระบุว่าหากหมดสมาชิกที่ขอหารือแล้วขอให้ประธานวินิจฉัยด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นขอความชัดเจนจากประธานในที่ประชุม เรื่องการนับองค์ประชุม ซึ่งมีสมาชิกที่มาร่วมประชุม จำนวน 249 คน&amp;nbsp;
ปิดประชุมหนีสภาล่ม!
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้น นายสุชาติได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ส่งหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส. ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้มีจำนวน ส.ส. 497 คน โดยองค์ประชุมคือ 249 คน จากนั้นนายสุชาติได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในส่วนของญัตติต่างๆ บางญัตติมีสมาชิกลงชื่ออภิปรายไว้กว่า 20 คน แต่ขณะนี้เนื่องจากสมาชิกบางส่วนอาจจะกำลังเตรียมความพร้อมในการรับฟังการแถลงนโยบายรัฐบาลระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ดังนั้นจึงขอเลื่อนการพิจารณาญัตติต่างๆ ในสัปดาห์หน้า ก่อนสั่งปิดประชุมในเวลา 15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น ตัวแทนพรรคฝ่ายค้านแถลงข่าวกรณีประธานสภาฯ สั่งปิดการประชุม โดยนายจิรายุกล่าวว่า ส.ส.ฟากรัฐบาลเห็นว่าการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำนั้นเป็นอย่างไร ส่อให้เห็นถึงอนาคตของประเทศ รวมถึงการผ่านกฎหมายต่างๆ ว่าจะเห็นชอบในการพิจารณากันได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทินกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สมาชิกทุกคนงง ทั้งที่องค์ประชุมครบเพราะฝ่ายค้าน 8 คนไปช่วยเซ็นชื่อให้จนครบ แต่เราก็เสียเวลาไปเปล่าๆ ถึง 6 ชั่วโมง ทำให้ไม่ได้อภิปรายถึง 2 วาระ เพราะประธานสั่งให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อน จึงขอฝ่ายรัฐบาลว่าอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ แถลงว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายชวนให้มาชี้แจงเกี่ยวกับองค์ประชุมของสภา ซึ่งตามข้อบังคับที่ 18 ระบุว่า ก่อนเข้าประชุมทุกครั้งให้สมาชิกมาลงชื่อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ทั้งหมดให้เป็นองค์ประชุม หรือหมายความว่าหากจะเปิดการประชุมได้สมาชิกต้องมาลงชื่อ แต่หากระหว่างการประชุมเกิดต้องลงมติหรือเช็กองค์ประชุม ให้นับจำนวนสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมนั้น ซึ่งนายชวนวินิจฉัยถูกต้องแล้ว แต่วันนี้เกิดเหตุการณ์ผิดปกติของการประชุมสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนปิดประชุมมีสมาชิกลงชื่อจำนวน 297 คน ถ้ามีใครไปลงชื่อหลังปิดประชุม แสดงว่ามีเจตนาแอบแฝง การทำหน้าที่ ส.ส.ควรทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่ามีวัตถุประสงค์ทางการเมือง มิเช่นนั้นสภาจะเดินไปยาก โดยเฉพาะในวันที่ 25 ก.ค. ที่จะมีวาระสำคัญคือแถลงนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นขออย่าใช้การตีรวนในเรื่องระเบียบข้อบังคับ เพราะมีความชัดเจนอยู่แล้ว&amp;quot; นายสมบูรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. ได้ออกคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ 218/2562 เรื่อง ประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกินห้าสิบเมตร รอบพื้นที่ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุมรัฐสภา (ชั่วคราว) ภายในบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ตามมาตรา 7 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งระบุว่า ด้วยในวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ประธานรัฐสภาได้กำหนดให้มีการประชุม ส.ส.ขึ้น ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุกลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจลักลอบเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ หรืออาจนัดรวมตัวกันชุมนุมทำกิจกรรมเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์บริเวณพื้นซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุมรัฐสภา (ชั่วคราว) ซึ่งหากมีการชุมนุมขึ้น อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และเกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้สัญจรบนท้องถนน โดยเฉพาะเส้นทาง ถนนแจ้งวัฒนะ หรืออาจส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงนั้น จึงประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกินห้าสิบเมตรรอบพื้นที่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุมรัฐสภา (ชั่วคราว) ภายในบริษัท ทีโอที ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.2562 เป็นต้นไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41878</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัตินายกฯ, ฝ่ายค้านจ้องถล่ม, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, เอาความดีสู้, แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d386825a0f47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เต็มยศ!&#039;ร้อยตำรวจเอก ดร.เฉลิม&#039;สวมบทนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต ยกคำพิพากษาชี้เปรี้ยง&#039;บิ๊กตู่&#039;ขาดคุณสมบัตินายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.62 - ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในลงเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขาดคุณสมบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่สามารถดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้(ภาค 2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ร้อยตำรวจเอก ดร.