<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.เชื่อมีดีลลับ&#039;พจมาน-ผู้มีอิทธิพลสูงสุด&#039;ศัตรูกลายเป็นมิตรได้เสมอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63- รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr ว่ากราบของคุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพชร ทำให้พรรคเพื่อไทยสั่นสะเทือนราวเกิดแผ่นดินไหวภายในพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่น่าเชื่อว่า มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ไม่เชื่อว่า พรรคเพื่อไทยยังคงอยู่ภายใต้การครอบงำของคุณทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ไม่ต้องถกเถียงกันอีกต่อไปว่า พรรคเพื่อไทยยังเป็นของตระกูลชินวัตร หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตอบสนองความประสงค์ของคุณหญิงพจมานแบบยอมศิโรราบเช่นนี้ แปลว่าท่อน้ำเลี้ยงจะยังไม่ตัน น้ำเลี้ยงอาจไหลแรงกว่าเดิมมากเสียด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิง พจมาน ทำเช่นนี้เพื่ออะไร คงเป็นไปไม่ได้ว่าคุณหญิงพจมาน จะลุกขึ้นมาทำแบบนี้โดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ความเป็นไปได้คือ คุณหญิงพจมาน หรือคุณทักษิณ อาจมีการเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างกับผู้มีอิทธิพลสูงถึงสูงที่สุดต่อรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อแลกเปลี่ยนอาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับลูก ที่จะยอมให้ติดคุกไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว หรือเกี่ยวกับตัวคุณทักษิณเอง ว่าจะสามารถกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องติดคุกได้หรือไม่ หรือแม้กระทั่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยทั้งพรรค หรือเกี่ยวกับทั้งหมดทุกเรื่องที่กล่าวมา ทั้งหมดล้วนเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองเสียอย่าง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ศัตรูกลายเป็นมิตร มิตรกลายเป็นศัตรู ได้เสมอ ทุกเวลา สังเกตุว่าคนที่ฝีปากกล้า ออกมาหาเรื่องโจมตีรัฐบาลทุกเรื่อง มีเหตุผลบ้าง ไร้เหตุผลบ้าง ล้วนถูกจับเข้ากรุ หรือถูกลดบทบาท ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเป็นเช่นนี้ คณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกล กลุ่มปลดแอกทั้งหลาย คงต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ การชุมนุมวันที่ 14 ตุลา นี้ ที่ประกาศว่าจะชุมนุมกันอย่างยืดเยื้อ จึงหวังอะไรไม่ได้จากคนเสื้อแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากยังคงพุ่งเป้าที่การล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ การชุมนุมจะกร่อย ไม่สามารถยืดเยื้อได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามาคอยติดตามกันดูว่า อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79499</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, ดีลลับ, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7a7acfecf00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงบางอ้อ! เพื่อไทยแพแตก หมากประกาศิต &#039;คุณหญิงพจมาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.63 - ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมากประกาศิตของคุณหญิงพจมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองไทยแต่เดิมก็เป็นการเมืองเชิงสัญญลักษณ์อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการแพแตกของพรรคเพื่อไทยแพแตกในคืนนี้ น่าจะเพราะได้รับสัญญาณบางอย่างเจ้าของพรรคตัวจริงนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าอาการแพแตกของพรรคเพื่อไทยในคืนนี้ ทำให้ถอนฟืนออกจากกองเพลิงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคงต้องขอบคุณคุณหญิงพจมาน