<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมยกเลิกคำสั่งคสช.โอนคดีที่อยู่ศาลทหาร ไปอยู่ในศาลพลเรือน ปลดล็อกคุมสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.62-รายงานข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แจ้งว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของ คสช. กำลังเร่งยกร่างคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.ต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยภายใน 1 &amp;ndash; 2 วันนี้ จะมีการใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.ทุกฉบับที่เกี่ยวกับการทำงานของสื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ ประกาศ คสช.ฉบับที่ 97/2557 เรื่อง การห้ามเสนอข่าวสารที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคง ความลับของหน่วยราชการ ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง ผู้ใดฝ่าฝืนให้ระงับการจำหน่าย จ่าย แจก หรือเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งการออกอากาศรายการดังกล่าวโดยทันที, ประกาศ คสช.ที่103 /2557 แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคสช.ฉบับที่ 97 /2557 โดยห้ามวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ คสช.โดยเจตนาไม่สุจริตเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช.ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ, คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่3/2558 (ข้อ5) ให้อำนาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยมีอำนาจออกคำสั่งห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด, คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 41/2559 เรื่อง การกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ เร็วๆ นี้ จะมีการยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. โดยโอนคดีที่อยู่ศาลทหาร ไปอยู่ในศาลพลเรือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38291</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช., คุมสื่อ, ยกเลิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208ff79611b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล่นเกม‘ธนาธร’ตกม้า! ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ยังคุมสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปล่อยให้เป็นข่าวตกม้าตายเพราะขาดคุณสมบัติ โอนหุ้นสื่อให้แม่หลังสมัคร ส.ส.ตลอดทั้งวัน ตกเย็น &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; &amp;nbsp;โชว์ตราสารโอนหุ้น ยันโอนตั้งแต่ 8 ม.ค. 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัคร ส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศรารายงานข่าวเรื่อง &amp;quot;ธนาธร-เมีย&amp;quot; โอน บ.วี-ลัค มีเดีย 900,000 หุ้น ให้แม่ก่อนเลือกตั้ง 3 วัน&amp;quot; โดยมีเนื้อหาระบุว่า ภายหลังจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2562 ถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินประมาณ 5 พันล้านบาท ก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง โดยจะใช้แนวทาง Blind Trust คือโอนทรัพย์สินที่เป็นหุ้นไปให้ Trust หรือกองทุนเป็นผู้ดูแล โดยจะให้บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด เป็นผู้ดูแลทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทรัพย์สินอื่น บ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะเก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่าวิธีนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ Private Fund มาก่อน เป็นนวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานแสดงความจริงใจให้เกิดต่อสาธารณชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ประกอบธุรกิจสื่อนิตยสารนั้น ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา w ww.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ทำหนังสือถึงนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นชุดใหม่ ลงวันที่ 21 มี.ค.2562 ไม่มีรายชื่อ นายธนาธร และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า นายธนาธรและนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โอนหุ้นที่ถือครองรวมกัน 900,000 หุ้น มูลค่า 9 ล้านบาท ไปให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ วันที่ 30 เม.ย.2561 นายธนาธรถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น (15%), นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือ 225,000 หุ้น (5%) วันที่ 21 มี.ค.2562 ได้โอนหุ้น 900,000 หุ้นไปให้นางสมพรดังข้างต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนายธนาธรและนางรวิพรรณแล้ว ในวันดังกล่าวมีบุคคลอีก 3 คน คือ นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์, นายอรัญ วงศ์งามนิจ และนางกมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเดิมถือครองคนละ 225,000 หุ้น ได้โอนหุ้นให้นางสมพรในวันเดียวกันด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การโอนหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประกาศใช้แนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินด้วยวิธี Blind Trust เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มี.ค.2562 จำนวน 3 วัน และก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.2562 จำนวน 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 10 ม.ค.2551 ทุนล่าสุด 45 ล้านบาท ประกอบธุรกิจสื่อนิตยสาร ที่ตั้งอาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เลขที่ 1768 หมู่ที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;
