<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อผมเป็นปลัดฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อครั้งผมโอนย้ายจากตำรวจไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีเพื่อนและคนที่รู้จักสงสัยและสอบถามผมว่า ทำไมรับราชการเป็นตำรวจมา 39 ปี เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงโอนย้ายไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 1 ปี ก็เกษียณอายุราชการ สมัครใจโอนย้ายไปหรือไม่ มีเบื้องหน้า-เบื้องหลังอะไรหรือเปล่า ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่อะไรบ้าง วันนี้จะขอเล่าให้ฟังครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อย ยึดอำนาจปกครองและเป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ผมเป็นรอง ผบ.ตร. เป็นช่วงเวลาที่จะแต่งตั้ง ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้รับการคาดหมายจะเป็นผู้ที่ได้รับการพิจารณาขึ้นเป็น ผบ.ตร.ด้วย เพราะเป็นรอง ผบ.ตร.อาวุโส อันดับ 1 และมีเวลาปฏิบัติราชการอีก 2 ปี (จะเกษียณ ปี พ.ศ.2559) แต่ผลการพิจารณา ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งรอง ผบ.ตร.อาวุโส อันดับ 3 และเหลืออายุราชการ 1 ปี ขึ้นเป็น ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ประยุทธ์ ได้กรุณาสอบถามผมจะสมัครใจโอนย้ายไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ DSI หรือไม่ ซึ่งผมได้ตอบขอบพระคุณและขอทำงานเป็นตำรวจต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาปี พ.ศ.2558 วาระการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ผมยังคงได้รับการคาดหมายอีกเช่นเดิมว่าจะได้เป็น ผบ.ตร.อีกครั้ง เพราะยังคงเป็นรอง ผบ.ตร.อาวุโส อันดับ 1 และมีผลงานสำคัญจากการเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ทำคดีสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการฟ้องศาลได้จำนวนมาก ก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่างชาติให้การยอมรับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ผมได้รับรางวัลและคำชื่นชมมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าผู้บังคับบัญชาพิจารณาแต่งตั้งรอง ผบ.ตร.อาวุโสคนที่ 5 (คนสุดท้าย) ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากการประชุมแต่งตั้งเสร็จ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมการแต่งตั้งนั้น ได้เรียกผมเข้าพบเป็นการส่วนตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร กรุณาปลอบใจและให้กำลังใจผมตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไป อีกทั้งยังให้ความกรุณาจะเสนอแต่งตั้งผมให้ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นข้าราชการพลเรือนระดับ 11 (เทียบเท่าปลัดกระทรวง) เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ ทำงานเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ต้องเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมพิจารณาแล้วว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว จึงตอบปฏิเสธไป และก็ยอมรับดุลยพินิจการพิจารณาแต่งตั้งของผู้บังคับบัญชาโดยดุษฎี กลับไปตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตำรวจอีก 1 ปี จนกว่าจะเกษียณอายุราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประมาณเดือนกันยายน เป็นช่วงที่จะมีการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนระดับสูงทดแทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2558 ผมได้รับความกรุณาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยการติดต่อประสานงานและสนับสนุนจาก ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้ไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ผมทราบภายหลัง เดิมมีการกำหนดตัวข้าราชการผู้หนึ่งไว้แล้ว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้ผมพิจารณาแล้วได้ตอบรับไปเป็นปลัดสำนักนายกฯ เพราะผมสามารถทำงานในตำแหน่งนี้ได้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำงานเป็นฝ่ายเลขาฯ ของนายกรัฐมนตรี ติดต่อประสานงานทั่วไปกับหน่วยงานราชการต่างๆ ผมเคยมีประสบการณ์การทำงานลักษณะนี้ในตำแหน่งเลขานุการกรมตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมตอบตกลงวันอาทิตย์ วันจันทร์ทำเอกสารการโอนย้าย วันอังคารนำเข้าที่ประชุมแต่งตั้งผมจากรอง ผบ.ตร.