<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 23:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิยบุตรลั่นไม่ต้องรอ10ปี ‘ทอน’คุมประเทศผ่านอบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปกันใหญ่! &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ปราศรัยเลือกนายกฯ อบจ.ที่บึงกาฬ บอกชาวบ้านใครแจกเงินขอให้รับแต่อย่าเลือก ลั่นไม่ต้องรอ 10 ปี แต่เลือกคนของคณะก้าวหน้าก็เหมือนได้ &amp;quot;ทอน-บุตร&amp;quot; บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ แถมไล่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไปในตัว ไม่ต้องไปชุมนุม &amp;quot;จุตพร&amp;quot; ตอกเพื่อไทยเลือกมาได้ไงผู้สมัครพันคดีบอส กระทิงแดง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลั่นต้องไม่มีที่ยืนในแผ่นดินนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เดินทางไปปราศรัยช่วยผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โดยนายปิยบุตรปราศรัยว่า ความเป็นมาที่พวกเรามาเป็นคณะก้าวหน้า และการมารณรงค์สู้ศึกชิงนายก อบจ.ในวันนี้ ต้องเท้าความย้อนไปตั้งแต่สมัยตั้งพรรคอนาคตใหม่ เชื่อว่าหลายคนที่นี่กาให้พรรคอนาคตใหม่ เราทุกคนทราบดีว่าเราก่อตั้งขึ้นมาเพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. และประยุทธ์ จันทร์โอชา วันนั้นเราเสนอตัวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี พี่น้องสนับสนุนเรามา 6.3 ล้านเสียง แต่ธนาธรเข้าไปในสภาได้ไม่ถึง 10 นาที ก็ถูกเตะออกมาด้วยศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตนยังได้เข้าไปทำงานในสภา พยายามเป็นปากเสียง แต่ก็มีเวลาอยู่แค่ 10 เดือน 28 วัน ศาลรัฐธรรมนูญก็ยุบพรรคอนาคตใหม่ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี เตะตนออกมาจากสภาอีกคน แต่แม้พวกตนจะถูกตัดสิทธิ์ออกมาแล้วก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆ ถ้าทำแบบนั้นคนที่อยากให้ยุบพรรคจะได้ใจ เราเลยตั้งคณะก้าวหน้าขึ้นมาสืบสานแนวคิดของพรรคอนาคตใหม่ หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่น ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่น และผลักดันการกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นอย่าเสียดาย นี่ทำให้เราได้เดินทางมาพบกับพี่น้องได้ถึงที่ ได้ทุกที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ก็มาอีกแล้ว มีพวกนักร้องเรียนไปร้อง กกต. ไปหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาทางสกัดกั้นพวกเราคณะก้าวหน้า ว่าเราทำตัวเสมือนพรรคการเมืองอีก และยังมีการมาปล่อยข่าวอีกว่าอย่าไปเลือกคณะก้าวหน้า เดี๋ยวคะแนนจะหายไปเปล่าๆ เพราะเดี๋ยวก็โดนคดีอีก ขอย้ำตรงนี้ว่า อย่าไปเชื่อ ยิ่งเป็นแบบนั้นพี่น้องยิ่งต้องมากาพวกเราให้มากๆ ให้ถล่มทลาย ยิ่งจะเป็นการช่วยไม่ให้พวกเราถูกคดี คนที่คิดจะทำลายพวกเรายิ่งต้องคิดหนัก ว่าจะยุบอีกกี่ครั้งประชาชนก็ยังสนับสนุนพวกเรา การยุบไปจะคุ้มหรือไม่ ทำให้เขาเห็นว่าเราไม่สยบยอมต่อพวกเขา&amp;rdquo; เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่เราจะสังเกตได้ คือช่วงนี้รัฐมนตรีต่างขยันมาก เดินทางไปจังหวัดต่างๆ ที่มีผู้สมัครเป็นเครือญาติกันลงสมัครเป็นนายก อบจ.แทบจะทุกสัปดาห์ ซึ่งไม่เป็นไร ต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่สิ่งที่พวกเราต้องคิดกัน ว่าการที่คนในบ้านเดียวกันเป็นรัฐมนตรี อีกคนหนึ่งเป็น ส.