<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.คุมตัวลูกทรพีขี้ยาทำแผนฆ่าพ่อดับ ญาติรุมสาปแช่งให้ประหารชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - จากกรณีคดีนายสุธี&amp;nbsp; &amp;nbsp;หอมหวล&amp;nbsp; อายุ 30 ปี ลูกทรพีขี้ยาโมโหที่ถูกพ่อดุด่าตักเตือนวิ่งไปคว้าปืนลูกซองยาวไล่ยิงนายธวัชชัย&amp;nbsp; หอมหวล อายุ 70ปี ผู้เป็นพ่อ กระสุนเจาะขาและเจ้าโลกของพ่อทำให้เสียเลือดมาก และเสียชีวิตที่ รพ.ทุ่งสง บ่ายวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาหลังเกิดเหตุกำลังตำรวจ สภ.ทุ่งสง พร้อมอาวุธปืนครบมือไล่ล้อมจับนายสุธี ลูกทรพีได้ทันควันในสวนยาง หมู่ 4 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช คุมตัวไปสอบสวนยังให้การวกวนว่าถูกพ่อดุด่าเรื่องขุดดินหน้าบ้านเลยโมโหคว้าปืนไล่ยิงจนเสียชีวิตอนาถ เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 92/1 หมู่ 4 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ช่วงสายวันที่ 17 พ.ค. ที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ&amp;nbsp; ทองทิพย์ ผกก.สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระพล&amp;nbsp; &amp;nbsp;พุ่มชัย รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.ธรรมราช&amp;nbsp; ส้มเขียวหวาน สว.สส. และพนักงานสอบสวนในคดี ได้คุมตัวนายสุธี ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยก่อนที่จะคุมตัวออกจากห้องขัง ตำรวจ สภ.ทุ่งสง และจนท.สาธารณสุข ได้สวมชุด PPE เข้าไปตรวจหาเชื้อโควิดจากนายสุธีก่อน และฉีดยาพ่นฆ่าเพื่อป้องกันโรคโควิด จนแน่ใจว่านายสุธีไม่ติดเชื้อโควิด จากนั้นจึงคุมตัวนายสุธี พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวของกลางที่ใช้ก่อเหตุลงจากโรงพัก ขึ้นรถยนต์สายตรวจของ สภ.ทุ่งสง เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันทีเพื่อทำแผนประกอบรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อถึงบ้านที่เกิดเหตุ หน้าบ้านเลขที่ 92/1 หมู่ 4 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง นายสุธีได้ชี้จุดที่กำลังนั่งคุ้ยขุดกองก้อนหินที่หน้าบ้าน จากนั้นได้มีนายธวัชชัย ผู้เป็นพ่อได้เข้ามายืนดุด่าต่อว่านายสุธีและห้ามนายสุธีหยุดขุดคุ้ยกองหินหน้าบ้าน ทำให้นายสุธี เกิดความโมโหที่ถูกพ่อดุด่ารีบวิ่งเข้าไปในสวนยาง ขึ้นไปเอาปืนลูกซองยาวบนขนำในสวนยางพารา ห่างจากบ้านประมาณ 150 เมตร แล้ววิ่งย้อนกลับมาใช้ปืนไล่ยิงพ่อกระสุนเจาะขาและเฉียดอวัยวะเพศ ทำให้เสียเลือดมากจนทำให้นายธวัชชัยเสียชีวิตที่ รพ.เวลาต่อมา หลังเกิดเหตุนายสุธีได้วิ่งย้อนกลับไปซ่อนตัวในขนำที่เก็บอาวุธปืนในสวนยางพารา จนถูกตำรวจไล่ล้อมจับกุมได้เวลาต่อมาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุธี กล่าวว่า สาเหตุที่ตนยิงพ่อจนเสียชีวิต เพราะสะสมความแค้นมานานแล้วที่ถูกพ่อดุด่าและตีตนตลอดมาหลายปี เลยทำให้ตัดสินใจไปวิ่งเอาปืนมายิงพ่อจนเสียชีวิตดังกล่าว และยอมรับว่าติดยาเสพติดด้วยทำให้เกิดอาการหลอนฆ่าพ่อในครั้งนี้ด้วย
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาทำแผนทุกจุดเป็นเวลาเกือบ 1 ชม. มีกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบอาวุธปืนครบมือตลอดเวลาการทำแผน โดยมีญาติๆ และชาวบ้านในพื้นที่ยืนดูการทำแผนตลอดเวลา โดยไม่มีเหตุร้ายแต่อย่างใด ชาวบ้านส่วนใหญ่แค่ตะโกนด่าอยากให้ประหารชีวิตนายสุธี ลูกทรพีตลอดเวลา เสร็จจากทำแผน เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายสุธีกลับ สภ.ทุ่งสง เพื่อดำเนินคดีและเตรียมฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103175</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมตัวทำแผน, ฆ่าพ่อ, นครศรีธรรมราช, ลูกทรพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1fa700e685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สารภาพหึงจีบแฟน ‘ไอ้ตุ๊’ขอโทษยิงเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รวบแล้ว &amp;ldquo;ไอ้ตุ๊&amp;rdquo; มือยิงลูกศิษย์วัดพลาดโดนเด็ก 7 ขวบสาหัส ญาติ-ชาวบ้านตะโกนด่าทอระหว่าง ตร.