<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระ แนะปรับมาตรการคุมโควิดเข้มข้น ล็อกดาวน์สนิท 4 สัปดาห์ เร่งปูพรมตรวจ ไม่งั้นเอาไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค. 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;ldquo;Thira Woratanarat&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้..
สถานการณ์ทั่วโลก 25 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุ 194 ล้านคนไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 481,720 คน รวมแล้วตอนนี้ 194,362,296 คน ตายเพิ่มอีก 7,916 คน ยอดตายรวม 4,167,659 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินโดนีเซีย อินเดีย บราซิล อเมริกา และสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 35,519 คน รวม 35,182,105 คน ตายเพิ่ม 138 คน ยอดเสียชีวิตรวม 626,700 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 40,284 คน รวม 31,371,486 คน ตายเพิ่ม 542 คน ยอดเสียชีวิตรวม 420,585 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 38,091 คน รวม 19,670,534 คน ตายเพิ่ม 1,080 คน ยอดเสียชีวิตรวม 549,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,947 คน รวม 6,102,469 คน ตายเพิ่ม 799 คน ยอดเสียชีวิตรวม 153,095 คน อัตราตาย 2.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 25,624 คน ยอดรวม 5,978,695 คน ตายเพิ่ม 25 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,616 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และอิตาลี ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชีย และยุโรปที่ทวีความรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางประเทศเริ่มเห็นกราฟการระบาดที่เซ็ตตัวเป็นขาขึ้นของการระบาดระลอกใหม่อย่างชัดเจน เช่น อิตาลี ล่าสุดติดเพิ่มกว่าห้าพันคน คาดว่าจะมีเวลาในการควบคุมจริงจังอีกราว 2-3 สัปดาห์ หากหยุดไม่ได้จะทวีความรุนแรงขึ้นเข้าสู่การระบาดเต็มตัว ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ มาเลเซีย เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เวียดนามกำลังเผชิญการระบาดที่หนักหน่วงมาก ล่าสุดติดเพิ่มถึง 9,256 คน เป็นขาขึ้นที่เร็วมาก จำนวนติดเชื้อต่อวันเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าภายในเวลาเพียง 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดน้อยกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...วิเคราะห์สถานการณ์โลกจากข้อมูล Worldometer เช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 7% และมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จำนวนที่เพิ่มชัดเจนนั้นเกิดขึ้นในทวีปยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยเรา จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 33% และตายเพิ่มขึ้นถึง 26% โดยมียอดติดเชื้อเพิ่มรายสัปดาห์เป็นอันดับ 6 และยอดเสียชีวิตรายสัปดาห์เป็นอันดับ 7 ของเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่จำนวนการติดเชื้อเพิ่มของไทยเมื่อวานนี้ สูงเป็นอันดับ 11 ของโลก และที่น่าวิตกมากคือ จำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติมากถึง 4,099 คน เป็นอันดับ 8 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย ตามหลังเพียงอินเดียและอิหร่านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...มาตรการที่เรามีตอนนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะกดการระบาดที่รุนแรงแบบที่เผชิญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังจะเห็นได้จากจำนวนการติดเชื้อต่อวันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่เข้าสู่ระบบการดูแลรักษา ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่พักคอย รพ.สนาม หรือรพ.จริง ที่มีจำนวนสูงกว่าจำนวนที่หายป่วยราว 5-7 พันคนต่อวัน ซึ่งไม่มีทางที่จะจัดหาทรัพยากรสถานที่ คน เงิน ของ มาสนับสนุนได้ทันและเพียงพอ หากเป็นเช่นนี้ไปอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จำนวนจังหวัดที่มีเคสติดเชื้อใหม่ในแต่ละวัน เกิน 100 ราย มีถึง 38 จังหวัด และตั้งแต่ 51-100 ราย มีอีก 14 จังหวัด รวมแล้ว 52 จังหวัด นั่นคือมากถึง 67.5% หรือสองในสามของประเทศ
