<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;อ้าง 2ธ.ค.ปลด&#039;ประยุทธ์&#039;แก้ทุกปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 พ.ย. 2563 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้เปิดเผยข้อมูลการยังคงใช้บ้านหลวงของพลเอกประยุทธ์ ทั้งที่เกษียนอายุราชการมาหลายปีแล้ว และไม่ได้เป็นบ้านพักรับรองตามที่กล่าวอ้าง เนื่องจากอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นการรับผลประโยชน์เกิน 3,000 บาท &amp;nbsp;ตามที่พรรคเพื่อไทยได้ชี้ให้เห็นความไม่ถูกต้อง 5 ประเด็นโดยศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ขอเป็นไปตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม เพราะจะเป็นบรรทัดฐานของประเทศนี้ต่อไป หากมองทั้งด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์แล้ว ในกรณีพลเอกประยุทธ์จะต้องมีเหตุให้พ้นจากตำแหน่งจะเป็นประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นปัญหาและเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านเศรษฐกิจ การที่ประเทศไทยจะฟื้นเศรษฐกิจได้ ประเทศไทยจะต้อง การเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กลับมาเร็วที่สุด ไทยต้องอาศัยการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศโดยเฉพาะการลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ต้องอาศัยต่างประเทศอย่างมาก และที่ผ่านมาต้องยอมรับกันก่อนว่าประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงและเสียเครดิตอย่างมากตั้งแต่มีการปฏิวัติรัฐประหารในปี 2557 และลากยาวมากว่า 6 ปีแล้ว ตั้งแต่ปีแรกของปฏิวัติการลงทุนจากต่างประเทศได้หายไปถึง 90% และ ยังไม่ฟื้นเลยตั้งแต่นั้นมา ซึ่งแม้หลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว ความมั่นใจก็ไม่ได้กลับมา เนื่องจากประชาคมโลกเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจจากระบอบเผด็จการ โดยมีรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ ข้อมูลเหล่านี้สื่อหลักต่างประเทศได้นำมาตีแผ่โจมตีรัฐบาลไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่มีการปฏิวัติ จนมาถึงหลังเลือกตั้ง หรือแม้กระทั่งปัจจุบันที่มีการทำร้ายผู้ชุมนุมแบบผิดหลักสากลด้วยน้ำฉีดผสมสารเคมีและแก็สน้ำตา ขนาด โฆษกของลขาฯ ยูเอ็นยังต้องออกมาตำหนิ ยิ่งทำให้ประเทศไทยหมดความน่าเชื่อถือ และไม่เหลือความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีเหตุให้พลเอกประยุทธ์ต้องหลุดจากตำแหน่งโดยทันที จะช่วยลบภาพของรัฐบาลที่สืบทอดมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ยิ่งพลเอกประยุทธ์อยู่นาน เศรษฐกิจไทยจะยิ่งฟื้นยากขึ้นไปเรื่อยๆ ตลอด 6 ปีกว่าที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพลเอกประยุทธ์ขาดความรู้ความสามารถที่นำพาประเทศให้พัฒนาต่อไปได้ และยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า ทางด้านการเมืองการที่ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะนักศึกษาและนักเรียนออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่พลเอกประยุทธ์เป็นจำนวนมาก และมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะความล้มเหลวที่พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศในทุกด้านตลอดเวลาที่ผ่านมา อีกทั้งยังไม่เห็นเลยว่าในอนาคตจะดีขึ้นได้อย่างไร หากพลเอกประยุทธ์หลุดออกจากตำแหน่งจะทำให้หยุดการชุมนุมได้ อีกทั้งจะสามารถทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่งจะเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง โดยหากพลเอกประยุทธ์ยังมีอำนาจอยู่ จะมีความพยายามขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจนี้ในรูปแบบต่างๆ และการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นสากลโดยไม่มี 250 สว. มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะช่วยฟื้นความมั่นใจของต่างประเทศด้วย หากพลเอกประยุทธ์ยังดำรงตำแหน่งอยู่ ประเทศจะมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น และปัญหาอาจจะลามไปถึงเรื่องอื่นๆด้วย ดังนั้นถ้ามีเหตุให้พลเอกประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง จะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะแก้ปัญหาของประเทศนี้ได้ และจะหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ จึงอยากให้ได้คิดกันในทุกด้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขู่ศาลรัฐธรรมนูญ, คุณสมบัติพลเอกประยุทธ์, พิชัย นริพทะพันธุ์, รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, รับผลประโยชน์เกิน 3000 บาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb2892d9bd25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอกนี้ถึงกับเงิบ!&#039;วิษณุ&#039;กางคำพิพากษาชัดๆไขปม&#039;เจ้าหน้าที่รัฐ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงดึกคืนที่ผ่านมา นายวัน อยู่บำรุง ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายถึงกรณีคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยอ้างถึงคำพิพากษาคดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน &amp;nbsp;หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้แจ้งให้ผู้อภิปรายฟังว่าเรื่องคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;อยู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้ไม่ควรพูด ไม่ควรไปก้าวก่าย&amp;nbsp; ขอใหัอภิปรายในประเด็นเกี่ยวข้องกับนโยบาย สามารถสนับสนุน ทักท้วงได้ตามข้อบังคับทำให้นายวัน กล่าวก่อนจะนั่งลงว่าตนไม่ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯเถื่อนหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ทราบว่าท่านเป็นนายกฯที่ไม่สง่างาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า ประเด็นเรื่องคุณสมบัตินายกฯ อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเพิ่งเอาคำให้การไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตอบประเด็นที่ ส.