คุมตัวทำแผน เจ้าตัวสารภาพแค้นส่งสติกเกอร์หัวใจแอบคุยแฟนสาว พร้อมขอโทษเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;ปาดหน้ารถยนต์กระบะแค็บ ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียน บม-1786 บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นรถของวัดเขาอังคาร ที่มีนายสมบัติ นามวงษา อายุ 37 ปี ลูกศิษย์วัดเป็นคนขับกำลังจะเอารถไปส่งที่วัด แล้วชักปืนกระหน่ำยิงใส่รถรวมกว่า 10 นัด เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.&amp;nbsp;วันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา บนถนนสายบ้านเจริญสุข-สวายสอ&amp;nbsp;ต.เจริญสุข&amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;แต่กระสุนเกิดพลาดไปโดน ด.ช.ภคพล&amp;nbsp;นามวงษา&amp;nbsp;หรือน้องแซม&amp;nbsp;อายุ 7 ขวบ ลูกชายของนายสมบัติซึ่งอยู่ในรถได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ช่วงดึกวันที่ 20 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;สามารถติดตามจับกุมตัวนายธวัชชัย เป๋ากระโทก หรือตุ๊&amp;nbsp;อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงนายสมบัติได้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เนื่องจากหึงหวงที่นายสมบัติไปจีบแฟนที่ตนเองคบหาอยู่&amp;nbsp;ซึ่งหลังก่อเหตุได้นำปืนไปฝากไว้ที่น้องชาย แล้วขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า&amp;nbsp;CBR&amp;nbsp;สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ใช้ก่อเหตุไปจอดไว้บ้านญาติใน อ.นางรอง โดยรถดังกล่าวผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นรถเพื่อนบ้าน เห็นเสียบกุญแจคาไว้จึงขี่ไปก่อเหตุ ก่อนโบกรถสิบล้อไปลงแถวๆ โรงน้ำแข็ง เส้นนางรอง-ละหานทราย จากนั้นโทร.หาเพื่อนชื่อนายโจ้ ที่อยู่อำเภอโนนดินแดงให้ขับรถเก๋งมารับบริเวณถนนสายนางรอง-ละหานทราย ใกล้กับโรงน้ำแข็ง จากนั้นไปบ้านนายโจ้ที่ อ.โนนดินแดง แล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่ายางบ้านซับคะนิง&amp;nbsp;ต.ส้มป่อย อ.โนนดินแดง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบได้นำตัวนายธวัชชัยส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติเพื่อสอบปากคำ&amp;nbsp;ก่อนจะไปเอาอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุที่อ้างว่าฝากไว้บ้านน้องชาย&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาถูกแจ้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ข้อหา &amp;ldquo;พยายามฆ่า, ทำให้เสียทรัพย์ และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; ส่วนอาการของ ด.ช.ภคพล&amp;nbsp;หรือน้องแซม อายุ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ขวบ เหยื่อกระสุนปืน ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ซึ่งอาการยังน่าเป็นห่วง อาจจะพิการท่อนล่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.มานิตย์ สร้อยจิตร ผู้กำกับการ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ พร้อมพนักสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ และกำลังตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายธวัชชัยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยขณะทำแผนได้มีญาติและชาวบ้านมามุงดูจำนวนมาก ต่างตะโกนต่อว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย หรือตุ๊&amp;nbsp; ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง สาเหตุแค้นที่นายสมบัติไปจีบแฟนสาวของตัวเอง ก่อนหน้านี้ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจมาในเฟซบุ๊ก และเคยไปแอบดูหลายครั้ง เห็นนายสมบัติชอบไปแอบคุยกับแฟน โดยวันเกิดเหตุเห็นกับตาว่านายสมบัติไปคุยกับแฟนตนเองที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน จึงโมโหที่แอบมาจีบแฟนตัวเอง จึงมาดักยิง แต่ไม่ได้ตั้งใจเอาชีวิตใคร ต้องการแค่ยิงรถเพื่อข่มขู่เท่านั้น และไม่รู้ว่าในรถมีเด็กอยู่ด้วย ยิงไปแล้วหมดแม็กแล้วถึงรู้ว่ามีเด็กในรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครไม่เป็นผมไม่รู้ ถ้ามีคนมาจีบแฟนคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร และขอโทษเด็กที่โดนลูกหลงไป ขอโทษแม่เด็กด้วย แต่ไม่ขอโทษนายสมบัติ&amp;quot; นายธวัชชัยกล่าว และยังฝากขอโทษญาติพี่น้อง ขอโทษพ่อ โดยเฉพาะแม่ที่ต้องหลั่งน้ำตาให้ ที่ทำไปเพราะเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น และจะขอไปใช้กรรม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96818</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมตัวทำแผน, พลาดโดนเด็ก 