<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ยุติธรรม&#039; พร้อมคุ้มครอง &#039;พ.ต.อ.ธนสิทธิ์&#039; พยานสำคัญคดีบอส ระบุจนท.มีศักยภาพดูแลได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;20 ส.ค.63 - &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยานในคดีความเร็วรถยนต์ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ประสานร้องขอคุ้มครองพยานจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพว่า ในกรณีนี้ผู้ร้องขอคุ้มครองพยานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องพิจารณาว่า การร้องขอคุ้มครองพยานเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯพร้อมให้ความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ตาม การที่พยานซึ่งเป็นตำรวจขอให้ช่วยคุ้มครองพยาน เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะต้องภูมิใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและศักยภาพของเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมที่สามารถดูแลได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;แหล่งข่าวจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมาสำนักคุ้มครองพยานได้ประสานแจ้งสิทธิ์เกี่ยวกับการคุ้มครองพยานและแนวทางปฎิบัติที่เกี่ยวข้องไปให้พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ รับทราบเป็นระยะๆโดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้รับทราบว่า การคุ้มครองจะทำโดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยานกระทรวงยุติธรรม ซึ่งทางพ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ระบุว่า ขอพิจารณาก่อน เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับหน่วยงานที่จะมาทำหน้าที่คุ้มครองพยาน และต้องการให้คุ้มครองเฉพาะบางช่วงเวลาเท่านั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า หากต้องการให้เกิดประสิทธิภาพพยานควรจะได้รับการคุ้มครองตลอดเวลาอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอให้พ.ต.อ.ธนสิทธิ์แจ้งตอบรับกับสำนักคุ้มครองพยานก่อน จึงจะเข้าโครงการได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยาเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ได้แสดงความเป็นห่วง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ โดยระบุว่า&amp;nbsp; พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ถือเป็นพยานคนสำคัญที่ต้องดูแลอย่างดีทุกเรื่องรวมถึงเรื่องความปลอดภัย&amp;nbsp; และควรจะได้รับความคุ้มครองในฐานะพยานจนไปถึงชั้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75047</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, คุ้มครองพยาน, บอส อยู่วิทยา, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23cfe90f712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไมมี่ที่ยืน‘5ครูโฉด’ นายกฯลั่นละเมิดเด็ก-รับโทษเต็มรมว.ศธ.ชี้ส่อพ้นหน้าที่พ่อพิมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; ลั่นครูล่วงละเมิดเด็กต้องลงโทษเต็มอำนาจตาม กม. บอกเป็นบุคลากรสำคัญต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี รมว.ศึกษาฯ ยอมรับไม่ได้ ฟันไม่เลี้ยง 5 ครูล่วงละเมิดเด็ก ชาวบ้านยืนยันจะส่งลูกหลานเข้าโรงเรียนเช่นเดิม วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าดูแล องค์กรเด็กร้อง รมว.ยธ.คุ้มครอง 2 เด็กหญิงและพยานเข้าสู่กระบวนการเยียวยา คุ้มครองพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านไลฟ์สดเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โดยกล่าวถึงกรณีที่ครูหื่น 5 คนร่วมมือกับศิษย์เก่า 2 คนรุมข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 และ ม.4 พร้อมถ่ายคลิปข่มขู่ เหตุเกิดในโรงเรียนดงมอนวิทยาคม ตำบลดงมอน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร แต่กลับมีผู้ใหญ่ในพื้นที่ออกมาพยายามปกป้องครู และโทษเป็นความผิดนักเรียนแทน ว่า เรื่องนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ต้องลงโทษเต็มอำนาจตามกฎหมาย ถ้ามีการกระทำความผิดและมีหลักฐานชัดเจน อย่างไรก็ตาม ครูถือเป็นบุคลากรสำคัญ ควรจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพุธที่ 13 พ.ค.63 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเพื่อติดตามคดีสำคัญที่เกิดขึ้นในเขตท้องที่ของ สภ.ผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 โดยมี หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ โดย รมว.ศึกษาธิการย้ำชัดว่า สำหรับครูทั้ง 5 คนนั้นได้มีการลงโทษให้ออกราชการแล้ว และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หากสำนวนการสืบสวนปรากฏออกมาว่าผิดจริง ครูดังกล่าวจะไม่สามารถกลับมาประกอบอาชีพครูได้เลยเด็ดขาด และไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ เพราะทางกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษาเป็นอย่างมาก หากประพฤติตนไม่ดีและไม่สามารถเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียนได้ จะไม่มีที่ยืนให้กับคนผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรรชัยถามว่ามีกลุ่มคนอ้างตัวเป็นเพื่อนครูออกมาให้กำลังใจ โพสต์ตำหนิเด็กนักเรียนแล้วบอกว่าครูพวกนี้เป็นคนดี ทำไมทำแบบนี้ ครูต้องเป็นที่พึ่ง ท่านมองอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลตอบว่า ผมเสียใจที่คุณครูคิดแบบนั้น จริยธรรมความเป็นครูต้องเป็นครูที่ดีทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน พฤติกรรมครูทั้ง 5 ท่านไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง ได้ปฏิบัติตนนอกเวลาเรียน กระทรวงศึกษาธิการรับไม่ได้ ส่วนมาตรการป้องกันได้ตั้งศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ประสบปัญหาโดนล่วงละเมิดทางเพศ ในอดีตอาจเป็นศูนย์เล็กๆ แต่วันนี้เราแยกมาชัดเจน ทำให้เรามีข้อมูลต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมหวังว่าศูนย์นี้จะห้ามปรามให้ผู้ตั้งใจทำความผิดมีความเกรงกลัว เพราะเราใช้กลไกของศูนย์ขับเคลื่อนกล่าวโทษแทนผู้เสียหาย ครอบครัวผู้เสียหายได้ ในอดีตอาจมีการเกรงกลัวอิทธิพล มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารในเขตพื้นที่ แต่ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายชัดเจน เราจะยอมให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน ซึ่งเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง เป็นความมั่นใจให้ผู้ปกครอง ถ้ามาโรงเรียนแล้วความปลอดภัยไม่ได้ต่างจากบ้าน&amp;quot; รมว.ศึกษาธิการกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดมุกดาหาร ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตำบลดงมอน พบชาวบ้านดงมอน ตำบลดงมอน อำเภอเมืองมุกดาหาร ยืนยันว่าแม้โรงเรียนจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็จะไม่ให้ลูกย้ายโรงเรียนไปไหน เพราะโรงเรียนแห่งนี้มีการเรียนการสอนที่ดี ที่ผ่านมาก็มีศิษย์เก่าสอบได้เป็นครู เป็นหมอ มีหน้าที่การงานที่ดีก็ที่โรงเรียนนี้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นมันก็แล้วแต่เรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวกับโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านดงมอนเล่าว่า ในส่วนที่อยากให้เร่งแก้ไขคือ อยากให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องลงมาแก้ไขกันอย่างจริงจัง ไม่เห็นด้วยกับการนัดส่งงานหลังเลิกเรียน ทำงานต่อที่โรงเรียนตอนเย็นหรือหลังเลิกเรียน เพราะที่ผ่านมาเคยไปตามลูกสาวให้กลับบ้าน รู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมที่นัดนักเรียนไปส่งงานที่บ้านพักหลังเลิกเรียน อยากให้ออกข้อบังคับไปให้ชัดเจนเลยว่าเด็กต้องผมสั้น ห้ามแต่งหน้าจนเกินงาม เพราะอาจจะเป็นที่มาของคดีข่มขืนหรือเป็นที่ดึงดูดใจของครูก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงเรียนที่เกิดปัญหาขึ้นเป็นโรงเรียนระดับตำบล มีนักเรียนประมาณกว่า 300 คน ครู 25 คนที่ผ่านมามีการเรียนการสอนที่ดี ชาวบ้านอยากให้กำลังใจคุณครูที่ทำงานดีอยู่แล้วทำงานต่อไป สร้างเยาวชนของชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วขอให้เป็นขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก พร้อมด้วยนายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชน ลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม กว่า 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงนำผู้เสียหายและครอบครัวเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ควบคู่กับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ เสริมพลังเพื่อให้ผู้เสียหายมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และได้เข้าถึงการเยียวยาจากกองทุนยุติธรรม กรณีครูและรุ่นพี่รวม 7 คนข่มขืนนักเรียนหญิงที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า กรณีเด็กถูกครู 5 คนและศิษย์เก่าอีก 2 คน ข่มขืนต่อเนื่องตั้งแต่มีนาคม 2562-มีนาคม 2563 โดยพบว่ามีการถ่ายคลิปไว้เพื่อแบล็กเมล์ข่มขู่ กรณีนี้ผู้เสียหายเป็นนักเรียนทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.