<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานต่างด้าวทะลักไม่หยุดแอบลักลอบเข้าไทยทั้งวัน ทหารเร่งคุมเข้มพื้นที่ชายแดน จ.ตาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.2564 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด กองกำลังนเรศวร (ฉก.ร.4 กกล.นเรศวร) โดยกองร้อย เคลื่อนที่เร็ว.(ร.คทร.) ออกทำการลาดตระเวณเฝ้าตรวจ ริมแม่น้ำเมย ชายแดนไทย=เมียนมา ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน รวมทั้งการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 .บริเวณพื้นที่ทางการเกษตรใกล้กับพื้นที่ถูกตัดขาด 70 ไร่ ใกล้สำนักสงฆ์พระธาตุคอกช้างเผือก(MU .486459) บ้านริมเมย หมู่ 2 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก. ระหว่างปฏิบัติภารกิจ พบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 5 คน (ช.2, ญ.3) ได้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารในการเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร และจากการสอบถามให้การว่าได้ลักลอบเข้ามาประเทศไทย เพื่อต้องการหางานทำในพื้นที่ จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ทั้ง 5 คน ประกอบด้วยนาย อ่อง กู (ไม่มีนามสกุล) อายุ 28 ปี =นาย ปาย (ไม่มีนามสกุล) อายุ 18 ปี =นาง วิ หน่วย ท่วย (ไม่มีนามสกุล) อายุ 30 ปี =นาง ตัน ท่วย (ไม่มีนามสกุล) อายุ 41 ปี และนาง มิ สุ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 29 ปี ทั้งหมดสัญชาติเมียนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง ฉก.ร.4 แม่สอด หน่วยทหารชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 .ซึ่งในขั้นต้นอุณหภูมิร่างกายปกติ และควบคุมตัวส่งให้กับ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(ด่านแม่สอด) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;วันเดียวกัน ทหารก็ได้จับชายชาวเมียนมา นั่งเรือหางยาว ลักลอบข้ามแม่น้ำเมย มาฝั่งไทย หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด (ฉก.ร.4) โดยกอง ร้อย.สกัดกั้นฯ ที่ 2 (มว.สกัดกั้นฯ ที่ 1) ออกทำการลาดตระเวณเฝ้าตรวจบริเวณริมแม่น้ำเมยชายแดนไทย=เมียนมา ในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณช่องทาง/ท่าข้ามธรรมชาติ (MU 542466) บ้านแม่กุหลวง หมู่ 1 ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก. ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ลาดตระเวณพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 1 คน เป็นชาย ได้นั่งเรือหางยาว ลักลอบข้ามแม่น้ำเมยจากฝั่งประเทศเมียนมา เข้ามายังฝั่งประเทศไทย จากการสอบสวนทราบชื่อต่อมาคือ นายหม่องโทน (ไม่มีนามสกุล) อายุ 36 ปี จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารในการเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร และจากการสอบถามให้การว่าได้ลักลอบเข้ามาประเทศไทย เพื่อต้องการหางานทำในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยทหาร กองร้อย.สกัดกั้นฯ ที่ 2 (มว.สกัดกั้นฯ ที่ 1 ฉก.ร.4 ซึ่งเป็นชุดจับกุม จึงได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค 19. โดย ขั้นต้นอุณหภูมิร่างกายปกติ และได้นำตัวมาทำบันทึกสอบถาม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่งตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(ด่านแม่สอด) ก่อนทำตามขั้นตอนผลักดันออกนอกประเทศสู่ประเทศต้นทางต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ช่วงเช้ามืดวันนี้( 25 มิถุนายน 2564)ตาก=ทหาร .ฉก.ร.4 จับ 2 สาว ชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่บริเวณริมแม่น้ำเมยชายแดนไทย=เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด (ฉก.ร.4) โดย ร้อย.ร. เคลื่อนที่เร็ว (คทร.) กองกำลังนเรศวร (กกล.นเรศวร) ทำการออกลาดตระเวณเฝ้าตรวจ ในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณชายแดน ในพื้นที่ทางการเกษตรใกล้กับพื้นที่ถูกน้ำเซาะตัดขาด 70 ไร่ (MU 486459) บ้านริมเมย หมู่ 2 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ระหว่างปฏิบัติภารกิจ จนท.