ดังนั้นโอกาสที่การระบาดจะแพร่กระจายทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ย่อมมีสูง มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ 13 จังหวัดจึงยากที่จะหยุดยั้งการระบาดของประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่ควรเตรียมรับมือจากบทเรียนต่างประเทศที่เผชิญมาก่อนเราคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง การระบาดในโรงพยาบาลจะมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน รวมถึงผู้ป่วยและประชาชนที่มารับการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง การระบาดในชุมชน และที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบทั้งบ้าน คอนโด หอพัก อพาร์ตเมนท์ แฟลต ฯลฯ จะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องวนลูปไปเรื่อยๆ ทั้งในเมืองและชนบท ช้าเร็วขึ้นกับรูปแบบการใช้ชีวิตของประชากรในพื้นที่ ความเข้มข้นของมาตรการในการป้องกันของระดับบุคคลและชุมชน และศักยภาพในการปูพรมตรวจคัดกรองโรคว่าจะทำได้มากและทันต่อความเร็วในการแพร่ของเชื้อหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม จำนวนการเสียชีวิตจะเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ สี่ ปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจจะมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องจำนวนคน/ครอบครัวที่ต้องพึ่งพิงและต้องการความช่วยเหลือในการดำรงชีวิตประจำวันจะมากขึ้น อาชญากรรม การทำร้ายตัวเอง/ฆ่าตัวตาย รวมถึงระบบการผลิตสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตที่อาจทำให้เกิดความขาดแคลนและมีอุปสรรคในการเข้าถึง หากการระบาดหนักและยาวนานโดยไม่สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงอยากเรียนให้ทางศบค.ทบทวนมาตรการโดยด่วน และวางแผนรับมือปัญหาที่อาจต้องเผชิญในอนาคตดังที่กล่าวมา เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันเวลาและมีประสิทธิภาพ
Full national lockdown 4 สัปดาห์ และปูพรมตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชะลอนโยบายเปิดเกาะ เปิดท่องเที่ยว เปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปลี่ยนนโยบายวัคซีน เร่งหา mRNA vaccines และ Protein subunit vaccine มาใช้เป็นวัคซีนหลักของประเทศ&amp;nbsp;ยุติการฉีดไขว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างการรอจัดหาวัคซีนหลัก ควรพิจารณาใช้ Sinopharm สำหรับคนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และ Astrazeneca สำหรับคนอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ Rapid antigen test ในยามระบาดรุนแรงแบบที่เราเจออยู่นี้ สิ่งที่ต้องระวังคือ &amp;quot;ผลลบปลอม&amp;quot; แปลว่าคนติดเชื้ออาจตรวจแล้วได้ผลลบ ดังนั้นจึงต้องให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ในขณะที่ผลบวกปลอมนั้น โอกาสเกิดน้อยกว่า เพราะชุดตรวจที่ได้มาตรฐานมักมีความจำเพาะสูงพอๆ กับ RT-PCR แต่หากต้องแอดมิทเข้าในรพ. ก็ควรตรวจซ้ำด้วย RT-PCR&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากนะครับ สำคัญมาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะอยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย
สวัสดีวันอาทิตย์ครับ
อ้างอิง
1. Science. 07 May 2021:372(6542); 571-572.
2. CMAJ. March 29, 2021:193(13); E447.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111006</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมโควิด, ธีระ วรธนารัตน์, ปรับมาตรการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.คลอดกฎเหล็กดูแลงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม-เหลือง-ชมพูคุมเข้มโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.2564-รายงานข่าวจากการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม) เปิดเผยถึงความคืบหน้างานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบของ รฟม. ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 ดังนี้ 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)ความก้าวหน้างานโยธา 82.56% 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง ความก้าวหน้างานโยธา 84.19% ความก้าวหน้างานระบบรถไฟฟ้า 73.62% ความก้าวหน้าโดยรวม 79.60% ละ3. โครงกาถรรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี ความก้าวหน้างานโยธา 79.39% ความก้าวหน้างานระบบรถไฟฟ้า 72.81% ความก้าวหน้าโดยรวม 76.51%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเริ่มมีการทดสอบระบบเดินรถแล้วคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ ปลายปี 64 และสายสีชมพู คาดว่าระบบจะมีความพร้อมและทยอยเปิดให้บริการเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ต้นปี 65 อย่างไรก็ตามปัจจุบันทุกโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังเป็นไปตามแผนงาน ซึ่งงานหลักๆ จะเป็นงานตกแต่งและติดตั้งงานระบบไฟฟ้าเครื่องกล อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้ให้ผู้รับสัมปทานและผู้รับจ้าง ประเมินผล กระทบที่อาจจะเกิดขึ้นพร้อมแนวทางในการแก้ไขเพื่อปรับแผนการดำเนินงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะผู้อำนวยการโครงการเปิดเผยว่า รฟม. ได้กำกับดูแลโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานก่อสร้าง จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม -สายสีชมพู -สายสีเหลือง ได้ตระหนัก ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย รฟม. ได้เน้นย้ำให้ที่ปรึกษาโครงการฯ และผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในที่พักแรงงานก่อสร้างและพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ดังนี้1. ตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานทุกครั้ง2. สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาการปฏิบัติงาน3. จัดจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์ และอ่างล้างมือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4. ห้ามแรงงานก่อสร้างเดินทางออกนอกพื้นที่ปฏิบัติงานและที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ห้ามแรงงานก่อสร้างเดินทางออกนอกเส้นทาง ขณะโดยสารรถรับส่งระหว่างที่พักและพื้นที่ปฏิบัติงาน&amp;nbsp; และจัดเว้นระยะห่างของที่นั่งในรถไม่ให้แออัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ห้ามแรงงานก่อสร้าง พาบุคคลภายนอก เข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติงานและที่พักโดยเด็ดขาด7. ห้ามแรงงานก่อสร้างเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงตามที่ภาครัฐกำหนด8. จัดการเรื่องสุขอนามัยภายในที่พัก ให้สะอาด ปราศจากการแพร่เชื้ออยู่เสมอ เช่น ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณ&amp;nbsp; ที่พัก เปลี่ยนระบบอาบน้ำ จากเดิมที่ใช้อ่างอาบน้ำรวม เป็นระบบฝักบัว แยกเฉพาะคน และจัดให้มีการแยกภาชนะ ในการรับประทานอาหาร เช่น แก้วน้ำ ช้อนส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. กรณีที่พักแรงงานก่อสร้างอยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่ปฏิบัติงาน หากพบผู้ติดเชื้อให้ดำเนินการควบคุมพื้นที่ไม่ให้มีการเข้า-ออก ก่อนทำการส่งตัวไปรักษา10. กรณีที่พักแรงงานก่อสร้างไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่ปฏิบัติงาน หากพบผู้ติดเชื้อให้กักตัวผู้ที่ติดเชื้อในบริเวณที่พักแรงงาน ภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตและสำนักอนามัย ก่อนทำการส่งตัวไปรักษา ทั้งนี้ผู้ที่ไม่ติดเชื้อ เมื่อเดินทางไปปฏิบัติงาน รถโดยสารรับส่ง จะไม่จอดหรือหยุดพักระหว่างทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ จะดำเนินการเฝ้าระวังและจัดที่พักแยกเป็นสัดส่วนเพื่อกักตัว 12. จัด Safety Talk