<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฟ้องคดีเพิกถอนสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง 3 สำนวนแล้ว ไต่สวนช่วงบ่ายวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - ที่ห้องพิจารณา 410 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งกรณีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนามกลุ่ม &amp;ldquo;คณะจุฬาฯ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;TPC Awaken&amp;rdquo; นำโดย น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ กับพวกรวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;ฐานละเมิด ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เพิกถอนประกาศและคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ห้ามมิให้นำมาตรการคำสั่งและการกระทำมาใช้กับโจทก์และผู้ชุมนุม พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวและคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เป็นคำสั่งทางปกครองของนายกรัฐมนตรี แต่มาตรา 16 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ห้ามฟ้องศาลปกครอง ให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมซึ่งมีอำนาจพิพากษาคดีทั้งปวง ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอื่นตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลยุติธรรม จึงมีอำนาจรับไว้พิจารณา มีคำสั่งรับฟ้องและรับไต่สวนฉุกเฉินในวันนี้ (22 ต.ค.) เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลรับฟ้องแล้ว กลุ่มนิสิตนักศึกษาในฐานะโจทก์ เปิดเผยว่า ดีใจเหมือนเห็นแสงสว่าง ยังมีความยุติธรรมให้เห็น ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีบอกถอยคนละก้าวนั้น ความจริงเขานำเราไปก้าวหนึ่ง ต้องยกเลิกตรงนี้ และเราจะสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด เรื่องอดีตไม่สามารถแก้ไขได้ คาดหวังว่าศาลจะเป็นที่พึ่งในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายปรีดา นาคผิว ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะทีมทนายความโจทก์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เตรียมพยาน​ 2​ ปาก ที่จะให้การในชั้นไต่สวนฉุกเฉินช่วงบ่าย​ ประกอบด้วย​ นักศึกษา​ น.ส.ศุกรียา​ วรรณายุวัฒน์​ นักศึกษาโจทก์ที่​ 1​ และ​ ดร.พัชร์​ นิยมศิลป์​ อาจารย์คณะนิติศาสตร์​ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ซึ่งคาดว่าทั้ง​ 2 ปาก​ น่าจะครอบคลุม​ เชื่อว่าศาลจะรับฟังและมีคำสั่งจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ในวันนี้หรือพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่อีก 2 สำนวนในเรื่องเดียวกัน ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กับพวก ยื่นฟ้อง และนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก ยื่นฟ้อง ศาลได้สั่งรับฟ้องและจะมีการไต่สวน ฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ในวันนี้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81427</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองชั่วคราว, พรก.ฉุกเฉิน, ม็อบ3นิ้ว, ศาลแพ่ง, เพิกถอน, ไต่สวนฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e543de2fbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมไม่หวั่นศาลฯคุ้มครองBTSปมปรับเงื่อนไขสายสีส้ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal Document : RFP) เป็นผู้ร่วมลงทุนโครงการดังกล่าว ภายหลังเปิดขายซองข้อเสนอไปแล้ว ถือเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลมีคำสั่งให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไปใช้หลักเกณฑ์เดิมในการประมูลโครงการนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว หากพิจารณาตาม RFP ข้อ 17 แล้วนั้น สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ ซึ่งตนได้อ่านรายละเอียดแล้ว และเคารพผลการตัดสินของศาลฯ โดยกระบวนการหลังจากนี้ รฟม. จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โดยได้มอบหมายให้ รฟม. ไปจัดทำกรอบเวลาในดำเนินการว่า การอุทธรณ์จะใช้ระยะเวลาเท่าใด พร้อมทั้งแยกแผนการดำเนินการหลังจากการยื่นอุทธรณ์ แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1.