<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบอดีต ผอ.รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ลอบขายยาทำเด็ก 3 ขวบเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.64 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค &amp;quot;บก.ปคบ.&amp;quot; พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ.แถลงข่าวการจับกุมตัวนายกฤษณ์ แก้วมณี อดีตผู้อำนวยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลนาโพธิ์ อายุ 61 ปี หลังลักลอบขายยาให้ประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตำบลนาโพธิ์ อำเภอบุญฑริก จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมยึดของกลางเป็นยาอันตราย ยาที่ห้ามขายโดยผู้ที่ไม่ใช่เภสัชกรได้ 123 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากคดีที่ตาและยายของเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ถูกนายกฤษณ์ฉีดยาให้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมาเมื่อปี 2555 แต่คดีไม่คืบหน้านานถึง 9 ปี และยังคงมีพฤติการณ์ลักลอบรักษาคนไข้อยู่เป็นประจำ ตำรวจ ปคบ. จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่านายกฤษณ์มีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียนจริง คือนายกฤษณ์ ไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่เภสัชกร เป็นเพียงอดีตเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไม่มีสิทธิ์ในการรักษา และไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายยา แต่ก็ยังอาศัยบ้านพักเปิดเป็นคลินิค และให้การรักษา รวมถึงจ่ายยาให้กับผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการจัดยาชุดอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีน้องเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ไม่คืบหน้ามายาวนานกว่า 9 ปี ล่าสุดตำรวจ สภ.นาโพธิ์ได้นำสำนวนส่งให้อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เพื่อดำเนินคดีกับนายกฤษ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมาย และประกอบโรคศิลป์โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่นางทักษิณา แก้วมณี ภรรยาของนายกฤษณ์ ตำรวจก็ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดเดชอุดมไปแล้วเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมาในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควบคุมดูแล ปล่อยให้ผู้มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยานของตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98137</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองผู้บริโภค, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60670781ca721.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กาละแมร์แจงกมธ. อ้างไม่รู้กฎหมายอย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กาละแมร์&amp;quot; โผล่ชี้แจง กมธ.สธ. ยันรีวิวตามประสบการณ์ อ้างไม่รู้ข้อ กม.-ประกาศ อย.ห้ามนำความรู้สึกผู้บริโภครีวิวผลิตภัณฑ์ ยืนยันไม่เจตนาหลอกลวง รอง ผบก.ปคบ.เตรียมออกหมายเรียกรอบ 2 หลังขอเลื่อนนัด ขู่ถ้าไม่มา เหตุผลฟังไม่ขึ้น ออกหมายจับแน่ เรียก &amp;quot;ติช่า&amp;quot; สอบพยาน 4 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 28 ม.ค. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร จัดประชุม ซึ่งมีวาระพิจารณาศึกษาสรรพคุณและผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งเกิดจากการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทต่างๆ ที่จำหน่ายในท้องตลาด รวมถึงแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ ทางคณะ กมธ.เชิญตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.),&amp;nbsp; สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), คณบดีคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย รวมถึง น.ส.พัชรศรี เบญจมาศ หรือกาละแมร์ พิธีกรชื่อดัง เข้ามาชี้แจงให้ข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.30 น. น.ส.พัชรศรีให้สัมภาษณ์ภายหลังชี้แจง กมธ.ว่า ทาง กมธ.เชิญตนมาให้ข้อมูลในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการ ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้แสดงความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกัน ในแง่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมควรจะทำอย่างไรดี เพราะตนก็ไม่เคยรู้เรื่องประกาศ อย. แต่เมื่อเกิดเรื่องได้ไปศึกษาว่าอะไรทำได้และทำไม่ได้บ้าง ปรากฏว่ามีรายละเอียดของกฎหมายมาก จึงต้องมาหาทางออกให้กับผู้ประกอบการทุกคน ตอนนี้ต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเราไม่สามารถพูดในแง่ความรู้สึกของเราได้ เช่น ถ้ามีคนทักว่าทำไมสวยขึ้น ทำไมตาสองชั้น ทำไมหน้าเรียว คิดว่าเราสามารถพูดได้ตามประสบการณ์ตรงและความรู้สึกของเรา รวมถึงรวบรวมรีวิวประสบการณ์ตรงของลูกค้าที่มีตัวตนจริงว่ารับประทานแล้วรู้สึกอย่างไร ไม่ทราบว่าพูดไม่ได้ มีอีกหลายเรื่องมากที่ไม่รู้ แต่ก็ได้ทำความเข้าใจร่วมกันว่าสิ่งใดที่ทำได้บ้าง และ ได้เสนอแนะต่อไป อย.