เป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีข้าราชการพลเรือน ระดับ 11 ด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีวิตผมไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าจะได้เป็นข้าราชการพลเรือน ซี 11 ระดับปลัดกระทรวง ที่สำคัญยังได้เป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นหน่วยงานสำคัญภาครัฐ ได้ทำงานใกล้ชิดผู้บริหารประเทศ ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทุกท่าน ได้ทำงานภายในทำเนียบรัฐบาล สถานที่ราชการที่สำคัญที่สุดของบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี Office of the Permanent Secretary Prime Minister s Office มีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าส่วนราชการ มีภารกิจเกี่ยวกับราชการทั่วไปของนายกรัฐมนตรี ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ ปฏิบัติภารกิจพิเศษ และราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดโดยเฉพาะ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองบอกว่า ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ มีความสำคัญในการปฏิบัติราชการอย่างยิ่ง เป็นซูเปอร์ปลัดกระทรวง เพราะปลัดกระทรวงต่างๆ ผู้บังคับบัญชาเป็นรัฐมนตรี แต่
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีผู้บังคับบัญชาคือนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน่วยงานสำคัญๆ เช่น ศูนย์บริการประชาชน สำนักตรวจราชการ สำนักคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับ ติดตามการปฏิบัติราชการส่วนภูมิภาค ฯลฯ และหน่วยงานระดับกรมอีก 2 หน่วยงาน คือ กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารสำนักงานเป็นอาคารด้านหลังตึกสันติไมตรี ที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี ภายในทำเนียบรัฐบาล มีชื่อว่าตึกพัฒนา เป็นอาคาร 3 ชั้น แบบสากลนิยม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2500 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็น
นายกรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นสถานที่ประชุมขององค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (องค์การซีอาร์โต) เมื่อสำนักงานนี้ย้ายออกไป จึงใช้เป็นที่ทำการของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 มีการแต่งตั้งปลัดบัญชาการสำนักนายกรัฐมนตรีคือ หลวงวิจิตรวาทการ ต่อมาจึงเรียกชื่อตำแหน่งว่าปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนแรกคือ หลวงอรรถไกลวัลวที ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่ง มีทั้งอดีตนายทหาร นายตำรวจ ข้าราชการพลเรือนจากหน่วยงานอื่นๆ ผู้ว่าราชการจังหวัด และอาจารย์มหาวิทยาลัย เช่น พล.อ.เนตร เขมะโยธิน นายสุธี อากาศฤกษ์ นายเอนก สิทธิประศาสน์ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายท่านผมรู้จักและคุ้นเคยมาก่อน เช่น พี่ผาณิต อาจารย์ธงทอง ผมไปรับตำแหน่งต่อจาก ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ได้รับการแต่งตั้งไปเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สนับสนุนและประสานงานในการดำเนินการแต่งตั้งผมไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คือ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ท่านเคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือผม เมื่อครั้งผมเรียนปริญญาโท คณะนิติศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์วิษณุเป็นคณะกรรมการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งผมได้ทำงานร่วมด้วย ทุกครั้งเมื่อมีปัญหาสำคัญเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจ ผมจะหารือขอคำแนะนำจากท่านทุกครั้งไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์วิษณุ เป็นผู้มีคุโณปการกับตำรวจมากมายหลายเรื่อง ตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นอาจารย์ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับเชิญเป็นพิธีกรบรรยายการถ่ายทอดสด เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 พระบิดาตำรวจไทย ที่หน้ากรมตำรวจ ปทุมวัน นับเป็นเหตุการณ์วันประวัติศาสตร์ของตำรวจวันหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์วิษณุ มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นตำรวจทั่วประเทศ เพราะรับเชิญจากตำรวจ เป็นองค์ปาฐกไปพูด บรรยายพิเศษ สอนหนังสือตำรวจ หลักสูตรต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ แม้จะมีภาระหน้าที่งานบ้านงานเมืองในตำแหน่งสำคัญต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์วิษณุคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกฯ ของผมตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะเวลา 1 ปีที่ดำรงตำแหน่งปลัดฯ ผมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะทำงานอย่างสนุกสนาน บางครั้งทำงานกลางคืน บางครั้งในวันหยุดราชการได้ทำงานระดับชาติ ในบทบาทฝ่ายเลขานุการของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้ทำงานหลายอย่าง ซึ่งตอนเป็นตำรวจไม่เคยทำมาก่อน ประสานงานกับทุกส่วนราชการเดินทางไปตรวจราชการต่างจังหวัด เป็นผู้แทนประเทศไทยไปประชุมที่องค์การสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา ได้รับเชิญเป็นแขกของรัฐบาลเดินทางไปร่วมประชุมและศึกษาดูงานต่างประเทศหลายประเทศหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นฝ่ายเลขาของนายกรัฐมนตรี ในการจัดกิจกรรมอันเป็นประวัติศาสตร์ เช่น ปั่นเพื่อพ่อ พิธีสวดมนต์ทั่วประเทศที่วัดพระแก้ว พิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระสังฆราช ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอขอบพระคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจารย์วิษณุที่ได้ให้ความกรุณาแต่งตั้งผม ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของผมและครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบคุณเพื่อนข้าราชการทุกคนในสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้ช่วยเหลือการทำงานให้สำเร็จลุล่วงเรียบร้อยไปด้วยดี เป็นประสบการณ์ชีวิตข้าราชการพลเรือนสั้นๆ 1 ปี ที่จะประทับไว้ในความทรงจำตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 30 กันยายน 2559 วันสุดท้ายของการปฏิบัติราชการ เพื่อนๆ และน้องๆ ข้าราชการสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีส่งผมกลับบ้านด้วยดอกไม้และรอยยิ้มทั้งน้ำตา ด้วยความปีติอย่างยิ่งครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120018</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุยเอกอังฟังเอกเล่า, เมื่อผมเป็นปลัดฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616c2221ab9a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชาผู้พิทักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันตำรวจ ตำรวจถือเอาวันที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมกิจการกรมพลตระเวนกับกรมตำรวจภูธรเข้าด้วยกันเป็นกรมเดียว เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2458 เรียกว่า กรมตำรวจภูธรและกรมพลตระเวน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาล ยกฐานะเจ้ากรมเป็นอธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกปีจะมีพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลทางศาสนา พิธีมอบโล่ห์และประกาศเกียรติคุณให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นและประชาชนที่ช่วยสนับสนุนราชการตำรวจ พิธีวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ตำรวจ พิธีสวนสนามของข้าราชการตำรวจ และมีงานเลี้ยงรับรอง ดำเนินการมาเป็นประจำทุกปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช เป็นที่เศร้าโศกเสียใจของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ รวมทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ทุกหมู่เหล่า จึงได้มีการงดจัดกิจกรรมวันตำรวจในวันที่ 13 ตุลาคมมาโดยตลอด เพื่อเป็นการแสดง ความอาลัยแด่พระองค์ท่าน โดยเลื่อนไปจัดวันอื่นในเดือนตุลาคมแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2489 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อตำรวจตลอดมา พระองค์ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินร่วมในพิธีวันตำรวจ วันที่ 13 ตุลาคม และพระราชทานธงชัย ประจำหน่วยงานตำรวจ ณ พระราชวังดุสิต ใน พ.ศ. 2495 พ.ศ. 2496 และ พ.ศ. 2497 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2495 ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทไว้เป็นเครื่องเตือนจิตใจของข้าราชการตำรวจตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ท่านเป็น ตำรวจ จงทำตนให้สมกับที่เป็นตำรวจ จงเป็นตำรวจที่ดี ... ไม่ว่าจะเป็นตำรวจชั้นใด จะเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร ก็ดี ชั้นนายสิบหรือพลตำรวจก็ดี นับเป็นผู้มีเกียรติเสมอเหมือนกันหมด คือเกียรติแห่งลูกผู้ชายที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมืองของตน ให้สมกับคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้กล่าวไว้ โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของตัวเอง แต่ให้นึกถึงประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลาย จงตั้งใจปฏิบัติราชการตามหน้าที่ของตนตามตำแหน่งชั้นอย่างเต็มที่ เพื่อชาติบ้านเมืองของเราจะได้ยั่งยืนถาวรเหมือนอย่างบรรพบุรุษของเราได้กระทำมาแต่ก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2499 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และทอดพระเนตรการสวนสนามและรับการถวายความเคารพจากขบวนสวนสนามของเหล่าข้าราชการตำรวจหน่วยต่างๆ และเสด็จฯ ยังโรงเรียนนายร้อยตำรวจอีกครั้งเนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบ 100 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2545 ประทับรถยนต์พระที่นั่งตรวจพลสวนสนามและประทับ ณ พลับพลาพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการตำรวจและนักเรียนนายร้อยตำรวจ อีกทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานกระบี่ให้แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจที่สำเร็จการศึกษาเป็นประจำทุกปีต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 50 ปี และเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2534 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังกรมตำรวจเป็นครั้งสุดท้ายในพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 หน้าอาคาร 1 กรมตำรวจ และอาคารโรงพยาบาลตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฎษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2541 เป็นต้นมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อการพัฒนาปรับปรุงกรมตำรวจอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2555 พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดสร้างพระนิรันตรายขึ้นเป็นพระพุทธรูปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำไปประดิษฐานให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็น&amp;ldquo;ราชาผู้พิทักษ์&amp;rdquo; ยามประเทศชาติมีภัยจากการก่อการร้าย พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจในหน่วยตำรวจหลายหน่วยหลายครั้ง ทรงเป็นขวัญกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจ พระราชทานพระบรมราโชวาทให้ตำรวจยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ พระราชทานโครงการให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนเป็นจำนวนมาก เช่น โครงการจราจรตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร โครงการพัฒนาห้วยทราย ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี มีอดีตข้าราชการตำรวจผู้ใหญ่หลายท่าน อาทิ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ. เสริม จารุรัตน์ อดีตนายตำรวจราชสำนัก พล.ต.อ. พงษศักดิ์ โรหิโตปการ พล.ต.ท.เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน อดีตผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธิ์ อดีตผู้บังคับการตำรวจสื่อสาร ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดเพื่อถวายงานด้านต่างๆ เช่น การดูแลพี่น้องประชาชนในบริเวณชายแดนและถิ่นทุรกันดาร การแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกครั้งที่เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชภารกิจ ไม่ว่าโดยพระราชพาหนะใด ทั้งเครื่องบิน เรือ รถยนต์ และรถไฟ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทั้งหลายได้ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพเสมอมาคือ พระองค์สนพระทัยและมีพระอัจฉริยภาพด้านวิทยุสื่อสารเป็นเลิศ พระองค์โปรดที่จะทดลองติดต่อสื่อสารกับสถานีวิทยุของหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่ถวายความอารักขาตามเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านด้วยพระองค์เองตลอดเวลา หากไม่มีประสิทธิภาพ จะรับสั่งแนะนำให้แก้ไขทันที ส่งผลให้โครงการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของราษฎรเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554 เนื่องในพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 7 รอบ 84 พรรษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ผมเป็นหัวหน้าคณะทำงานจัดทำหนังสือ&amp;rdquo;84 พรรษา ราชาผู้พิทักษ์&amp;quot; เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมจิตร่วมใจแสดงความจงรักภักดี ถวายราชสักการะ และเทิดทูนเชิดชูพระเกียรติยศโดยหนังสือเล่นนี้ได้บันทึกเรื่องราวพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณไว้เป็นประวัติศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนและอนุชนรุ่นหลังได้รับทราบพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงพระราชทานให้ตำรวจไทย อีกทั้งให้ปวงข้าราชการตำรวจทั้งหลาย ตลอดจนประชาชนชาวไทยได้น้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้ทรงเป็น&amp;ldquo;ราชาผู้พิทักษ์&amp;rdquo; ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรับราชการเป็นตำรวจได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆสูงขึ้นมาโดยลำดับ แต่การแต่งตั้งที่ผมมีความภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิตราชการตำรวจคือการได้รับการโปรดเกล้าฯให้เป็นนายตำรวจราชสำนักเวร เมื่อแต่งเครื่องแบบได้ประดับเครื่องหมาย ภปร.