<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระ วอนนายกฯ-ศบค.ใช้มาตรการเข้มคุมโควิด 2สัปดาห์ เพื่อรักษาปีใหม่ให้ประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.2563 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 6 ธันวาคม 2563...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้อันดับโลกท็อปเท็นเปลี่ยนแปลง อิตาลีแซงสหราชอาณาจักรและสเปนขึ้นมาอันดับ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 585,199 คน รวมแล้วตอนนี้ 66,746,077 คน ตายเพิ่มอีก 9,516 คน ยอดตายรวม 1,532,581 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา กำลังจะแตะ 15 ล้านคน เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่มอีก 191,521 คน รวม 14,926,086 คน ตายเพิ่มอีก 2,030 คน ยอดตายรวม 287,310 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์อเมริกาน่าเป็นห่วงมาก ติดเชื้อประเทศเดียวคิดเป็น 22% ของทั้งโลก หลายรัฐมีอัตราการตรวจพบว่าติดเชื้อจากการตรวจโควิดสูงมาก เช่น Idaho 50.4%, South Dakota 47%, Kansas 46.6%, Iowa 41.3%, Alabama 36.4%, Pennsylvania 33.9% สมัยเกือบยี่สิบปีก่อนเคยไปอยู่ที่ Delaware และ Maryland ตอนนี้ 8.2% และ 6.6% ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันเค้าตรวจโควิดวันละประมาณเกือบสองล้านครั้ง อัตราการตรวจพบว่าติดเชื้อเฉลี่ย 10.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาใจช่วยให้เค้าคุมโควิดได้โดยเร็ว ลักษณะการระบาดเช่นนี้หากต่างรัฐต่างคนต่างทำจะคุมได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 29,217 คน รวม 9,636,849 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 43,209 คน รวม 6,577,177 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ทำลายสถิติเดิม ติดเพิ่มอีกถึง 28,782 คน รวม 2,431,731 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 12,923 คน รวม 2,281,475 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 ตอนนี้เปลี่ยนเป็น อิตาลี สหราชอาณาจักร สเปน อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน ตุรกี บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าอีกราว 10 วัน ตุรกีจะเป็นประเทศที่ 15 ที่จะมีผู้ติดเชื้อเกินล้านคน ช่วงนี้ติดเพิ่มวันละหลายหมื่นคน หากคุมไม่ได้อาจเป็นศูนย์กลางระบาดในแถบนั้นที่น่ากังวล เพราะมีประชากรถึง 82 ล้านคน เป็นอันดับ 17 ของโลกในแง่จำนวนประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชียยังคงน่าเป็นห่วง ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ลัตเวีย เอสโตเนีย จอร์เจีย ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และฮ่องกง ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ออสเตรเลีย เวียดนาม และนิวซีแลนด์ ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ กำลังจะทะลุแสนคน เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,527 คน ตายเพิ่มอีก 22 คน ตอนนี้ยอดรวม 98,047 คน ตายไป 2,081 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมการระบาดทั่วโลกนั้นยังรุนแรงต่อเนื่อง ประเทศที่เคยระบาดรุนแรงมากอย่างอเมริกาก็ยังคุมไม่ได้ แต่กลับหนักขึ้นไปอีกหลังเข้าสู่ฤดูหนาวและมีเทศกาลต่างๆ ที่มีคนพบปะ ไปมาหาสู่กันตามประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากต้นกันยายนถึงต้นธันวาคม สามเดือนที่ผ่านมา จำนวนการติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดือนละ 9.5 ล้านคน เป็นเดือนละ 13 ล้านคน และล่าสุดเป็น 18 ล้านคนภายในเดือนเดียว หากเป็นเช่นนี้จะแตะแปดสิบล้านตอนปีใหม่&amp;nbsp;
