<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คุณหญิงกัลยา&#039; นำสภาทนายความ เซ็น MOU กองทุนฟื้นฟูฯ ให้คำปรึกษาเกษตรกรนับล้านราย </HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - เมื่อเย็นวานนี้ (วันที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15.30 น.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฎิบัติหน้าที่แทนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร่วมด้วยว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคุณหญิงกัลยาได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเผยแพร่ ความรู้ และช่วยเหลือทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินงานของสำนักงานกองทุนพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.)&amp;nbsp;


แทงสล็อต&amp;nbsp; และเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้านคดีความ ณ ห้องประชุม ชั้น 4 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสภา&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ ทนายความที่จะช่วยเหลือเกษตรกรนับล้านคนในปัจจุบันและอนาค ซึ่งพวกเราทราบดีว่าปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรซึ่งเป็นเกษตรกรที่เป็นชาวบ้านทั่วไปคงไม่มีความรู้หรือขาดความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย ทำให้ถูกเอาเปรียบทั้งสัญญาที่ไม่เป็นธรรมจากเจ้าหนี้ หรือถูกฟ้องร้องเป็นคดีในชั้นศาลอาจเสียเปรียบทางคดี และแพ้คดีเนื่องจากไม่อาจจัดหาทนายความเพื่อช่วยเหลือต่อสู้คดีในชั้นศาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำข้อตกลง หรือ MoU ในวันนี้นอกจากจะเป็นความร่วมมือทั้ง 2 หน่วยงานร่วมกันแล้ว ยังถือว่าเป็นการทำบุญให้กับผู้ที่มีปัญหา มีความยากลำบากในการดำรงชีพ ที่ผ่านมาสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำประสานงานด้านกฎหมายให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิก ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟู นอกจากนี้ได้พัฒนาบุคลากรของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายให้ถูกต้อง&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายก็ยังเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและมีความลึกซึ้งที่จะทำความเข้าใจได้ทั้งหมดสภาทนายความฯ เซ็น MoU ให้ความร่วมมือในการจัดหาทนายความอาสาให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและแนะนำจัดทำสัญญาตอบปัญหาข้อกฎหมายจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯประจำจังหวัด ซึ่งสภาทนายความก็มีทนายความประจำ ซึ่งเพียงพอและอำนวยความสะดวกให้กับพวกเรากับกองทุนฟื้นฟูฯได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; เมื่อมีปัญหาจะจัดหาทนายความให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนวิทยากรในการเผยแพร่ความรู้ทางกฏหมายการอบรมการสัมมนาการให้คำปรึกษาข้อกฎหมายให้แก่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่เป็นสมาชิก เป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริมและน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก เพราะคนไทยมีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผู้ที่มีความรู้ในเฉพาะด้านกฎหมายของสภาทนายความยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเราชาวเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูฯ จะได้เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรไทยได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จึงถือเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูนับล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาช่วยไปแล้วหลายหมื่นราย เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯทั่วประเทศ จะมีที่ปรึกษา มีทนายความ เราก็อุ่นใจสามารถให้เราต่อสู้คดีได้อย่างตรงไปตรงมาไม่เสียเปรียบ ถือว่าน่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรไทยทุกท่าน &amp;quot; คุณหญิงกัลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายจุรินทร์ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ให้นโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างครบวงจร รวมทั้งการฟื้นฟูอาชีพและการดูแลให้ความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ซึ่งสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีทั่วประเทศกว่า 5 ล้านราย โดยตลอด2ปีที่ผ่านมารัฐบาลโดยมีนายจุรินทร์เป็นประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูนั้นได้เอาใจใส่แก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคโดยใช้เวลาทั้งการประชุมนโยบาย การลงพื้นที่ การมอบโฉนดคืนเกษตรกรและการรับซื้อหนี้สินเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์เกษตรกรตามนโยบายอย่างตั้งใจและกำลังเดินหน้าปีที่ 3 เพื่อเร่งรัดช่วยเหลือเกษตรให้เต็มประสิทธิภาพและใช้เวลาให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด
เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว
ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้
กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม
ว่า &amp;ldquo;ยายไปได้ตังจากไหน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ
วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน
เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัครรับเงินแสนกันได้แล้ววันนี้ คลิ้ก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120302</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลหม้อแปลงไฟฟ้าแบบออนไลน์ และมอนิเตอร์ริ่ง&quot; นวัตกรรมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดไฟดับเป็นบริเวณกว้าง, UFABET เว็บตรง, กฎหมายการพนัน, ครูบาเกมส์, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, จั่วไพ่, ตู้สล็อต, สล็อตสองนิ้ว, โปรดี 100รับ100</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fb1813f575.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปผลตรวจสอบหนังสือชุดนิทานวาดหวัง พบ 3 เล่มเป็นประโยชน์ ส่วนอีก 5 เล่ม เข้าข่ายควรระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14ต.ค.64- นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เเละนโยบาย (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) ในฐานะประธานคณะทำงานชุดเฉพาะกิจตรวจสอบหนังสือนิทานชุดวาดหวัง กล่าวว่า คณะทำงานชุดเฉพาะกิจตรวจสอบหนังสือนิทานชุดวาดหวัง ที่แต่งตั้งโดยดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้ดำเนินงานมากว่า 3 สัปดาห์แล้วเนื่องจาก ศธ.มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อการรับผิดชอบเยาวชนในช่วงวัยเรียน มีหน้าที่ปกป้องเยาวชน โดยการทำงานดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานรวมถึงนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ความเห็นตกผลึกออกมาเป็นข้อสรุป เป็นความเห็นทางวิชาการถึงความเหมาะสมของหนังสือในแต่ละเล่มว่ามีประโยชน์อย่างไร และจะส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหนต่อเด็กและเยาวชนในอนาคต โดยไร้อคติใด ๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิสรรค์ &amp;nbsp;กล่าวว่าความขัดแย้งทั่วโลกถือเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องแก้ไขด้วยการสร้างพลังบวก เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีไม่ใช่ความรุนแรง ซึ่งคุณหญิงกัลยาท่านให้ความสำคัญตรงนี้มาก การทำงานของคณะทำงานชุดเฉพาะกิจ มีจุดประสงค์เพื่อจะช่วยตรวจสอบสิ่งที่สังคมกำลังมีความขัดแย้งทั้งในปัจจุบันและในอนาคต และกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการปกป้องเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ข้อสรุปที่ได้ในวันนี้ จะนำไปรายงานต่อคุณหญิงกัลยา &amp;nbsp;รวมถึงข้อคิดเห็นทั้งหมดจะส่งต่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาของแต่ละหน่วยงาน อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นต้นเพื่อให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัว คุณหญิงกัลยา &amp;nbsp; ประธานร่วมคณะทำงานชุดเฉพาะกิจ กล่าวว่ามุมมองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาคณะทำงานชุดเฉพาะกิจครั้งนี้คือ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ให้ความเห็นว่าหนังสือนิทานชุดนี้ ผู้จัดทำระบุไว้ว่าเหมาะเด็กในระดับอายุ 5-12 ปี โดยในข้อเท็จจริงทางการแพทย์เด็กที่มีอายุ 6 ขวบปีแรกจะยังไม่สามารถแยกแยะโลกแห่งจินตนาการและโลกความเป็นจริงได้ หากได้รับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้เด็กเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันสร้างสังคมคุณธรรมที่เป็นสังคมเชิงบวก เพื่อปลูกฝังสิ่งที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน และสร้างสื่อที่สร้างสรรค์