ส. อีกคนเป็นนายกเทศมนตรี ฯลฯ เหมากวาดทุกตำแหน่งแบบนี้ เราเรียกว่าผูกขาดการเมืองหรือไม่ การที่ตระกูลหนึ่งสามารถยึดได้ทั้งจังหวัดทุกตำแหน่ง สำหรับเรานี่คือเรื่องที่เป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย การเมืองไม่ควรถูกผูกขาดไว้ที่บ้านหลังใดหลังหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากการซื้อเสียงยังใช้ได้ผล ถ้ามีใครมาซื้อเสียงแล้วเรากาตามเขา ทำให้เขาได้รับเลือกตั้งไป เขาจะได้เข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่บริหารเงินแต่ละปีมีประมาณ 300-400 ล้านบาท ใครก็ตามที่เอาเงินมาแจก ขอให้พี่น้องตระหนักไว้เลยว่าที่เอาเงินมาแจกต้องอย่าไปกา ถ้าเขาได้มาเป็นนายก อบจ.เขาจะเอาคืนไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า เพราะฉะนั้น ถ้าให้มาก็รับไว้ แต่ก็มองหน้าให้แม่นๆ ว่าเบอร์ไหน แล้วก็อย่าไปกา&amp;quot;
&amp;quot;ทอน&amp;quot;มาแน่ไม่ต้องรอ 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า เราต้องการเปลี่ยนการเมืองแบบตระกูลให้เป็นแบบทั่วๆ ไป หลายคนบอกว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าพี่น้องกาแบบเดิมก็จะไม่ได้แบบใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการเปลี่ยนแปลงที่บึงกาฬ เราต้องกาหมายเลข 2 ให้เป็นนายก อบจ.บึงกาฬ แล้วจะได้การเปลี่ยนแปลงที่จังหวัดบึงกาฬแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังปราศรัยว่า พี่น้องหลายคนที่มีจิตใจรักประชาธิปไตย ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เยาวชนที่ชุมนุมอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำเท่าไหร่ประยุทธ์ก็ไม่ออกเสียที พี่น้องอยากช่วยแต่ต้องทำมาหากิน ไม่สามารถเสียค่ารถไปได้ ตนคิดว่ามีวิธีง่ายๆ ที่สามารถใช้ในการแสดงออกได้ทุกคน นั่นคือถ้าพี่น้องอยากให้ประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปชุมนุมก็ได้ ขอเพียงในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ เข้าคูหากาเลือกภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น เบอร์ 2 ให้เป็นนายก อบจ. เพราะนี่คือคนที่ธนาธรและตนสนับสนุนให้ลงที่นี่ ถ้าพี่น้องร่วมกันกาให้มากๆ จนถล่มทลาย นั่นก็คือการส่งสัญญาณไปดังๆ แล้วว่าเราไม่เอาประยุทธ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้น ถ้ากาให้คณะก้าวหน้า พี่น้องจะได้การเมืองแบบใหม่ๆ ได้เปลี่ยนตัวนายก อบจ.เสียที นอกจากนั้นยังได้ส่งสัญญาณว่าคนบึงกาฬไม่สนับสนุนประยุทธ์ ไม่เอาประยุทธ์ และที่สำคัญ พี่น้องที่เสียดายว่าพวกเราอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิ์ อยากให้ไปทำงาน หลายคนบอก 10 ปีก็จะรอ กี่ปีก็จะรอ หากพี่น้องเห็นเราถูกรังแก ได้รับความอยุติธรรมมาตลอดเวลา เสียดาย ผมเสนอว่าถ้ายังรักธนาธร ยังรักผม เสียดายโอกาส ไม่ต้องรออีก 10 ปี วันที่ 20 ธันวาคมนี้ไปกากบาทเลือกผู้สมัครคณะก้าวหน้า นั่นก็คือการแสดงออกว่ายังรักและสนับสนุนพวกเราพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไปอยู่ แสดงออกให้พวกเขาเห็นว่าต่อให้ยุบอีกกี่พรรค พี่น้องประชาชนก็จะเดินหน้าสนับสนุนพวกเราต่อไป เลือกนายก อบจ.คณะก้าวหน้าวันนี้ ได้วิสัยทัศน์ธนาธรลุยงานบริหารท้องถิ่นทันที&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปราศรัยหาเสียงช่วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรมที่ อ.เชียงดาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า อ.เชียงดาว ตนเคยอาสามาเป็นครูดอยสอนหนังสือให้เด็กชาวเขานานกว่า 3 ปี และได้กลับมาพื้นที่ที่เคยผูกพัน เพื่อบอกกล่าวความจริงทางการเมืองให้รับรู้กันถึงการใส่ร้ายป้ายสีตนและนายบุญเลิศว่าได้ไปอยู่กับเผด็จการ และเป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นการกล่าวหาด้วยความเท็จ ไม่มีความเป็นจริงใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพราะเมื่อ คสช.จับนายบุญเลิศขังคุกทหารตั้งแต่ 26 ก.ค.2559 สิ่งที่ทหารต้องการคือ ให้นายบุญเลิศซัดทอดพรรคเพื่อไทยได้สั่งการอยู่เบื้องหลังการรณรงค์ไม่รับร่าง รธน.2560 แต่นายบุญเลิศไม่ทำ แล้วผลที่เกิดขึ้นกับนายบุญเลิศ กลับถูกทอดทิ้ง ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ในนามพรรค เพื่อต้องการให้คนอื่นมาลงสมัครแทน
