<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปิดเคสท่าขี้เหล็ก เคาะมาตรการ คุมเคาต์ดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยป่วยโควิดใหม่ 15 ราย มาจากต่างประเทศ อยู่ในสถานกักตัว ชี้ 20 ธ.ค.ไร้ติดเชื้อเพิ่มทั้ง 7 จ. ปิดเคสท่าขี้เหล็กได้ เผยกลุ่มพยาบาลใน ASQ พบเชื้อที่ลูกบิดประตู นายกฯ ถก ศบค.เคาะมาตรการคุมโควิดปีใหม่ จัดโซนเคาต์ดาวน์ป้องซ้ำรอยบิ๊กเมาน์เทน สธ.จ่อประกาศเชียงรายปลอดภัย 20 ผู้ป่วยหายกลับบ้านแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทยประจำวันที่ 16 ธ.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15 ราย พบในสถานกักกันตัวของรัฐทั้งหมด ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,261 ราย หายป่วยสะสม 3,977 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 224 ราย และเสียชีวิตสะสม 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15 ราย รายที่ 1-2 มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นชายไทย อายุ 29 ปี และ 43 ปี, รายที่ 3 มาจากฮ่องกง เป็นหญิงไทย อายุ 27 ปี, รายที่ 4 มาจากฮังการี เป็นชายไทย อายุ 32 ปี, รายที่ 5 มาจากฝรั่งเศส เป็นหญิงชาวฝรั่งเศส อายุ 48 ปี, รายที่ 6-7 มาจากสหราชอาณาจักร เป็นชายไทย อายุ 28 ปี รายดังกล่าวมีอาการเจ็บคอ และเป็นชายไทยอายุ 20 ปี, รายที่ 8-9 มาจากอินเดีย เป็นชายชาวอินเดีย อายุ 31 ปี และชายไทย อายุ 42 ปี, รายที่ 10 มาจากบาห์เรน เป็นหญิงไทย อายุ 40 ปี, รายที่ 11 มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นหญิงไทย อายุ 52 ปี, รายที่ 12-14 เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี 33 ปี และ 34 ปี และรายที่ 15 มาจากบราซิล เป็นชายชาวบราซิล อายุ 32 ปี ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 73,803,320 ราย และเสียชีวิต 1,641,440 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ที่เดินทางมาจากท่าขี้เหล็ก เมียนมา ให้ความร่วมมือดี โดยเข้ามาอยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐที่ จ.เชียงราย จำนวน 248 ราย ทั้งนี้ สำหรับ จ.เชียงราย หากพ้นวันที่ 16 ธ.ค. ซึ่งครบ 14 วันหลังจากการพบผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดแล้วไม่พบการติดเชื้อเพิ่มเติม ถือว่าปลอดภัย ส่วน จ.พะเยา พิจิตร และราชบุรี ครบกำหนดวันที่ 16 ธ.ค. สำหรับ จ.สิงห์บุรี ครบวันที่ 18 ธ.ค. ขณะที่ กทม. ครบวันที่ 20 ธ.ค. และ จ.เชียงใหม่ ครบวันที่ 19 ธ.ค. ดังนั้นถ้าภายในวันที่ 20 ธ.ค. กลุ่มก้อนนี้ไม่มีการติดเชื้อเพิ่มในจังหวัดต่างๆ เราจะเข้าสู่ช่วงที่จะประกาศได้ว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยครบทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ได้รับชุดข้อมูล โดยสิ่งที่ทางกรมควบคุมโรคมีความห่วงใยคือ เรื่องสถานกักกันตัวทางเลือก ซึ่งกรณีที่พบบุคลากรทางการแพทย์ 7 รายติดโควิด-19 จากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่กักกันทางเลือก (ASQ) และการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันนั้น ปรากฏว่าจากการสวอปพบเชื้ออยู่ที่ลูกบิดประตู ดังนั้นลูกบิดถือว่าสำคัญ เพราะมีการสัมผัสกันมาก จึงขอให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทั้งโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมต่างๆ นอกจากพื้นผิวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วิชาญ ปาวัน นายแพทย์เชี่ยวชาญ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภาพรวมผู้ที่ติดเชื้อจะมีประวัติเดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อในประเทศเพิ่มเติม และยังไม่มีจังหวัดใดพบกลุ่มก้อนการระบาด สำหรับความคืบหน้ากรณีผู้ติดเชื้อที่มีประวัติเดินทางมาจากท่าขี้เหล็ก พบเพิ่มเติม 3 ราย อยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ ทำให้ผู้ติดเชื้อที่มาจากท่าขี้เหล็กสะสม 67 ราย ซึ่งใน 67 ราย มีเพียง 2 รายเท่านั้นที่ติดเชื้อภายในประเทศ ส่วน 48 รายตรวจพบที่สถานกักกันตัวของรัฐ ขณะที่ในภาพรวม 7 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ กำลังจะครบกำหนด 14 วันที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งกรณีของท่าขี้เหล็กปลอดภัยแล้ว ส่วนผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความกังวลในส่วนของ จ.