จากการประชุมพิจารณาหนังสือชุดนิทานวาดหวังทั้ง 8 เล่ม นั้นที่ประชุมมีความเห็นว่า หนังสือชุดนิทานวาดหวังมีทั้งที่เป็นเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และเนื้อหาที่อาจนำไปสู่การบ่มเพาะปลูกฝังความขัดแย้ง รุนแรง โดยนิทานเรื่องที่เป็นประโยชน์และควรให้การสนับสนุน ได้แก่ 1.นิทานเรื่องตัวไหนไม่มีหัว ซึ่งมีจุดอธิบายและขมวดปมได้ว่าตัวอักษรทุกตัวมีความเท่าเทียมกัน สอนเด็กให้เรียนรู้ถึงความเท่าเทียม และเคารพความเห็นต่างของแต่ละบุคคล ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี 2.เรื่องแค็ก แค็ก มังกรไฟ สอนให้เด็กรู้จักรักสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ปกป้องไฟป่า ร่วมมือร่วมใจดับไฟป่า และ3.เรื่องเด็กๆ มีความฝัน ถือเป็นหนังสือที่ตอบโจทย์ทุกคนรวมถึงเยาวขน เพราะท้ายที่สุดเด็กทุกคนมีความฝัน เป็นเสรีภาพในการใช้ชีวิต ซึ่งในมุมมองนักวิชาการหนังสือทั้ง 3 เล่มนี้เป็นหนังสือที่ดี น่าชื่นชม เด็กเยาวชนสามารถนำไปใช้เรียนรู้ได้ทุกช่วงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหนังสือที่มีเนื้อหาเข้าข่ายควรระวังตามความเห็นของนักวิชาการที่มองว่าอาจบ่มเพาะเยาวชนให้นำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้ง โดยการใช้ความรุนแรงมาตัดสินในอนาคตได้นั้น ได้แก่ 1.หนังสือเรื่องแม่หมิมไปไหน 2.เรื่องเป็ดน้อย 3.เรื่องเสียงร้องของผองนก 4.เรื่อง 10 ราษฎร และ 5.เรื่อง จ จิตร ซึ่งหนังสือทั้ง 5 เล่มนี้ไม่มีเนื้อหา มีแต่การเล่าเรื่องโดยภาพ ซึ่งน่าเป็นห่วงเพราะเด็กวัยนี้จะเกิดการจดจำและแยกแยะความเป็นจริงไม่ได้ อาจเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ ส่วนนี้จึงเป็นข้อกังวลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจจะบ่มเพาะความรู้สึกรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนได้ จึงมีความไม่สบายใจหากหนังสือทั้ง 5 เล่มนี้ถูกนำไปใช้ จึงอยากวิงวอนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งครู ผู้ปกครอง ช่วยตรวจตราให้คำชี้แนะ พึงระวังบุตรหลานของท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อสรุปจากการประชุมในวันนี้ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คณะทำงานชุดเฉพาะกิจดำเนินงานโดยปราศจากอคติโดยสิ้นเชิง และใช้หลักวิชาการในการตรวจสอบ โดยไม่ได้ทำหน้าที่ในการตัดสินถูกผิด แต่ยึดถือประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ&amp;rdquo; นางดรุณวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการจำกัดเสรีภาพในการเลือกอ่านหนังสือหรือไม่ นางดรุณวรรณ กล่าวว่า ภายใต้ระบบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกซื้อหนังสือตามความต้องการของแต่ละบุคคล แต่ในฐานะของ ศธ. ตนมองว่าถ้าหากเราไม่ดำเนินการในลักษณะนี้ ถือเป็นเรื่องที่ควรโดนตำนิ ในฐานะที่มีหน้าที่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119725</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., คณะทำงานชุดเฉพาะกิจตรวจสอบหนังสือนิทานชุดวาดหวัง, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นิทานชุดวาดหวัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167d6bf0d0a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คุณหญิงกัลยา สั่งเร่งตรวจสอบ กรณีโซเชียลแชร์หนังสือการ์ตูนปลุกระดม ให้ข้อมูลบิดเบือนกับเยาวชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64- นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.).คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ว่าขณะนี้มีการผลิตหนังสือนิทานสำหรับเด็กคล้ายตำราเรียนและนำออกมาจัดจำหน่ายให้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายบิดเบือนและอาจให้เด็กเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้หากไม่ได้รับการชี้แนะอย่างถูกต้องโดยครูหรือผู้ปกรอง โดย ดร.คุณหญิงกัลยา &amp;nbsp;โสภณพนิช &amp;nbsp;รมช.ศธ. &amp;nbsp;ได้ทราบเรื่องนี้แล้ว และมีความเป็นห่วงอย่างมาก จึงได้สั่งให้ตั้งทีมเฉพาะกิจ โดยมีนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เเละนโยบาย เป็นประธานในเรื่องนี้ พร้อมด้วยตนเอง ในฐานะโฆษกประจำตัว .คุณหญิงกัลยา &amp;nbsp;และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คุณหญิงกัลยา ได้ทราบเรื่องนี้แล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งเร่งให้ตรวจสอบโดยด่วน ซึ่งหากพบว่าหนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาที่ปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง และครอบงำความคิดเด็กโดยเฉพาะเด็กที่ยังไม่สามารถแยกแยะข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้ อันจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมาในหลายด้าน จึงอยากให้ครูและผู้ปกครอง รวมถึงประชาชนโดยทั่วไปที่เสพข้อมูลดังกล่าวจะต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริง แยกแยะ และไม่ยอมรับหรือสนับสนุนให้เชิดชูความรุนแรง รวมถึงการสร้างข้อมูลเท็จหรือเนื้อหาที่บิดเบือนเพื่อปลุกปั่นเยาวชนให้หลงผิดได้&amp;rdquo; นางดรุณวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางดรุณวรรณ กล่าวต่ออีกว่า &amp;nbsp;คุณหญิงกัลยา &amp;nbsp; มีมุมมองที่เปิดกว้างสำหรับเยาวชนมาโดยตลอดและเชื่อในหลักสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูล แต่สิ่งที่สำคัญคือผู้จัดทำข้อมูลต้องไม่มีเจตนาให้ร้าย บิดเบือน หรือสร้างความแตกแยก ยุแหย่ให้เกิดความเกลียดชังขึ้นในสังคมไทย จึงอยากร้องขอให้ผู้ที่มีเจตนาไม่หวังดีต่อประเทศได้ยุติการกระทำดังกล่าว ทั้งนี้ทีมเฉพาะกิจดังกล่าวจะประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงต่อไป หากพบว่าเนื้อหาที่ปรากฎในนิทานดังกล่าวมีเจตนาปลุกระดม ล้างสมอง หรือปลุกปั่นเด็กๆ หรือไม่ และมีใครเป็นผู้ที่อยู่เบืองหลัง ซึ่งหากพบว่าผิดจริงถือว่าเป็นอันตรายอย่างมาก และจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118005</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ตูนบิดเบือน, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151935e026a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ครูเหน่ง” หนุนทำวิจัย-พัฒนานวัตกรรมการศึกษาทุกระดับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26ส.ค.64-ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) - มีการจัดการประชุมวิชาการ การวิจัยทางการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 16 หัวข้อ &amp;ldquo;นวัตกรรมการศึกษา : กล้าเปลี่ยน สร้างสรรค์ ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย&amp;rdquo; โดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมผ่านระบบออนไลน์และบรรยายพิเศษตอนหนึ่ง ว่า การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมถือเป็นกลไกลสำคัญในการกำหนดการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ผ่านการทำวิจัย เพื่อพัฒนาแนวคิด ทฤษฎี กระบวนการ ทัศนะทางการศึกษาใหม่ๆ ในมิติต่าง ๆ เช่น การจัดการสอน หลักสูตรการประเมินผลการเรียนรู้ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอน ผู้เรียน โรงเรียน ชุมชม และการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า การส่งเสริม การทำวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม ควรมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับการวิจัยสู่การเพิ่มศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมของประเทศ ตลอดจนสร้างเครือข่ายการทำวิจัยระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ การส่งเสริมกระบวนการทำงานของภาครัฐและเอกชน ในการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมให้เป็นแบบเปิดและบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนสภาการศึกษามีบทบาทสำคัญในการวางกรอบ เป้าหมาย และทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ เพื่อการพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถของคนไทยในทุกช่วงวัยผ่านการจัดทำนโยบาย และแผนการศึกษาแห่งชาติ มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แผนการปฏิรูปด้านการศึกษา รวมถึงการปฎิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การพัฒนาระบบวิจัย การศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่และกระตุ้นให้นำผลการวิจัย ผลงานสร้างสรรค์ และนวัตกรรมทางการศึกษา ที่สามารถนำไปเป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาการศึกษาในทุกระดับและประเภทการศึกษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) บรรยายพิเศษ หัวข้อ &amp;ldquo;เทคโนโลยีและนวัตกรรม การศึกษาในยุคดิจิทัล&amp;rdquo;ว่า เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาในยุคดิจิทัล เป็นความหวังการศึกษาไทย แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด 19 หรือไม่มี เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการศึกษาที่ทันสมัย สร้างเด็กในศตวรรษที่ 21 และการสร้างพลเมืองยุค 4.0 แต่เราต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าจะนำมาใช้อย่างไร ขณะที่ความพร้อมของครู และนักเรียนก็ยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นต้องเร่งให้ความรู้แก่ครู นักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งทุกคนจะต้องปรับตัวกันอย่างมโหฬาร เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศธ.ไม่นิ่งนอนใจที่จะนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้กับการศึกษาในยุคดิจิทัล&amp;nbsp;
&amp;quot;ไม่ว่าเทคโนโลยีจะดีแค่ไหน ถ้าเรายังไม่รู้และยังไม่พร้อม ย่อมไม่สามารถที่จะนำมาแทนครูได้ ในฐานะที่ดิฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ &amp;nbsp;ก็ไม่เคยคิดจะให้ลูกหรือเด็กนักเรียนได้เรียนกับเครื่อง เพราะเด็กต้องเรียนกับครูและเครื่อง เพื่อให้เด็กมีมนุษยสัมพันธ์กับทุกคน อย่างไรก็ตามการเรียนออนไลน์จะต้องทำให้สามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของนักเรียนด้วย และการเรียนออนไลน์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ อยากให้พ่อแม่มีเวลาให้กับลูก เพราะเวลาที่พ่อแม่อยู่กับลูกเป็นเวลาที่มีคุณภาพ&amp;quot;คุณหญิงกัลยากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114642</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, การวิจัยและพัฒนา, การเรียนออนไลน์, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612768216d1de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เข็มขัดดูดซับความชื้น ท่อนอ้อยระยะแรกปลูก&#039; ผลงานเด็กไทย คว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมอนุรักษ์น้ำ Stockholm</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ส.ค.64- คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความชื่นชมนักเรียน ม.4 โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ หลังคว้ารางวัล The Winner of Diploma of Excellence ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมการอนุรักษ์น้ำ Stockholm Junior water prize 2021 (SJWP 2021) สร้างเข็มขัดดูดซับความชื้น เพิ่มธาตุอาหารให้แก่ท่อนพันธุ์อ้อยระยะแรกปลูก และประหยัดน้ำในการเพาะปลูกแม้ในพื้นที่แห้งแล้ง สนับสนุน SDGs และโมเดล BCG Economy ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ประเทศสวีเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงกัลยา ได้ร่วมแสดงความยินดีผ่านระบบ Zoom กับนักเรียนไทยทั้งสองคนทันทีที่ทราบผลการตัดสินในคืนวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 20.00 น ของประเทศไทย โดยมีผู้บริหารจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เข้าร่วมด้วยพร้อมด้วยทีมโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายการเมืองและตัวแทนคุณครูจากโรงเรียนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยคุณหญิงกัลยาเปิดเผยว่า