จำนวนผู้ติดเชื้อที่รุนแรงและวิกฤตินั้นก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันมียอดรวมมากกว่าเดือนตุลาคมถึงสองเท่าตัว และมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 500,000 คนในสองเดือน บ่งบอกถึงภาวะที่จำนวนการติดเชื้อสูงเกินกว่าระบบสุขภาพจะรับไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูข้อมูลเช่นนี้ แล้วหากปรามาสว่า COVID-19 เป็นโรคกระจอก คงต้องทบทวนแล้วว่า สิ่งที่รู้ สิ่งที่ทำ สิ่งที่เชื่อนั้น เป็นมายาคติหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมายาคตินั้นจะน่ากลัวมาก หากส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายและมาตรการต่างๆ ที่ส่งผลต่อประเทศ มีผลต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชนทุกคนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากจะแนะนำท่านผู้นำประเทศใดๆ ที่เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว ถ้าให้ความสำคัญ คำนึงถึงสวัสดิภาพความปลอดภัยของคน และความมั่นคงของชาติ คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเรียกไปปรับทัศนคติ และไม่ให้มีอำนาจดำเนินการต่างๆ ที่เสี่ยงต่อปัญหาโรคระบาดที่รุนแรงเช่นนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีก 13 วันก็จะครบเก้าเดือนเต็มที่เราได้สู้กับโควิดกันมาอย่างเต็มที่จนรอดพ้นระลอกแรกมาได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์การระบาดในประเทศไม่โอเคแล้วครับ ควรช่วยกันอย่างเต็มที่ไม่ให้สะดุดหัวคะมำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ศบค. และหน่วยงานความมั่นคง ได้โปรดพิจารณาดำเนินมาตรการเข้มข้นตอนนี้สักสองสัปดาห์ เพื่อรักษาปีใหม่ให้กับประชาชน ดีกว่าจะเสี่ยงให้ล้มกันยาว แล้วจะไม่มีแรงฟื้นฟู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศพื้นที่เสี่ยง... รณรงค์ลด ละ เลี่ยง การเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ยกเว้นจำเป็นจริงๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเดินทางเข้าไปในพื้นที่ ต้องป้องกันตัวเสมอ และออกจากพิ้นที่แล้วควรสังเกตอาการตนเอง ถ้าไม่สบายให้รีบไปตรวจ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เร่งพัฒนาระบบบริการตรวจโควิดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงได้ง่าย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ไม่งั้นเราอาจเข้าทำนอง...เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มโควิด-19, ธีระ วรธนารัตน์, ร้องรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e4d6989d88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.อุดช่องโหว่ปัดมีธงต่อฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ศบค.&amp;quot; อุดช่องโหว่คุมเข้มโควิด-19 แบ่งหน้าที่หน่วยงานชัดเจน ยัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่เคยพูดเรื่องเคอร์ฟิว 24 ชม.อีก แจงผลตรวจผู้มีความเสี่ยงพื้นที่ &amp;quot;ระยอง-เด็กหญิง 9 ขวบ&amp;quot; เป็นลบทั้งหมด พบติดเชื้อรายใหม่ 4 รายกลับจาก ตปท. &amp;quot;สมช.&amp;quot; ลั่นไม่เคยตั้งธงต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุยึดตามสถานการณ์ &amp;quot;สธ.&amp;quot; ตั้งโต๊ะการันตีพร้อมรับมือหากมีระบาดรอบ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 16 ก.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 รายวันว่า ต้องขอกราบขอโทษประชาชนและชาวจังหวัดระยองอีกครั้ง รวมถึงชาวกรุงเทพฯ บางส่วนในเรื่องที่เราได้มีการรายงานไป ที่ผ่านมาสร้างความไม่สบายใจให้ตนเอง และต้องทำในสิ่งที่ยังต้องพัฒนาและจัดการ โดยเฉพาะเรื่องชุดข้อมูลที่เราได้รับในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยและรายงานไป ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ทำให้ต้องมานั่งทบทวนในหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งเป็นคนต้องหาข้อมูลให้ประชาชนโดยละเอียด ดึงความเชื่อมั่นทุกอย่างกลับมาอยู่ที่ตรงนี้ ก็จะขอทำหน้าที่ของตนเองให้หนักยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา จะต้องรายงานอย่างนี้ไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,236 ราย หายป่วยแล้ว 3,095 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 83ราย ผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1 และ 2 มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นชายไทย อายุ 33 ปี อาชีพรับจ้าง และหญิงไทยอายุ 25 ปี อาชีพพนักงานนวด เดินทางถึงไทยวันที่ 2 ก.