เชียงราย ผู้ที่มีความเสี่ยงคือมาจากต่างประเทศทั้งหมด จะถูกนำเข้าสถานกักกันตัวของรัฐ ขณะนี้มีทั้งสิ้น 248 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 35 ราย รักษาหายแล้ว 20 ราย นอกจากนี้ จ.เชียงรายยังได้ค้นหาเพิ่มเติมทั้งสิ้นกว่า 26,000 ราย โดยไม่พบเชื้อ มั่นใจได้ว่า จ.เชียงรายปลอดภัย และขอให้ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ที่มีรายงานผู้ป่วยเกี่ยวข้องกับกรณีท่าขี้เหล็กสบายใจได้ เพราะปลอดภัยแล้ว ไปเที่ยวและเดินทางได้ แต่ขอให้เคร่งครัดด้านมาตรการป้องกัน ดังนั้นผู้ที่เดินทางกลับจากจังหวัดเหล่านี้ ทุกคนไม่ได้มีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น จึงไม่มีความจำเป็นต้องกักตัว ขอให้โรงเรียนและสถานที่ทำงานทบทวนมาตรการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทุกพื้นในไทยปลอดภัย สามารถไปเที่ยวคริสต์มาส ปีใหม่ และทำกิจกรรมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า การประชุม ศบค.ในวันที่ 17 ธ.ค. จะมีการหารือถึงมาตรการการจัดกิจกรรมในช่วงปีใหม่ โดยให้นโยบายกำหนดพื้นที่เป็นโซนๆ ไม่ใช่ให้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากแล้วตรวจสอบอะไรไม่ได้ เราต้องขอความร่วมมือ เพราะทุกครั้งที่มีการจัดงานในพื้นที่ใหญ่มีคนเป็นจำนวนเป็นหมื่นอันตรายมาก ให้ใช้วิธีซอยย่อยเป็นพื้นที่ได้หรือไม่ และให้มีระบบตรวจสอบระบบการคัดกรอง ทุกคนต้องลงทะเบียนในโทรศัพท์ ถ้าทุกคนไม่ยอมอะไรสักอย่างจะแก้ไขไม่ได้ ทั้งนี้ได้ให้แนวทาง ศบค.ไปทุกครั้งว่าจะทำอย่างไร มีมาตรการอย่างไร และมาร่วมประชุมกับตนอีกครั้ง ตนจะทำแบบนี้ พร้อมกับมีแนวคิดใหม่ๆ ว่าจะทำแบบนี้หรือแบบไหนดีหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เอา อะไรดีกับประชาชนถึงจะทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้พูดว่าจะมีการฟื้นมาตรการอะไร ต้องรอให้มีการประชุม ศบค.ก่อน แต่เมื่อเกิดกรณีคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทน หรือที่ จ.เชียงราย รวมถึงจะมีชาวต่างประเทศเข้ามา ทำให้เราต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์ใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะต้องเข้มขึ้นหรือผ่อนลง อย่างไรก็ตามกรณีคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทนที่เกิดการรวมตัวกันของคนกว่า 5 หมื่นคน หนักกว่ากรณีสนามมวยลุมพินีสิบเท่า หากเกิดขึ้นอีกจะทำอย่างไร ทั้งที่มีการห้ามปรามแล้วก็ยังเกิดขึ้น และต่อไปอาจจะเกิดกรณีเช่นนี้อีกได้ เช่น ในช่วงการเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่อาจจะมีประชาชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากมีมาตรการรองรับก็จัดได้ ส่วนการสวดมนต์ข้ามปีตามวัดต่างๆ เป็นการรวมตัวกันเพียง 500-1,000 คน ไม่เป็นอะไร เพราะเว้นระยะห่างได้ และเวลาสวดมนต์สามารถสวมหน้ากากได้ ไม่เหมือนกับคอนเสิร์ตที่ตะโกนกรี๊ดลั่น เป่าปาก กระชากหน้ากาก ดังนั้นในการประชุม ศบค.จะมีการหารือเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เราจะป้องกันอย่างดีที่สุด แต่ไม่ถึงขั้นห้ามปราม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวภายหลังประชุมร่วมหัวหน้าส่วนราชการและคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ว่า ปัจจุบันผู้ติดเชื้อมีอยู่ 55 คน แต่ล้วนมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่ผ่านเข้ามาตามช่องทางปกติและได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระบบเต็ม 100% โดยอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 248 ราย ส่วนผู้ป่วยที่ตรวจพบรักษาจนหายกลับบ้านได้แล้วกว่า 20 คน ซึ่งยังไม่พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ดังนั้นภายในอีก 1-2 วันนี้ กรมควบคุมโรคเตรียมจะประกาศให้ จ.เชียงรายปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 แล้ว เนื่องจากตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อ 14 วัน และในวันที่ 17 ธ.ค. จะมีการปล่อยผู้ถูกกันกันกลับบ้านได้ในล็อตใหญ่อีกกว่า 20 คน จึงยืนยันว่าเชียงรายมีความปลอดภัยและปลอดเชื้อ สามารถมาท่องเที่ยวได้ และสามารถจัดกิจกรรมต่างๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87097</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คุมเคาต์ดาวน์, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ท่าขี้เหล็ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fda18bd6cfd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