ชินวัตรที่ขยับหมาก&amp;quot;ประกาศิต&amp;quot; นี้เพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#คุณหญิงพจมานฉลาดและล้ำลึกจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนอ่านเกมขาด หมากนี้ของคุณหญิงพจมาน บอกได้คำเดียวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มันจบแล้วท่าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้พวกเสื้อแดงคงต้องตัวใครตัวมันแล้วละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนม็อบวันที่14 ตุลาเดือนหน้าคงเกิดยากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78669</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, สุวินัย ภรณวลัย, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf760febceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า!&#039;อุ๊งอิ๊ง&#039;เฉลยทำไม&#039;คุณแม่&#039;ไม่ได้ไปงานแต่งที่ฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:&amp;nbsp;Ing Shinawatra
24 มี.ค.62- อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Ing Shinawatra ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Family comes first..always &amp;nbsp;#mmdpswedding &amp;nbsp;#larnrakkongnaing มีคนถามถึงคุณแม่เยอะเลย คุณแม่ไม่ได้มานะคะ อยู่ที่เมืองไทย ไม่ได้เป็นเรื่องน่าเศร้าหรืออะไรเลย งานหมั้นจัดที่บ้านก็มีความสุขมากคุณแม่ได้เห็นทั้งพิธี แม่ไม่ชอบเดินทาง อิ๊งค์คิดว่า งานแต่งงาน คืองานที่คู่บ่าวสาวและคนที่เรารักมีความสุขซึ่งแบบนี้เป็นความสุขของครอบครัวเราแล้วค่ะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, งานแต่ง, พจมาน ณ ป้อมเพชร, อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c970c8f3b226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ออกหมายจับ&#039;กาญจนาภา-วันชัย&#039;หนีคดีฟอกเงินกรุงไทยดีเอสไอพบเผ่นไปฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 61- พ.ต.อ.ไพสิฐ&amp;nbsp; วงศ์เมือง&amp;nbsp; อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่12 พ.ย.ที่ผ่านมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อนุมัติหมายจับนางกาญจนาภา&amp;nbsp; หงษ์เหิน&amp;nbsp; เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย&amp;nbsp; หงส์เหิน&amp;nbsp; ผู้ต้องหาคดีความผิดฐานฟอกเงินในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)ให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังผู้ต้องหาไม่เดินทางเข้ารับฟังคำสั่งฟ้องของอัยการตามนัดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการตรวจสอบของดีเอสไอพบว่าหลังจากมีการส่งสำนวนพร้อมผู้ต้องหาให้อัยการไปเมื่อวันที่ 25 ก.ค. และอัยการได้ปล่อยตัวโดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขประกันตัว&amp;nbsp; ต่อมาในเดือนต.ค.ก็พบว่าบุคคลทั้งสองได้เดินทางออกนอกประเทศปลายทางคือเกาะฮ่องกง&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นการเป็นการเดินทางออกนอกประเทศก่อนกำหนดนัดที่อัยการนัดมาฟังคำสั่งฟ้อง&amp;nbsp; โดยหลังจากนี้ดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบประเทศปลายทางว่าหลังจากฮ่องกงแล้วได้เดินทางยังประเทศใดอีกเพื่อให้ทราบถิ่นที่อยู่และส่งเรื่องอัยการสูงสุดประสานเพื่อขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน&amp;nbsp; กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย&amp;nbsp; ทั้งนี้ อายุความคดีดังกล่าวจะไม่ขาดลงในเดือนม.