<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งภาค9 ขึ้นป้ายล่ามือบึ้ม ศรีวราห์โอ่มั่นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; นำคณะลงพื้นที่ภาคใต้ กำชับตำรวจคุมเข้มงานป้องกันปราบปรามทุกด้าน พร้อมประสานหน่วยข่าวความมั่นคงใกล้ชิด สั่ง &amp;quot;ภ.9-สตม.&amp;quot; ขึ้นป้ายติดภาพตามจับผู้ต้องหาคดีระเบิดที่หลบหนีให้ปชช.ช่วยแจ้งเบาะแส &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; มั่นใจมีหลักฐานโยงเอาผิดผู้บงการบึ้มป่วนกรุงได้แน่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.), พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจและรับฟังสถานการณ์ด้านความมั่นคง รวมทั้งมอบนโยบายในการป้องกันปราบปราม ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก สตช.) กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้กำชับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน โดยให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราสถานที่สำคัญของทางราชการ เอกชน และสถานที่เชิงสัญลักษณ์ ระบบขนส่งมวลชน สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ห้างสรรพสินค้า สถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก สำรวจจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมในพื้นที่รับผิดชอบ และกำหนดเป็นจุดเฝ้าระวัง อีกทั้งประสานแนะนำเจ้าของพื้นที่ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดในการป้องกันเหตุ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ให้สามารถเชื่อมโยงทางยุทธวิธีใช้งานได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก สตช.กล่าวว่า ผบ.ตร.เน้นย้ำการออกสืบสวนหาข่าวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย รวมถึงการตรวจสอบร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถนำมาก่อเหตุได้ และให้ตั้งด่าน จุดตรวจความมั่นคง ในเส้นทางต่างๆ ที่อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ หรือก่อเหตุร้ายในลักษณะต่างๆ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยข่าวในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะ เพิ่มความเข้มและมีมาตรการในการระวังป้องกันการโจมตีที่ตั้งหน่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ต.อ.จักรทิพย์สั่งการไปยัง ภ.9 และ สตม. ให้นำภาพผู้ต้องหาในคดีระเบิดขึ้นป้ายประกาศเพื่อให้ประชาชนหรือบุคคลใดผู้พบเห็นหรือมีเบาะแส &amp;nbsp;สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ และได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดในการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดความปลอดภัยของตนเองและลูกน้องเป็นหลัก และจะกระทำการสิ่งใดให้ใช้หลักยุทธวิธี ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเป็นสำคัญ&amp;quot; โฆษก สตช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีระเบิดป่วนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ประกอบด้วย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ. รวมทั้งมีพล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้ระเบิดแสวงเครื่องและระเบิดเพลิงแสวงเครื่อง โดยแบ่งเป็นระเบิดเพลิงแสวงเครื่อง 10 ลูก และเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูก สรุปได้ว่าถึงตรงนี้มีหมายจับผู้ต้องหาของ สน.ปทุมวัน 2 หมาย, สน.พญาไท 5 หมาย, สน.ทุ่งสองห้อง 2 หมาย ผู้ต้องหา 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนพนักงานสอบสวนสามารถยืนยันหมายเลขประชาชน 13 หลักได้ทั้งหมด สามารถยืนยันตัวบุคคลแน่นอนได้ทั้งหมด ผู้ที่ถูกออกหมายจับมีประวัติเคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆ มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนเองจะรับผิดชอบดูแลในเรื่องหลักกฎหมาย ส่วนด้านการสืบสวนมี ผบ.ตร.และทีมงานเป็นผู้ดูแลอยู่ จึงดูว่าเมื่อมีการสืบสวนมาแล้วมีการนำมาปฏิบัติด้านกฎหมาย ด้าน ป.วิอาญาครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบถ้วน จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ซึ่งจากนี้จะต้องมีการพิจารณาต่อว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป หลักฐานไปถึงไหนอย่างไร เพื่อที่จะทำให้สำนวนแน่นหนาที่สุด ขาดตกบกพร่องตรงไหนก็ต้องดำเนินการให้แน่นหนาขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากจะให้วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มาจากสาเหตุอะไรคงตอบไม่ได้ เพราะผมมีหน้าที่ดูสำนวน การวิเคราะห์นำไปฟ้องศาลไม่ได้ แต่จากหลักฐานที่มีอยู่คาดว่าน่าจะสาวไปถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลังได้ แต่ยังต้องรออีกสักหน่อย เพราะผลการตรวจพิสูจน์ต่างๆยังไม่เสร็จ ยังมีขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน การดำเนินการด้านกฎหมายเราดำเนินการตามกฎหมายปกติ กรอบระยะเวลาในการฝากขังผู้ต้องหา จึงดำเนินการตามปกติ หากสำนวนเสร็จไม่ทันก็ปล่อยตัวไปก่อนได้ แต่เชื่อว่าสำนวนส่งฟ้องเสร็จทัน ตามกรอบระยะเวลา เพราะสามารถฝากขังได้ 84 วัน การตรวจพิสูจน์ของพฐ.น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน ดังนั้นทันแน่นอน ยืนยันทุกหน่วยเดินหน้าเต็มที่&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ. กล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้มีของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์ แค่รถยนต์ที่ต้องนำมาตรวจพิสูจน์มีถึง 17 คัน จึงต้องมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง เพราะรถยนต์ 1 คัน ต้องเก็บตัวอย่างเกือบ 100 ตัวอย่างมาตรวจพิสูจน์ เพื่อที่จะสามารถยืนยันตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ กระบวนการตรวจพิสูจน์จึงต้องดำเนินการอีกสักระยะ อีกทั้งยังไม่รวมถึงหลักฐานอื่นๆ อีกที่เก็บได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหลักฐานที่เก็บได้เชื่อมโยงถึงใครบ้าง รองผบช.สพฐ.กล่าวว่า ประเด็นนี้คงตอบไม่ได้ เพราะเป็นหลักฐานในสำนวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43597</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นป้ายล่ามือบึ้ม, คุมเข้มงานป้องกันปราบปราม, พื้นที่ภาคใต้, ล่ามือบึ้ม, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d56a93767da8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
