<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงยิบเพิ่มโทษใบขับขี่ อ้างตปท.คุ้มครองชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจผนึกขนส่งทางบกแจงเพิ่มโทษเกี่ยวกับใบขับขี่ ก็เพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน อ้างญี่ปุ่น-สหรัฐโหดกว่าไทย ขึงขังเอาตายสีกากีใช้เป็นช่องรีดไถ ต่อไปตำรวจนินจาคลุมหน้ามิดชิดก็ห้ามมี อดีต ส.ส.ปชป.ทำหนังสือถึง รมว.คมนาคมทบทวน ไม่เชื่อน้ำมนต์ขจัดเจ้าหน้าที่ทุจริต รองเลขาฯ &amp;nbsp;ภูมิใจไทยชี้อาจขัด รธน.มาตรา 77 ด้านรองประธาน &amp;nbsp;สนช.เผยยังไม่มีการพิจารณา และต้องรับฟังความเห็นประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางเสียงคัดค้านอื้ออึงถึงร่างกฎหมายเพิ่มโทษขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ส่งผลให้ตำรวจและกรมการขนส่งทางบกผู้ดำเนินการร่างกฎหมายดังกล่าว ต้องเปิดแถลงอย่างเป็นทางการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า กฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 ซึ่งการขอแก้ไข พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 จำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัยและให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่า กลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสเสียชีวิตร้อยละ 34 &amp;nbsp;ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุด เฉลี่ยปีละ 1,688 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน หรือประมาณ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา มีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกมลกล่าวว่า การแก้กฎหมายครั้งนี้ ได้รวมกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าวเข้าไว้ด้วยกัน และปรับบทลงโทษ ได้แก่ ความผิดขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท, &amp;nbsp;ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพัก หรือถูกเพิกถอน หรือถูกยึดใบอนุญาต จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท ขณะที่ความผิดขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตเมื่อเจ้าพนักงานขอดู ปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบกฉบับใหม่ อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษในความผิดดังกล่าว การพิจารณาโทษอยู่ในดุลพินิจของศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ส.3 กล่าวว่า พ.ร.บ.ที่จะออกมาใหม่ เพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในภาพรวมบนถนนสาธารณะ จึงมีความจำเป็นที่ต้องรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะกำหนดมาตรการที่ชัดเจนคือ มีการดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัยหากพบการทุจริต อีกทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติสนับสนุนในเรื่องกระบวนการของใบขับขี่ควรจะส่งไปที่ศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณา โดยคดีมีอัตราโทษจำคุกเกิน 1 เดือน ให้ส่งฟ้องศาล ถ้าไม่เกิน 1 เดือน หรือโทษปรับ ให้จบที่เจ้าพนักงาน ส่วนใครที่ขับรถไม่มีใบขับขี่ ให้ส่งศาลเป็นผู้พิจารณาปรับเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจะเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รีดไถประชาชน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับมาแล้วว่าห้ามเกิดขึ้นเด็ดขาด ถ้าใครนอกลู่นอกทางถูกดำเนินทั้งวินัยและอาญา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกปฏิบัติงาน ห้ามเป็นตำรวจนินจาที่ใส่ผ้าคลุมใบหน้ามิดชิด อนุโลมให้ใส่เฉพาะหน้ากากกันฝุ่น เมื่อพูดคุยกับประชาชนต้องเปิดหน้าอย่างชัดเจน&amp;quot; พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกฉบับที่ผ่านมา สนช.พิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านอยู่แล้ว ขอให้ใจเย็นๆ ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของ ครม.พิจารณา ยังไม่ได้มีการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. หรือถ้ามีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้ามาที่ สนช. ก็ยังต้องผ่านขั้นตอนการรับฟังความเห็นประชาชนตามมาตรา 77 อีกด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าสนช.พร้อมรับฟังทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นประชาชนผู้ขับขี่บนท้องถนน หรือเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กติกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรวัต อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เพื่อขอให้ทบทวนการเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถในร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.... โดยตนเห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสมที่กำหนดโทษหนักเช่นนี้ในสถานการณ์ปัจจุบัน และยังเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงกับสาระสำคัญ โดยเฉพาะเป็นการเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่มากจนเกินความพอดี เกรงจะเป็นการเปิดช่องให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้กระทำความผิด ยอมจ่ายสินบนเพื่อไม่ต้องรับโทษ และไม่ต้องการชำระค่าปรับในราคาสูงลิ่ว ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ที่สมควรได้ตามกฎหมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทันทีที่เห็นร่างกฎหมาย สิ่งที่กังวลคือโทษที่เพิ่มขึ้น สำหรับประชาชนนับว่าหนักมาก เมื่อการจ่ายค่าปรับ ไปจนถึงต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เป็นเรื่องที่มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว ประชาชนย่อมหาทางออกหลีกเลี่ยงการเสียค่าปรับ หรือการสู้ในกระบวนการยุติธรรม เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่แย่ๆ บางคนใช้โอกาสตรงนี้หารายได้ ดังนั้น แทนที่จะแก้ปัญหาวินัยการจราจร มันจะกลายไปเพิ่มรายได้ให้กับเจ้าหน้าที่เลวๆ แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าวว่า ความพยายามแก้ไข พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 &amp;nbsp; อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ที่ระบุว่า รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จําเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจําเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดํารงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดําเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่างๆ ได้โดยสะดวก และสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่าย เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนํามาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่กําหนด โดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วย เพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมา การแก้ไขกฎหมายที่กำลังเป็นประเด็นข้างต้น ไม่เคยมีการรับฟังความเห็นของประชาชน ทั้งยังเป็นกฎหมายที่อาจไม่สอดคล้องกับการดำรงชีวิต เพราะมีค่าปรับที่สูงเกินไป&amp;quot; นายศุภชัยระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16108</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน, ตำรวจผนึกขนส่งทางบก, หนังสือพิมพ์, เพิ่มโทษเกี่ยวกับใบขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b80073452db4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
