<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงห์รถบรรทุกโอด&#039;โควิด&#039;ฉุดยอดขนส่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.63-นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้ภาพรวมการขนส่งทางรถบรรทุกมีการชะลอตัว โดยเฉพาะการขนส่งวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐ หิน ดิน ทราย เป็นต้น ที่การขนส่งลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ ขณะที่การขนส่งสินค้าโชห่วย สินค้าอุปโภค-บริโภค ยังสามารถขนส่งได้ตามปกติ แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฯ กว่า 10 สมาคม โดยมีรถบรรทุกจำนวนกว่า 400,000 คัน ยังไม่ฟื้นตัว จึงได้มีการปรับตัวด้วยการชะลอการเพิ่มจำนวนรถ (ฟลีตรถ) ที่จะนำมาให้บริการ รวมถึงการใช้เอาท์ซอร์สมากขึ้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ขณะที่ผู้ประกอบการบางราย ได้ทำเรื่องชะลอการส่งไฟแนนซ์กับสถาบันการเงิน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าและอยู่รอดได้

ทั้งนี้นอกเหนือจากการปรับตัวของผู้ประกอบการตามแนวทางดังกล่าวข้างต้นแล้วนั้น สหพันธ์ฯในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบการรถบรรทุก ยังได้นำเสนอข้อเรียกร้องต่างๆ ไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประกอบการฯ ให้สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ เช่น เสนอข้อเรียกร้องไปยังกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขอชะลอการชำระภาษีประจำปีออกไป 4-5 เดือน ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ง่ายที่สุด แต่ในขณะนี้ ยังไม่ได้รับคำตอบจาก ขบ. แต่อย่างใด

นายอภิชาติ ยังกล่าวถึงการขนส่งรถบรรทุกในเส้นทางถนนพระราม 2 ว่า จากการแก้ไขปัญหาการจราจร และการกำหนดมาตรการต่างๆ บนถนนพระราม 2 ของกระทรวงคมนาคมในช่วงที่ผ่านมานั้น พบว่า การจราจรมีความคล่องตัว และดีขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังทำให้อุบัติเหตุลดลง ในส่วนของการบริหารจัดการมีความเป็นระเบียบ ถึงแม้จะยังไม่สมบูรณ์ 100%

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของผู้ประกอบการรถบรรทุก รวมถึงการสรุปผลงานและการดำเนินการในช่วงที่ผ่านมานั้น สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จึงได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ในวันที่ 19 ต.ค. 2563 เวลา 13.30-21.00 น. ณ Hall 1 Show DC โดยจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ Truck Power II : New Normal Logistics แข่งขันและแบ่งปัน พร้อมทั้งการเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;ตำรวจไทย ทำไร เราได้&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่สหพันธ์ฯ ได้เรียกร้องมาก่อนหน้านี้ ทั้งการตั้งด่านตรวจจับควันดำ รวมถึงการแบ่งสินบนค่าปรับ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80339</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คุมเข้มรถบรรทุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f8537f727fb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่รับปัญหาวัวพันหลัก ชง12ไม้แข็งแก้ฝุ่นพิษ2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยอมรับปัญหาฝุ่นเหมือนวัวพันหลัก เพราะสั่งไม่ได้เนื่องจากมีเรื่องสิทธิมนุษยชน &amp;ldquo;นฤมล&amp;rdquo; เผย ครม.สัญจรเตรียมเคาะ 12 แนวทางเพิ่มเติม ใช้ไม้แข็งทั้งคุมเข้มรถบรรทุก-ห้ามใช้รถควันดำ-ปิดโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า มีแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหา แต่ทั้งหมดอยู่ที่ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชน เพราะปริมาณรถยนต์ใน กทม.มีมากถึง 10 ล้านคัน ต้องไปดูว่ารถประเภทใดสร้างปัญหามลพิษมากที่สุด ซึ่งปริมาณรถที่ทำให้เกิดปัญหาจราจรถือเป็น 70% ของปัญหาฝุ่น เราก็ต้องแก้ไขต่อไป ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนก็อาจได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องไปเข้มงวดกับรถเก่าที่มีควันดำ รัฐบาลก็ต้องแก้ไขปัญหาแบบวัวพันหลักไปเรื่อยๆ แต่แนวทางยังมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาทั้งระบบ แต่จะทำอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน เพราะในต่างประเทศก็มี PM 2.5 สูง เช่น จีนแต่สามารถคุมได้ ซึ่งต่างจากของไทยที่สั่งไม่ได้เพราะมีเรื่องสิทธิมนุษยชน เหล่านี้คือความแตกต่าง
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการเป็นประธานการประชุมหารือการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ว่า สถิติสถานการณ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ดีขึ้น แต่รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ อยากให้จำนวนวันที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานลดลงกว่านี้อีก จึงมีมาตรการต่างๆ ออกมา โดยกรมควบคุมมลพิษได้พิจารณามาตรการเพิ่มเติม ซึ่งจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุม ครม.ที่จังหวัดนราธิวาสในวันที่ 21 ม.ค.นี้ โดยขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก&amp;nbsp;
ด้านนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึง 12 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละอองว่า 1.ขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ จากวงแหวนรัชดาภิเษกเป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก 2.ห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ในวันคี่ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ.63 3.ตรวจวัดควันดำรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) ทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจเป็น 50 ชุด ครบทั้ง 50 เขต 4.กรมการขนส่งทางบกปฏิบัติการร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรในการตรวจสอบตรวจจับรถควันดำสำหรับรถโดยสารและรถบรรทุก เพื่อออกคำสั่งห้ามใช้รถ 5.ตรวจสอบโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ
6.กำกับให้กิจกรรมการก่อสร้างรถไฟฟ้าและก่อสร้างอื่นๆ เป็นไปตามข้อกำหนด ไม่ทำให้เกิดฝุ่นและปัญหาการจราจรบริเวณรอบพื้นที่ก่อสร้าง 7.ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่กระทำการเผา 8.จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาศัยอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมการเผาในที่โล่งในช่วงสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละออง และเข้มงวดการควบคุมยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง 9.ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 10 PPM ซึ่งเป็นน้ำมันที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองน้อย 10.ขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน และรถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน 11.ให้ภาครัฐ &amp;nbsp;ภาคเอกชนและสถานศึกษาสนับสนุนการจัดโครงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน 5 ปี เพื่อช่วยลดฝุ่นละออง และ 12.สร้างการรับรู้และเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม.ไปตรวจเยี่ยมจุดติดตั้งสถานีตรวจวัด PM 2.5 พร้อมเปิดการให้บริการคลินิกมลพิษที่โรงพยาบาลกลาง ซึ่ง กทม.มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศฝุ่นละออง PM 2.5 จำนวน &amp;nbsp;24 สถานี ติดตั้งเพิ่มเติมในเดือน ม.ค.จำนวน 13 สถานี และจะติดตั้งเพิ่มเดือน ก.พ.นี้อีก 13 สถานี &amp;nbsp;รวมสถานีตรวจวัดทั้งสิ้น 50 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54846</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, คุมเข้มรถบรรทุก, ปัญหาฝุ่นพิษ, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามใช้รถควันดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21b4cf87480.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