กรณีศาลฯ รับอุทธรณ์ และ 2.กรณีศาลฯ ไม่รับอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อคำตัดสินมีผลออกมาอย่างไรนั้น ก็ให้ดำเนินการตามคำสั่งศาลฯ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า เรื่องดังกล่าว ไม่ได้มีปัญหาอุปสรรค โดยหากดำเนินการโดยสุจริต สามารถอธิบายได้ทั้งหมด เพราะเรื่องการก่อสร้างต้องใช้ความละเอียด เนื่องจากเป็นการก่อสร้างที่ลงใต้ดิน และถ้าไม่มีความชำนาญเชี่ยวชาญ อาจจะทำให้เสี่ยงต่อความปลอดภัยได้ ทั้งนี้ ในการยื่นประกวดราคานั้น ยังไม่ทราบว่าบริษัทใดจะยื่นเสนออย่างไร รวมถึงสิ่งที่บริษัทจะยื่นเสนอมานั้น คณะกรรมการคัดเลือก จะต้องพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตนได้กำชับเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างรถไฟฟ้ามาโดยตลอด เพราะในปัจจุบันยังเกิดกรณีรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างมีอุปกรณ์หรือเครื่องจักรตกหล่นมาข้างล่างอยู่ ดังนั้น ต้องควบคุมการดำเนินการให้ดี ขณะเดียวกัน ตนยังได้กำชับเรื่องนี้ว่า ให้ รฟม. ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย และยึดหลักธรรมาธิบาล เนื่องจากโครงการนี้ ไม่ใช่โครงการแรก และในอนาคตยังต้องมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าในอีกหลายเส้นทาง ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการเปิดประกวดราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมพยายามทำให้ทุกเรื่องเป็นไปตามแผนปฏิบัติการ (แอคชั่นแพลน) และอยู่ในระเบียบกฎหมาย อะไรทำได้ก็ทำ อะไรทำไม่ได้ก็ไม่ทำ ถ้าอนาคตต้องกลับไปดำเนินการเปิดประกวดราคาโดยใช้เงื่อนไขเดิมก็ต้องทำ ซึ่งไม่ได้ซีเรียสอะไร&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BTSC กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค..นี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ รฟม.ใช้เกณฑ์เดิมในการประเมินการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยแยกการประเมินข้อเสนอด้านการเงินกับข้อเสนอด้านเทคนิคออกจากกัน และใช้เกณฑ์ให้คะแนนและพิจารณาผู้ชนะตามราคาที่เสนอตามที่ประกาศไว้เดิม ไม่ใช้ประกาศใหม่ที่รวมคะแนนเทคนิคในระหว่างที่ศาลยังไม่มีคำตัดสินเนื่องจากต้องใช้เวลาพิจารณา จากนี้ต้องอยู่ที่ รฟม.จะพิจารณาเดินหน้าการประมูลอย่างไร จะให้ยื่นซองข้อเสนอในวันที่ 9 พ.ย.ต่อหรือไม่ ถ้ายื่นจะต้องใช้เณฑ์ตามศาลมีคำสั่งคุ้มครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81261</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, คุ้มครองชั่วคราว, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, ศาลปกครองกลาง, สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70bbb68368b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชลน่าน-จิรายุ&#039; ร้องศาลเพิกถอน &#039;พรก.ฉุกเฉิน&#039; พร้อมขอคุ้มครองการชุมนุมราษฎร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่ง ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรง ที่ประกาศโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวการชุมนุมของราษฎร 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุว่า ที่จะกล่าวต่อไปนี้ข้อ 1.คดีนี้โจทก์ยื่นคำฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 และ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ต.ค.2563 รวมทั้งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงลงวันที่ 15 ต.