<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมว.&#039;มีมติเอกฉันท์ &#039;ตั๋วครู&#039;ต้องสอบ&#039;วิชาเอก&#039;เสนอให้&#039;บอร์ดคุรุสภา&#039;ทบทวน มติยกเลิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.ค.64- นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวภายหลังการประชุม กมว. ด่วนนัดพิเศษ เรื่องการสอบวิชาเอกของผู้ขอรับใบประกอบวิชาชีพครู ว่า ที่ประชุม กมว. มีมติเอกฉันท์ ว่า เห็นชอบในหลักการต้องสอบวิชาเอก ดังนั้น กมว. จึงขอเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา มีการทบทวนมติที่ยกเลิกการสอบวิชาเอก เพราะมีปัญหาการปฏิบัติให้เป็นการเลื่อนสอบวิชาเอกไปในเดือนมีนาคม 2565 ให้ผู้ที่จะสอบวิชาเอกครั้งที่ 2 ที่เรียนหลักสูตรหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ไปสอบวิชาเอกในปีหน้าพร้อมกับผู้เรียนหลักสูตรปริญญาตรี คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 4 ปีหรือ 5 ปี ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 และให้ใช้ช่วงเวลานี้ไปดำเนินการทบทวนปรับปรุงผังข้อสอบ รายวิชาเอก ที่ต้องสอบให้แยกวิชาชัดเจน ไม่รวมแบบบางวิชาที่ผ่านมา ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีมติให้ คณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒรายวิชา 2 สถาบันเป็นหลักในการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขผังข้อสอบ การสอบวิชาเอกที่เป็นวิชาการศึกษาพื้นฐาน ส่วนด้านวิชาเอกด้านอาชีวศึกษา ขอให้คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมฯ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้ามาช่วยในการยกร่างปรับปรุงแก้ไข รายวิชา ผังข้อสอบวิชาเอก หากสถาบันคุณวุฒิแห่งชาติมีการทดสอบแล้วก็อาจจะนำผลการทดสอบเป็นการผ่านวิชาเอกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนมติเอกฉันท์ที่ยืนยันหลักการต้องสอบวิชาเอกนี้ คาดว่าจะดำเนินการทบทวนการสอบวิชาเอก ปรับผังข้อสอบวิชาเอก แยกวิชาให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดปัญหาแบบที่ผ่านมา คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน จากนั้นก็จะดำเนินการเชิญคณาจารย์สถาบันผลิตครูให้เข้ามามีส่วนร่วมรับรู้เพิ่มเติมปรับแก้ไขตามความจำเป็น ต่อไปและสามารถดำเนินการจัดจ้าง สทศ.พัฒนาออกข้อสอบให้ทันการทดสอบต่อไป
&amp;quot; อย่างไรก็ตามการเลื่อนการทดสอบวิชาเอกออกไปแทนการยกเลิกทดสอบวิชาเอก ยังคงหลักการสากลที่ต้องมีการทดสอบวิชาเอก เพื่อสร้างความมั่นใจให้สังคมว่าครูทุกคนมีความรู้ความสามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ และเป็นการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งเพราะใช้งบประมาณครั้งเดียวสามารถจัดสอบวิชาเอกได้พร้อมกันทั้งหลักสูตร ป.บัณฑิต และหลักสูตร ป.ตรี&amp;quot;นายเอกชัยกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110340</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, กมว., คุรุสภา, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบวิชาเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26fbcf0e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมว. ตีตกครูขอ “ตั๋วผู้บริหาร” เหตุเคยเกี่ยวข้องคดีทุจริต สั่ง&quot;คุรุสภา&quot;ทำสื่อออนไลน์ สะท้อนความรุนแรงระหว่างครูกับเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2เม.ย.64-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวภายหลังการประชุม กมว. ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณากรณีคดีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าค่ายลูกเสือ ฝึกมุดน้ำหลบระเบิดแล้วจมน้ำตาย และกรณีที่ครูตั้งกฎให้เด็กตบหน้ากันเอง ซึ่งขณะนี้ กมว.ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ทั้ง 2 กรณีแล้วและเมื่อผลการสืบข้อเท็จจริงได้ข้อสรุปเมื่อไร ก็สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้ทันที เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ จำนวน 2 ราย รวมถึงยังมีมติไม่อนุมัติใบอนุญาตผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 ราย เนื่องจากเคยมีประวัติการเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตมาก่อน ซึ่งหากมีกรณีในลักษณะนี้เกิดขึ้นทาง กมว.จะถือว่าครูคนดังกล่าวเคยมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงจะกระทำการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ประชุมยังมีมติให้คุรุสภาทำสื่อออนไลน์ที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงระหว่างครูและเด็ก เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ครูในเรื่องจรรยาบรรณ และระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98126</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมว., คุรุสภา, ตั๋วผู้บริหารสถานศึกษา, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68668c1404a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภา รับลูก “รมว.