จากการที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) &amp;nbsp;ได้คัดเลือกนักเรียนไทย &amp;nbsp;2 คน จากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จังหวัดเชียงราย เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วม การประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม &amp;nbsp;ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ Stockholm Junior Water Prize 2021 (SJWP 2021) ในงาน World Water Week &amp;nbsp;ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 23- 27 สิงหาคม 2564 และนักเรียนผู้แทนประเทศไทยทั้งสองคน คือ นายธนวิชญ์ น้ำใจดี และนายฟิวเจอร์ คงชู ได้คว้ารางวัล The Winner of Diploma of Excellence จาก ผลงานวิจัยชื่อ &amp;nbsp; &amp;ldquo;Bio-Moisture-Nutrient Absorbing Belt for Promoting the Sugarcane Seedlings Growth from the Local Waste&amp;rdquo; หรือ เข็มขัดดูดซับความชื้นและให้ธาตุอาหารจากวัสดุเหลือทิ้งในชุมชน เพื่อการดูแลท่อนพันธุ์อ้อยระยะแรกปลูก &amp;nbsp;ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศ ตัวนักเรียน ครอบครัว ครูผู้สอน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพราะน้ำ และสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ถือเป็นเทรนด์สำคัญของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ &amp;nbsp;ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า สสวท. โดยฝ่ายโลกศึกษาเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (GLOBE) ในฐานะหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการคัดเลือก นายธนวิชญ์ น้ำใจดี และนายฟิวเจอร์ คงชู นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ เข้าร่วมการประกวด SJWP2021 ภายใต้งานวิจัยเรื่อง Bio-Moisture-Nutrient Absorbing Belt for Promoting the Sugarcane Seedlings Growth from the Local Waste&amp;rdquo; หรือ เข็มขัดดูดซับความชื้นและให้ธาตุอาหารจากวัสดุเหลือทิ้งในชุมชน &amp;nbsp; เพื่อการดูแลท่อนพันธุ์อ้อยระยะแรกปลูก ซึ่งได้นำวัสดุเหลือใช้ ในท้องถิ่นมาสร้างนวัตกรรมในลักษณะเข็มขัดที่สามารถอุ้มน้ำไว้สำหรับการเพาะปลูกท่อนพันธุ์อ้อยในระยะแรกปลูกได้แม้จะปลูก ในพื้นที่แห้งแล้ง ช่วยลดการให้น้ำ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบจากการปลูกโดยใช้วิธีดั้งเดิม นอกจากนี้นวัตกรรมนี้ยังนำสารสกัดจากสะเดาช่วยไล่และกำจัดแมลงศัตรูอ้อย จึงเป็นการใช้สารธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมี &amp;nbsp;ที่จะเป็นการเพิ่มมลพิษให้แหล่งน้ำและดินอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกวด Stockholm Junior Water Prize เป็นการประกวดที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อส่งเสริม ให้เยาวชนทั่วโลก &amp;nbsp; &amp;nbsp;อายุระหว่าง 15-20 ปี เกิดความตระหนักและร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดย H.R.H. Crown Princess Victoria ทรงให้ความสำคัญและเป็นองค์อุปถัมภ์มาตลอด 25 ปี ซึ่งการประกวดนี้จัดขึ้นร่วมกับการประชุม World Water Week ณ กรุงสตอกโฮล์ม ในปี 2021 นี้ &amp;nbsp;มีเยาวชนเข้าร่วมประกวด จำนวน 44 คน จาก 32 ประเทศ เยาวชนเหล่านี้จะต้องผ่านการประกวดในแต่ละประเทศและได้รับคัดเลือกเป็นผู้แทนระดับประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกวดปีนี้ มีรางวัลทั้งสิ้น 3 รางวัล ได้แก่ รางวัล The Winner of Stockholm Junior Water Prize 2021 เป็นของเยาวชนจากประเทศสหรัฐอเมริกา รางวัล The Winner of Diploma of Excellence เป็นของเยาวชนจากประเทศไทย และรางวัลสุดท้ายเป็นรางวัลที่ให้ผู้สนใจร่วมโหวดคือ รางวัล The Winner of People Choice&amp;rsquo;s Award เป็นของเยาวชนจากประเทศบราซิล สนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดูรายละเอียดเพิ่มที่ : https://www.facebook.com/globethailand2015&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114487</URL_LINK>