ลักษณะต้องห้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ วันที่ 21 มี.ค.2562 จำนวน 5 คน 1.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,250,000 หุ้น 2.น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น 3.น.ส.รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น 4.นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น และ 5.นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ 225,000 หุ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพรรคอนาคตใหม่ ทางพรรคระบุเพียงว่า ขณะนี้ทางนายธนาธรและทางพรรคอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า หากเป็นไปตามข่าวถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าถือจริงและโอนก่อนสมัคร ส.ส.หรือไม่ เพราะในวันที่ยื่นสมัคร ส.ส.ต่อ กกต. และในวันที่ กกต.ประกาศรับรองว่าเป็นผู้มีสิทธิ์สมัคร นายธนาธรจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ทุกวงเล็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร และไม่ทราบว่า กกต.รู้เรื่องนี้หรือยัง ซึ่งจะต้องไปเช็กกับตลาดหลักทรัพย์(ตลท.) ว่าแจ้งขายหุ้น โอนหุ้นเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม การขายหุ้นหรือโอนหุ้นจะต้องทำก่อนที่จะสมัครเป็นส.ส. จะมาโอนช่วง 3 วันก่อนหน้านี้ไม่ได้ ช่วงที่ กกต.เปิดรับสมัครจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เมื่อพบภายหลังว่าขัดก็จะต้องตัดชื่อออก เพราะหมดสิทธิ์&amp;rdquo; อดีต กรธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชายกล่าวต่อว่า อีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องพิจารณาคือ เจตนาหรือไม่ หากรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม แต่ยังมาสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ก็จะผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 ด้วย อีกทั้งยังมีโทษทางอาญา ตามมาตรา 151 ความว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์รับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 1 หมื่นถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng โดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศราได้รายงานข่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 เวลา 19 นาฬิกาเศษ ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อนิตยสาร จำนวน 675,000 หุ้น (15%) และได้โอนหุ้นดังกล่าวไปให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562&amp;nbsp;
แนะ กกต.ร้องศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง นายธนาธรก็ต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) ซึ่งบัญญัติว่า &amp;quot;เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายธนาธรต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงไม่มีสิทธิยื่นสมัครรับเลือกตั้ง การยื่นสมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2562 จึงเป็นการยื่นสมัครที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งโดยด่วน เพราะนายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และหากได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ด้วย หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การต้องห้ามมิให้รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้งกรณีเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ นี้ ศาลฎีกาได้เคยมีคำสั่งไว้ ตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 1144/2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ร.ป.เลือกตั้ง พ.ศ.2561 มาตรา 151 บัญญัติว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนดยี่สิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายความว่า การที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิรับเลือกตั้ง แต่ยังไปสมัครรับเลือกตั้ง มีโทษจำคุก 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,200 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธินายธนาธรแล้ว ต้องดำเนินการสอบสวนและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องนายธนาธรต่อศาลที่มีอำนาจพิจารฌาพิพากษาคดีอาญา เพื่อพิจารณาพิพากษาโดยเร็วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้ไปตรวจสอบหลักฐานที่สำนักงานหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีก็สามารถทราบได้ว่าข้อเท็จจริงที่สำนักข่าวอิศราเป็นความจริงหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นความจริง