ส. 110 คน ได้ยื่นคำร้องไป อยากจะขอแก้ไขความคาดเคลื่อนนิดเดียวเท่านั้นเองว่า&amp;nbsp;เมื่อท่านยกเอาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2560 ขึ้นมา ในคดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ศาลฎีกาได้พิพากษาในคดีนี้ซึ่งก็มักจะเอามาอ้างกัน ไม่มีที่ใดในคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้เลยที่บอกว่า คสช. หรือหัวหน้า คสช. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่บอกว่าเป็นเจ้าพนักงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซึ่งคดีนี้ได้มีการฟ้องว่าจำเลยนั้นขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ซึ่งบัญญัติว่าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ขีดเส้นใต้คำว่าเจ้าพนักงาน มีความผิดลหุโทษ คราวนี้ก็มาเกิดความเข้าใจว่าเจ้าพนักงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐชะรอยจะเป็นอันเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่ เจ้าพนักงานก็เจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐก็เจ้าหน้าที่ของรัฐ คุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 98 (15) นั้น พูดถึงเรื่องการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่เจ้าพนักงาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ อธิบายว่า เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7540/2554 มีการจับเจ้าอาวาสวัดหนึ่ง ในข้อหาว่าเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ของวัด เพราะว่าตามกฎหมายคณะสงฆ์ถือว่าเจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงาน คดีนั้นที่พระเป็นเจ้าอาวาสหรือจำเลยได้สู้คดีว่าตนไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตนจึงไม่ควรจะเป็นเจ้าพนักงาน ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยเจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายคณะสงฆ์ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายอื่น เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าพนักงานเป็นคนละเรื่อง คนละอย่างกัน ถ้ากฎหมายประสงค์จะเอาผิดบุคคลใดเพราะเป็นเจ้าพนักงานก็จะระบุว่าเป็นเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บังเอิญฎีกานี้ก็เป็นฎีกาที่ผู้ร้อง 110 คน ได้อ้างต่อศาลรัฐธรรมนูญ และยกขึ้นมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามนัยยะแห่งคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว และผมขอกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า ไม่มีที่ใดบรรทัดใดในจำนวนทั้งหมดของคำพิพากษาศาลฎีกา 34 หน้านี้ และไล่มาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ จนถึงศาลฎีกาเลยแม้แต่นิดเดียวที่บอกว่า คสช. หรือหัวหน้า คสช. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขออนุญาตกราบเรียนประเด็นนี้ ส่วนประเด็นอื่นว่าจะหลุดไปเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายอื่นหรือไม่ หรือตามรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เป็นประเด็นที่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว&amp;rdquo;นายวิษณุ ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42011</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติพลเอกประยุทธ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, อภิปรายนโยบาย, เจ้าหน้าที่รัฐ, แถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3a861aa6f6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อแม้ว&#039;เล็งข้ามช็อตยื่นยุบ&#039;พปชร.&#039;หากศาลรธน.เชือด&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.62 -&amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องให้วินิจฉัยคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า กรณีดังกล่าวเชื่อว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อการเป็นผู้นำประเทศ และผู้นำรัฐบาลต่อการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ช่วงวันที่ &amp;nbsp;25 &amp;ndash; 26 ก.ค. นี้ อย่างแน่นอน เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องดังกล่าว หมายถึงการมีน้ำหนักเบื้องต้นต่อปัญหาในคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ แม้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ระบุให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวและ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถนำแถลงนโยบายรัฐบาลได้ แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนจะลดน้อยลง และเป็นโอกาสที่จะเพิ่มน้ำหนักให้กับการอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ จะต้องคิดเองว่าเหมาะสมอย่างไรหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยจะไม่ฉวยโอกาสตีรวนการแถลงนโยบายรัฐบาลจนประชาชนไม่ได้สาระในประเด็นนนโยบายอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องเน้นให้ประชาชนเห็นคือความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร และความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ&amp;rdquo; นายสุทิน กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายสุทิน ยังกล่าวต่อกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมจัดสรร ส.