ทหาร ชุดเคลื่อนที่เร็ว ได้พบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 2 คน เป็นหญิงสาว ได้ลักลอบข้ามแดน ขึ้นฝั่งริมแม่น้ำเมย ทางช่องทางเลียบริมแม่น้ำ โดยผิดกฎหมาย จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารในการเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร และจากการสอบถามให้การว่าได้ลักลอบเข้ามาประเทศไทย เพื่อต้องการหางานทำในพื้นที่ จากการสอบสวนโดยละเอียด หญิงสาวชาวเมียนมาทั้ง 2 คนทราบชื่อคือ น.ส. น่อ ชู งัย (ไม่มีนามสกุล) อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา และ น.ส.น่อ นอ ลุย (ไม่มีนามสกุล) อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา ทหารหน่วยที่จับกุมจึงได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ขั้นต้นอุณหภูมิร่างกายปกติ และควบคุมตัวส่งให้กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(ด่านแม่สอด) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107609</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มชายแดน, คุมเข้มลักลอบเข้าเมือง, จังหวัดตาก, ฉก.ร.4 แม่สอด, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5a2a7d1768.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯกำชับดูแลคนไทยอยู่เกินกำหนดในมาเลเซีย ขออย่าลักลอบช่องทางธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อคนไทยที่พำนักในประเทศมาเลเซียเกินกำหนด ซึ่งเป็นความผิดทางกฎหมาย โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) มาเลเซียได้กำหนดให้ วันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายที่ชาวต่างชาติจะได้รับการผ่อนปรนไม่ถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ นายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่คนไทย โดยเน้นย้ำว่าคนไทยทุกคนต้องได้กลับบ้าน ขอให้สบายใจ แต่อย่าลักลอบเข้าทางช่องทางธรรมชาติเพราะอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับด่านพรมแดนทางบก เปิดให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ โดยมีโควต้าจำนวนผู้ลงทะเบียนกลับ ซึ่งขณะนี้ยังมีที่ว่างเพียงพอ ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมามีคนไทยเดินทางกลับจากมาเลเซียทั้งที่ถูกและไม่ถูกกฏหมายเป็นจำนวนมาก ผู้เดินทางทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองโควิด19 และกักกันตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ หากรายใดมีอาการผิดปกติจะถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลทันทีและทำการตรวจหาเชื้อ ขณะนี้การจัดหาเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด19 ทั้งเตียงในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel ในจังหวัดชายแดนใต้ มีประมาณ 2,000 เตียง ขณะที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เพิ่มกำลังพลลาดตระเวนตามแนวชายแดน ชาไทย-มาเลเซีย เสริมกำลังตามด่านตรวจจุดตรวจ เส้นทางหลัก เส้นทางรอง บูรณาการการปฎิบัติงานร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ตลอดจนอาสาสมัครประจำถิ่นและผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เครือข่าย อสม. เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า กรณี คนไทยที่พำนักเกินกำหนด (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563) และยังไม่เดินทางออกจากมาเลเซีย สถานทูตไทยในมาเลเซียขอให้รีบลงทะเบียนเดินทางกลับที่เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศโดยเร็วที่สุด (http://dcaregistration.mfa.go.th ) และนำใบรับรองการเดินทางจากสถานทูตฯ ไปติดต่อ ตม. มาเลเซียโดยเร็ว เพื่อขอ special pass นำไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนในการขอเดินทางออกจากมาเลเซีย ส่วนจะมีค่าปรับด้วยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่จะพิจารณาจากเหตุผลที่ยังไม่เดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกกรณีหนึ่ง คือ คนไทยที่พำนักเกินกำหนด ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 (ก่อนช่วงสถานการณ์โควิด-19) หรือเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งจะไม่ได้รับการยกเว้นโทษในฐานะคนตกค้างเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด19 กฎหมายมาเลเซียได้กำหนดโทษปรับไม่เกิน 10,000 ริงกิต และ/หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ดังนั้น คนไทยที่เข้าข่ายนี้ ทางสถานทูตฯแนะนำให้เข้าร่วมโครงการ Recalibration Program (Repatriation) โดยทำนัดหมายกับ ตม. มาเลเซีย เพื่อชำระค่าปรับ 500 ริงกิต และจะได้รับ special pass เพื่อใช้เดินทางกลับไทย และจะไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี (ยกเว้นรัฐซาบาห์ รัฐซาราวัก และเขตปกครองพิเศษลาบวน ซึ่งจะประกาศรายละเอียดโครงการต่างหาก) ทั้งนี้ จะต้องเดินทางออกจากมาเลเซียภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ควรนัดหมายกับ ตม. มาเลเซียเพื่อไปชำระค่าปรับแต่เนิ่นๆ เนื่องจากคิวการนัดหมายมีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100409</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มลักลอบเข้าเมือง, ตม.มาเลเซีย, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603dfe362ea52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สัมผัสโควิดทะลุ699ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งผู้ว่าฯ จังหวัดชายแดนคุมเข้มลักลอบเข้าเมือง ขู่! พบ จนท.เอี่ยวฟันไม่ละเว้น ยันไม่ใช่การระบาดโควิดระลอก 2 &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นยังควบคุมโรคได้ &amp;quot;ทหาร-ตร.&amp;quot; บุกรวบแก๊งลักลอบพาคนข้ามชายแดนแม่สาย &amp;quot;สธ.&amp;quot; แถลง 10 สาวลอบเข้าไทยเจอโทษหนักแน่ เผยผู้สัมผัส 699 รายยังไม่พบติดเชื้อเพิ่ม &amp;quot;พิษณุโลก&amp;quot; ป่วนสั่งปิดโรงเรียน 8 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 3 ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา, กัมพูชา, ลาว และมาเลเซีย เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมทั้งให้ทุกภาคส่วนได้ติดตามการลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย หากพบมีการเดินทางเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีเจ้าหน้าที่ส่วนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบเข้าเมือง จะโดนดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าแนวทางป้องกันการลักลอบเข้าเมืองของไทยยังมีความรัดกุม ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกในเรื่องที่มีบางกลุ่มที่ไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมกระทำผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศโดยไม่ได้มีการกักตัว 14 วัน ซึ่งวันนี้ต้องขอความร่วมมือ ถ้าคนไทยมีความต้องการจะเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ใช่การระบาดระลอกที่ 2 ของประเทศ แต่เกิดจากบุคคลบางคนที่ลักลอบเข้ามาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างมาก&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 10 คนที่มาจากการลักลอบเข้าเมืองว่า คนเหล่านี้ที่กลับเข้ามาในประเทศเพราะรู้ว่าตัวเองป่วย รู้ว่าฝั่งเมียนมาติดเชื้อมากแล้วกลับเข้ามาแทนที่จะพบแพทย์และแสดงตน แต่กลับมีหน้าไปเที่ยวโดยไร้ความรับผิดชอบ เดินทางไปสถานที่ต่างๆ ทำความเสียหายให้บ้านเมืองมหาศาล แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องตามล้างตามเช็ด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ภาพรวมยังควบคุมโรคได้ ติดตามหาผู้ป่วยได้ แต่ขอให้คนที่กลับมาจากจังหวัดท่าขี้เหล็กแสดงสปิริตมาเลย ให้มารับการตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อให้ข้อมูลและขยายผลในการสอบสวนโรคต่อไป เพราะถ้าเป็นอย่างนี้จะสิ้นเปลืองทรัพยากรของชาติมาก อย่ากังวล เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะไปดำเนินคดีหรือเอาพวกเขาเข้าคุก ไปก็เปลืองคุกเปล่าๆ ยิ่งมาแสดงตนยิ่งเป็นประโยชน์
