<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทองหล่ออีกแล้ว ติด‘โควิด’ในผับ! ล้อมคอกคุมเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยพบผู้ป่วยโควิดใหม่ 84 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย กทม.เจออีกแล้ว ผับทองหล่อ 13 ราย นครบาลสั่งตรวจเข้มยันสงกรานต์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กางโรดแมปกระจายวัคซีนโควิดรับต่างชาติ ก่อนเปิดประเทศ ม.ค.65 นักท่องเที่ยวที่มีใบรับรองการฉีดวัคซีนและเดินทางเข้าประเทศไทยไม่ต้องกักตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เมษายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 84 ราย โดยเป็นผู้ป่วยในประเทศ 69 ราย ได้แก่ จากการตรวจพบระบบเฝ้าระวังและบริการ 58 ราย ประกอบด้วย กรุงเทพฯ 30 ราย, สมุทรสาคร 8 ราย, สุพรรณบุรี 9 ราย, นนทบุรี 4 ราย, นครปฐม 4 ราย, นราธิวาส 1 ราย, ชลบุรี 1 ราย, ตาก 1 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 11 ราย ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ 4 ราย,&amp;nbsp; สมุทรสาคร 4 ราย, กรุงเทพฯ 2 ราย, นครปฐม 1 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 29,031 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 62 ราย รวมรักษาหายป่วยสะสม 27,668 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 1,268 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย เป็นผู้หญิงไทย อายุ 29 ปี มีโรคประจำตัว หัวใจโต ลิ้นหัวใจรั่ว และดาวน์ซินโดรม มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า (บิดาและมารดา) และอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 13 คน สถานบันเทิง 3 แห่งย่านทองหล่อ ขอความร่วมมือประชาชนที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยงจากกรณีนี้ ทำแบบประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองได้ที่เว็บไซต์ https://bkkcovid19.bangkok.go.th/ เพื่อเข้าระบบคัดกรอง และรับการรักษาอย่างทันท่วงที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2245-4964
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสถานบันเทิง 4 แห่ง ทั้งในย่านทองหล่อและคลองตัน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ และ พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.คลองตัน ตรวจสอบไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อร่วมกับกรมควบคุมโรค และได้ปิดล้อมสถานที่เพื่อตรวจสอบสถานบันเทิง โดยได้นำพนักงานและผู้เกี่ยวข้องของสถานบันเทิงดังกล่าวเข้ารับการกักตัวแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะต้องตรวจสอบว่าทั้ง 4 แห่งมีการเปิดให้บริการ เป็นไปตามข้อกำหนดของกรุงเทพมหานครหรือไม่ หากพบว่ามีการฝ่าฝืน ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ตำรวจในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการดูแลสถานบันเทิงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่อาจมีคนเข้าไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยมีการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมโรคอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการฉีดและกระจายวัคซีนโควิด-19 ว่าหลายคนสงสัยว่าได้รับวัคซีนมาแล้วและฉีดไปถึงไหน การกระจายวัคซีนเป็นอย่างไร ขณะนี้วัคซีนซิโนแวคล็อตแรก 200,000 โดส และจากแอสตราเซเนกา ประมาณ 110,000 โดส เริ่มฉีดเข็มแรกตั้งแต่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 64 มีผู้ได้รับการฉีดเข็มที่ 1 แล้ว 158,491 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 33,248 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์ได้รับการยืนยันจากคณะผู้เชี่ยวชาญ เช่น เวียนศีรษะ แน่นหน้าอก มีผื่น เพียง 4 ราย ทุกคนได้รับการรักษาและกลับบ้านได้แล้ว ในส่วนผู้ที่มีข่าวว่าเสียชีวิตนั้น เนื่องจากมีโรคอื่น ทั้งนี้ ในการฉีดวัคซีนจะครอบคลุมพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หรือมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อสูง 13 จังหวัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับเดือนเม.ย.