กระบวนการดำเนินการทางกฎหมายก็ต้องเป็นไปตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ผู้ที่อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่และคลั่งไคล้นายธนาธรประดุจเทพเจ้าผู้มาปลดเปลื้องประเทศไทยให้พ้นจากความด้อยพัฒนาไปสู่ความศิวิไลซ์ ต้องยอมรับคำวินิจฉัยของศาล ทั้งการเพิกถอนสิทธินายธนาธรในสมัครรับเลือกตั้ง และการลงโทษนายธนาธรในทางอาญา รวมทั้งการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;แจงโอน8ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าน้องฟ้าทั้งตัวจริงและตัวปลอมคงจะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเศร้าโศกเสียใจมากมายจนถึงกับทำลายชีวิตอันมีค่าของตนเอง หรือพากันสมัครยอมติดคุกแทนหากศาลพิพากษาลงโทษจำคุกนายธนาธร เพราะทางเรือนจำยินยอมให้กระทำไม่ได้&amp;quot; นายชูชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุว่า หากข้อมูลของสำนักข่าวอิศราถูกต้อง นายธนาธรอาจขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. กฎหมายให้โอนหุ้นสื่อทั้งหมดก่อนวันที่ 8 ก.พ.62 แต่นายธนาธรเพิ่งมาโอนหุ้นในวันที่ 18 มี.ค.นี้เอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เผยว่า ถ้านายธนาธรโอนหุ้นให้แม่ในวันที่ 21 มีนาคม 62 ซึ่งหลังวันรับสมัคร&amp;nbsp;
ก็อาจถูกเพิกถอนการรับสมัครรับเลือกตั้ง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมพยายามอ่านดูตามข่าว แต่ไม่ชัดเจนว่าวันที่ 21 มีนาคมเป็นวันอะไร คือหนึ่ง ถ้าเป็นวันโอนหุ้น ก็อาจถูกเพิกถอนการรับสมัครได้ สอง ถ้าโอนหุ้นกันมาก่อนรับสมัครและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 21 มีนาคม ก็ไม่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งจะต้องดูจากตราสารการโอนหุ้น เพราะการขาดจากฐานะผู้ถือหุ้นจะมีผลเมื่อลงนามในตราสารโอนหุ้นและการโอนหุ้นเมื่อใดนั้น ต้องดูจากตราสารการโอนหุ้น เพราะกฎหมายบังคับให้การโอนหุ้นต้องทำเป็นหนังสือตาม ปพพ.1129 วรรค 2&amp;quot; นายไพศาลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า การที่นายธนาธรและภรรยามีหุ้นอยู่ในธุรกิจสิ่งพิมพ์หรือสื่อมวลชนดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าอาจเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;rdquo; ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำสั่งในลักษณะนี้ไว้แล้ว ตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 1144/2562 และ 1228/2562 ลงวันที่ 7 มี.ค.2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำคำร้องพร้อมพยานหลักฐานไปร้องต่อ กกต. เพื่อไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัย และเสนอต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งจากผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคอนาคตใหม่ต่อไป โดยสมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 25 มี.ค.2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ชั้น 1 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังตกเป็นข่าวตลอดทั้งวัน ต่อมาในช่วงเย็นนายธนาธรโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพเอกสารตราสารโอนหุ้น ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวอิศราเรื่องนายธนาธรถือหุ้นสื่อก่อนโอนให้มารดาและภรรยาภายหลัง ซึ่งอาจจะขัดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญว่า &amp;quot;จากกรณีที่ผมถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นวี-ลัค อาจขาดคุณสมบัติการลงเลือกตั้ง ผมขอชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน ผมและภรรยาได้โอนหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นทุกท่านจึงไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีปัญหาทางกฎหมายในเรื่องนี้ ขอให้มั่นใจว่าคะแนนที่ท่านกาให้กับพรรคอนาคตใหม่จะไม่สูญเปล่า แต่ทุกคะแนนเสียงจะเป็นการโหวตเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32049</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมสื่อ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์, โชว์ตราสารโอนหุ้น, โอนหุ้นสื่อให้แม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190323/image_big_5c961bf6504f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่ง&#039;สันติบาล&#039;ทบทวนกฎคุมสื่อให้เหมาะสมไม่เข้มเกินไปจนรู้สึกอึดอัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ส.