เพื่อไทยป้ายสี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่น่าเจ็บใจคือ เมื่อพรรคเพื่อไทยทิ้งนายบุญเลิศแล้ว ยังกล่าวหายัดเยียดกระทืบซ้ำว่านายบุญเลิศแยกตัวไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นฝ่ายหนุนเผด็จการยึดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายจตุพรกล่าวถึงการไร้มาตรฐานทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยว่า ในจังหวัดนครพนม ผู้สมัครนายก อบจ.ของเพื่อไทย เคยเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐชัดเจน แล้วลาออกได้ 3 วันก็มาลงสมัครนายก อบจ.สังกัดพรรคเพื่อไทย และทีมหาเสียงพรรคเพื่อไทยไปพูดเชิดชูยกย่องว่าเป็นนักประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทีมหาเสียงของพรรคเพื่อไทยชุดเดียวกันมาพูดที่เชียงใหม่ กลับกระทืบนายบุญเลิศว่า เป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ เป็นพวกเผด็จการ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จึงเป็นความอยุติธรรมของพรรคการเมืองชัดเจน เนื่องจากนายบุญเลิศอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย แต่พรรคเพื่อไทยผลักไสไม่ให้เขาลงสมัครในนามพรรคเอง แล้วกลับมาป้ายสี กล่าวหาเขาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกอย่าง เมื่อตนมาช่วยนายบุญเลิศ ก็ถูกพรรคเพื่อไทยกล่าวหาเช่นกันว่าไปอยู่กับพลังประชารัฐ การป้ายสีเช่นนี้ เนื่องจากตนไม่ได้ช่วยหาเสียงให้พรรคเพื่อไทย จึงเท่ากับว่าพรรคได้แบ่งฝ่ายทันทีว่า ถ้าไม่ช่วยเพื่อไทยต้องเป็นฝ่ายเผด็จการ ซึ่งเป็นการกล่าวหาแบบง่ายๆ ไม่มีเหตุผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมาช่วยนายบุญเลิศ ส่วนหนึ่งเพราะพรรคเพื่อไทยอยุติธรรมเกินกว่าจะรับได้ ผมยกโทรศัพท์คุยกับนายแก้ว (เสื้อแดงเชียงใหม่) ที่แถลงข่าวกล่าวหาผม โดยบอกว่าจะกล่าวหาเช่นนี้ไม่ได้ คุณจะช่วยพรรคเพื่อไทยก็ช่วยไป แต่การกล่าวหาไม่ช่วยเพื่อไทยเพราะไปอยู่เผด็จการ ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวหาเป็นเท็จ เพราะผมยังยืนหยัดอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยตามเดิม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งนายจตุพรได้กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยคัดเลือกบุคคลสมัครนายก อบจ.ด้วยความละเอียดรอบคอบว่า แล้วคดีบอส กระทิงแดง ที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศนั้น แต่คดีนี้มีพยาน 2 ปากเพื่อพยายามช่วยเหลือให้บอสหลุดคดี และพยานเกี่ยวข้องกับจังหวัดเชียงใหม่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพยาน 2 ปากนั้น คนหนึ่งคือนายจารุชาติ มาดทอง อ้างว่าเห็นเหตุการณ์รถที่ชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ สน.ทองหล่อเสียชีวิตวิ่งมาด้วยความเร็วแค่ 60-70 กม.ต่อชั่วโมง สิ่งที่น่าสนใจคือ นายจารุชาติเป็นคนใกล้ชิดกับอดีต ส.ว.คนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในคณะกรรมการตรวจสอบชุดของนายวิชา มหาคุณ นั้น รายงานสาระสำคัญถึงความตายของนายจารุชาติ พยานปากสำคัญ โดยสงสัยการทำลายมือถือของนายจารุชาติ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้ขอความร่วมมือกับ ปปง.เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินเรียงลำดับจนถึงนายจารุชาติ พยานสำคัญที่ทำให้เปลี่ยนความเร็วจาก 177 กม.ต่อชั่วโมง มาเป็นไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมงนั้น มีใครอยู่ร่วมด้วย
