<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้เด็กนักเรียนมัธยมร้อยละ10ตั้งใจเล่นพนันบอลโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลุกกระแสหยุดผีพนันบอลโลก เปิดใจนักเล่นสู่เจ้ามือโต๊ะบอลพบจุดจบถูกโกงเป็นหนี้กว่า 2 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14 มิถุนายน เวลา10.00 น.ที่ลานกิจกรรมเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมรณรงค์รับมือบอลโลก 2018 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใครๆ ก็ไม่พนัน&amp;rdquo; ภายในงานมีการแต่งานแฟนซี เดินรณรงค์แจกสื่อ ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนเชียร์บอลไม่พนัน รอบบริเวณป้ายรถเมล์ พร้อมเปิดตัวสปอตรณรงค์และพูดคุยกับทีมผู้ผลิต และสื่อรณรงค์ โดยมีกลุ่มเยาวชนจากหลายสถาบันเข้าร่วม 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชษฐ์&amp;nbsp; พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบการพนันในไทย 2560 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบว่า คนไทยเล่นพนันทายผลฟุตบอล 2.4 ล้านคน วงเงินพนัน 1.4 แสนล้านบาท ข้อมูลสำรวจเฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมต้น ปี 2561 ระบุว่า เยาวชนเริ่มเล่นพนันทายผลฟุตบอล สัดส่วนที่จะเล่นต่อเนื่องมีสูงถึงร้อยละ 82.6 สูงกว่าการเริ่มต้นจากการเล่นพนันประเภทอื่น และการพนันบอลยิ่งรอบลึกจะยิ่งเล่นหนัก ยิ่งเล่นนานยิ่งเล่นด้วยเงินพนันที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของมหกรรมบอลยูโร 2016 จากงานวิจัย พบว่า เยาวชนร้อยละ 16.8 เล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 10 เป็นกลุ่มที่ตั้งใจจะไม่เล่นพนัน แต่ถูกเพื่อนชักจูงหรือบรรยากาศพาไป และเมื่อจบการแข่งขันกลับพบว่า เยาวชนเกือบร้อยละ 40 มีปัญหาในการเล่นพนันฟุตบอล เช่น เสียการเรียน เครียด ถูกโกง มีหนี้สิน ซึ่ง 1ใน 4 ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สสส. คาดการณ์ว่าช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 นี้ จะมีเด็กนักเรียนระดับมัธยมมากกว่าร้อยละ10 ที่ตั้งใจจะเล่นพนันทายผล เช่น เล่นกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนรู้จักในชุมชน ซึ่งอาจเล่นแบบติดปลายนวมเพื่อความสนุกสนาน แต่อีกจำนวนไม่น้อยจะเล่นแบบหวังได้เงินอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยตั้งใจจะเล่นการพนันกับธุรกิจรับแทงพนัน หรือโต๊ะบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส.และภาคี จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์ปลุกกระแสตื่นตัวต่อปัญหาการเล่นพนันฟุตบอล ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใคร ๆ ก็ไม่พนัน&amp;rdquo; เพื่อหวังใช้วาทกรรมเชิงบวกชักชวนด้วยความห่วงใยต่อทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมรณรงค์ผ่านสปอตรณรงค์เผยแพร่ทุกช่องทาง รวมถึงสนับสนุนเยาวชนจาก 10 มหาวิทยาลัย ผลิตหนังสั้นรณรงค์ไม่พนัน 4 เรื่องเพื่อเผยแพร่ทางออนไลน์ ซึ่งจะมีการออกโรดโชว์และนิทรรศการรณรงค์ไปตามโรงเรียนมัธยมกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ&amp;rdquo; นายวิเชษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนากร&amp;nbsp; คมกฤส&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า อยากให้คนที่คิดจะเล่นพนันฟุตบอล รู้ถึงความเป็นห่วงของคนใกล้ตัว เพราะคนเล่นพนันไม่คิดว่าตัวเองจะเสียหายเดือดร้อน หรือมองว่าถึงเล่นเสียก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ทำนองเล่นเองเจ็บเอง&amp;nbsp; แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่จะเสียดายเงินแล้วเล่นอีกเพื่อหวังเอาเงินที่เสียคืน จนเสียหนักขึ้น ส่งผลกระทบต่อตนเองและคนใกล้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี อดีตเหยื่อพนันบอล กล่าวว่า เริ่มเล่นพนันบอลตั้งแต่อายุ 15 ปี จากหลักร้อยเพิ่มเป็นหลักพัน เรียกได้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาต้องมานั่งเสพสื่อกีฬา เปิดหนังสือพิมพ์อ่านโพยบอล เช็คราคาบอลแทบ 24 ชั่วโมงใช้ชีวิตอยู่กับการแทงบอล มีอยู่ครั้งหนึ่งติดหนี้บอลสูงสุด 6,000 บาท และต้องเดินโพยเพื่อหาเงินใช้หนี้ พอรู้ช่องทางก็เอาเงินเดินโพยมาหมุนเล่นต่อ ทำอยู่แบบนี้เรื่อยๆ ตอนนั้นคิดแค่ว่าเงินที่เสียไป ต้องเอาคืน หนี้หมดแทงต่อ จนถลำลึกกว่า 9 ปี สูญเงินไปหลักแสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนจุดเปลี่ยนที่ทำให้เลิกเล่นพนันบอลได้ก็เพราะครอบครัว ซึ่งมันเริ่มสะสมปัญหาเรื้อรังมาตลอด ยิ่งเล่นยิ่งทำลายครอบครัว