นี้ เราจะกระจายวัคซีนซิโนแวคอีก 800,000 โดส ไปยังกลุ่มเป้าหมาย 77 จังหวัด โดยได้จัดสรร 300,000 โดส เพื่อควบคุมการระบาดในพื้นที่ 6 จังหวัด อีก 300,000 โดส เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในจังหวัดท่องเที่ยวและจังหวัดชายแดน และอีก 200,000 โดส กระจายไป 55 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลมีแผนในการจัดหาวัคซีนให้กับคนไทยอย่างเพียงพอและทั่วถึง โดยรัฐจะดูแลค่าใช้จ่ายค่าวัคซีนที่จำเป็นต้องใช้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า มีวัคซีนที่อยู่ระหว่างการยื่นเอกสาร และเตรียมยื่นคำขออีกหลายแห่ง เช่น ของบริษัท บารัต ไบโอเทค เทคโนโลยี ประเทศอินเดีย, วัคซีนโมเดอร์นา ของประเทศสหรัฐอเมริกา, วัคซีนสปุตนิกไฟว์ ของประเทศรัสเซีย และวัคซีนซิโนฟาร์ม ของประเทศจีน เป็นต้น เราจะเห็นได้ว่าเมื่อทั่วโลกมีวัคซีนแล้ว สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลง รัฐบาลต้องมองไปถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน เราจึงมีนโยบายในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 4 ระยะด้วยกัน เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศและสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระยะแรก ประมาณเดือนเม.ย.-มิ.ย. ได้เตรียมการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา เกาะสมุย พัทยา และเชียงใหม่ แต่มีเงื่อนไขทุกคนต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน และต้องกักตัวที่โรงแรม 7 วันก่อน ระยะที่ 2 เดือน ก.ค.-ก.ย.64 เฉพาะในส่วนของภูเก็ต นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนและมีใบรับรอง ที่ไม่ต้องกักตัว และสำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่เป็นพื้นที่นำร่อง ยังคงต้องกักตัว 7 วัน, ระยะที่ 3 เดือน ต.ค.-ธ.ค.64 เฉพาะในพื้นที่นำร่อง นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีน มีใบรับรองแล้ว ไม่ต้องกักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และระยะที่ 4 ตั้งแต่เดือน ม.ค.65 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวที่มีใบรับรองการฉีดวัคซีนและเดินทางเข้าประเทศไทยไม่ต้องกักตัว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวทุกคนยังต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดเพื่อให้เกิดความมั่นใจอีกชั้นหนึ่ง และสามารถจะออกไปท่องเที่ยวได้ตามจุดที่กำหนด ไม่ใช่เดินทางไปได้ทุกที่ รวมแล้วต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคและการใช้แอปพลิเคชันติดตามตัวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกระจายวัคซีนโควิด-19 ล็อต 2 ซิโนแวค 800,000 โดส เพื่อฉีดให้กลุ่มเป้าหมายทุกจังหวัดแล้ว โดยกระจายในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และประชาชนกลุ่มเสี่ยงใน 22 จังหวัด จำนวน 640,000 โดส ประกอบด้วย 1) พื้นที่เพื่อควบคุมการระบาดของโรค 6 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ตาก ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี&amp;nbsp; จำนวน 3.5 แสนโดส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2) พื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 8 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี (รวมพัทยา) ระยอง เชียงใหม่ ขอนแก่น กระบี่ พังงา อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต จำนวน&amp;nbsp; 2.4 แสนโดส 3) พื้นที่จังหวัดชายแดนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 8 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สระแก้ว เชียงราย มุกดาหาร นราธิวาส ระนอง หนองคาย และจันทบุรี จำนวน 50,000 โดส ส่วนวัคซีนที่เหลืออีก 160,000 โดส จะกระจายฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งรวมถึงวัคซีนสำหรับ อสม. จังหวัดละ 1,000 โดส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบ่งเป็น จังหวัดขนาดเล็ก (ประชากรน้อยกว่า 1 ล้านคน) จำนวน 800 โดส + 1,000 โดส (อสม.) รวม 1,800 โดส, จังหวัดขนาดใหญ่ (ประชากร 1.0-1.5 ล้านคน) จำนวน 1,000 โดส + 1,000 โดส (อสม.) รวม 2,000 โดส และจังหวัดขนาดใหญ่พิเศษ&amp;nbsp; (ประชากรมากกว่า 1.5 ล้านคน) จำนวน 1,200 โดส + 1,000 โดส (อสม.) รวม 2,200 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดภูเก็ต เวลา 06.30 น. วันที่ 3 เม.ย. นายจีรัฐติกุล เอี่ยมหิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเขตการบิน ท่าอากาศยานภูเก็ต (ผอก.ฝปข.ทภก.) ผู้แทนท่าอากาศยานภูเก็ต ให้การต้อนรับพร้อมมอบของที่ระลึกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบิน TG921 เส้นทางแฟรงก์เฟิร์ต (FRA)-ภูเก็ต (HKT) ซึ่งเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด ที่เดินทางมาจากต่างประเทศมายังท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อเป็นการกระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภูเก็ต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98237</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คุมเข้มสงกรานต์, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดโควิดในผับ, ศบค., สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_606809bdc6dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มมิจฉาชีพก่อเหตุช่วงปชช.เดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 เม.ย.61- พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการอำนวยความสะดวกช่วงประชาชนเดินทางกลับจากเทศกาลสงกรานต์ว่า พล.ต.อ.จักรทิพพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;ทั้งการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนตัว รถไฟ และตามเส้นทางต่างๆ รวมทั้งให้ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบจะออกตรวจตราความเรียบร้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจรถไฟและตำรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จะออกตรวจตราความเรียบร้อยพร้อมทั้งเฝ้าระวังการกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยจังหวะช่วงเทศกาลขนย้ายยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย ส่วนการเดินทางที่สนามบินแห่งต่างๆ พบว่ามีพี่น้องประชาชนใช้บริการที่สนามบินจำนวนมากเช่นกันทั้งนี้ได้มีเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้เพิ่มกำลังพลไว้แล้วเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการเดินทางและเกิดความปลอดภัยอย่างถึงที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆศกสตช.กล่าวว่า &amp;nbsp;ผบ.ตร.ยังกำชับเจ้าหน้าที่กวดขันเรื่องปัญหารถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร และประสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทางล่วงหน้าด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7196</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มสงกรานต์, ตำรวจ, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, มิจฉาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad44bb7658d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ส่งทหารลงพื้นที่ช่วยตร.ระบายรถสงกรานต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61- พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลสงกานต์ว่า เป็นกรอบที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการลงมา ในส่วนของกองทัพบกได้จัดกำลังช่วยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับบ้าน ในขณะเดียวกันในฐานะกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ตั้งจุดตรวจจุดสกัดดูในเรื่องของการกระทำผิดกฎหมาย และการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะยาเสพติด กำลังอีกส่วนหนึ่งได้จัดกำลังไปในแหล่งท่องเที่ยว และส่วนที่มีการจัดกิจกรรม กำลังอีกส่วนหนึ่งเตรียมไว้เพื่อมีสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งก็น่าที่จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ในปีนี้ทางนายกรัฐมนตรีได้มีความห่วงใย ประชาชน ได้สั่งให้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วม ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการอำนวยการในเรื่องของการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะในจุดที่วิกฤต ในการเดินทางกลับบ้านโดยใช้เวลาเดินทางได้น้อยที่สุด และมีการประชาสัมพันธ์ในกับประชาชนได้รับทราบในการเดินทางโดนตลอดทั้งไปและกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอยู่หลายครั้งเพราะเกิดจากความไม่มีวินัย ไม่เคารพกฎจารจร ของรถสาธารณะ เป็นเรื่องที่เราต้อง รงณค์ร่วมกัน และขอฝากในเรื่องของการเดินทาง เรื่องการใช้ยานพาหนะ เรื่องของการจราจร ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และมีน้ำใจต่อกันและงดเรื่องเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด การเล่นน้ำสงกานต์ที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยที่ดีๆเอาไว้ และขอให้ทุกทันมีความสุข จิตใจเบิกบาน ได้บุญได้กุศลทุกคน&amp;quot;ผบ.ทบ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6827</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., คุมเข้มสงกรานต์, จราจรติดขัด, ตำรวจ, ทหาร, ผบ.ทบ., พล.อ.เฉลิมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc5eda63ac3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คปภ. ผนึกพันธมิตรเปิดตัวประกันภัย10บาท คุ้มครองช่วงสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คปภ. ผนึกภาคอุตสาหกรรมประกันภัย รณรงค์ความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาล&amp;rdquo;สงกรานต์&amp;rdquo;ปี 61 ผลักดันให้ใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 61 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ในฐานะที่สำนักงาน คปภ. เป็นหนึ่งในคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นสาเหตุที่การเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้คปภ.จึงได้ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในปี 2561 นี้ คปภ. ได้มีการนำระบบประกันภัยมาบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยได้มีการเปิดตัว&amp;ldquo;กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ (ประกันภัย 10 บาท) &amp;nbsp;(ไมโครอินชัวรันส์)&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งให้ความคุ้มครองกับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ด้วยเบี้ยประกันภัยถูกที่สุดเพียง 10 บาท ให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 100,000 บาท มีระยะเวลาความคุ้มครอง 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด คปภ.ได้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยจัดงาน &amp;ldquo;สงกรานต์เดินทางปลอดภัย ประกันภัยห่วงใยคุณ&amp;rdquo; เพื่อมอบความห่วงใยให้กับประชาชน ซึ่งภายในงานได้มีการมอบหมวกนิรภัยให้กับเด็กนักเรียนและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อีกทั้งได้ให้บริการตรวจเช็ค เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และเปลี่ยนหลอดไฟรถจักรยานยนต์ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6820</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., คุมเข้มสงกรานต์, ประกันภัย, สุทธิพล ทวีชัยการ, ไมโครอินชัวรันส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc3af2cb9c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุณหละพร้อมหรือยัง?&#039;มท.1&#039;เผยมาตรการลดตายช่วงสงกรานต์พร้อมแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงมาตรการลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า ในช่วงนี้มีมาตรการรณรงค์ให้ทุกคนใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ให้มีวินัยในการขับรถ ไม่ดื่มสุรา และขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันรณรงค์ลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในระดับพื้นที่มุ่งเน้นมาตรการที่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ขณะนี้มีความพร้อมแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ประชาชนเริ่มเดินทางท่องเที่ยว และกลับภูมิลำเนาแล้ว โดยจะเริ่มเดินทางออกต่างจังหวัดมากขึ้นในช่วงวันที่ 11 - 12 เม.ย.นี้ และจะมีการเดินทางอีกในช่วงเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้บูรณาการทุกภาคส่วนในการทำงาน ส่วนการบังคับใช้กฎหมายแม้จะมีการตรวจ และจับกุมมากขึ้นแต่สถิติยังสูง โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ดังนั้น ต้องช่วยกันเพราะสิ่งสำคัญคือ ทุกคนต้องตระหนักรู้ในการใช้รถใช้ถนน เชื่อว่าสถิติอุบัติเหตุจะลดลงไปเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6814</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มสงกรานต์, บิ๊กป็อก, พร้อมแล้ว, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา, มท.1, มาตรการลดอุบัติเหตุ, เดินทาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a70696d3ddef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่-โป๊ป-เบลล่า&#039; คนอยากรดน้ำ-สาดน้ำมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61-วธ.เผยโพล &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์-โป๊ป-เบลล่า&amp;rdquo; ติดโผคนที่ ปชช.อยากรดน้ำ-สาดน้ำมากสุดแนะเล่นน้ำอย่างสุภาพ ไม่โป๊-ไม่แป้ง ขับขี่ปลอดภัยมีน้ำใจ-เคารพวินัยจราจรหนุนรณรงค์แต่งกายผ้าไทย-ผ้าขาวม้า-ผ้าประจำถิ่น แนะจัดประกวดแต่งไทยย้อนยุค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชนและประชาชนหัวข้อ &amp;ldquo;เทศกาลวันสงกรานต์&amp;rdquo; จากกลุ่มตัวอย่าง 3,075 คน ในทุกภูมิภาค ผลสำรวจถามว่าเมื่อพูดถึง &amp;ldquo;วันสงกรานต์&amp;rdquo; เด็ก เยาวชน และประชาชนจะนึกถึงสิ่งใด ร้อยละ 75.79 ระบุเล่นน้ำสงกรานต์ รองลงมาร้อยละ 64.44 รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ร้อยละ 54.39 วันขึ้นปีใหม่แบบไทย ร้อยละ 46.98 เทศกาลหยุดยาว และร้อยละ 39.35 การเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่วนกิจกรรมที่เด็ก เยาวชนและประชาชน จะทำช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด ร้อยละ 69.93 ทำบุญตักบาตร รองลงมาร้อยละ 64.26 สรงน้ำพระ ร้อยละ 58.56 รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ร้อยละ 45.53 เล่นน้ำสงกรานต์ และร้อยละ 41.11 พบปะสังสรรค์กับครอบครัวและญาติพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผลสำรวจพบว่า บุคคลที่เด็ก เยาวชน และประชาชน ต้องการรดน้ำหรือสาดน้ำสงกรานต์มากที่สุด 5 อันดับแรก อันดับ 1 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อันดับ 2 &amp;ldquo;โป๊ป&amp;rdquo; ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ อันดับ 3 &amp;ldquo;เบลล่า&amp;rdquo; ราณี แคมเปน อันดับ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัด อันดับ 5 ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ ส่วนกิจกรรมที่เด็ก เยาวชน และประชาชน จะต้องช่วยอนุรักษ์และสืบทอดในเทศกาลสงกรานต์ พบว่า ร้อยละ 74.87 ทำบุญ ตักบาตร เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต รองลงมาร้อยละ 64.28 สรงน้ำพระ ขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อพระเจดีย์ทราย ร้อยละ 61.08 เล่นน้ำ สาดน้ำแบบสุภาพเรียบร้อย เหมาะสมกับกาลเทศะตามประเพณีโบราณไทย ร้อยละ 36.35 แต่งกายด้วยผ้าไทย ผ้าขาวม้า ผ้าประจำถิ่น และร้อยละ 29.97 เตรียมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มชุดใหม่ไว้เพื่อไหว้บิดามารดา ญาติผู้ใหญ่ หรือสวมใส่หลังการรดน้ำขอพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สถานที่ที่เด็ก เยาวชนและประชาชน อยากไปเล่นน้ำสงกรานต์มากที่สุด ได้แก่ บ้านเกิดหรือภูมิลำเนาตัวเอง รองลงมา กรุงเทพมหานคร อาทิ ถนนข้าวสาร ถนนสีลม สยามสแควร์ สยามพารากอน วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ คิงพาวเวอร์ ถนนวิสุทธิกษัตริย์ สวนสันติชัยปราการ สวนลุมพินี เอเชียทีคเดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์และล้ง1919 ส่วนต่างจังหวัด จ.เชียงใหม่ อาทิ คูเมือง ประตูท่าแพแหล่งท่องเที่ยวที่ติดทะเล อาทิ บางแสน พัทยา ชะอำ หัวหิน หาดป่าตอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา อาทิ รอบเกาะเมือง อุทยานประวัติศาสตร์ วัดไชยวัฒนาราม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามว่า วิธีใช้น้ำอย่างคุ้มค่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่าเด็ก เยาวชน และประชาชน &amp;nbsp;ตอบว่าอันดับ 1 เล่นน้ำสงกรานต์อย่างสุภาพ ไม่ใช้น้ำสกปรก น้ำเย็นจัด หรือใช้น้ำปนน้ำแข็งสาดเล่นกัน อันดับ 2 เล่นสาดน้ำเฉพาะพื้นที่ที่จัดไว้ให้ อันดับ 3 ใช้ขันน้ำขนาดเล็ก ปะพรมหรือสาดน้ำกัน อันดับ 4 ใช้ปืนฉีดน้ำขนาดเล็กแทนอุปกรณ์ฉีดน้ำที่มีแรงดันสูงหรือสายยาง และอันดับ 5 เล่นสาดน้ำในระยะเวลาที่เหมาะสมของแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เมื่อสอบถามถึงวิธีการหรือมาตรการที่จะลดการเสียชีวิต การบาดเจ็บ และลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันดับ 1 บอกว่า รักษาวินัยจราจร ขับขี่ปลอดภัย มีน้ำใจในการใช้รถใช้ถนน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รองลงมา งดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ควบคุมการเล่นน้ำ ไม่ดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด พื้นที่จัดงานหรือพื้นที่สาธารณะ รวมทั้งรณรงค์การแต่งกายอย่างเหมาะสม ถูกกาลเทศะ ไม่โป๊ไม่เปลือย ไม่แป้ง และงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระยะเวลาที่ห้าม หรือตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวด้วยว่า จากการสอบถามว่าวิธีที่จะทำให้เด็กรุ่นใหม่หรือชาวต่างชาติเข้าใจถึงความสำคัญในเทศกาลสงกรานต์ของไทย กลุ่มตัวอย่างระบุว่า ควรพูดคุย อธิบาย แนะนำ เพื่อให้เห็นความสำคัญ พร้อมทั้งเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม การอบรม ปลูกฝังและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกหลานจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียเพื่อกระตุ้นการรับรู้และตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp;รวมถึงจัดพิมพ์หนังสือ &amp;ldquo;ประเพณีสงกรานต์&amp;rdquo; เพื่อเผยแพร่ความหมาย คุณค่า และสาระของประเพณีสงกรานต์ พร้อมทั้งเสนอแนะข้อควรปฏิบัติที่คนไทย/ต่างชาติควรจะนำไปประพฤติปฏิบัติต่อกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สอบถามว่า ภาครัฐและ วธ. ควรจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า