<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล คสช.คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ  ซ้ำรอยระบอบทักษิณ &quot;ประยุทธ์&quot; ตัวแปรทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 5 ต่อ 3 สรุปว่าการถือครองนาฬิกาหรู และแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังไม่มีมูลเพียงพอว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเชื่อว่าได้ยืมจาก นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ หรือ เสี่ยคราม ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและได้คืนไปหมดแล้ว จึงถือว่ายุติการสอบสวนปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตรไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการแสวงหาข้อเท็จจริงของคณะทำงานฯ สรุปว่า นาฬิกาจำนวน 25 เรือนที่ปรากฏเป็นข่าว พบว่ามีภาพซ้ำกัน 3 คู่ จึงมีนาฬิกาที่ต้องตรวจสอบจำนวน 22 เรือน โดยพบว่าอยู่ในบ้านของนายปัฐวาท 20 เรือน และพบใบรับประกันนาฬิกาอีก 1 เรือน แต่ไม่พบตัวเรือน รวมเป็น 21 เรือน โดย 21 เรือนดังกล่าวพบหลักฐานว่านายปัฐวาทเป็นผู้ซื้อจากผู้จำหน่ายในต่างประเทศจำนวน 1 เรือน ซื้อต่อจากผู้อื่นจำนวน 2 เรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือไม่พบหลักฐานการซื้อจากผู้จัดจำหน่ายภายในประเทศ และกรมศุลกากรก็ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันการนำเข้านาฬิกาจากต่างประเทศได้ เพราะผู้นำเข้าบางรายไม่สำแดงข้อมูลรายละเอียดของนาฬิกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่ากับว่านาฬิกาอีก 18 เรือน ไม่มีใบสำแดงการนำเข้าว่าเป็นของใคร แต่ ป.ป.ช.สรุปทันทีว่าเป็นของนายปัฐวาท ที่ให้ พล.อ.ประวิตรยืมใส่?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมาก 5 ราย ได้แก่ นายปรีชา เลิศกมลมาศ นายณรงค์ รัฐอมฤต นายวิทยา อาคมพิทักษ์ นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร และ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ ส่วนเสียงข้างน้อย 3 คน ได้แก่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ น.ส.สุวณา สุวรรณจูฑะ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเสียงข้างน้อยระบุว่า อยากให้สอบต่อไปเพื่อให้สิ้นกระแสความ เพราะเท่าที่ทำถึงตอนนี้ถือว่ายังไม่ได้เต็มที่ ยังมีช่องที่จะตรวจสอบเพิ่มเติมได้อีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลัง ป.ป.ช.ตีตกปมนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร ก็คงโล่งอกไปทันที แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับเห็นตรงข้าม มองว่า ป.ป.ช.กำลังฟอกผิดให้ พล.อ.ประวิตร-แกนนำรัฐบาล คสช.ยิ่งจะทำลายความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.เอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) ระบุว่า ความเชื่อถือต่อ ป.ป.ช.ที่เคยมีอยู่บ้าง พลันมอดมลายไปกับมติอันอัปยศ ในเวลานี้ ป.ป.ช.เป็นสิ่งอะไรกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุว่า ในฐานะผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการตรวจสอบของ ป.ป.ช.มาดำเนินการต่อแน่นอน ตนเอาเรื่องถึงที่สุดแน่ และเชื่อว่าภายในอายุความทางอาญามีกรรมการ และเลขาธิการ ป.ป.ช.ติดคุกแน่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุว่า ป.ป.ช.กลายเป็นจำเลยร่วมไปทันที ตามกฎหมายกรรมการ ป.ป.ช. ทุกคนต้องมี &amp;ldquo;คำวินิจฉัยส่วนบุคคล&amp;rdquo; อธิบายเหตุผลที่ตนลงมติไป จึงควรเปิดเผยบันทึกนี้ของกรรมการเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยให้สังคมได้รับรู้เพื่อความโปร่งใส และห่วง ป.ป.ช. สถาบันหลักในการต่อต้านคอร์รัปชันของชาติว่าจะรักษาศรัทธาประชาชนได้แค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคม ระบุว่า การใช้อำนาจของ 5 ป.ป.ช.ดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 234 (1) คือ &amp;ldquo;ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง&amp;rdquo; จึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมกันลงชื่อ 2 หมื่นรายชื่อเพื่อถอดถอนและดำเนินการเอาผิด 5 ป.ป.ช.