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2. โดยที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว มิได้เป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งโจทก์ได้ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนประกาศดังกล่าวแล้ว แต่ข้อกำหนดที่จำเลยออกตามเงื่อนไขของกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ซึ่งมีผลเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครอง เช่น ข้อกำหนดข้อ 1 ละเมิดต่อเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 ข้อกำหนดข้อ 2 ละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพสื่อมวลชนและเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34, 35และ 36 ข้อกำหนดข้อ 3 และข้อ 4 ละเมิดต่อเสรีภาพในการเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 38 เป็นต้น หากข้อกำหนดดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจะก่อความเสียหายและละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยตลอดเวลาตราบเท่าที่ข้อกำหนดยังคงมีผลบังคับ ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสียหายมิให้สิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยต้องถูกละเมิดในระหว่างการพิจารณาของศาล โจทก์จึงขอให้ศาลคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยในระหว่างการพิจารณาของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ศาลมีคำสั่งดังต่อไปนี้ (1) งดการบังคับใช้ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 และมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ต.ค. 2563 และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ 15 ต.ค. 2563 ไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ห้ามจำเลยออกคำสั่งหรือข้อกำหนดใด ๆ อันเนื่องจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวข้างต้นอันมีผลเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยในระหว่างการพิจารณาของศาลจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ห้ามจำเลย ผู้กำกับการปฏิบัติงาน และหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ต.ค. 2563 ที่มีผลเป็นการจำกัดและละเมิดสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน เปิดเผยว่า วันนี้มาเพื่อร้องขอต่อศาลให้พิจารณายกเลิกเพิกถอนประกาศและคำสั่ง รวมทั้งข้อกำหนดที่ออกมาทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกคือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานครฯ อีกฉบับที่ออกในลักษณะแบบเดียวกัน และมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้ประกาศและคำสั่งทั้งหมดมีผลบังคับใช้ เรื่องที่สองจะการร้องขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองผู้ที่ถูกกระทำ ผู้ที่จะได้รับสิทธิการชุมนุม เมื่อมีการชุมนุมขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ และอาจจะมีลักษณะเข้าไปคุกคามสลายการชุมนุม จึงได้ยื่นขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราว ถ้าได้รับความเมตตาจากศาลวินิจฉัยเพิกถอน เราก็มีเหตุอันควรมีผลรับรองว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรี มติ ครม.ที่ออกมาก็ไม่ชอบ ดังนั้น จึงเข้าข่ายจงใจละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย และปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เป็นหลักฐานชัดเจนที่จะยื่นเสนอต่อ ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิรายุ เปิดเผยว่า ในประเด็นเรื่องของการเตรียมเอกสารที่เป็นหนังสือรับรองจากสภาผู้แทนราษฎร อัตราค่าตอบแทนที่จะใช้ประกันตัว ส.ส.พรรคเพื่อไทย มีความพร้อมในการช่วยนักเรียน นักศึกษาที่ได้ผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกคนจะมีเอกสารติดตัว สามารถยื่นช่วยเหลือได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 11.41 น. ผู้สื่อข่าวโทรสอบถามความคืบหน้ากับนายนรินท์พงศ์ ซึ่งเปิดเผยว่าขณะนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งลงมา คาดว่าน่าจะเป็นช่วงบ่าย&lt;/p&gt;


	&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39;ชี้ม็อบเด็กสละสิทธิความเป็นมนุษย์รอคำสั่งจากSky Net เป็นทาสแอปฯบนมือถือ
	&amp;#39;โบว์&amp;#39;บล็อค&amp;#39;ปวิน&amp;#39;ด่ายับ!พูดบิดเบือนเป็นอาชีพ รับความชั่วไม่ไหวจริงๆ
	อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาจี้ผู้บริหารมธ.ลำปางแจ้งความคนฉีกพระบรมฉายาลักษณ์
	ฮือฮา! รัฐศาสตร์ มช. ยกเลิกเกลี้ยง 6 กิจกรรมบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย
	&amp;#39;เจ๊หน่อย&amp;#39; แขวะ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; เกือบ 7 ปีปกครองประเทศ ทำเก่งอยู่ 2 เรื่อง!