รวบก๊วนพาคนข้ามชายแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยว แม้คนเหล่านี้จะทำการท่องเที่ยวในภาคเหนือเสียไปหมด เพราะคนพวกนี้ไม่มีน้ำยาที่จะทำลายบ้านเมือง แต่ขอให้คนอื่นๆ ไปเที่ยวและปฏิบัติตามมาตรการ สวมหน้ากากอนามัย เพราะเราต้องช่วยคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งผู้ประกอบการเองก็คาดหวังเรื่องของการท่องเที่ยวในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้อยู่ และอย่าให้เสียกำลังใจ ซึ่งหลังจากวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 9 ผมก็จะไปเที่ยว อาจจะไปที่ จ.เชียงใหม่และเชียงราย เพราะไม่ได้กลัวอะไร ใช้ชีวิตปกติตามมาตรการป้องกัน และอาจจะไปตรวจความพร้อมตามโรงพยาบาล โดยไม่มีคณะไปด้วย&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับตำรวจ สภ.แม่สาย และฝ่ายปกครอง จับกุมนายสมคิด นายหล้า และเด็กหญิงอีก 1 คน อายุราว 14-15 ปี ใกล้กับเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำสาย เขตชุมชนหัวฝาย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มาดำเนินคดีในข้อหานำพาหรือสนับสนุนให้มีการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่จะเข้าไปจับกุม มีพลเมืองดีแจ้งว่าบุคคลทั้ง 3 มีพฤติกรรมไปรับคนที่ลักลอบข้ามแดนมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบจากภาพวงจรปิดที่ติดตั้งในบริเวณใกล้เคียงจนพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวจริง ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ยอมรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงให้บุคคลทั้ง 3 กักตัวเองดูอาการอยู่ที่บ้านก่อน 14 วัน หลังจากนั้นจึงจะทำการสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า ประเทศไทยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อวันที่ 3 ธ.ค. 13 ราย โดย 7 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักกัน ส่วนอีก 6 รายคือคนที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย โดยข้ามมาจากท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ทั้งหมดเป็นหญิงไทย ซึ่งมีการรายงานไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีผู้ติดเชื้อหลบหนีข้ามแดนจากเมียนมาเข้ามาโดยไม่ผ่านกระบวนการกักตัวนั้น อยู่ในระบบการดูแลควบคุมป้องกันโรคทั้ง 10 ราย และสามารถระบุเส้นทางที่เกี่ยวข้องได้ มีการค้นหาผู้เสี่ยงสูงเสียงต่ำและเข้าสู่ระบบควบคุมป้องกันโรคในสถานที่ปลอดภัย&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า คนไทยลักลอบเข้าประเทศมาและตรวจเจอเชื้อโควิด-19 รวม 10 ราย อยู่ที่เชียงใหม่ 3 ราย, เชียงราย 3 ราย, กรุงเทพฯ 1 ราย, พิจิตร 1 ราย, ราชบุรี 1 ราย และพะเยา 1 รายนั้น ทั้งหมดจุดเริ่มต้นติดเชื้อมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะมีการดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนผู้สัมผัสทั้ง 10 รายที่ติดเชื้อมีทั้งหมด 699 ราย แยกเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 175 ราย เท่าที่ตรวจขณะนี้ยังให้ผลเป็นลบ แต่จะตรวจสอบอีกครั้ง และกักตัวจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัว ส่วนผู้สัมผัสเสียงต่ำ 524 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างแยกกักตัวเพื่อคุมสังเกตอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้คุมเข้มตามแนวชายแดน สแกนทุกตารางนิ้ว และประสานไปยังฝั่งเมียนมาว่ามีคนไทยต้องการกลับเข้าประเทศกี่คน เพื่อให้เข้าสู่ระบบกักตัวเพื่อควบคุมป้องกันโรค ซึ่งได้รับรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ธ.ค. ว่ามี 150 ราย ที่แจ้งความประสงค์เข้ามา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอาจจะยังไม่นิ่ง นอกจากนี้สำหรับคนที่ลักลอบเข้ามาแล้วตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นมา ขอให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้การดูแลควบคุมป้องกันโรคต่อไป