มีปัญหากับลูกเมีย&amp;nbsp; สุดท้ายจึงเลิกพนันได้อย่างเด็ดขาดและไม่คิดกลับไปยุ่งเกี่ยวอีก อยากฝากบอกคนที่กำลังคิดจะเล่นพนันบอล ว่าดูได้เชียร์ได้ แต่อย่าไปเดิมพัน มันไม่มีอะไรดี มีแต่เสียกับเสีย อย่าเอาอนาคตมาจบที่พนัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายบี อายุ 35 ปี (นามสมมติ) อดีตเหยื่อพนันบอล กล่าวว่า เริ่มเข้าสู่วงจรพนันตั้งแต่อายุ 17 ปี ตอนนั้นไปกับกลุ่มเพื่อนที่ชอบเล่นตามร้านเกมส์ และพนันที่เล่นครั้งแรกคือฟุตบอลโลก เริ่มจากแทง 20 บาท เพิ่มเป็นหลักร้อยสู่หลักแสน แทงทั้งบอลเดี่ยวและบอลชุด เคยแทงบอลสูงสุดคู่ละ1แสนถึงแสนห้า และใน1วันแทงแบบหลายคู่ สุดท้ายจากเป็นผู้เล่น เด็กเดินโพย ผันตัวเองเป็นเจ้ามือเปิดโต๊ะบอลกระทั่งถูกโกง พอหมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินคืนเจ้ามือรายใหญ่ ต้องหนีหนี้เกือบ 2 ล้านบาทถูกเจ้าหนี้ตามทวง ต้องย้ายจากบ้านเกิดมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทรัพย์สิน เงินทอง ที่ดิน ไม่เหลือ ครอบครัวพังทลาย ลูกก็ไม่ได้อยู่กับเรา เข็ดแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ได้ฝากข้อความมาประสัมพันธ์ถึงประชาชน หากใครมีเบาะแสการลักลอบการเล่นพนันฟุตบอล สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือ Line @ศูนย์ปราบปรามพนันบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11348</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, คุมเข้มพนันบอลโลก, สสส.จับมือภาคีเครือข่าย, หยุดผีพนัน, หยุดพนันบอลโลก, เหยื่อพนันบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b21fcf149802.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นเยาวชนติดพนันต่อเนื่องจากกระแสฟุตบอลโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถกปัญหาพนัน หวั่นฟุตบอลโลกทำพนันบอลออนไลน์พุ่ง เผยปี 60 คนไทยเล่นพนันเกือบ 29 ล้านคน เล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุด 6 ขวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ ศูนย์ศึกษาปัญหาพนัน ร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการประชุมวิชาการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันปี 2561 &amp;quot;ชีวิตเสี่ยงพนัน...จะป้องกันเยาวชนอย่างไร?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหาการพนันมีผลกระทบในวงกว้าง ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาวะ หนี้สิน ความยากจน และอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับการพนันมากขึ้นทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงกลุ่มอาชีพแรงงานด้วย ที่น่าเป็นห่วงคือในเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ยิ่งทำให้มีการพนันฟุตบอลออนไลน์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย สาเหตุที่ต้องปกป้องเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษจากการพนัน เพราะมีผลวิจัยระบุชัดว่า เยาวชนที่เริ่มเล่นพนันจากการพนันฟุตบอลมีแนวโน้มจะเล่นพนันต่อเนื่องสูงถึงร้อยละ 82.6 สูงกว่ากลุ่มที่เริ่มต้นจากการเล่นพนันประเภทอื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเยาวชนชายที่เริ่มเล่นพนันจากการพนันฟุตบอล พบว่าร้อยละ 87.3 จะเล่นพนันต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า จากผลสำรวจสถานการณ์การเล่นพนันของนักเรียนมัธยมต้น ปี 2561 พบว่า เด็กเริ่มเล่นพนันครั้งแรกตอนอายุน้อยที่สุดที่ 6 ปี ส่วนผลสำรวจประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป พบผู้เริ่มต้นเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุดที่ 7 ปี เหตุผลที่เริ่มเล่นพนันเพราะอยากลอง เล่นสนุกชั่วครั้งชั่วคราว พนันด้วยเงินเล็กน้อย แต่จะเพิ่มระดับขึ้นทั้งวงเงินและความถี่ในการเล่น ยิ่งเล่นนานยิ่งเล่นหนัก อาการที่เห็นชัดคือ ถ้าไม่ได้เล่นพนันจะรู้สึกกระสับกระส่ายเหมือนติดเหล้า ติดบุหรี่ ยิ่งผู้สูงอายุติดพนันจะมีปัญหาตามมามากกว่าคนวัยอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ดังกล่าว สสส. หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรภาคสังคม รวม 11 หน่วยงาน ได้ลงนามความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันฟุตบอลออนไลน์ในช่วงฟุตบอลโลก 2018 เพื่อหาแนวทางแก้ไข ซึ่งการจัดการประชุมวิชาการในครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ นำไปสู่การออกแบบนโยบายและมาตรการกำกับดูแลธุรกิจการพนัน การป้องกันเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้สูงอายุให้อยู่ห่างไกลจากการพนัน และผลักดันให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของปัญหา กำหนดให้การปกป้องเด็กและเยาวชนจากการพนันเป็นวาระแห่งชาติ และมีกลไกของหน่วยงานภาครัฐที่เป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหาการพนันอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ สำรวจสถานการณ์ พฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทยเป็นประจำทุก 2 ปี โดยปี 2560 สำรวจจากประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 25 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15 กันยายน &amp;nbsp;- 12 ตุลาคม 2560 รวม 7,008 ตัวอย่าง พบว่า คนไทยร้อยละ 75.2 หรือเกือบ 40 ล้านคนเคยเล่นพนัน เกินครึ่งเริ่มเล่นพนันครั้งแรกตอนอายุไม่เกิน 20 ปี กลุ่มเริ่มเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุดที่ 7 ปี เริ่มจากเล่นพนัน 4 ประเภท คือ ไพ่ หวยใต้ดิน สลากกินแบ่งรัฐบาล และบิงโก โดยผู้เล่นพนันร้อยละ 20 มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพขณะเล่นพนัน คือร้อยละ 12 สูบบุหรี่ ร้อยละ 8.2 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร้อยละ 7 รับประทานของหวานหรือขนมขบเคี้ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาพรวม ปี 2560 คนไทยเล่นพนันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 54.6 หรือเกือบ 29 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 ล้านคนเมื่อเทียบกับปี 2558 ในจำนวนนี้เป็นนักพนันหน้าใหม่หรือเริ่มเล่นพนันครั้งแรกในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาถึง 6 แสนกว่าคน ที่น่ากังวลใจ พบว่ากลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุมีการเล่นพนันเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับผลสำรวจปี 2558 สำหรับการพนันยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน ไพ่ พนันทายผลฟุตบอล และพนันพื้นบ้าน ที่น่าสังเกตคือ การเพิ่มปริมาณสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบก้าวกระโดดทำให้วงเงินพนันสลากฯเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 7 หมื่นกว่าล้านบาทในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 1.4 แสนล้านบาทในปี 2560 และมีผู้เล่นพนันสลากฯเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14.2 คือจาก 19 ล้านคนในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 21.4 ล้านคนในปี 2560 ส่วนหวยใต้ดินวงเงินพนันโตขึ้นร้อยละ 3.2 อยู่ที่ 135,142 ล้านบาท จำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 มาอยู่ที่ 17.3 ล้านคน คือทั้งสลากฯ ทั้งหวยใต้ดิน มีคนเล่นเพิ่ม มีวงเงินพนันเพิ่ม และผู้ที่เล่นพนันทั้งสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดินมีมากถึง 12.6 ล้านคน&amp;quot;รศ.ดร.นวลน้อย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.นวลน้อย กล่าวต่อว่า ผู้เล่นพนันได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ร้อยละ 20.4 หรือ 5.9 ล้านคน เช่น รู้สึกเครียด ขาดเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มีปากเสียงทะเลาะกับคนในครอบครัว เสียเวลาทำงานหรือการเรียน เป็นหนี้ สุขภาพเสื่อมโทรม ฯลฯ และประมาณ 9 แสนกว่าคนมีหนี้สินที่เกิดจากการพนันรวมกันประมาณ 12,258 ล้านบาทคน หรือเฉลี่ยที่คนละ 13,188 บาท เมื่อให้ผู้เล่นพนันประเมินว่าตนเองติดพนันหรือไม่ พบว่าร้อยละ 16.1 หรือประมาณ 4.66 ล้านคน ประเมินว่าตนเองติดการพนัน เพศชายมีสัดส่วนคนติดพนันมากกว่าเพศหญิง แม้คนติดพนันส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 30-49 ปี แต่น่ากังวลที่มีเยาวชนอายุ 15-25 ปี ประมาณ 4 แสนกว่าคน และผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปอีกเกือบ 7 แสนคน มองว่าตนเองติดพนัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการพนันเป็นปัญหา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม จำเป็นต้องเร่งแก้ไขและหามาตรการป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุ ไม่ให้เข้าสู่วงจรนักพนัน รวมถึงหามาตรการช่วยเหลือผู้ติดพนันในกลุ่มวัยต่างๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบาย มาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการพนันต่อไป&amp;quot;รศ.ดร.นวลน้อย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9386</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มพนันบอลโลก, ถกปัญหาพนัน, ป้องกันเด็กเล่นพนัน, พนันออนไลน์, ฟุตบอลโลก, มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd09420d385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