ผึ่งแดด ทางศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหารได้ให้ครูทั้ง 5 คนออกจากราชการไว้ก่อน และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้เข้ามอบตัวและรับการประกันตัวออกไป ทำให้น่าเป็นห่วงว่าผู้เสียหายและครอบครัวจะถูกข่มขู่ คุกคามเอาชีวิต หรือเสียหายต่อรูปคดี เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ก่อเหตุจำนวนมาก กระทำกันเป็นกระบวนการมายาวนานนับปี และอาจมีอิทธิพล มีอำนาจแฝงเข้ามาเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่น่าเศร้าใจอีกเรื่องคือ มุมมองความคิดของครูบางส่วนที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมุ่งไปทางกล่าวโทษให้ร้ายเด็ก ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายถูกกระทำ เป็นผู้เสียหาย และสื่อสารไปในทางปกป้องผู้ก่อเหตุ เสมือนหนึ่งว่าเรื่องแบบนี้ใครๆ ก็ผิดพลาดกันได้ ซึ่งถือเป็นตรรกวิบัติที่ไม่ควรเกิดขึ้นในคนที่มีวิชาชีพครู การให้โอกาส ให้ความรัก ความเมตตาลูกศิษย์ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ มิใช่การใช้อำนาจที่เหนือกว่าทั้งกายภาพและหน้าที่การงานมาเป็นโอกาสในการข่มขืน คุกคามทางเพศเช่นนี้ และครั้งนี้ทีมงานตั้งใจเข้าไปช่วยเหลือเด็กและครอบครัวผู้เสียหายอย่างเต็มที่ ในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมจนสุดทาง&amp;rdquo; นายชูวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทิชากล่าวว่า จากประสบการณ์การเข้าไปมีส่วนร่วมทำงานในคดีเด็กและเยาวชน เช่น กรณีค้ามนุษย์ที่ผู้เสียหายเป็นเด็กในพื้นที่บ้านน้ำเพียงดิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมถึงกรณีเด็กหญิงถูกรุมโทรมจากผู้ชายหลายสิบคนนานนับปีในพื้นที่บ้านเกาะแรด จังหวัดพังงา เมื่อ 3 ปีก่อน ข้อค้นพบที่น่าจะเป็นประโยชน์และเป็นบทเรียนในการทำงาน จากความร่วมมือของหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่ายังมีช่องว่างบางประการที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในกระบวนการยุติธรรม และการคุ้มครองเด็กและเยาวชนผู้เสียหายและครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทำนองเดียวกันอีกที่จังหวัดมุกดาหาร เครือข่ายจึงมีจุดยืนและข้อเสนอต่อกระทรวงยุติธรรมดังต่อไปนี้ 1.ขอสนับสนุนกระทรวงยุติธรรมให้เร่งรัดกระบวนการนำเด็กนักเรียนผู้เสียหายและครอบครัวเข้าสู่การคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยเร็วที่สุด รวมถึงการเร่งรัดมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาจากกองทุนยุติธรรมเป็นการด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นอกเหนือจากมิติด้านความปลอดภัยในกระบวนการคุ้มครองพยานแล้ว ข้อที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ การฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้เสียหายและครอบครัว ยิ่งกรณีนี้มีการข่มขืนจากครูหลายคนมาอย่างยาวนาน นอกจากการมีและใช้อำนาจของครูในทางฉ้อฉลแล้ว ยังสะท้อนความหวาดกลัวและด้อยในการต่อรองของนักเรียนที่เป็นผู้เสียหายด้วย จำเป็นต้องมีการฟื้นฟู การเสริมพลังเพื่อให้ผู้เสียหายเห็นคุณค่าของตัวเองและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเป็นแม่งานในการระดมสมองเพื่อหาทางออกจากเขาวงกตที่ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ กับบุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรในส่วนราชการ โดยเชิญภาคประชาสังคมที่มีประสบการณ์ด้านนี้มาร่วมหาทางออกอย่างเป็นระบบ และ 4.ขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารโดยไม่ละเมิดสิทธิเด็กและครอบครัวผู้เสียหาย ระมัดระวัง ไม่ตอกย้ำหรือกดทับสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำเติมทั้งทางตรงและทางอ้อม&amp;rdquo; นางทิชากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65759</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กระบวนการเยียวยา, ครูล่วงละเมิดเด็ก, คุ้มครองพยาน, ตัวอย่างที่ดี, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba9d1136617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 00:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุ้มครองพยาน-ปิดคดีบิลลี่ เพื่อแม้วเฟกนิวส์ชี้ตายป57</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;กรวัชร์&amp;quot; เผยพยานปากสำคัญและครอบครัวของบิลลี่เข้าโครงการคุ้มครองพยานทั้งหมดแล้ว ยืนยันเร่งปิดสำนวนคดีให้เร็วที่สุด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้ทั้งสิ้น เพื่อไทยอาการหนัก &amp;quot;ลดาวัลลิ์&amp;quot; ปล่อยเฟกนิวส์ &amp;quot;บิลลี่&amp;quot; ตายปี 57 ทำให้ยูเอ็นเสนอรายงานปี 61 ไทยถูกขึ้นบัญชีประเทศมีพฤติกรรมน่าละอาย คุกคาม สังหาร ทรมาน จับกุมโดยพลการ ปฏิบัติการอย่างโหดร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าพบ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ที่บ้านพักเพื่อให้กำลังใจและแจ้งผลคืบหน้าในการสอบสวนพิสูจน์หลักฐานคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อดีตแกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.พิณนภากล่าวพร้อมน้ำตานองหน้าว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;มั่นใจในการทำงานของดีเอสไอ แต่ยังกังวลและเกรงกลัวผู้มีอิทธิพลที่เหนือกว่าจะเข้ามาแทรกแซง ทำให้ดีเอสไอทำงานไม่สะดวก ส่วนที่มีกลุ่มบุคคลที่ไปลอยอัฐิหรือลอยอังคารในลำน้ำภายในอุทยานฯ แก่งกระจาน ขอยืนยันว่าอุทยานเป็นพื้นที่ปิด และวิถีชีวิตของคนกะเหรี่ยง เมื่อมีการเสียชีวิตจะเผาหรือฝังเท่านั้น ไม่มีการเก็บกระดูกไปลอยอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ยืนยันว่า ดีเอสไอทำงานอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่จะรับเป็นคดีพิเศษในชั้นสืบสวนก็มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว ระหว่างนี้มีคณะทำงานลงพื้นที่โดยตลอด ส่วนจุดที่พบถังรวมทั้งชิ้นส่วนกระดูก 20 ชิ้น นำมาตรวจพิสูจน์พบว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ 8 ชิ้น ส่วนที่เหลือมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกระดูกมนุษย์หรือไม่ หลังจากนี้ต้องให้เวลาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์เพื่อเปรียบเทียบยืนยันกับดีเอ็นเอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ขอเปิดเผยว่าได้พิกัดข้อมูลจุดทิ้งถังและเศษชิ้นส่วนกระดูกจากแหล่งใด บอกได้เพียงว่าดีเอสไอลงพื้นที่สืบสวนมานานหลายปี มีแหล่งข่าวที่ให้เบาะแสข้อมูล ร่วมกับการสอบสวนจากหลักพฤติกรรมศาสตร์ และเรื่องภูมิศาสตร์อาชญากรรมมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ ส่วนประเด็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ขอให้มั่นใจในการทำงานของดีเอสไอ ซึ่งพยานปากสำคัญและครอบครัวของบิลลี่ได้เข้าโครงการคุ้มครองพยานทั้งหมดแล้ว และขอยืนยันว่าจะเร่งสอบสวนเพื่อปิดสำนวนคดีให้เร็วที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพที่ปรากฏในแฟลชไดรฟ์ของบิลลี่ ซึ่งเป็นภาพขณะที่กลุ่มอิทธิพลเข้าลักลอบตัดไม้ เป็นสาเหตุให้บิลลี่ถูกฆาตกรรมหรือไม่ พ.ต.ท.กรวัชร์ตอบว่า เห็นแล้ว และเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีของดีเอสไอ เรื่องนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มีความเป็นห่วงมากได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล แต่หากมีเรื่องเดือดร้อนอะไรเป็นพิเศษสามารถแจ้งมายังดีเอสไอได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการให้สัมภาษณ์ พ.ต.ท.กรวัชร์ได้ขอพื้นที่ให้ทีมสอบสวนได้พูดคุยกับน.ส.มึนอเป็นการส่วนตัว โดยให้ผู้สื่อข่าวออกไปรอที่สภ.ย่อยบ้านป่าเด็ง ก่อนจะนำผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบบริเวณสะพานแขวนใกล้เขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งเป็นจุดที่ค้นพบกระดูกของบิลลี่ และเข้าพูดคุยกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถึงการร่วมมือทำงานในพื้นที่ของอุทยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งย้ายมารับตำแหน่งแทนนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เปิดเผยว่า จุดที่พบถังน้ำมันและชิ้นส่วนกระดูกบริเวณใต้สะพานแขวนไม้เป็นพื้นที่ร่องน้ำหรือพื้นที่ปลายแหลม ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2559 จำได้ว่าช่วงที่แล้งที่สุดก็ยังมีน้ำ แต่เรือไม่สามารถแล่นได้ โดยปกติอุทยานมีการตั้งด่านตรวจนักท่องเที่ยวที่เข้าพักและบุคคลทั่วไปที่เข้า-ออกตลอดเวลา ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ บริเวณจุดเกิดเหตุก็ไม่มีกล้องวงจรปิด และยังไม่เคยพบมีการนำอัฐิมาลอยอังคารภายในอุทยาน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยมีการลักลอบตัดไม้ แต่ปัจจุบันลดลงแล้ว ส่วนภาพกลุ่มคนเข้าลักลอบตัดไม้ตัดไม้ในแฟลชไดรฟ์ของนายบิลลี่ ตนทราบจากข่าว แต่เห็นหน้ากลุ่มคนลักลอบตัดไม้ไม่ชัด จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของอุทยาน หรือไม่ แต่สั่งการให้สำนักงานตรวจสอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบริเวณสะพานแขวนไม้ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามากางเต็นท์นอนได้ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามสะพาน เนื่องจากบริเวณกลางสะพานชำรุดยังไม่ได้ซ่อมแซม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุมและหาตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ซึ่งดีเอสไอก็รับเรื่องนี้ไปแล้ว และระบุว่าจะมีความชัดเจนภายใน 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้ทั้งสิ้น ซึ่งผมคงจะไปช่วยใครไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนและวัตถุพยาน ซึ่งศาลก็ตัดสินไปตามนั้น&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาว่า ได้ข้อสรุปว่าการสูญหายของนายบิลลี่ กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะมีเงินค่าตอบแทนในคดีอาญาของคนที่สูญหาย ซึ่งก็ได้สั่งการให้เร่งรัด โดยคณะอนุกรรมการฯ จะประชุมกันวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยการชดเชยเรื่องเสียชีวิตประมาณ 80,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการอุปการะเลี้ยงดูบุคคลที่เกี่ยวข้องประมาณ 40,000 บาท ส่วนเงินการทำศพและค่าใช้จ่ายอื่นใด ต้องดูจากข้อเท็จจริงว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว ส่วนเงินค่าชดเชยกรณีล่าช้า ต้องดูรายละเอียด เนื่องจากกรณีของนายบิลลี่สูญหายตั้งแต่ปี 2557 และแต่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอรับไว้เป็นคดีปี 2561 ซึ่งจะใส่เองก็ทำงานเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับคดี นายสมศักดิ์บอกว่า เรื่องนี้ต้องดูต่อไปว่าเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าดีเอสไอมีความตั้งใจทำงาน และอยากสร้างผลงานออกมา กรณีมวยล้มจึงไม่น่าเป็นไปได้ ส่วนกรณีภรรยานายบิลลี่ยังรู้สึกไม่ปลอดภัย แม้มีมาตรการคุ้มกันพยาน ก็จะมีการกำชับดีเอสไอให้สร้างความสบายใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ย้ำว่าหลังจากวันที่ 12 กันยายนนี้จะมีความชัดเจน และจะเร่งจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งไม่เกี่ยวกับการต้องพิสูจน์ว่าเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เนื่องจากกรณีคนหายเป็นเรื่องที่สามารถชดเชยได้อยู่แล้ว รวมถึงมีกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือเรื่องทนายความและค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอุ้มนายบิลลี่ไปฆาตกรรมซ่อนเร้นอำพรางศพที่เกิดขึ้น เมื่อปี 2557 เป็นกรณีหนึ่งที่ทำให้องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ได้นำเสนอรายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 ให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชี เป็น 1 ใน 38 ประเทศที่มีพฤติกรรมน่าละอาย เนื่องจากมีการกระทำคุกคามเหยื่อที่เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ด้วยการสังหาร ทรมาน จับกุมโดยพลการ ปฏิบัติการอย่างโหดร้าย เรื่องนี้ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียงเป็นที่น่าอับอาย จากการถูกประจานขององค์การสหประชาชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดใหม่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีองค์กรน่าเชื่อถือที่จะอธิบายชี้แจงกับชาวโลก ความหวังที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่น่าละอายในปีนี้หรือในปีหน้า หรือแม้แต่ปีต่อๆ ไปเหลือน้อยเต็มที ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีการกระทำอันทารุณโหดร้ายกับนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ดังเช่นกรณีนายบิลลี่&amp;quot; รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพอละจีหายตัวไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ก่อนจะพบกระดูกเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists หรือ ICJ) และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ออกแถลงการณ์ร่วม โดยนายเฟรเดอริก รอว์สกี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ICJ ย้ำว่า ดีเอสไอควรเพิ่มความพยายามมากขึ้นเพื่อระบุตัวผู้ที่กระทำการสังหารบิลลี่และนำตัวพวกเขามาสู่กระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าประเมินพยานหลักฐานและพบว่าบิลลี่ตกเป็นเหยื่อของการบังคับบุคคลให้สูญหาย ผู้กระทำความผิด รวมทั้งผู้ที่มีหน้าที่ในการบังคับบัญชาบุคคลดังกล่าว ควรถูกดำเนินคดีในข้อหาที่เหมาะสมและร้ายแรงโดยสอดคล้องกับพันธกรณีของประเทศไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ มิใช่การตั้งข้อหาตามความผิดอาญาที่เบากว่า และไม่สะท้อนความร้ายแรงของความผิดที่เกิดขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิโคลัส เบเคลัง รักษาการผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่นักกิจกรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยต้องเผชิญ ทั้งการถูกทำร้าย ตกเป็นเหยื่อของการบังคับบุคคลให้สูญหาย และการสังหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คดีนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ถูกเพิกเฉยมาอย่างยาวนาน รัฐบาลไทยต้องกำหนดให้การบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายในประเทศ หากไม่ทำเช่นนั้น ย่อมส่งผลให้ขาดกลไกที่เป็นอิสระ เป็นกลาง และมีประสิทธิภาพในการที่จะสอบสวนคดีเหล่านี้ ทั้งยังทำให้บรรยากาศการลอยนวลพ้นผิดเลวร้ายลง&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45106</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิลลี่, คุ้มครองพยาน, พอละจี รักจงเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งปิดสำนวนคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d711f38f3d65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039;โวยผู้มีอำนาจส่งสัญญาณคุกคามเสรีภาพของผู้รักประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62- นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ต้องหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองจึงได้รับความคุ้มครอง กรณีจ่านิวโดนรุมทำร้าย ส่งสัญญาณคุกคามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกทางการเมืองของผู้รักประชาธิปไตยและประชาชนทุกคนอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งทางผู้มีอำนาจออกมาห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองแลกกับการคุ้มครองความปลอดภัยให้จ่านิวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับบอกชัดว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและแสดงออกทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญของประชาชนไทยจะไม่มีหลักประกันอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องช่วยกันตามล่าคนร้ายและผู้บงการมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมีคลิปจากกล้องวงจรปิดช้ดเจน คนร้ายมาเตรียมการหลายวัน มีรถและประชาชนจำนวนมากบริเวณนั้นได้เห็นคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยกันนำข้อมูลมาเสนอต่อสาธารณะเพื่อตามจับคนร้ายและผู้บงการมาลงโทษตามกฏหมายให้ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40483</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองพยาน, จ่านิว, น.พ.เหวง โตจิราการ, หยุดเคลื่อนไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2c2ef2ae9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่านิว&#039;ตั้งใจเว้นวรรคสักพักใหญ่ แต่ไม่ยอมแลกสิทธิเสรีภาพพื้นฐานเป็นค่าคุ้มครอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62-นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sirawith Seritiwat ระบุุว่า ขออธิบายให้ชัดสืบเนื่องจากกรณีที่ ประวิตร วงษ์สุวรรณ (หรือป้อม) รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้พูดถึงกรณีของผม ในเรื่องการคุ้มครองพยาน โดยให้ข่าวตรงกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เงื่อนไขการคุ้มครองพยานของผมนั้น คือการต้องห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีแรก ผมชักไม่แน่ใจเงื่อนไขนี้สักเท่าไหร่นัก ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาบอก เพราะคิดว่าตัวเองเนี่ยหูแว่วไปเอง เลยคิดในแง่ดีก่อนว่าอาจจะฟังแล้วไม่ได้ศัพท์ แต่พอป้อม &amp;ldquo;ยืนยัน&amp;rdquo; ออกมาแบบนั้น ผมก็คงจะต้องสื่อสารอะไรสักหน่อยบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันแน่นอนอยู่แล้วครับ ที่ช่วงนี้ ผมคงต้องพักการเคลื่อนไหวทางการเมืองไปสักพักเป็นปริยายอยู่แล้ว เนื่องจากปัญหาสุขภาพ ที่โดนพวกร่างมนุษย์ แต่จิตใจอำมหิตที่ไหนก็ไม่รู้ มาดักรุมทำร้ายร่างกายถึงสองครั้งสองครา ซึ่งตอนนี้ก็ยังจับตัวมาดำเนินคดีไม่ได้เสียที และเดิมทีที่ตั้งใจ คือการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศของผมนั่นเอง จึงทำให้ผมต้อง &amp;ldquo;เว้นวรรค&amp;rdquo; สักพักใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของผมนั้น มันคือสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน ที่มีอยู่ในตัวของทุกๆคนในประเทศนี้ ที่ไม่ว่าใคร จะมาพรากจากไปไม่ได้ มันเป็นสิทธิ์ ที่ไม่ควรให้ใครมาหยิบไปเป็นเงื่อนไขที่เอามาเที่ยวใช้ &amp;ldquo;แลก&amp;rdquo; เพื่อเป็น &amp;ldquo;ค่าคุ้มครอง&amp;rdquo; ในการรักษาความปลอดภัยใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำพังแค่ผมบาดเจ็บทางร่างกายอย่างหนัก จากการถูกทำร้ายร่างกาย เพียงเพราะเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างสันติมาโดยตลอดหลายปี นอนโรงพยาบเป็นสิบวัน เสียการดำเนินชีวิตปกติ ที่จะไปไหนแบบอิสระ ไร้ความระแวง มันก็มากเกินพอที่ผมจะต้องจำใจเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทำไมผมต้องยอม &amp;ldquo;เสียจิตวิญญาณเสรี&amp;rdquo; และค่าไถ่เพื่อให้ตัวเองอยู่อย่างปลอดภัย ด้วยการ &amp;ldquo;เลิกเห็นต่าง&amp;rdquo; จากผู้มีอำนาจอีกเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากกรณีเช่นเดียวกัน ที่วันนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งใน-นอกเครื่องแบบ ทั้งทหารและตำรวจ ไปหานักกิจกรรม อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษา และอดีตนักกิจกรรมที่เลิกเคลื่อนไหว หลายสิบคน ถึงประตูบ้าน โดยอ้างว่าจะไปเพื่อดูแลความปลอดภัย แต่จริงๆคือไปถามเขาว่าจะทำกิจกรรมเกี่ยวกับผม หรือการเมือง หรือเปล่า? บางคนถึงขนาดถูกขอให้หยุด ซึ่งมันเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุที่กระทำต่อประชาชน ขอส่งกำลังใจทุกท่านและยืนหยัดอย่างหนักแน่นไปด้วยกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากสื่อสารว่า นี่ไม่ใช่การดูแลรักษาความปลอดภัย อย่าเอามาอ้าง นี่มันคือการ &amp;ldquo;คุกคามสิทธิเสรีภาพ&amp;rdquo; ของประชาชน ที่ผ่านมา 5 ปี ของ คสช.ยังไม่พออีกหรือ นี่จะตั้งรัฐบาลใหม่ พยายามจะฟอกขาวว่าตัวเองมาจากการเลือกตั้ง ใสสะอาด แต่พฤติกรรมก็ยังละทิ้ง &amp;ldquo;นิสัยเผด็จการ&amp;rdquo; กันยังไม่ได้ นี่เหรอ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทำไมบรรยากาศมันช่างไม่มีความแตกต่างจากรัฐบาลที่แล้ว ที่ยึดอำนาจ ด้วยการทำรัฐประหาร และปกครองกันด้วยระบอบเผด็จการ ซะเหลือเกิน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**เช่นเคย ผมพูดให้คนอื่นพิมพ์ให้ จะได้เลิกถาม ว่าทำไมตาไม่ดี แล้วไอ้จ่านิว ยังพิมพ์ยาวๆได้ถึงขนาดนี้**&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40481</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองพยาน, จ่านิว, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, บิ๊กป้อม, ห้ามเคลื่อนไหวการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d23de2923dfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวกฎหมาย&#039;พกอาวุธ&#039;คุ้มครองพยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 - &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วานนี้&amp;nbsp;ว่า ครม. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองพยานในคดีอาญา(ฉบับที่) พ.ศ. .. ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ เนื่องจากพ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 ได้มีผลบังคับใช้มาเป็นระยะเวลานาน จึงได้มีการปรับปรุงสาระสำคัญ เพื่อให้พ.ร.บ.