จัดอบรมผู้ประกอบการอาหารเสริมจะดีมาก ส่วนเรื่องคดีความตั้งแต่มีหมายเรียกมายังไม่เคยได้รับโทรศัพท์ ให้ทนายความเป็นผู้จัดการและติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา ซึ่งได้บอกเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วว่าติดภารกิจมาให้ข้อมูล กมธ. ขอเลื่อนการพบเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปก่อน ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉย&amp;quot; น.ส.พัชรศรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรศรีกล่าวว่า การมา กมธ.แทนไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp; เพราะอยากชี้แจงในส่วนของตนด้วย ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจมีทนายความพูดคุยอยู่ตลอดแล้ว เราเคารพกฎหมาย ถ้าตำรวจมีหมายเรียกมา เรามีทนายความเข้าไปประสานงานและติดต่ออยู่แล้ว ส่วนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 9 ก.พ. ยังไม่ทราบเรื่องนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์จากกรณีที่มีการรีวิวว่าเมื่อรับประทานแล้วเป็นโควิด-19 ก็หาย น.ส.พัชรศรีกล่าวว่า กรณีนี้มีลูกค้าผู้หญิงคนหนึ่งรีวิวบอกเล่าเรื่องสามี เมื่ออ่านแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น จึงอยากรู้รายละเอียด และได้โทรศัพท์ไปหาเจ้าตัวจริงๆ ที่เขามีตัวตนจริงๆ และเล่าเหตุการณ์ว่าเขาป่วยไม่สบาย และเมื่อรับประทานแล้วค่าต่างๆ ลดลงจนสามารถกลับบ้านได้ ซึ่งด้วยความตื่นเต้นดีใจ ทำให้ขาดความรอบคอบ และต้องการบอกเล่า ตนมีเจตนาที่ดีทำผลิตภัณฑ์ เลือกวัตถุดิบที่ดีทุกอย่าง เพราะกินเอง ขายเอง และรีวิวเอง และยังมีพนักงานอีกกว่า 100 ชีวิตที่เราจะต้องทำต่อไป ครั้งนี้จะไปปรับปรุงองค์กรและทำทุกอย่างให้ดีขึ้น พัฒนาตนเอง ผลิตภัณฑ์ การบริการและการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่ที่ต้องปรับปรุงจะทำเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (รอง ผบก.ปคบ.) เปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ได้ออกหมายเรียก น.ส.พัชรศรี เบญจมาศ วันที่ 28 ม.ค. 2564 เบื้องต้นทางกาละแมร์ประสานขอเลื่อนเข้าพบรับทราบข้อกล่าวหาออกไปก่อน โดยส่งเอกสารมาให้วันที่ 27 ม.ค. พร้อมทั้งชี้แจงว่าต้องเดินทางไปชี้แจง กมธ.สธ. ที่สภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางพนักงานสอบสวน ปคบ. จะออกหมายเรียกอีกครั้ง ซึ่งจะให้เข้าพบวันที่ 9 ก.พ.นี้ หากยังขอเลื่อนนัดอีก ทางพนักงานสอบสวนฯ จะตรวจสอบถึงเหตุผลการขอเลื่อน ว่ามีเหตุจำเป็นขนาดไหน หากไม่เข้าหลักเกณฑ์จะออกหมายจับต่อไป หากพบกระทำผิดจริง โทษของคุณกาละแมร์ จำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท เนื่องจากโฆษณาเกินจริง และนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จตามความผิด พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 และมาตรา 41&amp;quot;&amp;nbsp; พ.ต.อ.ชนันนัทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพิธีกรร่วมการไลฟ์โฆษณาขายอาหารเสริมดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนจะมีการออกหมายเรียกนางสาวกันติชา ชุมมะ หรือติช่า เข้าให้ปากคำในฐานะพยานในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ส่วนคนอื่นๆ รวมถึงดาราสาว นางสาวนิภาภรณ์ ฐิติธนการ หรือซานิ ที่มีข้อมูลว่าเข้าร่วมไลฟ์ด้วย จะต้องมาดูรายละเอียดอีกครั้งว่าเข้าข่ายหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายหลอกลวงต้องเรียกมาสอบปากคำในฐานะพยานเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91310</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาละแมร์, คุ้มครองผู้บริโภค, พัชรศรี เบญจมาศ, สาธารณสุข, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่รู้กฎหมายอย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012af23e0526.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2018 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ – สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯร่วมมือ ปกป้องนักกีฬายกน้ำหนักไทย กินอยู่ปลอดภัย ไร้สารกระตุ้นและสารต้องห้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เมื่อเร็วๆนี้ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรีหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านสุขภาพของนักกีฬายกน้ำหนัก ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ปนปลอมสารต้องห้าม เพื่อป้องกันนักกีฬายกน้ำหนักใช้อาหารเสริมที่ปนปลอมสารต้องห้ามโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่า&amp;nbsp; กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆให้เป็นไปตามกฎหมาย