	ตะลึง! &amp;#39;สว.สมชาย&amp;#39; แฉแผนนักล่าอาณานิคม ถามใจคนไทยจะยอมหรือร่วมกันสู้

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81238</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองชั่วคราว, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พรก.ฉุกเฉิน, ศาลแพ่ง, เพิกถอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e918b44526.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกค้าDTACรอดซิมดับ ศาลคุ้มครองถึง15ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ผู้ใช้มือถือดีแทคบนคลื่น 850 HHz ใช้งานต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ขณะที่กรรมการ กสทช.ชี้คำสั่งศาลอยู่บนพื้นฐานการปกป้องผู้บริโภคและปกป้องการแข่งขันในอุตสาหกรรมมือถืออย่างแท้จริง ไม่มีฝ่ายไหนแพ้หรือชนะ แต่ยันตรวจเข้มการนำส่งรายได้จากการให้บริการในช่วงคุ้มครองฯ ส่งรัฐให้ครบถ้วน ห้ามอ้างว่าขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางมีคำสั่งกรณีบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ฟ้องขอเพิกถอนมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง &amp;nbsp;กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ &amp;nbsp;(กสทช.) ในการประชุมครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 และคำสั่งของ กสทช. ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 เฉพาะในส่วนที่กำหนดเงื่อนไขไม่ให้ผู้ไม่เข้าประมูลคลื่นความถี่ไม่ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ตามประกาศเรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 และดีแทคได้มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า ประกาศคุ้มครองผู้ใช้บริการชั่วคราวฯ มีความมุ่งหมายประการสำคัญที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการที่ยังไม่อาจโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุด อันเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ โดยให้ผู้รับสัมปทานเดิมมีหน้าที่ให้บริการต่อไปได้เป็นการชั่วคราว กสทช.จึงไม่อาจอ้างกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่มาใช้เป็นเหตุผลที่จะไม่ให้ดีแทคเข้าสู่มาตรการคุ้มครองตามประกาศดังกล่าว มติของ กสทช.จึงน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งถึงแม้ผู้ใช้บริการที่ยังไม่สามารถโอนย้ายเลขหมายได้จะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด แต่ก็ต้องฟังว่า ผู้ใช้บริการดังกล่าวอาจเป็นผู้เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ที่ต้องติดต่อสื่อสารกรณีเร่งด่วน หรืออยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งคลื่น 850 MHz สามารถใช้ได้ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หากดีแทคไม่สามารถให้บริการได้ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่ยากแก่การเยียวยาได้ในภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช. จะมีผลให้ดีแทคสามารถให้บริการในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านการสิ้นสุดสัมปทานเป็นการชั่วคราวเท่านั้น มิได้มีผลเป็นการห้ามมิให้ กสทช. ประมูลคลื่นความถี่ใหม่ และดีแทคมีหน้าที่ชำระค่าใช้คลื่นความถี่ในช่วงเวลาดังกล่าว การทุเลาการบังคับตามมติ กสทช. จึงไม่เป็นอุปสรรคในการบริหารงานของรัฐหรือบริการสาธารณะ จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับได้ และเห็นว่าผู้ใช้บริการที่ยังไม่สามารถโอนย้ายได้มีประมาณ 90,000 ราย จึงควรกำหนดระยะเวลาทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช. ไว้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช.ดังกล่าวจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2561 เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครองกลาง กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับมติ กสทช.ว่า เมื่อศาลปกครองกลางซึ่งเป็นศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งทุเลาฯ แล้ว ก็จะมีผลทันที โดยตามกฎหมาย กสทช. คู่กรณียังมีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งการทุเลาบังคับมติฯ ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากมีการอุทธรณ์แล้วแต่ระหว่างนั้นยังไม่มีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่น คำสั่งทุเลาการบังคับมติฯ ดังกล่าวของศาลปกครองชั้นต้นก็ยังมีผลคงอยู่ต่อไปตามนั้น &amp;nbsp;ส่วนเนื้อหาคดีหลักที่ DTAC ฟ้องขอเพิกถอนมติ กสทช.