ศธ.” รุกกระตุ้นจิตวิญญาณครู หวังเรียกศรัทธาวิชาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30เม.ย.64-นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายเร่งด่วนต้องการทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับนักเรียน และดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดต่อนักเรียน เนื่องจากมีข่าวในเชิงลบของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้น ในส่วนของคุรุสภาซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำงานเชิงรุกเพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมา เช่น การกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดของครูที่ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ไล่ออก หรือปลดออก จะต้องส่งข้อมูลมาให้คุรุสภา เพื่อดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) หาก กมว.มีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว &amp;nbsp;ก็จะบันทึกลงในฐานข้อมูลเสมือนการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เพื่อป้องกันการกลับเข้าสู่วิชาชีพ แม้เปลี่ยนชื่อสกุลก็สามารถตรวจสอบได้จากหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะทำให้สังคมเกิดความมั่นใจในผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะความผิดทางเพศ การทุจริต และพัวพันยาเสพติด ก็สามารถแจ้งกล่าวโทษมาได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิศกุล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาคุรุสภายังได้ปรับปรุงข้อบังคับต่างๆ เช่น ลดกระบวนการสอบสวนทางจรรยาบรรณให้เสร็จจากภายใน 180 วัน เป็น 90 วัน หรือการพักใช้ใบอนุญาตจากเดิมที่พักได้แค่ 60 วัน ก็ให้พักไว้จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณอีกหลากหลาย เช่น การสร้างความร่วมมือกับสถาบันผลิตครูเข้าร่วมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณของวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Ethics in Professional Learning Community) หรือ E-PLC ซึ่งเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้นิสิต/นักศึกษาครูได้เรียนรู้การเป็นครูที่ดีจากครูพี่เลี้ยงครูต้นแบบในระหว่างการฝึกสอนทั้งการออกแบบการเรียนรู้และจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งตั้งแต่ปี 2560 มีผู้ผ่านการพัฒนาไปแล้วกว่า 60,000 คน รวมถึงการผลิตสื่อส่งเสริมจรรยาบรรณในรูปแบบคลิปวิดีโอและภาพยนตร์สั้นมากกว่า 40 ชิ้น เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์คุรุสภา ช่องยูทูปคุรุสภา เฟซบุ๊กแฟนเพจคุรุสภา เพจครูดี 360 องศา และเพจ Trainflix และยังจัดทำ 9 บทเรียนจรรยาบรรณวิชาชีพออนไลน์ ซึ่งมีสถาบันผลิตครูและสถานศึกษาจำนวนมากนำไปใช้ และเมื่อปี 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ก็ให้ความสนใจขอนำบทเรียนไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมเสริมสร้างหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่นิสิต/นักศึกษาครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 3,099 คน และในอนาคตยังจะเปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้ามาเรียนออนไลน์ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังมีการจัดหลักสูตรผู้นำจรรยาบรรณให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ไปกว่า 1 หมื่นคนแล้ว และยังมีกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ อีกอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงการเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ศิษย์และสังคม และในอนาคตยังอาจจะมีรายการทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือรายการโทรทัศน์เพื่อนำข่าวเชิงบวกออกไปสู้กับข่าวเชิงลบ &amp;nbsp; และเป็นเวทีกลางให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกสังกัด ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อช่วยกันพัฒนาและส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพให้ปรากฎผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกำลังสำคัญหลักในการพัฒนาประเทศได้ต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;เลขาฯ คุรุสภา กล่าว
------------------------
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97771</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุรุสภา, จรรยาบรรณครู, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์, รมว.ศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062e0582b143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาพันธ์ครูฯ ร้อง ยกเลิก 2 คำสั่ง  คสช.เหตุได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงบอร์ดคุรุสภาและสกสค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4มี.ค.64- นายวีรบูล เสมาทอง ประธานสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) กล่าวภายหลังนำผู้แทนสมาพันธ์ครู 4 ภาค กว่า 60 คน เข้ายื่นหนังสือ เพื่อ &amp;ldquo;ทวงคืนสภาครู เป็นของครู โดยครู เพื่อครู สู่คุณภาพผู้เรียน&amp;rdquo; ต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสศ.) ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2558 และคำสั่ง ที่ 17/2560 เรื่องการบริหารคุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา จากคำสั่งดังกล่าวทำให้มีการเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมกรรมการ สกสค. มีการตัดผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพ ให้เหลืออยู่เฉพาะสัดส่วนของข้าราชการประจำระดับสูงของกระทรวง และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ทำหน้าที่เป็นประธานกว่า 4 ปีแล้ว เมื่อมีการเลือกตั้งมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว คสช.จึงถือว่าสิ้นสุดลง ตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากคณะ คสช.สิ้นสุดลง คำสั่ง คสช.ที่7/2558 และที่ 17/2560 จึงต้องสิ้นสภาพลงตามไปด้วย แต่ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการยังคงให้คณะกรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่อยู่ ดังนั้น ส.ค.ท.จึงมาเรียกร้องให้ รมว.ศธ.คนใหม่ ดำเนินการสรรหา เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ สกสค. ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ. 2546&amp;rdquo; นายวีรบูล กล่าวและว่า ส.ค.ท.ต้องการทวงคืนสภาวิชาชีพให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและขับเคลื่อน ภารกิจของสภาวิชาชีพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95007</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค., คำสั่งคสช., คุรุสภา, นายวีรบูล เสมาทอง ป, สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040aaeeefbaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กำหนด5จังหวัดสนามสอบ&quot;ตั๋วครู&quot;ครั้งแรกของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ก.พ.64-คุรุสภาพร้อมสอบตั๋วครู 5 สนาม กทม.ขอนแก่น สงขลา เชียงใหม่ นครราชสีมา &amp;nbsp;&amp;quot;ดิศกุล&amp;quot; เผยไอเดีย จะสร้างแบบทดสอบ (Test Blueprint) แล้วให้สถาบันผลิตครู นำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่อไป

นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาได้มีการรายงานเรื่องความพร้อมในการการดำเนินการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่จะดำเนินการทดสอบในวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 โดยผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบ จำนวน 7,263 คน ใน 30 วิชาเอก ทั้งนี้ผู้ที่สมัครเข้ารับการทดสอบในครั้งนี้เป็นผู้ที่จบการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ในปีการศึกษา 2563 โดยจะต้องทดสอบใน 5 หมวดวิชา คือ 1.หมวดทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 2.หมวดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3.หมวดทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) เพื่อการศึกษา 4.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 5.หมวดความรู้วิชาเอก ซึ่งขณะนี้ทางคุรุสภาและสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ในฐานะผู้ดำเนินกระบวนการจัดสอบได้มีการดำเนินการจัดสนามสอบเรียบร้อยแล้ว โดยจะมี 5 สนามสอบ ได้แก่ สนามสอบกรุงเทพมหามหานคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสงขลา จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงได้มีการวางแนวทางการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไวรัสติดเชื้อโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่ง สทศ.ได้ออกมาตรการป้องกันและแนวปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบตั๋วครูอย่างเข้มข้น

&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถือเป็นครั้งแรก ซึ่งเราได้มีการเผยแพร่แผนการสร้างแบบทดสอบ (Test Blueprint) ให้ผู้เข้าสอบสามารถใช้เป็นแนวทางก่อนเข้ารับการทดสอบได้ และเมื่อหากมีการทดสอบเรียบร้อยแล้ว คุรุสภาได้เตรียมวิเคราะห์ข้อมูลผลการสอบ อย่างละเอียด เพื่อส่งต่อให้สถาบันผลิตครู นำไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่อไป&amp;quot;เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93082</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, คุรุสภา, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f7157f7bbe63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมว.ตั้งอนุกก.ยกร่างรับรองหลักสูตรวิชาชีพครู หวังอุดช่องโหว่คุรุสภายังให้การรับรอง ป.บัณฑิต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ก.พ.64- กมว. ตั้งคณะอนุฯ ยกร่างข้อบังคับหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู หวังอุดช่องโหว่ข้ออ้างคุรุสภา ที่ยังให้การรับรองหลักสูตร ป.บัณฑิต &amp;nbsp;&amp;quot;เอกชัย&amp;quot;เผยเร่งคลอดให้เสร็จภายใน 3เดือน เพื่อให้ทันใช้ภายใน ก.ค.นี้