ด้วยศักยภาพที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องมือทดสอบที่ทันสมัย และประสบการณ์ในการทดสอบสิ่งปนปลอมสารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพรต่างๆ ทำให้สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เชื่อมั่นในศักยภาพของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หน่วยงานทั้งสองจึงได้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ความร่วมมือด้านสุขภาพของนักกีฬายกน้ำหนัก&amp;rdquo;เพื่อป้องกันนักกีฬาจากการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ปนปลอมสารต้องห้ามโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์&amp;nbsp; รวมทั้งเป็นการส่งเสริมความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องด้านอาหารและการปนเปื้อนสารอันตรายให้แก่นักกีฬา ซึ่งนอกจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะทำการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆที่ไม่ปลอดภัยแล้วยังได้องค์ความรู้เกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์สารเสพติดชนิดใหม่ๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลนักกีฬาประเภทอื่นๆรวมถึงประชาชนต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อธิบดีกรมวิทย์ฯยังบอกอีกว่าสารต้องห้ามที่เคยตรวจพบและเป็นสารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพนักกีฬามีอยู่หลายชนิด ขณะนี้สามารถตรวจได้อย่างน้อย 5 กลุ่มด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสารลดน้ำหนัก กลุ่มสารเพิ่มสมรรถนะของกล้ามเนื้อ&amp;nbsp; กลุ่มฮอร์โมนต่างๆ อย่างเช่นเพรดนิโซโลน (Prednisolone) และไซบูทรามีน (sibutramine)ซึ่งทางอย.ได้มีการประกาศเป็นสารต้องห้ามแล้ว แต่บางครั้งก็ยังพบปนเปื้อนอยู่ในอาหารเสริมบ้าง &amp;nbsp;ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถตรวจหาการปนเปื้อนของสารต่างๆในอาหารเสริมได้เกือบทุกชนิด และถ้าหากมีสารใหม่ๆเกิดขึ้นก็จะพัฒนาและจะทำการตรวจให้ได้ เพื่อเป็นเกราะป้องกันนักกีฬาให้มีความปลอดภัย และมีความสบายใจ ในการบริโภคอาหารต่างๆรวมทั้งอาหารเสริมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้านนางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยกล่าวว่ากีฬายกน้ำหนักนับเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับประเทศไทย &amp;nbsp;จากผลงานการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติที่ผ่านมาของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย สามารถคว้าเหรียญรางวัล จากการแข่งขันได้หลายปีติดต่อกัน &amp;nbsp;ทางสมาคมฯ จึงอยากพัฒนาขีดความสามารถของนักกีฬาให้มากยิ่งขึ้น และหาทางป้องกันปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของนักกีฬาที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณทั้งด้านความสวยงาม ลดน้ำหนัก บำรุงร่างกาย สร้างกล้ามเนื้อ โดยไม่ทราบว่ามีการปนปลอมสารต้องห้ามหรือไม่ เพราะกว่าที่พวกเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬายกน้ำหนักระดับทีมชาติได้ พวกเขาต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก เกือบจะทุกวันจนแทบไม่มีวันหยุดพัก ต้องฝึกการใช้กล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งต้องควบคุมอาหารการกินเพื่อสุขภาพที่ดีอีกด้วย ซึ่งหลายต่อหลายครั้งนักกีฬาอาจได้รับสารกระตุ้นหรือได้รับสารต้องห้าม ปนเปื้อน จากอาหารการกินอาหารเสริมที่รับประทานเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในสุขภาพของเหล่านักกีฬายกน้ำหนักทัพไทย สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยจึงได้ขอความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจปนปลอมสารต้องห้าม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อนักกีฬาที่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นการถูกยึดเหรียญรางวัลและการถูกห้ามเข้าแข่งขันเป็นระยะเวลาหนึ่ง การตรวจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่นักกีฬาสงสัยก่อนการบริโภคจะเป็นวิธีสร้างความมั่นใจในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจมีสารต้องห้ามโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการยืนยันถึงชัยชนะของกีฬายกน้ำหนักของไทย ให้สมกับคำว่า &amp;ldquo;ชัยชนะอย่างขาวสะอาด ปราศจากสารต้องห้าม&amp;rdquo; และเป็นการสร้างความมั่นใจว่านักกีฬายกน้ำหนักทัพไทยจะปลอดภัยจากสารต้องห้ามและไม่พลาดหวังจากเหรียญต่างๆ&amp;rdquo;นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23771</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, กระทรวงสาธารณสุข, กินอยู่ปลอดภัย, คุ้มครองผู้บริโภค, นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, สมาคมกีฬายกน้ำหนัก, สารต้องห้าม, ไร้สารกระตุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181208/image_big_5c0b3fed3b317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