ค. เข้าพักในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อในวันที่ 13 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อทั้งหมดไม่มีอาการ รายที่ 3 จากอียิปต์ เป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 27 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 8 ก.ค. เข้าพักในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ จ.ชลบุรี โดยมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อที่อียิปต์ และตรวจหาเชื้อในวันที่ 11 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ และรายที่ 4 เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เป็นหญิงไทยอายุ 51 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 11 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ กรุงเทพฯ เริ่มมีอาการวันที่ 10 ก.ค. มีไข้ ปวดศีรษะ ไม่ได้กลิ่น และมีประวัติใกล้ชิดผู้ติดเชื้อที่สหรัฐอเมริกา ตรวจหาเชื้อวันที่ 15 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวถึงกรณีของผู้ป่วยเด็กหญิงอายุ 9 ขวบสัญชาติซูดาน ที่มาพร้อมครอบครัวคณะทูตและพักในคอนโดมิเนียม ณ ตอนนี้ว่า เราจำกัดขอบเขตผู้ที่มีความเสี่ยงสูง 6 ราย โดยแบ่งเป็นสมาชิกในครอบครัว 5 ราย และอีก 1 ราย เป็นพนักงานขับรถสถานทูตได้มีการเก็บตัวอย่างและต้องติดตามอาการให้ครบ 14 วัน ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ 2 ราย ต้องถูกกักตัว 14 วัน สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำที่อาศัยในคอนโดมิเนียมเดียวกันจากการตรวจสอบเพิ่มเติมมี 16 ราย ทั้งนี้ มีคนที่ไม่สบายใจและขอรับการตรวจทางกระทรวงสาธารณสุขบริการให้ผลการตรวจไม่พบเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีลูกเรือเครื่องบินทหารอียิปต์ชัดเจนมีเพียง 1 รายจาก 31 ราย หากเจาะไทม์ไลน์วันที่ 10 ก.ค.ที่มาถึงไทย และออกมาเดินห้างสรรพสินค้าแหลมทองเท่านั้น ซึ่งยืนยันว่าห้างเซ็นทรัลระยองไม่เกี่ยวข้อง และผลเป็นลบ โดยจากการสอบสวนการใช้กล้องวงจรปิดและติดตามด้วยแอปพลิเคชันไทยชนะ พบข้อมูลผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 12 ราย ได้แก่ พนักงานขับรถตู้รับ-ส่งไปยังโรงแรม 4 ราย, พนักงานโรงแรมดีวารี 7 ราย และคนขับรถแท็กซี่ที่พูดคุยกับผู้ติดเชื้อระหว่างทางเดินไปห้างนาน 5 นาที 1 ราย ทั้งหมดผลออกมาเป็นลบ แต่ยังต้องติดตามอีก 14 วัน ส่วนผู้ที่เดินทางไปห้างสรรพสินค้าแหลมทอง 886 ราย ผลเป็นลบ ผู้ไปห้างเซ็นทรัลระยอง 447 ราย ผลเป็นลบ ส่วนคนที่ไปเดินห้างในช่วงเวลาดังกล่าว หากได้รับข้อความจากแอปพลิเคชันไทยชนะไม่ต้องตื่นตระหนก ขอให้มารับการตรวจ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มประชาชนที่มีความตื่นตัวเข้ามารับการตรวจจำนวนมาก โดยรถพระราชทานผลตรวจ 1,603 รายเป็นลบ
ปรับ&amp;#39;ศบค.&amp;#39;อุดช่องโหว่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าโรคนี้เรามีทรัพยากรเพียงพอ ถึงแม้จะมีการติดเชื้อเข้ามา ซึ่งทางที่ประชุม ศบค.บอกให้ผมพูดเลยว่าถ้ามีติดเชื้อหรือคิดไว้เลยว่าต้องมีติดเชื้อเกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดา เราจะยอมรับตัวเลขที่มีผู้ติดเชื้อเกิดขึ้นได้ และศักยภาพของสาธารณสุขสามารถดูแลได้ ซึ่งเราพิสูจน์มาแล้วว่าก่อนหน้านี้เราดูแลมาก่อนได้อย่างดี ขอให้เกิดความมั่นใจกับพวกเรา และหากเกิดความไม่สบายใจสิ่งใด ติดขัดสิ่งใดมาที่ ศบค. เราจะดูแลให้ท่านอย่างดีที่สุด และมองไปข้างหน้าชัดเจน สถานการณ์โลกยอดผู้ติดเชื้อรวม 13,691,627 ราย โดยเพิ่มขึ้นวันเดียว 234,169 ราย เสียชีวิต 586,821 ราย สถานการณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่บอกกับเราว่ายังวิกฤติของโลกอยู่ แล้ว เราจะคาดหวังว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์ต่อไปอีกเท่าไหร่ คงไม่ต้องไปคาดหวังอย่างนั้น แต่จะมีเป็นเลขเท่าไหร่ที่ต้องไม่เยอะ&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าในส่วนของห้างแหลมทอง จ.ระยอง ที่เปิดให้บริการปกติแล้ว ประชาชนสามารถไปใช้บริการได้ตามปกติหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เข้าได้ตามปกติ เพราะเชื้อหากมีการทำความสะอาดแล้วก็จะปราศจากเชื้อ ไม่ต้องกังวล สามารถใช้พื้นที่ได้ปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงมาตรการการปิดช่องโหว่ที่นายกฯ ระบุคืออะไรบ้าง และในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้อำนาจปิดสถานที่เสี่ยง ปิดจังหวัดได้เลยหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปฏิกิริยาทางสังคมที่เกิดขึ้นให้เราได้เรียนรู้ร่วมกัน ด้านหนึ่งเป็นมาตรการให้เราตื่นตัว ระมัดระวังได้ดี คำว่าอุดช่องโหว่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาการประชุม ศบค.ชุดเล็กได้ให้หน่วยงานทั้งหลายที่รับผิดชอบกิจการ กิจกรรมนั้นๆ แจกแจงขั้นตอนการปฏิบัติในแต่ละมาตรการและระเบียบลงมา และย่อยลงมาเป็นชุดกิจกรรมพร้อมใส่เจ้าภาพหลัก ปรากฏว่าบางงานมีผู้รับผิดชอบต่องานมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีเครื่องบินทหารมาลงอู่ตะเภาเชื่อมโยงหลายหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบก็หลากหลาย วันนี้จึงมีการแจกแจงรายละเอียดและมอบผู้รับผิดชอบเพื่อชี้ชัดหากเกิดปัญหาขึ้นมาผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อให้เข้ากับมาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 5&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีคนเห็นข่าวนายกฯ ระบุขอเวลา 1 สัปดาห์ประเมินสถานการณ์ หากไม่ดีขึ้นมีโอกาสเคอร์ฟิว 24 ชม. โฆษก ศบค.กล่าวว่า มีการเช็กชุดข้อมูลแล้วนายกรัฐมนตรีไม่เคยพูดคำนี้ ขอเรียนว่าการมีเคอร์ฟิว 24 ชม. จากที่ผ่านมาถึงแม้จะเป็นวิกฤติที่มากกว่านี้ เราติดเชื้อวันหนึ่งหลักสิบหลักร้อย แต่ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น เป็นหนทางที่ซีเรียสมากๆ หากทำแบบนั้น ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นกับประเทศไทย
ไม่มีธงต่อ พรก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงเเห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงเเนวโน้มการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อใช้ดูแลสถานการณ์ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่าจะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า แต่ไม่มีธงอะไรทั้งสิ้น เราทำตามสถานการณ์และดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ ซึ่งเท่าที่ติดตามตอนนี้ก็รอดูผลการตรวจเชื้อของคนระยองที่มีความสุ่มเสี่ยง และผู้ที่อาศัยในคอนโดฯ เดียวกับลูกสาวทูตซูดาน โดยทั้ง 2 กรณีก็ยอมรับว่าสุ่มเสี่ยง และ ศบค.ก็บกพร่อง เจ้าหน้าที่มีความหละหลวม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันต่อไป โดยจะเเน่วเเน่แก้ไขในสิ่งผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นหนึ่งในความเสี่ยง แต่เป็นความเสี่ยงที่ได้ใคร่ครวญแล้วอย่างรอบคอบ และมั่นใจว่าได้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมแล้ว แต่เเน่นอนยังมีช่องว่างอยู่ มีความหละหลวม ก็ต้องไปแก้ไขต่อไป แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุให้ขบวนการผ่อนคลายทั้งหมดล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยเป็นบทเรียนที่ต้องหาทางปฏิบัติให้ดีขึ้น และอาจเป็นบทเรียนที่ดี เพราะสุดท้ายวันหนึ่งก็ต้องเปิดประเทศโดยสมบูรณ์ จึงต้องตระหนักและมีมาตรการเข้มข้นขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจวิธีคิดและข้อกำหนดที่ออกไป จะได้ไม่เกิดช่องว่างอีก&amp;quot; เลขาฯ สมช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์,นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.),นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ แถลงข่าวถึงความพร้อมรับมือการแพร่ระบาดโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า ถึงแม้จะเกิดการระบาดในระยะที่ 2 เราก็มีความพร้อม และสามารถรองรับผู้ป่วยรายใหม่ได้วันละ 1,000 เตียงต่อวันทั่วประเทศ ที่สำคัญมีเรามีหมอ มีบุคลากรอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่ทุกระดับสาธารณสุขที่พร้อมจะดูแล ดังนั้นจึงมั่นใจในว่าถ้าเกิดมีผู้ป่วยรายใหม่เราจะสามารถควบคุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ในกรณีที่ จ.ระยอง เราได้ดำเนินการในเชิงรุก และได้ใช้รถชีวนิรภัยลงไปค้นหาผู้ติดเชื้อ วันแรกตรวจ 1,336 คน ผลตรวจไม่พบเชื้อ และจะตรวจอีก 1,352 ราย โดยเชื้อว่าผลตรวจจะไม่พบเชื้อด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ต่อให้มีการแพร่ระบาดในจุดอื่น แต่เราเลือกที่จะจัดการเป็นจุด และปิดจุดที่มีโอกาสแพร่ระบาดในส่วนของกิจการและกิจกรรม แต่เราไม่เลือกที่จะปิดพื้นที่ เพราะ จ.ระยองมีจุดระบาดเป็นจุดๆ ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งจังหวัดไม่ได้มีความเสี่ยงทั้งหมด หมายความว่ายังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่การ์ดจะต้องสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า เชื่อว่าครั้งนี้คงไม่เกิด Super spreader เหมือนกรณีที่เกิดในสนามมวย และขณะนี้การควบคุมโรคสามารถระบุผู้ที่ใกล้ชิดได้ ขอให้ฟังข้อมูลที่ถูกต้องจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอ ส่วนการดูแลสุขภาพ กรมสุขภาพจิตมีความพร้อม มีการส่งทีมดูแลสุขภาพจิตใจลงในพื้นที่ ถ้ามีภาวะความเครียดมากเราก็จะมีทีมดูแลรักษา หรือสามารถติดต่อเบอร์ 1323 ของกรมสุขภาพจิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวถึงผลการวิจัยใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรอย่างไม่เป็นทางการว่า จากการนำสารแอนโดรกราโฟไลด์&amp;nbsp; (Andrographolide) ที่เป็นสารสกัดในฟ้าทะลายโจร ใช้ปริมาณ 3 เท่าที่ใช้ปกติ ทดลองในอาสาสมัครครบ 6 คน ปรากฏผลอาการแสดงของโรคติดเชื้อโควิด-19 ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาการดีขึ้นชัดเจนใน 3 วันแรกที่รับประทาน คือ อาการไอความรุนแรงและความถี่ลดลง รวมทั้งอาการมีเสมหะ เจ็บคอดีขึ้น และอาการไม่สบายตัว มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หายภายใน 5 วัน ดังนั้นเมื่อมีอาการไข้หวัดเจ็บคอ ไม่ต้องรอ ซึ่งในโอกาสต่อไปจะได้มีการวิจัยใช้กับอาสาสมัครในจำนวนที่มากขึ้นและเพิ่มเป็น 5 เท่าต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมการแพทย์ทหารอากาศ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงการเปิดน่านฟ้าให้กองทัพอากาศต่างประเทศเข้ามาแวะพักเครื่องบินในประเทศช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หลังเกิดกรณีทหารอียิปต์ติดโควิด-19 ว่าการเปิดน่านฟ้าถือเป็นเรื่องปกติให้กับอากาศยานต่างประเทศที่ต้องการใช้ เพราะเป็นเรื่องกิจการสากลที่ประเทศทั่วโลกต้องเปิดให้สามารถมีการสัญจรไปมาตามปกติ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การควบคุมที่รัดกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตลาดสตาร์ไนท์บาซาร์ จ.ระยอง เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องชาวระยองที่ได้รับผลกระทบจากกรณีทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิดเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ขายอย่างอบอุ่น ขอถ่ายภาพ มอบดอกไม้ รวมถึงได้ส่งเสียงให้กำลังใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71683</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คุมเข้มโควิด-19, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบ่งหน้าที่หน่วยงานชัดเจน, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f10597e15e75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