พูดคุยก่อนการเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 13. ให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น โปสเตอร์ บอร์ดประชาสัมพันธ์ และเสียงตามสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในอาคารสำนักงานโครงการฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยการตรวจคัดกรองอุณหภูมิ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง จัดประชุมด้วยระบบ Video Conference แทนการนั่งประชุมรวมกลุ่มในอาคารสำนักงานโครงการฯ และให้ผู้ปฏิบัติงาน ในอาคารสำนักงานโครงการฯ ปฏิบัติงานในที่พักอาศัย (Work From Home) ให้มากที่สุด โดยหมุนเวียนสลับกันเข้ามาปฏิบัติงาน รวมถึงเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจุดที่สัมผัสร่วมกันในอาคารสำนักงานโครงการฯ&amp;nbsp; เช่น บานจับประตู ปุ่มกดลิฟต์ ราวบันได เครื่องลงเวลาเข้าออกงาน และห้องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟม. และทุกโครงการฯ จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่อง COVID-19 อย่างเต็มที่&amp;nbsp;ในการตรวจหาเชื้อไวรัส COVID-19 เชิงรุกของกลุ่มแรงงานในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า และจะเดินหน้ากำชับมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นและรัดกุม เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และเป็นการแสดงความรับผิดชอบ ต่อสังคมส่วนรวม จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะกลับสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105666</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎเหล็ก, ก่อสร้างรถไฟฟ้า, คุมโควิด, รฟม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f3cb2eea26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ งัดไม้แข็งเตรียมใช้&#039;เคอร์ฟิว&#039;คุมโควิดระบาดหลังยอดติดเชื้อพุ่งไม่หยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการ ศบค. ได้รับทราบปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้เรียกประชุมกับหน่วยงานต่างๆอย่างเร่งด่วน และผมได้สั่งการให้แก้ปัญหาทั้งหมด และได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เรื่องการดูแลผู้ป่วย ได้มีการสั่งการหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 ให้จัดเตรียมเตียงเพิ่มเติมที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยทุกคน เร่งแก้ปัญหาเตียงเต็มของโรงพยาบาลในกรุงเทพ ด้วยการบูรณาการระบบส่งตัวผู้ป่วยกับหน่วยงานขนส่งต่างๆ เพื่อนำส่งไปยังโรงพยาบาลในปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 โดยในวันนี้ผู้ป่วยที่ตกค้างอยู่นอก รพ. จำนวน 1,423 คน จะเริ่มได้รับการติดต่อนัดหมายเพื่อนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตามความเร่งด่วนของอาการ และทั้งหมดจะต้องใช้เวลาไม่เกิน 2-3 วันนับจากวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 แก้ปัญหาการเชื่อมโยงเครือข่าย ด้วยการเพิ่มเติมคู่สายผู้รับโทรศัพท์ให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.4 แก้ปัญหาการเชื่อมต่อระหว่างสถานที่ตรวจของเอกชนกับระบบของรัฐให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยให้ปรับรูปแบบการคัดกรอง ให้ไปคัดกรองที่โรงพยาบาลสนามแทนโรงพยาบาลทั่วไปเพื่อลดการแออัด จากนั้นทางรัฐจะติดต่อเพื่อสอบถามอาการ ความรุนแรง และนัดเวลาไปรับมารักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.5 เพิ่มบุคลากรอาสาทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ จากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคธุรกิจเอกชน มาช่วยงานในภารกิจต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.6 หากสถานการณ์ระบาดรุนแรงขึ้น อาจพิจารณาลดเวลาในการกักตัวในโรงพยาบาลสำหรับผู้ไม่มีอาการหรืออาการน้อย จาก 14 วันลงเหลือ 10 วัน และให้กักตัวที่บ้านอย่างเคร่งครัดและมีระบบติดตามดูแล ซึ่งจะช่วยทำให้มีเตียงเพิ่มขึ้น จะช่วยลดภารกิจของบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เรื่องการควบคุมสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 สั่งการให้ทุกจังหวัด เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมสถานการณ์ ตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการพิจารณายกระดับมาตรการการป้องกันโรค ปิดสถานที่ต่างๆได้เพิ่มเติมที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 พิจารณาความจำเป็นในการออกประกาศปิดสถานที่หรือกำหนดเคอร์ฟิวในบางพื้นที่อย่างละเอียดรอบคอบถึงผลกระทบต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผมในฐานะผู้อำนวยการศบค.