เฉลิม อยู่บำรุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิติศาสตรบัณฑิต นิติศาสตรมหาบัณฑิต นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้ฟังคำอภิปรายของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ซึ่งรัฐสภาประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี โดยพรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และมีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยประเด็นสำคัญ พรรคฝ่ายค้านได้กล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขาดคุณสมบัติ เพราะหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็น เจ้าพนักงาน และเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่สามารถได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ การโต้แย้งยังไม่มีข้อสิ้นสุด แต่สุดท้ายเสียงข้างมากก็ลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องนี้ ผมมีความเห็นเหมือนกับฝ่ายค้านที่อภิปรายในสภาฯ ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ โดยผมขออ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2560 ซึ่งตัดสินเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ในหัวข้อที่ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมบัติ หรือ บก.ลายจุด บุญงามอนงค์ เป็นจำเลยในความผิดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณี จำเลยไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. เรื่องนี้ ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินหักล้างข้อต่อสู้ของจำเลยที่อ้างว่า คสช. ไม่มีอำนาจเรียกตนไปรายงานตัว แต่ศาลทั้งสองได้ตัดสินว่า คสช. มีอำนาจเรียกจำเลยไปรายงานตัวได้ เพราะ คสช. เป็น รัฏฐาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จึงมีอำนาจดังกล่าว ต่อมา ศาลฎีกา ได้พิพากษาว่า การที่จำเลยต่อสู้ว่า คสช. ไม่มีอำนาจ นั้น ศาลพิพากษาว่า ข้อเท็จจริงดังได้วินิจฉัยแล้ว การยึดอำนาจการปกครองเป็นผลสำเร็จแล้ว คสช. จึงเป็น รัฏฐาธิปัตย์ จึงย่อมมีอำนาจออกประกาศและคำสั่งให้จำเลยรายงานตัวต่อ คสช. ได้ ศาลมีข้อสรุปที่น่าสนใจ กล่าวคือ การยึดอำนาจของ คสช. ไม่มีผู้ต่อต้านและได้แต่งตั้งผู้บริหารบางส่วนแล้ว จึงนับว่าเป็นการปฏิวัติสำเร็จลุล่วง บางส่วนของคำพิพากษาศาลฎีกา ได้ระบุว่า คสช. ได้มีคำสั่งให้จำเลยมารายงานตัวต่อ คสช. ภายในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16.00 น. โดยกำหนดโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามกำหนดไว้ด้วย พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จำเลยไม่มารายงานตัวต่อ คสช. จึงแจ้งข้อหาแก่จำเลย ว่า กระทำความผิดฐานไม่มารายงานตัวตามประกาศและคำสั่งของ คสช. ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 วรรค 1 บัญญัติว่า ผู้ใดทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวตามสมควร จึงนับว่ามีความผิด เมื่อ คสช. มีอำนาจออกคำสั่งให้จำเลยมารายงานตัว คำสั่งของ คสช. ที่ให้จำเลยมารายงานตัว จึงเป็นคำสั่งตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 วรรค 1 โดยศาลฎีกา ยังระบุว่า ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น เนื่องจาก คสช. ปฏิวัติสำเร็จเป็น รัฏฐาธิปัตย์ แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเรื่องนี้ ทาง กกต. มีคำวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่เจ้าพนักงาน และไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็วินิจฉัยทำนองเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้หากจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายจะต้องรับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลสูงสุด และเหตุที่ลงโทษจำเลยเพราะศาลฎีกาพิจารณาแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นหัวหน้า คสช. เป็นเจ้าพนักงาน จึงมีอำนาจเรียกจำเลยมารายงานตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัว ผมมีความเห็นว่า การอภิปรายของฝ่ายค้านมีเหตุผลตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อคำพิพากษาของศาลฎีกาออกมาเช่นนี้ โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้ง และไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง และคำพิพากษาดังกล่าว จึงสรุปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าพนักงาน ซึ่งขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี มาตรา 368 ผู้ใดทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวตามสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขาดคุณสมบัติ ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอต่ออธิบายความทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพิ่มเติม จากเนื้อหาข้างต้นซึ่งจะทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขาดคุณสมบัติ ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามข้อมูลดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2560 ซึ่งตัดสินเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในมาตรา 98 ซึ่งมีข้อห้ามในการสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งมีทั้งหมด 18 อนุมาตราด้วยกัน แต่อนุมาตราที่เป็นข้อต้องห้าม คือ มาตรา 98 (15) ความว่า บุคคลใดเป็นพนักงาน หรือ ลูกจ้าง ของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ข้อห้ามข้อนี้ ตรงกับคำพิพากษาของศาลฎีกาฉบับที่กล่าวอ้างถึง เพราะเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหาร ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2557 พล.อ.