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ(ประธานกมว) กล่าวว่า ในการประชุม กมว เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการยกร่างข้อบังคับหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู มีตนเป็นประธาน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯชุดนี้ที่ตั้งขึ้น เพื่ออุดช่องโหว่ของการเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต)เนื่องจากที่ผ่านมาพบมา การเปิดหลักสูตร ป .บัณฑิต ของบางสถาบันอาจคำนึงถึงปริมาณผู้เรียน มากกว่าคุณภาพผู้เรียน &amp;nbsp; โดยผู้เป็นครูได้จะต้องปฏิบัติการสอนในวิชาเฉพาะได้ แต่ผู้เรียนป.บัณฑิตกว่า ร้อยละ 20 เรียนอย่างหนึ่งแต่ไปสอนอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง
ส่วนกรณีที่คุรุสภาให้การรับรองหลักสูตรป บัณฑิต ไปในปี 64 ไปแล้วนั้นก็ไม่เป็นไร แต่หากประกาศข้อบังคับหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู &amp;nbsp;ออกเป็นกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ได้เมื่อไหร่เชื่อว่าสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรป.บัณฑิต &amp;nbsp;จะสลายตัวไปเอง เนื่องจาก ที่ผ่านมาตนเคยชี้แจงกับคุรุสภาไปแล้วว่าไม่ควรให้การรับรองหลักสูตรป.บัณฑิตอีก &amp;nbsp;เพราะมีกระบวนการพัฒนาวิชาชีพครูใหม่ ที่สามารถให้ผู้ที่ไม่ได้จบจากคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ได้มาเป็นครูได้ แต่คุรุสภาอ้างว่า ไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายที่จะไม่ให้การรับรอง ดังนั้น &amp;nbsp;คณะอนุกรรมการฯที่ตั้งขึ้นนี้จึงเข้ามาเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าวทั้งนี้ผู้ที่เรียนหลักสูตรปบัณฑิตอยู่ก็ไม่ต้องกังวลถือว่ายังไม่เสียสิทธิ

สำหรับข้อบังคับหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครูนี้ จะไม่เหมือนกับการเรียนหลักสูตร.บัณฑิต เพราะจะนำหลักสูตรวิชาชีพครูของคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ระดับปริญญาตรี 4 ปี มาใช้ เนื่องจาก &amp;nbsp;การเรียนของหลักสูตรครูจะมีวิชาเรียนทั้งหมด 33 หน่วยกิต และในจำนวนนี้เป็นวิชาด้านการสอน 12 หน่วยกิต กับวิชาชีพครู 21 หน่วยกิต ซึ่งก็นำวิชาชีพครู 21 หน่วยกิตนี้มาใช้เป็นหลักสูตรการเรียน โดยจะไม่นำมาใช้เรียนทั้งหมด 21 หน่วยกิต แต่ทยอยให้เรียนเป็นรายวิชาจบภายใน 1 สัปดาห์เหมือนกับการเรียนของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และเมื่อเรียนวิชาชีพครูครบแล้ว ก็มาปฎิบัติการสอน 1 ปีจากนั้นก็มาขอสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้เลย ดังนั้นจึงต่างจากหลักสูตรป.บัณฑิตที่ทำงานก่อนแล้วต้องมานั่งเรียนเสาร์อาทิตย์ แต่หลักสูตรนี้เรียนให้จบหลักสูตรรอบเดียว ซึ่งจะทำให้มั่นใจว่าเราได้ครูผู้สอนที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน
&amp;quot;อย่างไรก็ตามผมจะรีบดำเนินการให้เรื่องนี้เสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้เปิดสอนได้ทันในเดือนก.ค.นี้&amp;rdquo;ประธาน กมว. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92361</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุรุสภา, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, ป.บัณฑิต, หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f6471f551333.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;สั่ง คุรุสภา ปรับกระบวนการสอบสวนครูทำผิดจรรยาบรรณใหม่  ลดซ้ำซ้อน จบเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา &amp;nbsp;ได้มีการหารือถึงเรื่องมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพครู โดยเฉพาะเรื่องตัวชี้วัดด้านจรรยาบรรณวิชาชีพครู เพราะเรามองว่าการประเมินเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครูเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้ความเข้มข้น โดยจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำลายวงการศึกษา เช่น ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา การคุกคามทางเพศ ยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งตนเห็นจากผลการรายงานที่คณะทำงานนำเสนอพบว่า การดำเนินการสอบสวนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่กระทำความผิดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพครูมีความซ้ำซ้อนอยู่มาก ดังนั้นตนจึงมอบหมายให้ที่ประชุมมีการปรับปรุงกระบวนการสอบสวนใหม่ เนื่องจากผลการรายงานบางคดีไม่ได้ระบุว่าการสอบสวนยุติแล้วและเป็นการยุติเพราะสาเหตุใด รวมถึงเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้กระทำผิดในระดับพื้นที่แต่ก็ยังต้องส่งเรื่องมาพิจารณาลงมติสอบสวนใหม่จากส่วนกลางอีกจนทำให้ข้อมูลการสอบสวนแต่ละที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นขอให้คุรุสภาปรับกระบวนการสอบสวนใหม่ โดยกระบวนการสอบสวนจะต้องยุติเรื่องและพิจารณาโทษรวมไว้ที่เดียวเท่านั้น เพื่อลดความซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91083</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จรรยายรรณครู, คุรุสภา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e77079630d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