(&amp;ldquo;ภ&amp;rdquo;มหาภูมิพลอดุลยเดช &amp;ldquo;ปร&amp;rdquo;ปรมาราชาธิราช)อันเป็นพระนามย่อของพระองค์ท่านไว้ที่บ่าด้านขวา ทุกครั้งที่ได้รับคำสั่งไปปฏิบัติหน้าที่ถวายงานรักษาความปลอดภัยจะมีความสุขมาก เพราะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังจำได้เมื่อครั้งเข้าเวรฯถวายงานที่พระราชวังไกลกังวลหัวหิน ภาพพระองค์ท่านยังติดตราตรึงใจมา จนทุกวันนี้ พระองค์ท่านเสด็จลงทรงดนตรีร่วมกับนักดนตรีวงดนตรีประจำพระองค์ เริ่มตั้งแต่เสด็จฯมาถึงทรงเล่นกับคุณทองแดงสุนัขทรงเลี้ยงและลูกๆอีกหลายตัว พระองค์ทรงรักและมีพระเมตาต่อสุนัขมากๆทรงปฏิบัติและเล่นหยอกล้อกับสุนัขด้วยความสนุกสนานเป็นเวลานาน จดจำชื่อสุนัขได้ทุกตัว พระราชทานอาหาร ขนมให้สุนัข จนได้เวลาพอสมควรเจ้าหน้าที่ก็จะเอาสุนัขออกไป พระองค์ทอดพระเนตรสุนัขขณะเดินออกไปจนสุดสายพระเนตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปที่วงดนตรี ทรงเปิดกระเป๋าอุปกรณ์ดนตรีซี่งมีอยู่หลายชนิดมาทำความสะอาดเช็คให้สะอาด ผมนั่งดูเห็นว่าพระองค์ได้เช็ดเครื่องดนตรีเสมือนหนึ่งเป็นของรักของหวงของพระองค์ท่านด้วยความปราณีต จากนั้นก็จะเริ่มทรงดนตรี พวกข้าราชบริพานและทหารตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ถวายงานเป็นผู้ชมผู้ฟัง พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถในทางดนตรีอย่างมาก ดังที่ได้รับทราบทั่วกัน ได้ทรงแต่งเพลงพระราชนิพนธ์ไว้จำนวนมาก จะทรงดนตรีโดยตลอดเป็นประจำส่วนพระองค์ และเคยเสด็จทรงดนตรีร่วมกันนิสิตที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบางโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนั่งฟังพระองค์ทรงดนตรีร่วมกับวงดนตรี เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงสากล และเพลงไทย หลายสิบเพลง เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงศษ เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืน ประมาณตีสอง จนฟ้าสางสว่างในตอนเช้า เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความเพลิดเพลินกับเสียงเพลงที่ทรงบรรเลง เมื่อเสร็จการทรงดนตรี พระองค์ก็จะปฏิบัติเหมือนเดิมเช็คทำความสะอาดเครื่องดนตรีและเก็บเข้าที่ด้วยพระองค์เอง ทรงขอบใจนักดนตรีที่เข้าร่วมเล่นดนตรีด้วย และก็มาทักทายพูดคุยกับข้าราชบริพานและทหารตำรวจที่มาเฝ้าฯด้วยพระเมตตา สักพักจึงเสด็จกลับห้องประทับ สร้างความปิติยินดีกับทุกคนด้วยถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถวายงานปฏิบัติหน้าที่นายตำรวราชสำนักเวรจนถึงวันสุดท้ายที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินกลับมาพักรักษาพระวรกายที่กรุงเทพฯและก็ไม่ได้เสด็จกลับพระราชวังไกลกังวลจนสิ้นพระชนม์ ผมเกษียณจากราชการแล้วไปนั่งเฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่านครั้งสุดท้าย ริมถนนหลักเมือง หน้าศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร สนามหลวง ตอนอัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปบำเพ็ญพระราชกุศลที่พระบรมมหาราชวัง ได้มีโอกาสเข้ากราบพระบรมศพ และร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ส่งเสด็จฯสู่สวรรคาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันที่ 13 ตุลาคม ประชาชนชาวไทยทุกคน และตำรวจทุกนายจะจดจำวันนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ราชาผู้พิทักษ์ ปกปักรักษา ดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าด้วยทศพิธราชธรรมมาตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์สมบัติ พระสถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119387</URL_LINK>
                <HASHTAG>13ตุลาคม, คุยเอกอังฟังเอกเล่า, ราชาผู้พิทักษ์, ในหลวงร.9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a5681bb13f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