ต้องการให้รณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายสุภาพ แต่งกายด้วยผ้าไทย ผ้าขาวม้า และผ้าประจำถิ่น และจัดกิจกรรมประกวดแต่งไทยย้อนยุค อีกทั้งบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ &amp;nbsp;และเน้นการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชนและประชาชน รวมถึงมีการละเล่นย้อนยุค อาทิ งูกินหาง ปิดตาตีหม้อ มอญซ่อนผ้า สะบ้า ขี่ม้าส่งเมือง ลิงชิงหลัก เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีไทยไม่ให้สูญหาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6745</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มสงกรานต์, พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รดน้ำดำหัว, สาดน้ำ, เบลลา, โป๊ป ธนวรรธน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb11bf6bf2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมสงกรานต์อันตราย!เมียนมาร์หวิดดับสยองยกคัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฟท่วมรถตู้! ชาวเมียนมาร์กลับบ้านสงกรานต์ 14 ชีวิตหนีตายจ้าละหวั่น จ่อโทษหนักคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61- &amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดตาก &amp;nbsp;ได้รายงานการเกิดอุบัติเหตุถึงนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ว่า ได้เกิดอุบัติเหตุทางถนน มีรถตู้โดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 1 &amp;nbsp;สายที่ ตาก (ต.76) &amp;nbsp;เดินทางจากห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า &amp;ndash; หมู่บ้านบัวทอง &amp;nbsp;คันหมายเลขทะเบียน 15-8690 กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;จะมาส่งผู้โดยสารชาวเมียนมาร์ ที่ ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ได้เกิดไฟลุกไหม้ โดยจุดเกิดเหตุ อยู่บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ตอน วังเจ้า-ตาก กม. &amp;ndash; 496+010 NB (ขาออก) อ.วังเจ้า จ.ตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเจ้า จ.ตาก เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถตู้โดยสารประจำทาง &amp;nbsp;ได้นำผู้โดยสารชาวเมียนมาร์ 14 คน ชาย 7 คน หญิง 7 คน เดินทางจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อกลับไปเที่ยวบ้านในเมียนมาร์ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามผู้ขับรถ เบื้องต้นยางหน้าขวาระเบิด เสียหลักลงร่องกลาง อาจทำให้ท่อน้ำมันแตก ผู้โดยสารจึงลงจากรถได้ทันก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแรง โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จากนั้นอีกประมาณ 20 นาที จึงเกิดไฟไหม้รถตู้คันดังกล่าว อย่างไรก็ตามโชคดีที่คนขับและผู้โดยสารทั้งหมดสามารถหนีออกมาจากรถได้ทันเวลา ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่รถเสียหายเกือบทั้งคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นทราบว่ารถตู้โยสารคันที่เกิดอุบัติเหตุ มี นายสิงห์ทอง สุขประเสริฐ &amp;nbsp;อายุ 53 ปี ชาว ตำบลเสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นคนขับ &amp;nbsp; เป็นรถตู้โดยสารประจำทางเส้นทาง กรุงเทพ-แม่สอด(ตาก) &amp;nbsp;การดำเนินการกับผู้ประกอบการ/พนักงานขับรถ/vender: &amp;nbsp;โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเจ้า และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดตาก ได้เรียกตัวมาเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการและ พนักงานขับรถนั้นจะ พิจารณาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด อาทิบรรทุกผู้โดยสารเกิน ผิดเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่ง(เส้นทางและบรรทุกผู้โดยสาร) วิ่งรถนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อมูลไม่เชื่อม GPS
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดตาก ได้มีหนังสือเพิกถอนทะเบียนรถ และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ &amp;nbsp;และมีหนังสือเรียกตัว vender มาชี้แจงข้อเท็จจริงและดำเนินการลงโทษ &amp;nbsp;โดยขนส่ง จังหวัดตากจะประสานติดตามผลคดีจากพนักงานสอบสวน สภ.วังเจ้า &amp;nbsp;จ.ตาก เจ้าของคดี เพื่อติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6735</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มสงกรานต์, ตาก, ถนน, รถตู้โดยสาร, อุบัติเหตุ, เมียนมาร์, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaf43cd3cd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