ค. 62 เนื่องจากเป็นคดีที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&amp;nbsp; ทำให้คดีไม่มีอายุความแม้ผู้ต้องหาหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)กล่าวโทษให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับนางเกศินี&amp;nbsp; จิปิภพ&amp;nbsp; นางกาญจนาภา&amp;nbsp; หงส์เหิน&amp;nbsp; นายวันชัย&amp;nbsp; หงส์เหิน&amp;nbsp; และนายพานทองแท้&amp;nbsp; ชินวัตร&amp;nbsp; ในความผิดฐานฟอกเงินและโดยดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการซึ่งมีการนัดฟังคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่าน แต่ปรากฏว่านางกาญจนาภา&amp;nbsp; และนายวันชัย&amp;nbsp; ไม่เดินทางมาตามกำหนดนัดโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp; พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 จึงขอให้ดีเอสไอดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหาทั้งสองโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนต่อมาพบว่าบุคคลทั้งสองได้เดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.&amp;nbsp; และเนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯเมื่อมีพฤติการณ์หลบหนี ดีเอสไอจึงยื่นคำขอต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯเพื่อให้ออกหมายจับ กระทั่งนำไปสู่ออกหมายจับเลขที่&amp;nbsp; จ.115/2561 ลงวันที่ 12 พ.ย. 61 ให้จับตัวนางกาญจนาภา&amp;nbsp; และหมายจับเลขที่ จ.116/2561 ลงวันที่ 12 พ.ย. 61ให้จับนายวันชัย มาดำเนินคดีตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22089</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษดามหานคร, กาญจนาภา หงษ์เหิน, คดีฟอกเงินกรุงไทย, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พานทองแท้ ชินวัตร, ศาลอาญาทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd989d420572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 07:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์ทุกเส้นทางไร้แรงต้าน&#039;หญิงหน่อย&#039;จ่อขึ้นนำเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.61 - แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย อาจจะได้เป็นผู้นำพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า เนื่องจากแกนนำพรรคเพื่อไทยได้มีการหารือในทางลับถึงรายชื่อแคนดิเดตทั้งหมดแล้วว่า เมื่อคนในตระกูลชินวัตรจะไม่ลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ถือว่าโดดเด่นกว่าแคนดิเดตคนอื่นๆ เนื่องจากคุณหญิงสุดารัตน์ มีฐานเสียง ส.ส.กทม.ในมือคอยสนับสนุน ขณะที่แคนดิเดตคนอื่นๆ อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายโภคิน พลกุล และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนานั้น แม้ว่าแต่ละคนจะมีจุดเด่นของตัวเอง แต่บางคนถือว่ามีความเป็นตัวของตัวเองสูงเกินไป รวมทั้งไม่มีฐานเสียงสนับสนุน ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ถือว่าอดีตส.ส.ให้ความเคารพ แต่ที่ผ่านมามีธุรกิจมากมายที่ต้องดูแล และไม่เคยแสดงความจำนงว่าต้องการจะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นที่ทราบกันดีภายในพรรคขณะนี้ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ได้รับแรงสนับสนุนจากคุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตภริยานายทักษิณ จึงยิ่งทำให้เสียงคัดค้านลดน้อยลงไปอีก ขณะที่ปัญหาเรื่องอดีต ส.ส.หลายกลุ่ม โดยเฉพาะในภาคอีสานคัดค้านคุณหญิงสุดารัตน์นั้น เวลานี้ถือว่าจบลงด้วยดี เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นความเข้าใจผิดว่าคุณหญิงสุดารัตน์ให้การดูแลแค่เฉพาะ กทม.เท่านั้น ดังนั้น หลังจากที่คุณหญิงสุดารัตน์ได้เข้ามาบริหารพรรค จึงมีการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นคณะทำงานชุดต่างๆ โดยไม่ได้มีแค่ กทม.เท่านั้น และให้อดีต ส.ส.ที่ใกล้ชิดเข้าไปช่วยเหลือเมื่อมีการร้องขอมาอีกด้วย ทำให้อดีต ส.ส.จากหลากหลายภาคให้การยอมรับมากขึ้นแล้วในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า สำหรับกลุ่มอดีต ส.ส.ที่เป็นคนเสื้อแดงนั้น ที่ผ่านมาก็ถูกมองว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากคุณหญิงสุดารัตน์เช่นกัน เป็นเพราะว่าที่ผ่านมาคุณหญิงสุดารัตน์ไม่เคยออกหน้าว่าให้ความช่วยเหลือ แต่เบื้องหลังนั้น คุณหญิงสุดารัตน์เป็นคนสั่งให้อดีต ส.ส.