ดังกล่าวคุ้มครองพยานอย่างครอบคลุม รวมถึงพยานได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม&amp;nbsp;ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น ปรับปรุงบทนิยามคำว่า &amp;ldquo;พยาน&amp;rdquo; หมายถึงบุคคลซึ่งจะมาให้หรือได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาหรือศาล ในการดำเนินคดีอาญารวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;แต่ไม่ให้หมายรวมถึงจำเลยที่อ้างตนเองเป็นพยาน และเพิ่มบทนิยาม คำว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรื่องของกระบวนการคุ้มครองพยาน ให้สำนักงานคุ้มครองพยานได้รับยกเว้นไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ และกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์&amp;nbsp;จึงสามารถขอพกอาวุธเพื่อใช้ในการคุ้มครองพยาน รวมถึงการย้ายที่อยู่ การจัดหาอำนวยความสะดวกให้กับพยาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ในการดำเนินการเพื่อคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ ให้จัดหาที่พักอันเหมาะสมและจ่ายค่าเลี้ยงชีพ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเปลี่ยนชื่อตามหลักฐานทางทะเบียนที่สามารถระบุตัวพยาน&amp;nbsp;และพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล การจ่ายเงินดำรงชีพที่เหมาะสม ให้แก่พยานและผู้ใกล้ชิดกับพยานที่ได้รับผลกระทบจากการมาเป็นพยานในคดีอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27834</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายพกปืน, คุ้มครองพยาน, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, มติคณะรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c448dc75c2d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;ถาม&#039;สันธนะ&#039;3นายพลใครกลั่นแกล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.61- พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ( รอง ผบช.ทท.) หนึ่งในคณะทำงานคลี่คลายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่ตลาดใหม่ดอนเมืองระดับผู้บังคับบัญชา กล่าวหลังศาลอาญาให้ประกันตัว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ &amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองในวงเงิน 300,000 บาท และห้ามออกนอกประเทศ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังศาลอาญาออกหมายจับ 8 หมายข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกับพวกอีก 10 คน รวม 45 หมายจับว่า ถึงแม้ศาลจะให้ประกันตัวพ.ต.ท.สันธนะ ก็ไม่มีผลอะไรต่อการดำเนินคดีในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ในส่วนประเด็นที่อาจจะมีการไปข่มขู่พยานนั้น ระหว่างถูกควบคุมตัวทางตัว พ.ต.ท.สันธนะ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะฟ้องกลับพ่อค้าแม่ค้า 8 ราย ที่แจ้งความให้ร้ายเป็นผู้มีอิทธิข่มขู่รีดไถ ซึ่งถ้าหากมีการข่มขู่พยานเจ้าหน้าที่ต้องรายงานต่อศาลให้ทราบ เพื่อใช้ดุลพินิจว่าจะมีการถอนประกันตัวชั่วคราวหรือไม่ มีขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระหว่างนี้พยานทั้งหมดเราได้ใช้มาตรการคุ้มครองพยานอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาพยานทุกคนไม่มีอะไรต้องห่วง ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลแล้ว ส่วนที่ พ.ต.ท.สันธนะ จะฟ้องร้องกลับพยานก็เป็นสิทธิที่จะฟ้องร้องได้ ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นถ้าพบว่ามีการข่มขู่พยานเกิดขึ้น เราต้องรายงานให้ศาลทราบทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;กล่าวกรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ออกมาระบุว่ามีตำรวจระดับนายพล 3 คน กลั่นแกล้งนั้นไม่มีอะไร ก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร เราทำไปตามหน้าที่ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ศาลอนุมัติหมายจับเราก็ปฏิบัติตามหมายศาล ส่วนการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 10 คน ที่ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้เพิ่มอีก 1 คน ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ จ.สระบุรี ทราบชื่อคือนายต้น อยู่ระหว่างการควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ดอนเมือง ส่วนที่เหลือเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างกระชั้นชิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9131</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองพยาน, ตลาดใหม่ดอนเมือง, บิ๊กโจ๊ก, พ.ต.ท.สันธนะ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พ่อค้าแม่ค้า, รองฯต่อ, เมจิก สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af90bc86b78c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