7 ขวบ, ยิงลูกศิษย์วัดพลาดโดนเด็ก 7 ขวบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หึงจีบแฟน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แค้นส่งสติกเกอร์หัวใจแอบคุยแฟนสาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_60574140defa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ3โจรงัดATM อ้างหาเงินใช้หนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจรวบแล้ว! 3 คนร้ายตัดตู้ ATM ที่กบินทร์บุรีพร้อมกวาดเงิน 7 แสนบาท พร้อมคุมตัวทำแผน สารภาพตกงานช่วงโควิด หาเงินใช้หนี้นอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้า สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี, พ.ต.อ.มาโนช กันเกลา ผกก.สภ.กบินทร์บุรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารวม 3 คน ประกอบด้วย นายสมนึก จันทร์โฉม นายธนจิตต์ โพธิลา และนายนพรัตน์ ทองชื่น ได้ใช้แก๊สตัดด้านหลังตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ ก่อนจะเอาธนบัตรที่บรรจุด้านในจำนวน 758,900 บาท หลบหนีไป เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่หน้าตลาดไทยประคอง ต.กบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี คนร้ายใช้ถนน 304 (กบินทร์บุรี-ศรีมาโพธิ) มุ่งหน้าเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นใช้เส้นทางถนน 331 เลี้ยวขวาที่แยกหนองปรือ ขึ้นมอเตอร์เวย์ถนนหมายเลข 7มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้เทคโนโลยีในการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายก่อเหตุคือ นายสมนึก จันทร์โฉม จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับนายสมนึก ลงวันที่ 5 ก.พ.64 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยกระทำการอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สิน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อหลบหนีหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยได้กระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และทราบโดยใช้เทคโนโลยีทางการสืบสวนจนทราบว่า นายสมนึกได้เดินทางไปที่ จ.ลำปาง จึงเดินทางไปจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าที่จังหวัดลำปาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบปากคำนายสมนึกให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายธนจิตต์และนายนพรัตน์ ใช้แก๊สตัดตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่บริเวณหน้าตลาดไทยประคองจริง ได้เงินสดไปประมาณ 7 แสนบาท จากนั้นเดินทางไปที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อจะนำอุปกรณ์ไปเก็บที่บ้านแม่ แล้วเดินทางไปดูงานที่จะรับทำบริเวณใกล้กับวัดด่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ส่วนนายนพรัตน์จะเดินทางกลับบ้านที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ จึงได้ขอแยกทางใช้รถประจำทาง ส่วนนายสมนึกและนายธนจิตต์ได้เดินทางไปที่ จ. ลำปาง ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งสองในข้อหาเช่นเดียวกันกับนายสมนึก และสามารถจับกุมตัวทั้งสองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำคนร้ายทั้งสามพร้อมรถกระบะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แสดงขั้นตอนการตัดตู้เอทีเอ็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมนึก จันทร์โฉม กล่าวหลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุทำงานเป็นช่างแอร์ วางระบบแอร์ตามห้างสะดวกซื้อต่างๆ รวมถึงสถานที่เกิดเหตุ แต่ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 เกิดว่างงาน ประกอบกับเป็นหนี้นอกระบบกว่า 360,000 บาท หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ ทำเรื่องขอกู้เงินธนาคารต่างๆ ไม่ผ่าน จึงได้นำญาติๆ มางัดตู้เอทีเอ็มหน้าห้าง CJ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92301</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมตัวทำแผน, งัดตู้ ATM, ตกงานช่วงโควิด, ตัดตู้ ATM, หนี้นอกระบบ, หาเงินใช้หนี้นอกระบบ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ใช้หนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601fdc038dce7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