ที่เป็นคนใกล้ชิดเข้าไปดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่มาตลอด ทำให้ขณะนี้อดีต ส.ส.ที่เป็นคนเสื้อแดงเริ่มหันมาให้การสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ด้วยเช่นกัน ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นั้น ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงที่นายสมชายจะถูกเสนอชื่อเป็น 1 ใน 3 ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ในส่วนของพรรคเพื่อธรรม จึงทำให้การประชุมนัดสำคัญของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมาหลายครั้งนายสมชายไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19143</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ทักษิณ ชินวัตร, สมชาย วงศ์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb5d5e772ace.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม้ว&#039;เฮ!คุก2ปีใกล้หมดอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ดินรัชดาฯ ใกล้หมดอายุความ 21 ต.ค. แต่ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; กลับยาก เหตุชนักติดหลักเพียบ &amp;nbsp; หมายจับเอ็กซิมแบงก์-หวยบนดิน-ปล่อยกู้กรุงไทย-แปลงสัญญาโทรคมนาคม-ก่อการร้ายปี 53 &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; เชื่อไม่กล้ากลับแน่ ชี้ปมกรุงไทยหนักสุด หลังศาลตัดสินจำคุกอดีตบิ๊กกรุงไทย-กฤษดามหานคร 25 ราย โพลหนุน &amp;quot;นิวตู่ จตุพร&amp;quot; เล่นบทปรองดอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (ขณะนั้น) ซื้อที่ดินรัชดาฯ จำนวน 33 ไร่ 78 ตารางวา ในราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2561 และนายทักษิณได้หลบหนีคำตัดสินดังกล่าวอยู่นอกประเทศนั้นกำลังจะสิ้นสุดอายุความแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา ในหมวด 9 เรื่องอายุความ มาตรา 98 ระบุว่า เมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้ใด ผู้นั้นยังมิได้รับโทษก็ดี ได้รับโทษแต่ยังไม่ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดี ถ้ายังมิได้ตัวผู้นั้นมาเพื่อรับโทษนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแต่วันที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีแล้วแต่กรณี เกินกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ เป็นอันล่วงเลยการลงโทษ จะลงโทษผู้นั้นมิได้ (1) ยี่สิบปี สำหรับโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุก ยี่สิบปี (2) สิบห้าปี สำหรับโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี (3) สิบปี สำหรับโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี (4) ห้าปี สำหรับโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีลงมาหรือโทษอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหากตีความตามกฎหมายดังกล่าว เท่ากับอายุความการลงโทษของนายทักษิณจะครบ 10 ปี ในวันที่ 21 ตุลาคม 2561 นี้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนายทักษิณยังตกเป็นจำเลยในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ อีกหลายคดี หลังจากมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่ยกร่างขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในฐานะกฎหมายลูก โดยกฎหมายดังกล่าว ให้ศาลฎีกาสามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ ในกรณีที่โจทก์คือ ป.ป.ช.และอัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกา แล้วจำเลยไม่มาปรากฏตัวต่อศาล โดยไม่ตัดสิทธิ์จำเลยในการตั้งทนายความมาสู้คดี รวมถึงการอุทธรณ์คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน นายทักษิณตกเป็นจำเลยต่อศาลฎีกา เช่น คดีแปลงสัญญาสัมปทานโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท, คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร, คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์, คดีหวยบนดิน แต่สำหรับคดีทีพีไอ ศาลฎีกาได้ยกฟ้องนายทักษิณไปแล้ว แม้นายทักษิณจะไม่ได้ตั้งทนายความมาแก้ต่างในชั้นศาลก็ตาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคดีที่นายทักษิณตกเป็นจำเลยดังกล่าวร่วม 4 คดี &amp;nbsp;ศาลฎีกาได้ออกหมายจับไปแล้ว หลังไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าองค์คณะในการพิจารณาคดีนัดแรก จึงทำให้แม้คดีที่ดินรัชดาฯ จะหมดอายุความในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ &amp;nbsp; แต่นายทักษิณก็มีหมายจับของศาลฎีกาอีกหลายคดี &amp;nbsp;รวมถึงยังมีอีกบางคดีด้วย เช่น คดีที่อัยการยื่นฟ้องเอาผิดแกนนำ นปช.รวม 25 คน ในความผิดฐานก่อการร้ายตอนช่วงเสื้อแดงชุมนุมปี 2553 ซึ่งสำนวนดังกล่าวมีชื่อนายทักษิณที่ได้วิดีโอลิงก์มายังเวทีชุมนุมเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าฯ และสี่แยกราชประสงค์ด้วย แต่อัยการยังไม่ได้ยื่นฟ้องนายทักษิณ เพราะอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี จึงยื่นฟ้องเฉพาะแกนนำ นปช.ไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวถึงกรณีคดีที่ดินรัชดาฯ ของนายทักษิณจะหมดอายุความวันที่ 21 ต.ค.ว่า แม้คดีดังกล่าวจะหมดอายุความไป แต่สิ่งที่ต้องเจอหากกลับมาประเทศไทยคือ เข้ากระบวนการยุติธรรมในคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคดีปล่อยกู้กรุงไทย ที่นายทักษิณเป็นจำเลยที่หนึ่ง และได้มีการตัดสินจำเลยคนอื่นๆ ไปแล้ว และมีโทษถึง 18 ปี &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นโทษหนักกว่าที่ดินรัชดาฯ มาก รวมทั้งคดีอื่นๆ ที่กำลังเดินไปตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่ยังไม่เป็นที่สิ้นสุดกระบวนการ และไม่มีปัญหาเรื่องอายุความ อีกทั้งสามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ แตกต่างจากคดีรัชดาฯ ที่มีคำพิพากษาไปก่อนกฎหมายฉบับใหม่ประกาศใช้ ดังนั้นหากทักษิณกลับมาประเทศไทย อัยการและตำรวจจะต้องพาตัวไปศาลฎีกาเพื่อขออำนาจฝากขัง ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาลจะให้ประกันตัวหรือไม่ หากไม่ให้ก็ต้องติดคุก และต่อสู้คดีจนกว่าจะมีคำพิพากษา เชื่อว่านายทักษิณจะไม่กลับมาประเทศไทยอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลโพลเรื่อง ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ในฝัน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,128 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.3 สนับสนุนท่าทีของนายจตุพร &amp;nbsp;พรหมพันธุ์ เคลื่อนไหวการเมืองด้วยความสงบสุข สู่ความปรองดองของคนในชาติ มีเพียงร้อยละ 3.4 ไม่สนับสนุน และร้อยละ 11.3 ไม่มีความเห็น และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.4 ไม่สนับสนุนท่าทีนักการเมือง ที่ใส่ร้ายป้ายสี ก่อความขัดแย้งภายในประเทศ เพราะบ้านเมืองเสียหาย ประชาชนเดือดร้อนไม่ได้ประโยชน์ มีแต่พวกแก่งแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตัว ครอบครัวและพวกพ้อง และไม่ต้องการนักการเมืองหัวรุนแรงแบบเดิมๆ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึงผลโพลดังกล่าว ที่ประชาชนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ว่า ท่าทีของนายจตุพรเองดูเหมือนว่าเขาต้องการสร้างความปรองดองจริง และมีความเข้าใจสถานการณ์ของบ้านเมืองขณะนี้ดีพอสมควร ซึ่งคงมีคนใน นปช.และประชาชนทั่วไปไม่น้อยที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวนี้ หากการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างบริสุทธิ์และไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ตนมองว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะช่วยสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายได้ไม่มากก็น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องแยกภาพนายจตุพรออกจากนายทักษิณ ก่อน เพราะตัวนายทักษิณเองยังมีท่าทีแข็งกร้าว และพร้อมจะต่อสู้กับ คสช.