นั้น ศาลปกครองชั้นต้นก็จะพิจารณาต่อไปตามขั้นตอน โดยขณะนี้ขั้นตอนน่าจะอยู่ระหว่างการให้ กสทช.ยื่นเอกสารคำให้การ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงาน กสทช.ได้รับคำสั่งศาลจากศาลปกครองกลาง เวลา 13.18 น. กสทช.และสำนักงาน กสทช. พร้อมน้อมรับและปฏิบัติตามคำสั่งศาล ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทคบนคลื่น 850 MHz สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า คำสั่งศาลปกครองครั้งนี้คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ อันรวมถึงประโยชน์ของผู้ใช้บริการที่ยังค้างอยู่ในระบบ ไม่ใช่การปกป้องประโยชน์ของเอกชน แต่เมื่อหลายฝ่ายกังวลว่าดีแทคจะเป็นผู้รับประโยชน์ที่ไม่ควรได้ เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว สิ่งที่สำนักงาน กสทช. ต้องดำเนินการอย่างจริงจังก็คือ การตรวจสอบการนำส่งรายได้จากการให้บริการในช่วงคุ้มครองฯ เพื่อนำส่งรัฐให้ครบถ้วนและรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้เกิดสภาพคาราคาซังดังกรณีที่ผ่านๆ มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามที่สื่อมวลชนก็เสนอข่าวว่ารัฐยังไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่งตื่นมาเรียกร้องจากเอกชนไม่นานมานี้เอง ส่วนเอกชนก็แก้ต่างว่าขาดทุน และ สตง.มีข้อสังเกตว่า การตรวจสอบการนำส่งรายได้ยังไม่อยู่บนหลักฐานทางบัญชีที่แท้จริงตามประกาศ แต่ใช้หลักการปันส่วนจากการคำนวณแทน ในขณะที่รัฐวิสาหกิจเจ้าของสัมปทานเดิมได้ผลตอบแทนในช่วงมาตรการคุ้มครองฯ ต่ำจนเหลือเชื่อ จนมีข่าวว่าผู้บริหารรัฐวิสาหกิจบางรายเปรียบเทียบว่า เงินที่ได้รับมานั้นน้อยกว่าค่ารถประจำตำแหน่งของ กสทช.เสียอีก จึงทำให้หลายฝ่ายเชื่อกันไปแล้วว่า โดยแท้จริงแล้ว เอกชนนั่นเองที่เป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากมาตรการคุ้มครองฯ จนเกิดความกังวล และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยว่า เอกชนใช้ผู้บริโภคเป็นตัวประกันแล้วไม่ยอมจ่ายเงินให้รัฐแม้แต่บาทเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า บทเรียนจากการคุ้มครองที่ผ่านมา แม้เวลาคุ้มครองจะนานเกินสองปีด้วยอำนาจ ม.44 แต่สุดท้ายทุกระบบก็ยังมีผู้ใช้บริการที่ยังคงค้างและต้องดับซิมอยู่ดี จึงเป็นไปได้ยากว่าในครั้งนี้ผู้บริโภคจะย้ายค่ายออกหมดก่อนวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ดังนั้น ทางที่ทำได้และควรทำอย่างยิ่งอีกประการหนึ่งก็คือการเร่งประมูลคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz นี้ โดยเมื่อมีผู้ชนะการประมูลและนำเงินมาชำระแล้ว กสทช. ก็สามารถกำหนดวันสิ้นสุดการคุ้มครองฯ ได้ตามประกาศ ซึ่งระยะเวลาน่าจะสอดรับกับคำสั่งของศาลปกครอง นี่เป็นเงื่อนไขที่เกิดขึ้นจริงๆ กับการสิ้นสุดการคุ้มครองที่ผ่านมาแล้วทุกกรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำสั่งศาลปกครองในครั้งนี้ อยู่บนพื้นฐานการปกป้องผู้บริโภคและปกป้องการแข่งขันในอุตสาหกรรมมือถืออย่างแท้จริง ทุกฝ่ายไม่ควรไปคิดว่าใครเป็นฝ่ายแพ้ ใครเป็นฝ่ายชนะ และจะทำอย่างไรให้ฝ่ายตรงข้ามแพ้ให้ได้ แต่ทุกฝ่ายควรต้องมองและเคารพเจตนารมณ์ของกฎหมายและเจตนารมณ์ของศาลปกครอง ซึ่งมุ่งคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ทุกฝ่ายควรต้องลงมือทำหน้าที่ของตนเองอย่างจริงจัง และลงมือทำให้เร็วที่สุด เพราะศาลปกครองได้นำทุกฝ่ายออกจากสถานการณ์ที่ต่างล้วนก่อกำแพงล้อมตัวเองจนไม่มีทางออก บัดนี้ กุญแจทางออกได้ถูกเปิดแล้ว การประมูลคลื่นความถี่ที่เป็นธรรมคือทางออก หรือเรายังจะดื้อรั้นดิ้นรนวนกลับไปหาทางตันกันอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17589</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คุ้มครองชั่วคราว, ดีแทค, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน), ผู้ใช้มือถือดีแทคบนคลื่น 850 HHz, ศาลปกครองกลาง, หนังสือพิมพ์, ใช้งานต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9bb263c54a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