ต้องไม่มีที่ยืนบนแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการทำลายกระบวนการยุติธรรมในคดีบอส ต้องไม่มีที่ยืนบนผืนแผ่นดินนี้ และสำคัญที่สุดจะต้องไม่ให้โอกาสคนชั่วเหล่านี้ได้เหยียบบันได อบจ.จังหวัดเชียงใหม่เด็ดขาด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรย้ำการท้าทายว่า หากพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าใครสุจริตจริงแล้ว ให้ตัวแทนพรรคหรือผู้สมัครนายก อบจ.ก็ได้ไปพบนายวิชากับตน ซึ่งจะได้รู้ถึงขบวนการซื้อทำลายกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือลูกเศรษฐีคนหนึ่งให้พ้นจากความผิดได้อย่างไร โดยคนเชียงใหม่จะได้ตาสว่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งย้ำถึงความศรัทธาต่อพระครูบาศรีวิชัย พระนักต่อสู้เป็นพระในตำนานของคนเหนือเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นจึงขอบอกว่า ตนและนายบุญเลิศไม่มีวันเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐโดยเด็ดขาด ดังนั้นการกล่าวหาไม่ส่งลงสมัครในพรรคเพื่อไทยเพราะเป็นคนพลังประชารัฐ จึงเป็นข้อมูลเท็จสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมีเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งโดยการนำของนายแก้ว เสื้อแดงฝาง ได้เรียกร้องให้ลาออกจากประธาน นปช.นั้น นายจตุพรย้ำว่า พวกนี้กล่าวหาว่าตนไปอยู่พลังประชารัฐ ซึ่งไม่เป็นความจริง และตนเป็นนักประชาธิปไตย ถ้าจะออกจาก นปช.แล้วต้องไปด้วยแนวทางประชาธิปไตย ไม่ใช่จากไปด้วยการกล่าวหาเท็จว่าเป็นคนพลังประชารัฐเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. มีพี่น้องเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งแถลงข่าวปกป้องตน จึงขอขอบคุณ แต่การทำงานทางการเมืองทุกวันนี้ ควรร่วมกันสร้างแบบอย่าง ถ้าอยู่บนพื้นฐานการสร้างความเท็จแล้ว ย่อมอยู่ยากอยู่ไม่นาน ดังนั้น จึงควรสนับสนุนนายบุญเลิศ คนที่ชาวเชียงใหม่รัก ให้ได้ทำหน้าที่เป็นแบบอย่างทางการเมืองของชาวเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดให้บริการสายด่วน 1444 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการติดต่อสอบถามข้อมูลการเลือกตั้งและข่าวสารต่างๆ เพื่อรองรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา และขณะนี้ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.นี้ ทางสำนักงานจึงได้ขยายเวลาการให้บริการสายด่วน จากเดิมเวลา 08.30-16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ มาเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30-20.30 น. โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ไปจนถึงวันที่ 25 ธ.ค.นี้ และหลังจากวันที่ 25 ธ.ค. จะเป็นการให้บริการในวันและเวลาราชการตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้บริการสายด่วน 1444 พบว่ามีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเฉลี่ย 200-300 สายต่อวัน โดยคำถามส่วนใหญ่จะเป็นการสอบถามว่ามีการเลือกตั้งนายกฯ อบจ.และสมาชิก อบจ. มีวันเลือกตั้งล่วงหน้าหรือไม่, การไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องดำเนินแก้ไขอย่างไร แจ้งได้ที่ใด รวมทั้งหากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.ในวันดังกล่าว ต้องแจ้งเหตุที่ไหน อย่างไร และดาวน์โหลดเอกสารเพื่อกรอกแบบฟอร์มได้ที่ใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86616</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมประเทศผ่าน อบจ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบจ., เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd37f0a5b307.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