พิษณุโลกผวาโควิดปิด 8 รร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชี้แจงถึงข้อสงสัยการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ว่าคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 มีปลัด สธ.เป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เป็นหน่วยงานหลักในการหาข้อมูลและความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้แก่คนไทยไม่ช้ากว่าประเทศอื่น ตั้งเป้าให้ครอบคลุมร้อยละ 50 ของประชากร ซึ่งการลงนามร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้า จะได้วัคซีนครอบคลุมประมาณร้อยละ 20 ของประชากรคือ 13 ล้านคน จำนวน 26 ล้านโดส ซึ่งเป็นการจองซื้อบนเงื่อนไขการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมาด้วย ส่วนการเจรจากับ COVAX Facility ขณะนี้ยังไม่มีการทำสัญญา อยู่ระหว่างการเจรจา ตั้งเป้าให้ได้วัคซีนครอบคลุมอีกร้อยละ 20 ของประชากร สำหรับร้อยละ 10 ของประชากรที่เหลือ จะพยายามประสานบริษัทผู้ผลิตวัคซีนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังคงสนับสนุนผู้พัฒนาวัคซีนภายในประเทศไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสเสริมว่า การเตรียมความพร้อมการรณรงค์ให้วัคซีนโควิด-19 มี 6 ด้าน ได้แก่ 1.การเตรียมวัคซีนโควิด-19 เช่น การทำสัญญาซื้อขาย จัดทำของบประมาณ จัดซื้อวัคซีน พัฒนาระบบการเบิกจ่ายและบริหารวัคซีน การเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีน และตรวจสอบคุณภาพ Lot Release 2.การเตรียมสถานพยาบาล ทั้งอุปกรณ์สำหรับการฉีด ระบบลูกโซ่ความเย็น ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และสำรวจกลุ่มเป้าหมายและลงทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการพิจารณากลุ่มเป้าหมายหลัก จะเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วย กลุ่มที่ติดเชื้อแล้วเสี่ยงเสียชีวิตสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หรือกลุ่มที่มีโอกาสแพร่กระจายสูง โดยมีคณะกรรมการพิจารณา ไม่ขึ้นกับคนใดคนหนึ่งมาสั่งการได้ 3.สื่อสารประชาชนให้เข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายใดที่ควรรับวัคซีน ให้ความรู้ประชาชนเรื่องวัคซีนก่อนรับบริการ ประกาศรณรงค์ 4.การรณรงค์ฉีดวัคซีน 5.การติดตามผลการให้ และ 6.ติดตามอาการหลังได้รับวัคซีน ซึ่งจะมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมาทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีโรงเรียนสั่งปิดการเรียนสอนจำนวนทั้งสิ้น 8 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนนครไทย อ.นครไทย,โรงเรียนชุมชน 8 (ราษฎร์อุทิศ) อ.นครไทย, โรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา อ.เนินมะปราง, โรงเรียนบางกระทุ่มพิทยาคม อ.บางกระทุ่ม, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ, โรงเรียนจ่านกร้อง, โรงเรียนพุทธชินราช และโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยหยุดเรียน 2 วัน คือวันที่ 3-4 ธ.ค.นี้ และเปิดเรียนอีกครั้งในวันที่&amp;nbsp; 7 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ มีคุณครู 2 คนที่ไปเล่นดนตรีในผับชื่อดังของจังหวัดพิจิตร และหญิงสาว 25 ปีผู้ป่วยโควิด ได้ไปเที่ยวมา 2 คืน ขณะที่โรงเรียนนครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เนื่องจากพบว่าครูโรงเรียนนครไทยคนหนึ่งได้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. โดยเครื่องบิน เที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยรายดังกล่าว ส่วนโรงเรียนบ้านหนองน้ำสร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนนครไทยประมาณ 50 เมตร ผู้อำนวยการโรงเรียนได้สั่งปิดการเรียนการสอนเช่นกัน และโรงเรียนบางกระทุ่มพิทยาคม อ.บางกระทุ่ม ได้ปิดเรียนเนื่องจากผู้บริหารโรงเรียนลงความเห็นว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง จ.พิจิตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85910</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คุมเข้มลักลอบเข้าเมือง, จังหวัดชายแดน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ลักลอบเข้าเมือง, สกัดโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8ee1fb0fa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