ค.61-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ปรับระเบียบช่างภาพสื่อมวลชนในการเข้าทำข่าวนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องดังกล่าวทางตำรวจสันติบาลเป็นคนออกระเบียบ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ได้รับทราบและสั่งการไปแล้ว โดยนายกฯเข้าใจความปรารถนาดีของสันติบาล ที่อยากให้มาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด ตามมาตรฐานสากล ในการรักษาความปลอดภัยผู้นำประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีหลักปฏิบัติ เช่น การไม่เข้าไปถ่ายภาพจนใกล้เกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่กฎระเบียบที่ไม่ค่อยสอดรับกับความรู้สึกเท่าไหร่ เช่น การต้องทำความเคารพก่อนและหลังลักษณะนี้ ท่านนายกฯบอกว่าอยากให้สันติบาลไปพิจารณาทบทวนให้เหมาะสม อย่าทำให้คนอึดอัด อะไรที่เกินเลยต่อความจำเป็นของมาตรการรักษาความปลอดภัย ก็ให้ไปพิจารณาปรับออก เพราะการที่คนจะเคารพใครหรือไม่ ในงานพิธีต่างๆทุกคนเคารพกันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะต้องทำตลอดเวลานั้นขึ้นอยู่กับใจมากกว่า ดังนั้นอะไรที่จะคงไว้ตามหลักสากลทั่วไปสามารถทำได้ แต่อะไรที่ทำให้คนรู้สึกไม่สบายใจ อึดอัด ให้พิจารณาทบทวน ยกเลิกได้ก็ยกเลิก&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14646</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1, คุมสื่อ, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac6f0608d04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สันติบาลออกกฎเข้มมารยาทช่างภาพสื่อ ต้องอยู่ในลักษณะเคารพต่อนายกฯทั้งก่อนและหลังถ่ายภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand Social Expo 2018 ที่ฮอลล์ 5 - 7 อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอิมแพค เมืองทองธานี ได้ทำการตรวจ(สกรีน)บุคคลที่จะเข้าร่วมงานอย่างละเอียดเข้มงวด โดยทุกคนจะต้องเดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย รวมทั้งต้องลงทะเบียนติดบัตรและติดสติ๊กเกอร์เพื่อแสดงว่าผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้วทุกคน กระเป๋าและวัตถุแปลกปลอมจะต้องแสดงกับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ได้มีความเข้มงวดกับสื่อมวลชนและช่างภาพที่จะเข้าปฎิบัติหน้าที่ภายในบริเวณงาน และเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่จากกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 จัดทำใบลงทะเบียนสำหรับช่างภาพสื่อมวลชน โดยให้มีการลงชื่อ สังกัด และเบอร์โทรศัพท์อย่างชัดเจน มีการจดเลขที่ไอดีการ์ดบัตรประชาชน ซึ่งข้อกำหนดมีเนื้อหาดังนี้ มารยาทในการถ่ายภาพของช่างภาพสื่อมวลชน 1.ต้องอยู่ในลักษณะเคารพต่อนายกรัฐมนตรีและแสดงความเคารพทั้งก่อนและหลังถ่ายภาพ 2. การแต่งกายที่สุภาพบุรุษชุดสูทสากล สุภาพสตรีชุดกระโปรง รองเท้าหุ้มส้น 3.กล้องที่จะนำมาบันทึกภาพต้องผ่านการตรวจและติดแท็กที่ได้รับอนุญาตจากตำรวจสันติบาล 4. จะอนุญาตให้เฉพาะช่างภาพที่ลงทะเบียนและติดต่อแผนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น 5.ไม่แสดงจริยาวาจาหรือมารยาทอันไม่สมควร 6.ในการถ่ายภาพควรอยู่ห่างจากนายกรัฐมนตรี 5 เมตรเป็นอย่างน้อย 7. ไม่ควรเบียดเสียดกันถ่ายภาพหรือถ่ายภาพลักษณะยืนค้ำศีรษะผู้อื่นหรือยื่นกล้องถ่ายภาพในลักษณะถ่ายภาพข้ามท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อควรปฎิบัติในการบันทึกภาพ 1.ต้องไม่ถ่ายภาพตรงหน้า ขณะที่นายกรัฐมนตรีอยู่ในห้องรับรอง 2.ห้ามถ่ายภาพขณะเดินขึ้นหรือลงจากที่สูง เช่นบันได ฯลฯ 3.ห้ามถ่ายภาพขณะรับประทานอาหาร 4.ห้ามออกนอกสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ วิ่งตัดหน้า วิ่งลุกลนหรือห้อมล้อมกีดขวางทางเดิน 5.ให้บันทึกได้ในจุดหรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม 6.การใช้ไฟฉายใช้ได้ในทุกโอกาส แต่การถ่ายไฟไม่ควรเกิน 1,500 วัตต์และควรอยู่ห่างจากห้องรับรอง 7.หากฝ่าฝืนมารยาทข้อควรปฏิบัติหรือไม่เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะถูกลิบปลอกแขนและห้ามบันทึกภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุด JAKARTA POST สื่อหลักอินโดนีเซียตีพิมพ์บทความแนะ อย่าให้ผู้นำเผด็จการทหารไทยนั่งเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า โดยมีเนื้อหาของบทความระบุว่า &amp;ldquo;การรัฐประหาร (junta)ของไทยไม่คู่ควรกับตำแหน่งท่ามกลางคลื่นที่แข็งแกร่งของความเป็นประชาธิปไตยในภูมิภาคนี้ ( democratization) ประเทศไทยสมควรได้รับสิทธิ์ในการรับเก้าอี้อาเซียน แต่ต้องไม่ได้อยู่ภายใต้การรัฐประหาร( junta)ที่มีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยึดติดกับพลังที่ปล้นจากประชาชนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และก่อนที่จะนั่งเก้าอี้อาเซียนในปีหน้า พล.อ.ประยุทธ์ควรเติมเต็มความมุ่งมั่นของเขาในการถือเลือกตั้งฟรีและประชาธิปไตย ถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้น เขาไม่ควรเก้าอี้การค้าในปีหน้า&amp;rdquo; น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ประกาศที่จะไม่ตอบโต้และพูดประเด็นการเมืองในช่วงนี้ และคาดว่า จะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับการทำงานของช่างภาพและสื่อมวลชน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14636</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมสื่อ, คุมเข้ม, นายกฯ, มารยาทสื่อ, สันติบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b63d2e9ebca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