ส.เพื่อตอบโต้และประท้วงการอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ว่า เป็นเรื่องปกติ ซึ่งตนไม่กังวล อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่ตนกังวลเล็กน้อย คือ รัฐบาลยังไม่จัดส่งนโยบายรัฐบาลที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภาไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ ส.ส.อาจได้รับเนื้อหาล่าช้าและเตรียมตัวไม่ทัน ซึ่งถือว่าเป็นเจตนาที่ทำให้ผู้ที่ต้องการอภิปรายตั้งหลักไม่ทันหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายสุทิน ยังกล่าวย้ำด้วยว่า ตนไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลานานหรือไม่ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ หมดคุณสมบัติจะเป็นนายกฯ รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องสิ้นสุดลงทันที ดังนั้นการนำนโยบายที่แถลงไปปฏิบัติจะเกิดปัญหาหรือไม่ นอกจากนั้นเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองแน่นอน เพราะหาก พล.อ.ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติ คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐต้องรับผิดชอบ ฐานะที่ส่งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคพลังประชารัฐทันที เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในแนวทางดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41474</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติพลเอกประยุทธ์, พปชร., พรรคเพื่อไทย, ยุบพรรคพลังประชารัฐ, สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebe4a89a3f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงสุทิน&#039;ชี้พรรคฝ่ายแค้นหมดสิทธิ์อภิปรายคุณสมบัติบิ๊กตู่ หลังศาลรธน.รับวินิจฉัยปมเจ้าหน้าที่รัฐ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.62 - นายสุทิน​ วรรณบวร​ อดีตนักข่าวการเมืองอาวุโส​ &amp;nbsp;โพสต์ขอ้ความลงในเฟซบุก Sutin Wannabovorn โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มุมมะแรง เหวี่ยงกลับมาแทงฝ่ายแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรัฐธรรมรับวินิจสถานะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่าสิ้นสุดลง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ แต่ไม่ได้สั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่เข้าข่ายมาตรา ๘๒ และกำหนดเวลามาชี้แจงต่อศาลภายใน ๑๕ วัน ทำให้ความหวังที่ฝ่ายค้านจะถล่มลุงตู่ให้ดับคาสภาระหว่างการแถลงนโยบายต่อสภาท่าจะเป็นหมัน เพราะฝ่ายแค้นได้ติดกับดัก ตกหลุมพรางตัวเองเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านเป็นผู้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. ร้อยกว่าคนทำเรื่องผ่านประธานสภา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าลุงตู่ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯเพราะขาดคุณสมหรือไม่ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หมายความว่าอำนาจหน้าที่วินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรม ผู้ถูกร้องเรียนมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปชี้แจงแก้ต่างว่าผิดตามคำร้องหรือไม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องชี้แจงหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาในสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาเดียวกันผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อฝ่ายตุลาการ รับเรื่องดำเนินการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่มีสิทธิที่จะมาต่อสู้หักล้างประเด็นที่ว่ากันในสภา เพราะการกล่าวหาโจมตีตอบโต้กันในสภาอาจเข้าข่าย ก้าวก่ายชี้นำหรือละเมิดอำนาจศาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมทราบดีว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ได้แบ่งแยกถ่วงดุลอำนาจกันเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ดังนั้นเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติ เสนอเรื่องให้ฝ่ายตุลาการวินิจฉัยตัดสินแล้ว โดยกฎกติกามารยาทโดยกฎหมาย ฝ่ายนิติบัญญัติกระทำการใดในระหว่างฝ่ายตุลาการอยู่ในกระบวนการวินิจฉัยถือเป็นก้าวก่ายชี้นำฝ่ายตุลาการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในระเวลาสิบห้าวันนี้พลเอกประยุทธ์ ผู้ถูกร้องเรียนมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปชี้แจงต่อศาลเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไม่มีความจำเป็นใดๆต้องชี้แจงหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาในสภา เพราะผลการวินิจของศาลรัฐธรรมผูกพันครอบคลุมไปทุกองค์กรอยู่แล้ว การตอบโต้ชี้แจงในสภาจึงไม่ผลใดๆนอกจากความสะใจของทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง, คุณสมบัติพลเอกประยุทธ์, บิ๊กตู่, สุทิน​ วรรณบวร​, อภิปรายนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181222/image_big_5c1d98310dc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
