<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>90 ส.ว.เฮลั่น! ผู้ตรวจฯยุติเรื่องร้องเรียนปมสมาชิกภาพ อ้างไม่อยู่ในอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรธน.วินิจฉัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยวานนี้ว่า วันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ และ นายทรรศนัย ทีน้ำคำ ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย เกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 90 คน ซึ่งเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่ามีลักษณะต้องห้ามเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 108 ข. (1) (3) และ (9) อันมีผลทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 111 (4) หรือไม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่า ตามมาตรา 23 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ เมื่อเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยที่ &amp;ldquo;บทบัญญัติแห่งกฎหมาย&amp;rdquo; หมายถึง กฎหมายที่ตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารก็ตาม ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนดที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่มีผลใช้บังคับเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กรณีปัญหาตามคำร้องเรียนในเรื่องนี้เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง มิใช่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 82 บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) (5) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (12) หรือมาตรา 111 (3) (4) (5) หรือ (7) แล้วแต่กรณี และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่...&amp;rdquo; วรรคสี่ บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งได้ด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานวุฒิสภา ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง โดยให้ประธานวุฒิสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และยังกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจส่งเรื่องในลักษณะดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp;กล่าวว่ากรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดหน่วยงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงไว้โดยชัดแจ้งและเป็นการเฉพาะแล้ว โดยเป็นอำนาจของประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้งในการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้น กรณีปัญหาตามคำร้องเรียนในเรื่องนี้จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินตามมาตรา 37 (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา 23 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงวินิจฉัยให้ยุติเรื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69191</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติสมาชิกวุฒิสภา, รักษเกชา แฉ่ฉาย, วินิจฉัยคุณสมบัติ, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cdd2b9c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ไล่สอยส.ว.นับสิบรายส่อขาดคุณสมบัติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 184 (1) บัญญัติห้าม ส.ส. และ ส.ว. ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และมาตรา 108 ข. (2) บัญญัติห้าม ส.ว. ต้องไม่เป็นข้าราชการ ซึ่งมาตรา 269 (2) บัญญัติยกเว้นให้เฉพาะ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ 6 ตำแหน่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า มาตรา 184 วรรคสองบัญญัติยกเว้นให้ ส.ส. และ ส.ว. เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวกับกิจการของสภา หรือกรรมการตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ส.ส. และ ส.ว. จะไปเป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวกับกิจการของฝ่ายบริหาร มิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า กรณีการห้าม ส.ส. และ ส.ว. ไปเป็นกรรมการของฝ่ายบริหารนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานแล้วตามคำวินิจฉัยที่ 10/2551 ทำให้รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 184 วรรคสอง ได้ถูกบัญญัติให้ชัดเจนขึ้นตามคำวินิจฉัยดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวต่อไปว่า มาตรา 98 (12) ที่บัญญัติห้าม ส.ส. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่เป็นข้าราชการการเมืองมาสมัครเป็น ส.ส. ได้แต่ มาตรา 108 ข. (2) ได้บัญญัติลักษณะต้องห้ามของ ส.ว. ว่า &amp;ldquo;ไม่เป็นข้าราชการ&amp;rdquo; ไว้เท่านั้น โดยไม่มีคำว่า &amp;ldquo;นอกจากข้าราชการการเมือง&amp;rdquo; แต่อย่างใด ดังนั้น ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว. ในขณะที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งควรอยู่ในความหมายเป็นข้าราชการด้วย จึงอาจเข้าข่ายต้องห้ามตามมาตรา 108 ข. (2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ทางส่วนราชการพบว่า มี ส.ว. นับสิบรายและ ส.ว. หนึ่งราย อาจยังคงดำรงตำแหน่งในกรรมการยุทธิศาสตร์ชาติ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ กรรมการกฤษฎีกา และอาจมีอีกหลายสิบรายส่อขาดคุณสมบัติตามมาตรา 108 ข. (2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลที่พบ เมื่อพิจารณาประกอบกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มี ส.ว. หลายสิบราย และ ส.ส. อีกหนึ่งราย ที่เข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบว่า ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 184 (1) และมาตรา 108 ข. (2) หรือไม่ ดังนั้น ในวันที่ 30 กรกฎาคม ศกนี้ เวลา 9.45 น. ตนจะนำเรื่องนี้ไปร้องให้ กกต. ทำการตรวจสอบและยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42194</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติสมาชิกวุฒิสภา, ส.ว., เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10dce756275.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