จะติดตามกำชับการดำเนินการทุกข้ออย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตครั้งนี้ให้ลุล่วงไปให้ได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคนเป็นอันดับแรกครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100560</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมโควิด, บิ๊กตู่, เคอร์ฟิว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607955f612d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปลื้มไทยสู้โควิด WHOถ่ายทำคลิป ตัวอย่างโชว์โลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คุมโควิดไทยดังทั่วโลก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผย WHO บุกถ่ายทำคลิปเผยแพร่ประสบการณ์ ยกจุดเด่นระบบสาธารณสุขพื้นฐานเข้มแข็ง &amp;quot;อสม.-อสต.&amp;quot; ปัจจัยความสำเร็จ ขณะที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรคชี้สถานการณ์เมียนมาน่าห่วงจ่อลามไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่ยอมรับ และองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงมาถ่ายทำและผลิตวิดีโอแบ่งปันประสบการณ์โควิด-19 และมุมมองการตอบสนองของประเทศไทย เป็นคลิปสารคดีเกี่ยวกับความสำเร็จของประเทศ และเพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันประสบการณ์แก่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ถือเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากประเทศนิวซีแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า โดยได้จัดทำเป็นวิดีโอ 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวประมาณ 4.25 นาที เผยแพร่ทางช่อง Youtube ของ World Health Organization h ttps://youtu.be/0wFuq-QdwAU โดยใจความสำคัญที่ต้องการถ่ายทอดคือ หากมีระบบสาธารณสุขพื้นฐานที่เข้มแข็ง การต่อสู้กับโรคระบาดอย่างโรคโควิด-19 จะง่ายขึ้นมาก โดยจุดเด่นของระบบสุขภาพของไทย คือการออกแบบเพื่อปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ตอบสนองได้รวดเร็วด้วยยุทธศาสตร์ที่ให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการป้องกัน ค้นหา รักษาและติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;WHO มองว่าปัจจัยความสำเร็จของประเทศไทยคือการที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพที่มีความเข้มแข็ง ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีแรงจูงใจ ทุ่มเททำงาน มีนักระบาดวิทยาภาคสนามที่มีความชำนาญ ห้องปฏิบัติการมีศักยภาพสูง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ ความสำเร็จในการรับมือโรคโควิด-19 จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงการเตรียมการและวางแผนกันมาอย่างดีของประเทศไทย&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า การตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของประเทศไทยเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่อง ซึ่งมีรากฐานจากหลายทศวรรษแห่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและความพร้อมในระดับสูงที่จะรับมือกับการระบาดของไวรัส หรือสถานการณ์สาธารณสุขฉุกเฉินอื่นๆ เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยได้เริ่มรับมืออย่างรวดเร็วเมื่อต้นเดือนมกราคม เมื่อเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่าโรคโควิด-19 จะเป็นปัญหาใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ รักษาตัวในโรงพยาบาล 116 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,490 ราย รักษาหายแล้วอยู่ที่ 3,316 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ระบุว่า สถานการณ์ในเมียนมาค่อนข้างน่าเป็นห่วง จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ไม่ได้ระบาดแค่ในรัฐยะไข่อีกต่อไปแล้ว แต่แพร่ระบาดออกมาในรัฐย่างกุ้งและรัฐมอญด้วย ซึ่งรัฐมอญมีชายแดนติดกับประเทศไทยมากขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะแพร่ระบาดในพื้นที่ของรัฐ หรือในเมืองที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยในเร็ววันนี้ ซึ่งสิ่งที่ต้องทำต้องคิดถึงจังหวัดที่แรงงานเมียนมาต้องเข้ามาทำงานด้วย ซึ่งหลายจังหวัดอยู่ในเขตปริมณฑล กระทรวงสาธารณสุขจึงมีการเฝ้าระวังมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77684</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, คุมโควิด, ระบบสาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อสต., อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f622859ef153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