ต่อไป แม้ที่ผ่านมา คสช. พยายามจะเสนอประเด็นการปรองดองในช่วงต้นของการยึดอำนาจ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล จนเรื่องค่อยๆ เงียบหายไปตามกาลเวลา จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งเรื่องความปรองดองไม่ใช่ประเด็นหลักในสังคมอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของสถานการณ์ช่วงก่อนมีการเลือกตั้งที่ประชาชนให้ความสนใจมากกว่า ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันนั้น พรรคการเมืองส่วนใหญ่ยังคงเล่นตามเกมของ คสช.อยู่ แต่จะมีประเด็นเรื่องการคลายล็อกพรรคการเมืองเท่านั้นที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ผมเชื่อว่าหากไม่มีใครขุดประเด็นเก่าขึ้นมาโจมตีฝ่ายตรงข้าม สถานการณ์โดยรวมน่าจะดีขึ้น&amp;rdquo; นายพิชายกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18257</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, ทักษิณ ชินวัตร, พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba79d4923e21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชินวัตร&#039;เล่านาทีรัฐประหาร2549แบบหมดเปลือก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;เฟซบุ๊กกรุงเทพ กรุงเทพ ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กที่รายงานความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมาอย่างต่อเนื่อง ได้โพสต์รูปกว่า 12 รูป ในหัวข้อ &amp;ldquo;เมื่อเครื่องบินนายกฯทักษิณ ถูกสั่งให้กลับไทย!&amp;rdquo; โดยอ้างอิงเหตุการณ์การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า คณะผู้ก่อการรัฐประหารมีคำสั่งให้เครื่องบินนายกฯ ทักษิณ บินตรงกลับประเทศไทย แต่ทว่า ก่อนจะถึงรันเวย์ปลายทางดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;ldquo;เครื่องบินเช่าเหมาลำจากประเทศไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ได้แวะส่ง นายกฯ ทักษิณ &amp;nbsp;กับ &amp;ldquo;ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์&amp;rdquo; เลขานุการส่วนตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในเช้าวันที่ 20 กันยายน 2549 &amp;ldquo;ผมตัดสินใจไปอังกฤษเพราะลูกสาว &amp;nbsp;พินทองทา เรียนอยู่ที่นี่ อีกอย่างคือ เพราะอังกฤษเป็นประเทศประชาธิปไตย &amp;ldquo;เอม&amp;rdquo; จึงเป็นคนในสกุล &amp;ldquo;ชินวัตร&amp;rdquo; คนแรก
ที่มีโอกาสพบ &amp;ldquo;ผู้นำครอบครัว&amp;rdquo; ที่ถูกปล้นอำนาจการปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่พ่อมาถึง เอม เข้าไปกอดพ่อแน่นเลย &amp;nbsp;แล้วพูดประโยคหนึ่งกับพ่อ &amp;quot;ไม่เป็นไรนะพ่อ พ่อจะได้มีเวลากับพวกเราะเยอะขึ้นไง พ่อจะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น&amp;quot; ขณะที่สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ &amp;nbsp;ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างไม่ปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในนาทีแห่งการเปลี่ยนแปลง &amp;ldquo;ขั้วอำนาจ&amp;rdquo; &amp;ldquo;คุณหญิงพจมาน&amp;rdquo; ภริยา และ &amp;ldquo;อุ๊งอิ๊ง&amp;rdquo; กบดานอยู่ในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง&amp;nbsp;ส่วน &amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; ออกตระเวนไปหลบอยู่ใน &amp;ldquo;ที่ปลอดภัย&amp;rdquo; หลายแห่ง &amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; เล่าว่าได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่ ในช่วงบ่ายของวันที่ 19 กันยายน 2549 &amp;nbsp;ขณะกำลังเดินทางไปสนามฝึกซ้อมยิงปืน &amp;nbsp;โดยมารดาสั่งให้เขากลับบ้านด่วน &amp;nbsp;เพราะสถานการณ์ไม่ค่อยดี แต่จากนั้นไม่กี่อึดใจ &amp;nbsp;ปลายสายเดิมกลับโทรมาแจ้ง &amp;ldquo;เปลี่ยนแปลงคำสั่ง&amp;rdquo; &amp;ldquo;คำสั่ง&amp;rdquo; จากแม่เด็ดขาด-ชัดเจน &amp;nbsp;ให้พื้นที่ &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; เป็นสถานที่ต้องห้าม &amp;nbsp;และเปลี่ยนพิกัดพื้นที่หลบภัย &amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; ถูกสั่งห้ามไม่ให้เขากลับเข้าบ้านพัก ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 &amp;nbsp;เพราะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป &amp;nbsp;และขอให้หลบไปนอนที่อื่น &amp;nbsp;และอย่าแพร่งพรายให้ใครรู้ที่ซ่อนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังฟังคำแม่ &amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; แวะไปกบดาน ที่คอนโดมีเนียมของเพื่อนย่านสาธร &amp;ldquo;พอ ไปถึงโอ๊คก็เปิดทีวีดู &amp;nbsp;เห็นเขาตัดรายการอื่นทิ้งหมด ก็รู้ว่าผิดปกติแล้ว &amp;nbsp;จนกระทั่งมีการยืนยันว่ามีการรัฐประหาร ก็เลยออกจากคอนโดฯ ประมาณเที่ยงคืน แล้วขึ้นไปนั่งอยู่ในรถตู้ส่วนตัว 3-4 ชั่วโมง&amp;rdquo; เวลา 02.00 น. เศษของวันใหม่ &amp;nbsp;&amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; ตัดสินใจต่อสายถึงเลขานุการของเพื่อนสนิทอีกคน เพื่อติดต่อขอใช้บ้าน ที่มีทำเลอยู่ใกล้ๆ &amp;ldquo;เซฟเฮาส์เคลื่อนที่&amp;rdquo; &amp;nbsp;เป็นที่ซ่อนตัวแห่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมโทรไปถามว่าขอไปนอนที่บ้านได้ไหม &amp;nbsp;เขาบอกได้ ก็เลยไปอาศัยนอนที่บ้านเขา&amp;hellip;. &amp;nbsp;คืนนั้นโอ๊คใส่เสื้อกันกระสุนตลอด ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลาตลอดคืนนั้น&amp;rdquo; โอ๊ค เผย ความลับ ในนาทีที่ความรู้สึก &amp;ldquo;เป็น&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;ตาย&amp;rdquo; มีปริมาณเท่าๆ กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนั้นโอ๊คคิดเลยว่าถ้าต้องถูกพวกนั้นจับตัวไป &amp;nbsp;เพื่อเรียกพ่อกลับเมืองไทยมาติดคุก &amp;nbsp;โอ๊คจะยิงตัวตายเลย ซึ่งถ้าเขาจับลูกคนใดคนหนึ่งไว้ &amp;nbsp;ยังไงพ่อก็ต้องกลับแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องหนีก่อน&amp;rdquo; &amp;ldquo;แล้วก็เกือบจะเกิดเรื่องขึ้นตอนประมาณ ตี 5 &amp;nbsp;มีคนในบ้านตื่นเช้าเดินลงมา &amp;nbsp;โอ๊คได้ยินเสียงแก๊กๆๆ ไม่รู้ว่าใคร &amp;nbsp;ก็เลยตะโกนถาม &amp;ldquo;ใคร?&amp;rdquo;&amp;nbsp;เหมือนกับเขาไม่ได้ยิน หรือไม่คิดว่าโอ๊คไม่อยู่หรือไงไม่ทราบ &amp;nbsp;เขาก็ไม่ตอบ โอ๊คเห็นท่าไม่ดี ก็ลุกขึ้นปลดเซฟปืน&amp;nbsp;
แล้วถามอีก &amp;ldquo;ใคร?&amp;rdquo; เลขาฯ เพื่อนได้ยินโอ๊คตะโกนก็เลยรีบวิ่งมาบอก &amp;nbsp;นั่นคุณย่าเขาเอง ก็เลยโอเค ช่วงนั้นใครเข้ามา โอ๊คยิงแน่ &amp;nbsp;ใครจะมาจับนี่สู้ตาย ตายก็ตาย &amp;nbsp;ไม่ยอมให้จับเป็นตัวประกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อน ฟ้าสาง&amp;hellip; โอ๊ค ตัดสินใจย้ายที่หลบภัยอีกครั้ง โดยตามไปสมทบกับมารดาและน้องสาวที่บ้าน เพื่อนของอุ๊งอิ๊ง ทั้งหมดกบดานอยู่ที่นั่นอีก 2-3 วัน &amp;nbsp;ก่อนย้ายที่อยู่ใหม่ไปเรื่อยๆ เป็นเวลาร่วมๆ 2 สัปดาห์ หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549? &amp;nbsp;สามแม่ลูกซุ่มใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ตลอด &amp;nbsp;ไม่ได้เผ่นหนีไปประเทศสิงคโปร์ตามที่มีข่าว&amp;nbsp;การเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของเขา คือ การบินตรงไปอังกฤษ ด้วยเครื่องบินของสายการบินไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพบหน้า นายกฯ ทักษิณเท่านั้น &amp;ldquo;ระหว่าง นั้นเราโทรคุยกับพ่อตลอด พ่อบอกให้อยู่แถวนั้นไปก่อน ไม่มีอะไรหรอก &amp;nbsp;เขาคงไม่ทำอะไรลูก ไม่ทำอะไรแม่หรอก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอม พินทองทา คือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่อยู่เคียงข้างพ่อ ในยามตกทุกข์ ในต่างแดน เอม พินทองทา แวะมาหาพ่อที่อพาร์ตเมนต์ใกล้ๆ กับห้างสรรพสินค้าแฮร์รอดส์ &amp;nbsp;ตอนอยู่อังกฤษ คุณพ่อดื้อจะกลับเมืองไทยให้ได้ &amp;nbsp;บอกจะขอเกิดและตายที่เมืองไทยเท่านั้น &amp;nbsp;และจะพูดแต่ว่าพ่ออยากกลับไปสู้ &amp;nbsp;พ่ออยากกลับไปพิสูจน์ พ่อพูดแต่คำแบบนี้ ครั้งหนึ่งนายกฯ ทักษิณออกอาการดื้อดึงถึงขีดสุด &amp;nbsp;ยืนกรานจะกลับบ้านเกิดท่าเดียว &amp;nbsp;ทำเอา &amp;ldquo;เอม&amp;rdquo; อ่อนใจทรุดตัวไปนั่งกองกับพื้นอพาร์ตเมนต์ &amp;nbsp;เธอกอดขาพ่อ พร้อมส่งเสียงวิงวอน&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่ากลับเมืองไทยตอนนี้ได้ไหม &amp;nbsp;พ่อก็รู้ว่ามันไม่ปลอดภัย &amp;nbsp;พ่อบอกว่าพ่อไม่สนหรอก พ่อไม่กลัว &amp;nbsp;อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พ่อต้องกลับไปสู้ &amp;nbsp;พ่อต้องกลับไปพิสูจน์&amp;quot; เอมรู้สึกว่าพ่อดื้อมาก เอมไม่รู้จะทำอย่างไร &amp;nbsp;ก็ได้แต่บอกว่าถ้าพ่อรักลูก รักแม่ พ่อต้องอยู่ที่นี่ก่อน เอม เผยเบื้องหลังความสำเร็จ ในการเหนี่ยวรั้งพ่อไว้ที่ลอนดอนว่า &amp;nbsp;เป็นเพราะได้เทคนิคการเจรจา-บอกบท จากคุณแม่นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม่ จะโทรมาหาเอมตลอด โดยบอกว่า ไปหาพ่อนะ พยายามพูดให้พ่ออยู่เมืองนอกกับลูกก่อนนะ &amp;nbsp;ลูกก็รู้ว่ายังกลับเมืองไทยไม่ได้ &amp;nbsp;แม่จะคอยไกด์ตลอด แม่บอกว่าแม่พูดกับพ่อมากไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะพ่อรู้ว่าแม่แอนตี้การเมือง เขาจะไม่ค่อยฟัง &amp;nbsp;ให้ลูกพูดแทน แล้วก็สอนว่าให้พูดยังไง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งหนึ่ง นายกฯ ทักษิณ ได้คิดหวนคืนประเทศอีกหลายครั้ง ท่านเคยมีความคิดถึงขั้นว่า จะแอบนั่งเฮลิคอปเตอร์เข้ามาในภาคอีสาน &amp;nbsp;แล้วกระโดดร่มลงมา &amp;nbsp;จากนั้นจะไปหาชาวบ้านในภาคอีสาน &amp;nbsp;และพากันเดินเท้าเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น!!!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ทักษิณ กล่าวว่า &amp;ldquo;ถ้าไม่ชนะไปเลย ก็ตายไปเลย &amp;nbsp;ก็ต้องสู้กับมัน อย่างดีก็แค่ตาย&amp;rdquo; เมื่อนายกฯ ทักษิณ ยอมเอาชีวิตเป็นเดิมพัน &amp;nbsp;ทำให้ คุณหญิงพจมาน ต้องวาง &amp;ldquo;ชีวิตสมรส&amp;rdquo; เป็นเดิมพันด้วย คุณหญิงพจมาน ยื่นคำขาดว่า &amp;ldquo;หากกลับเมืองไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน เราขาดกัน เราเป็นหุ้นส่วนชีวิตกัน &amp;nbsp;ถ้าเธอไม่ฟังแล้วกลับเมืองไทย ทุกอย่างตรงนั้นมันจบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอม บอกว่า &amp;ldquo;ที่แม่พูดอย่างนี้เพราะแม่ห่วงพ่อมาก กลัวจะหนีกลับเมืองไทย&amp;rdquo; ห้วงเวลาวิกฤตของครอบครัว &amp;ldquo;ชินวัตร&amp;rdquo; ที่ผ่านมา &amp;ldquo;ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยที่พ่อกับแม่แก้ไม่ได้ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร เดินไปหาแม่ แม่ก็จะหาทางออกให้ทำอย่างนี้ๆ นะ พ่อ ก็จะบอกอย่างนี้ๆ &amp;nbsp;แต่วันนี้กลับมีปัญหาที่พ่อกับแม่ยังแก้ไม่ได้เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ &amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; ได้ตามมาสมทบที่ลอนดอน เขาจึงเป็น ชินวัตรคนที่ 2 ที่มีโอกาสพบหน้าผู้นำครอบครัว &amp;ldquo;ไม่เป็นไรนะพ่อ&amp;rdquo; &amp;nbsp;คือคำพูดแรกที่ &amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; กล่าวกับพ่อ ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าสวมกอดกัน โอ๊ค เชื่อว่า เหตุผลที่ทำให้รัฐบาล &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดนปฏิวัติมีเพียงข้อเดียว นั่นคือ &amp;ldquo;คนมันอิจฉา&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18044</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ กรุงเทพ, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, ทักษิณ ชินวัตร, พานทองแท้ ชินวัตร, พินทองทา ชินวัตร, รัฐประหาร, เฟซบุ๊ก, เอม, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba372a5b1c3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