ดังกล่าว ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 236 และ 237 เพื่อเสนอประธานรัฐสภา และเสนอประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระที่มีความเป็นกลางทางการเมืองและซื่อสัตย์สุจริต ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยหรือให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อ 5 ป.ป.ช. ดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การยุติการสอบสวน แกนนำรัฐบาล คสช.ดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.เท่านั้น แต่กระทบต่อความเชื่อถือศรัทธารัฐบาล คสช.ด้วย เพราะประธาน ป.ป.ช.คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) และเป็นลูกน้องเก่าของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้การ พล.ต.อ.วัชรพล จะขอถอนตัวจากการพิจารณา แต่ก็ไม่ทำให้ประชาชนสิ้นความแคลงใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พฤติการณ์การใช้อำนาจรัฐแทรกแซงองค์กรอิสระและกลไกตรวจสอบรวมทั้งกระบวนการยุติธรรม เห็นได้ชัดเจนในยุค รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่แม้จะมาจากการเลือกตั้ง แต่สามารถคุมอำนาจเบ็ดเสร็จได้ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ทำให้ระบบการถ่วงดุลไร้ประสิทธิภาพ ผู้นำรัฐบาลจึงใช้อำนาจอย่างเหิมเกริม เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม อย่างรุนแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุคนั้นได้มีการยกวาทะ ลอร์ด แอกตัน นักประวัติศาสตร์ นักการเมือง และนักเขียนชาวอังกฤษที่ว่า &amp;quot;All Power Tends to corruft,Absolute Power Corrupt Ablolutely&amp;quot; : &amp;quot;นาจมีแนวโน้มที่จะคอร์รัปชัน ยิ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จ การฉ้อฉลยิ่งเบ็ดเสร็จเด็ดขาด&amp;quot; มาเตือนสติรัฐบาลทักษิณและสังคมไทยอยู่เสมอ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายการคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็นำไปสู่การคอร์รัปชันมโหฬาร จนเกิดวิกฤติทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากจะยกวาทะดังกล่าวมาเตือนรัฐบาล คสช.และสังคมไทยในเวลานี้ก็ยังทันสมัย สอดรับกับบริบททางการเมืองอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลัง คสช.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 คุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับประชามติแล้ว ก็ยังคงอำนาจหัวหน้า คสช.ให้อำนาจเบ็ดเสร็จตาม ม.265 สามารถใช้อำนาจตาม ม.44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในระยะแรกๆ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองที่หลายฝ่ายยอมรับได้ แต่ระยะหลังเริ่มมีข้อกังขาว่าเอื้อประโยชน์เพื่อพวกพ้องตัวเองหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาทิ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2561 เรื่องการเปลี่ยนแปลงคำสั่งหัวหน้า คสช. คืนตำแหน่งให้ผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ให้กลับไปดำรงตำแหน่งหน้าที่เดิม 1.นายสถิรพร นาคสุข นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยโสธร 2.นางมาลัยรัก ทองผา นายก อบจ.มุกดาหาร 3.นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ และ 4.นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะกรณีของ นายชัยมงคล ซึ่งผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 6 รักษาราชการแทนผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้ว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 แต่รัฐบาล คสช.ก็ฟอกผิดให้จนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายเครือญาติของบุคคลเหล่านี้บางคนก็ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของรัฐบาล คสช. เช่น นายณัฐกานต์ ไชยรบ ลูกชายนายชัยมงคล มีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สกลนคร พรรค พปชร.เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดกรณี โต๊ะจีนระดมทุน ของพรรค พปชร.ซึ่งปรากฏมีหน่วยงานรัฐร่วมซื้อโต๊ะด้วยจนถูกกล่าวหา ทำผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ม.73 &amp;quot;ห้ามมิให้ข้าราชการการเมืองใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไรหรือชักชวนให้มีการบริจาคให้พรรคการเมือง...