                <HASHTAG>Stockholm Junior water prize 2021 (SJWP 2021, World Water Week, กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ดร.ชูกิจ  ลิมปิจำนงค์, นายธนวิชญ์ น้ำใจดี, นายฟิวเจอร์ คงชู, สสวท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125dbc79181d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องถึงมือ&#039;สภาพัฒน์ &#039;ครม. มอบ คลี่คลายปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ค.64- คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยเรื่อง ค่าใช้จ่ายการศึกษาของผู้ปกครองภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยเฉพาะประเด็นค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอมของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพราะขณะนี้ผู้ปกครองต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้จึงอยากให้โรงเรียนได้มีมาตรการลดหรือการคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอมให้แก่ผู้ปกครองได้บ้าง เนื่องจากนักเรียนไม่ได้เรียนที่โรงเรียนตามสถานการณ์ปกติจึงคิดว่าค่าใช้จ่ายบางอย่างน่าจะงดการเรียกเก็บจากผู้ปกครองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.ศธ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากข้อห่วงใยดังกล่าวส่งผลให้ที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการวางแผนการบริหารจัดการการช่วยเหลือ เรื่อง ค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอม รวมถึงการสำรวจค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนตามสภาพดควาเป็นจริง เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง โดยศธ.จะนำไปหารือกับหน่วยงานต้นสังกัดต่อไปว่าจะแนวทางใดบ้างที่แก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้ อย่างไรก็ตาม นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109572</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ค่าธรรมเนียมการศึกษา, สภาพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ea4adc6bf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงกัลยา&#039; เสนอบอร์ดโค้ดดิ้งฯ จัดSmart Devices ให้นร.ขาดแคลน ยืมเรียนออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13ก.ค.64-คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) แห่งชาติ ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง และได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อน Coding สำหรับประชากรทุกช่วงวัยอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ (1) โครงการการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาขีดความสามารถ ทักษะ และการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) (2) โครงการการพัฒนาหลักสูตรมาตรฐานและกระบวนการรับรองมาตรฐานหลักสูตรด้านโค้ดดิ้งแก่ประชาชนทุกช่วงวัย และ (3) การดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) สำหรับบุคคลทั่วไป ที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจด้าน Coding และกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลให้แก่ประชาชนทั่วไปในทุกกลุ่มอาชีพ เป็นพื้นฐานการใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพในโลกยุคใหม่และการใช้ชีวิตในยุค New Normal&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ยังได้พิจารณาและมีข้อเสนอแนะที่เป็นสาระสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงเรียนออนไลน์เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจะเสนอให้มีการจัดหาอุปกรณ์ (smart devices) ประกอบการเรียนออนไลน์ให้แก่นักเรียนได้ยืมใช้งานจากโรงเรียน ซึ่งจะร่วมกับภาคเอกชนและสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยในการขับเคลื่อน โดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานเจ้าภาพร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมการจะได้กราบเรียนนายกรัฐมนตรีทราบถึงข้อเสนอแนะดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109563</URL_LINK>
                <HASHTAG>#นักเรียน, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, เรียนออนไลน์, โค้ดดิ้งแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed5c8a76e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