ประยุทธ์ ในนามหัวหน้า คสช. ได้มีหนังสือเรียก นายสมบัติ บุญงามอนงค์ มารายงานตัวในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2557 แต่นายสมบัติไม่มาตามหมายเรียกดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จึงดำเนินคดีกับนายสมบัติ นายสมบัติต่อสู้คดีตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ สุดท้าย ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ก็ตัดสินว่า นายสมบัติมีความผิด เพราะขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พล.อ. ประยุทธ์ จึงขาดคุณสมบัติมาตรา 98 (15)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือ นายกรัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติไม่ขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ในมาตรา 160 มีใจความสรุปว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติไม่ขัดแย้งกับมาตรา 160 ซึ่งมีทั้งหมด 8 อนุมาตราด้วยกัน แต่คุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ ขัดและต้องห้ามตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) ความว่า การจะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 98 (15) แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (15) จึงมีคุณสมบัติขัดตามมาตรา 160 (6) ซึ่งไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ยังมีบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) อันมีชื่อเรียกว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งได้ถูกบัญญัติขึ้นในสมัยรัฐบาลของ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอง มีเนื้อหาสาระ ความหมายของคำว่า เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตราที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในมาตรา 4 ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต นี้ เจ้าพนักงานของรัฐ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ของรัฐ หมายความว่า ข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่มีตำแหน่ง หรือ เงินเดือนประจำ ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ หรือในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แล้ว ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้ให้คำจำกัดความ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ 6 อนุมาตรา แต่มีความชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยคำจำกัดความระบุว่าในมาตรา 4 เช่นเดียวกัน สาระสำคัญ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีทั้งหมด 6 อนุมาตราด้วยกัน โดยในอนุมาตรา (1)&amp;nbsp;
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หมายความถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อกฎหมายโดยมีคำพิพากษาเป็นหลัก และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ได้เขียนไว้อย่างชัดเจน อีกทั้ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในมาตรา 4 จึงมีความชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐ จึงไม่สามารถบิดเบือนเป็นอย่างอื่นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลออกมาโต้แย้งว่าเรื่องดังกล่าวนี้ กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้ว อันนับได้ว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นทางกฎหมายอันไร้วิญญาณของความเป็นนักกฎหมาย เพราะ กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ได้เป็นองค์กรในกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงความคิดเห็นของผมในครั้งนี้ ไม่ได้มีอคติ ไม่ได้อิจฉาริษยา และไม่ได้กลั่นแกล้งใคร เป็นแค่เพียงความคิดเห็นในฐานะที่เป็นนักกฎหมายด้วยคนหนึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้อยตำรวจเอก ดร.เฉลิม อยู่บำรุง
สมาชิกพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41183</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัตินายกฯ, คุณสมบัติบิ๊กตู่, สารวัตรเหลิม, เฉลิม อยู่บำรุง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdbcd0e80e00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งแล้ว!&#039;ชวน&#039;ส่งคำร้องให้ศาลรธน.วินิจฉัยคุณสมบัติ&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และคณะ ร่วมกันเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ประธานสภาฯ ได้ตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบของผู้เสนอคำร้องและคณะแล้ว และได้ส่งคำร้องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านพ.ชลน่านนำตัวแทน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันแถลงถึงการยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งเรื่องที่สมาชิกเข้าชื่อกันร้องปมคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยแนบรายชื่อสมาชิกจำนวน 101 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ตรวจสอบความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 170 (4) หรือไม่ ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ซึ่งสาระหลักที่ยื่นคือความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พรรคฝ่ายค้านอ้างว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่มีความชัดเจน และยังไม่ได้มีการวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 98 (5) และไม่มีผลผูกพันกับศาลรัฐธรรมนูญด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40266</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัตินายกฯ, ชวน หลีกภัย, บิ๊กตู่, ประธานสภา, สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf767b9c50e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7พรรคฝ่ายแค้นยื่น&#039;ชวน&#039; ส่งศาลรธน.