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส ลงวันที่ 25 ก.ค.2561 ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 258, 260 ที่ต้องยึดหลักอาวุโส ทำให้ตำรวจ 2 นายร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินว่าขัดรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 20/2561 มาคุ้มครองประกาศดังกล่าวว่า &amp;quot;ให้ถือว่าการดำเนินการนั้น เป็นการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่แค่ตัวอย่างบางเรื่องในการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง รวมทั้งการกวาดต้อนนักการเมืองฝั่งตรงข้ามมาอยู่ พปชร.ท่ามกลางกระแสข่าวใช้ &amp;quot;คดีความ&amp;quot; ต่อรองทางการเมืองกับบุคคลหรือเครือญาติที่มีชนักปักหลัง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มติ ป.ป.ช.ดังกล่าวนอกจากฟอกผิดให้แกนนำรัฐบาล คสช.แล้ว ยังเป็นการโชว์พาวว่า รัฐบาล คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จจะถอนชนักปักหลังให้ใครก็ได้หากเลือกยืนข้างฝ่ายตัวเอง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พฤติการณ์การใช้อำนาจรัฐอาจจะต่างกับระบอบทักษิณที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนของตนโดยตรง แต่เมกะโปรเจ็กต์หลายโครงการก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล คสช.เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่กลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ ในรัฐบาลประยุทธ์ 2 ได้เขียนบทความเรื่อง &amp;ldquo;8 เหตุผลที่ผมไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ&amp;quot; ตอนหนึ่ง &amp;ldquo;ยังเคยเอ่ยปากให้ผมจัดให้กลุ่มธุรกิจกลุ่มใหญ่เป็นผู้ลงทุนและดำเนินการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยไม่ต้องประมูล เคยเอ่ยปากให้ผมจัดให้กรมธนารักษ์ให้เช่าที่ดินในเขตทหารบริเวณกาญจนบุรีให้เอกชนในราคาถูก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และกังวลว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกจะทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากเสียงต่อต้านการสืบทอดอำนาจแล้ว การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์พวกพ้องและเอาเปรียบทางการเมืองเริ่มดังกระหึ่มในช่วงเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง แต่รัฐบาล คสช.เหมือนไม่แคร์แต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ระหว่างที่นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าอวยพรและรับพรเนื่องในวันปีใหม่ว่า &amp;quot;ขอให้นายกฯ เห็นว่าฝ่ายค้านเห็นต่าง ก็เห็นต่างอย่างมิตร แต่อย่าเห็นต่างเป็นศัตรูกัน ซึ่งไม่มีประโยชน์ ขอให้คิดว่าความเห็นต่างต้องมี แต่มีอย่างมิตร ขอให้นายกฯ ช่วยทำตรงนี้ อย่าเห็นต่างกับฝ่ายค้าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเสียงเตือนของ พล.อ.เปรม ที่ฟังแล้วดูเหมือนจะเบากว่าปีก่อนที่กระตุก พล.อ.ประยุทธ์แรงๆ ว่า &amp;quot;ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์พวกพ้องชัดเจนโดยไม่แคร์ความรู้สึกประชาชนเช่นนี้ อาจทำให้ไม่เหลือกองหนุนแล้วก็เป็นได้ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มลังเลที่จะให้พรรค พปชร.เสนอชื่อเป็นนายกฯ อีกสมัย จึงออกปากเตือนว่า &amp;quot;ขอให้ระมัดระวังด้วย การจะเสนอหรือกล่าวชื่อตนเองในเวทีโน้นเวทีนี้ ขอเตือนไว้ด้วย ตราบใดที่ยังไม่ตอบรับกับใคร ก็อย่าพูดถึง ขอให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่มีอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยอมรับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ หรือไม่ อยู่ที่การตัดสินใจของตัวเอง แต่หากรัฐบาล คสช.ยังใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เอาเปรียบทางการเมืองในสนามการเลือกตั้งการเมืองไทยก็ยากจะกลับสู่สภาวะปกติ และอาจจะเกิดวิกฤติซ้ำรอยเดิมอีก.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คสช., คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ, ซ้ำรอยระบอบทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c2779462bb38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