เช็กบิล&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 62 - ที่รัฐสภาชั่วคราว อาคารทีโอทีสำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันแถลงถึงการยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้นายชวนส่งเรื่องที่สมาชิกเข้าชื่อกันร้องปมคุณสมบัติของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยแนบรายชื่อสมาชิกจำนวน 101 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้เราจะยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อขอให้ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ตรวจสอบความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 170 (4) หรือไม่ ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ซึ่งสาระหลักที่เรายื่นคือความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหลัก ทั้งนี้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่มีความชัดเจน และยังไม่ได้มีการวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของพล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 98 (5) และไม่มีผลผูกพันกับศาลรัฐธรรมนูญด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39510</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, คุณสมบัตินายกฯ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, บิ๊กตู่, ศาลรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d130f37848a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทวีตร้อนฉ่า!&#039;จาตุรนต์&#039;ถาม&#039;บิ๊กตู่&#039;อยู่ในสถานะอะไร เจอศอกกลับ&#039;แล้วคุณล่ะตอนนี้อยู่ในฐานะอะไร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์ อดีตพรรคไทยรักษาชาติ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว Chaturon/จาตุรนต์ &amp;nbsp;&amp;quot;ตกลงพลเอกประยุทธ์อยู่ในสถานะอะไรครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใช้ทวีตเตอร์รายหนึ่งตอบกลับว่า &amp;quot;นายกตามระบอบประชาธิปไตยไงครับ&amp;quot; พร้อมถามกลับนายจาตุรนต์ว่า &amp;quot;แล้วคุณหล่ะ ตอนนี้อยู่ในฐานะอะไร??&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ ทวีตตอบว่า &amp;quot;ระบอบไหนประชาธิปไตย ส่วนผมก็เป็นพลเมืองชั้นสองชั้นสาม ในระบอบอะไรที่ใช้กันมาหลายปีแล้วนี้แหละ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39190</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัตินายกฯ, จาตุรนต์  ฉายแสง, สถานะพลเอกประยุทธ์, อ๋อย จาตุรนต์, โซเชียลฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0de03719da4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทวีตร้อนฉ่า!&#039;จาตุรนต์&#039;ถาม&#039;บิ๊กตู่&#039;อยู่ในสถานะอะไร เจอศอกกลับ&#039;แล้วคุณล่ะตอนนี้อยู่ในฐานะอะไร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์ อดีตพรรคไทยรักษาชาติ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว Chaturon/จาตุรนต์ &amp;nbsp;&amp;quot;ตกลงพลเอกประยุทธ์อยู่ในสถานะอะไรครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใช้ทวีตเตอร์รายหนึ่งตอบกลับว่า &amp;quot;นายกตามระบอบประชาธิปไตยไงครับ&amp;quot; พร้อมถามกลับนายจาตุรนต์ว่า &amp;quot;แล้วคุณหล่ะ ตอนนี้อยู่ในฐานะอะไร??&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ ทวีตตอบว่า &amp;quot;ระบอบไหนประชาธิปไตย ส่วนผมก็เป็นพลเมืองชั้นสองชั้นสาม ในระบอบอะไรที่ใช้กันมาหลายปีแล้วนี้แหละ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39189</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัตินายกฯ, จาตุรนต์  ฉายแสง, สถานะพลเอกประยุทธ์, อ๋อย จาตุรนต์, โซเชียลฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0de03719da4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านงานล้นมือ!&#039;ภูมิธรรม&#039;เปิดโพยฟันส.ว.เชือด&#039;บิ๊กตู่&#039;ในสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.62- นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการแต่งตั้งตัวแทนของพรรคร่วม เพื่อยกร่างข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ที่จะมีการประชุมในวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ทีโอที สำนักงานใหญ่ และกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันในสภาฯ โดยจะให้แต่ละพรรคส่งตัวแทน เข้าร่วมเป็นคณะทำงานของฝ่ายค้าน และนัดหมายประชุมกันทุกสัปดาห์เพื่อวางตัวผู้อภิปราย การเสนอกระทู้สด และการเสนอญัตติด่วน เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมวิปฝ่ายค้านยังหยิบยกประเด็นเรื่องการยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาฯ เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการสรรหาส.ว.มาหารือ ขณะนี้ร่างญัตติดังกล่าวมีส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ร่วมลงชื่อครบถ้วนตามระเบียบแล้ว และจะเชิญชวนพรรคร่วมได้ร่วมลงชื่อในญัตติดังกล่าว หากขั้นตอนการลงชื่อเสร็จเรียบร้อย จะนำเสนอต่อประธานสภาฯทันที เพื่อให้บรรจุเป็นวาระการประชุมได้ทันภายในสัปดาห์นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาเผยว่าวิปฝ่ายค้านยังหารือถึงแนวทางการอภิปรายรัฐบาลที่เตรียมจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และจะเดินหน้าพิจารณาคุณสมบัติพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38824</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัตินายกฯ, ญัตติด่วน, ตั้งกระทู้, นายภูมิธรรม เวชยชัย, ประชุมสภา, สรรหาส.ว., เลขาธิการพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08b280d3f57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
