<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 23:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 23:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คูเวตเรียกทูตเช็กประท้วง โพสต์เข้าข้างอิสราเอลออกนอกหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของคูเวตเรียกเอกอัครราชทูตของสาธารณรัฐเช็กเข้าพบ เพื่อประท้วงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อตำแหน่งทางการทูตของเขา จากการโพสต์ทางสื่อโซเชียลว่าเขาเข้าข้างอิสราเอล ก่อความโกรธแค้นและเสียงเรียกร้องให้ขับเขาพ้นจากประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงในฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้ที่นักรบปาเลสไตน์ยิงจรวดโจมตีอิสราเอลมากกว่า 3,000 ลูก ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 200 คนในช่วงเวลา 1 สัปดาห์ของความรุนแรง คนตายเกือบทั้งหมดเป็นชาวปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ติน ดโวชาก เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็กประจำคูเวต โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวของเขา เป็นภาพตัวเขากับธงชาติอิสราเอล พร้อมข้อความว่า &amp;quot;ผมอยู่ข้างอิสราเอล&amp;quot; เขาลบโพสต์นี้แล้วในวันจันทร์และทำจดหมายขอโทษ บอกว่าเขารู้สึกผิดอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของคูเวต ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอิสราเอล เรียกทูตเช็กผู้นี้เข้าพบเพื่อแสดงความ &amp;quot;ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อการกระทำที่ขัดต่อตำแหน่งทางการทูตของเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกล่าวในแถลงการณ์ว่า กระทรวงปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับถ้อยคำของดโวชากในอินสตาแกรมของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายที่ดโวชากเผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์ของสถานทูต เขาขอโทษที่ไม่ได้แยแสต่อความรู้สึกของเพื่อนชาวคูเวตและชาวมุสลิม รวมถึงชาวคูเวตและชาวปาเลสไตน์ทั้งหมด และใครก็ตามที่เสียใจเพราะเรื่องนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวคูเวตหลายพันคนแสดงความไม่พอใจทูตผู้นี้ผ่านโซเชียลมีเดีย บางคนเรียกร้องให้เขาออกไปจากคูเวต พร้อมกับติดแฮชแท็กว่า #FreePalestine ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งบอกว่า แค่ขอโทษไม่พอ ทูตคนนี้ควรโดนเนรเทศ อีกข้อความในบัญชีอินสตาแกรมของเอกอัครราชทูตเช็กกล่าวว่า คิดทบทวนก่อนที่คุณจะสนับสนุนประเทศที่ฆ่าเด็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศตอบโต้ฮามาสและนักรบปาเลสไตน์ในกาซาอีกในวันจันทร์ หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ การโจมตีฆ่าชาวปาเลสไตน์ในกาซา 42 คน รวมถึงเด็ก 8 คนและแพทย์ 2 คน เป็นวันนองเลือดที่สุดนับแต่การตอบโต้ด้วยจรวดและถล่มทางอากาศเริ่มต้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันอาทิตย์มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้ว 197 คน เป็นเด็กอย่างน้อย 58 คน และมีคนบาดเจ็บมากกว่า 1,200 คน ส่วนฝ่ายอิสราเอลเสียชีวิต 10 คน เป็นเด็ก 1 คน และบาดเจ็บ 294 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103260</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, ถล่มกาซา, ปาเลสไตน์, เข้าข้างอิสราเอล, เรียกทูตประท้วง, เอกอัครราชทูตเช็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e60854dde2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลงนามแสดงความเสียใจเจ้าผู้ครองรัฐคูเวตเสด็จสวรรคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.63 - เวลา 11.00 น. ณ สถานเอกอัครราชทูตคูเวตประจำประเทศไทย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปลงนามแสดงความเสียใจ กรณี His Highness Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah เจ้าผู้ครองรัฐคูเวตเสด็จสวรรคต โดยภายหลังการลงนามนายกรัฐมนตรีได้หารือกับ นายมุฮัมมัด ฮุซัยน์ เอ็ม เอ อัลฟัยลากาวี (Mr. Mohammad Husain Alfailakawi) เอกอัครราชทูตรัฐคูเวตประจำประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจกับประเทศและประชาชนคูเวตต่อการสูญเสียนี้ และขอถวายพระพรแด่ เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์ (His Highness Sheikh Nawaf Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah) เจ้าผู้ครองรัฐคูเวตพระองค์ใหม่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันพร้อมกระชับความร่วมมือระหว่างไทย-คูเวตในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79303</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, นายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76db8ca955c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่5รายกลับจากคูเวต  ไร้ติดเชื้อในไทย42วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 5 ราย อยู่ในสถานกักกันของรัฐทั้งหมด กลับจากประเทศคูเวต ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,195 ราย หายป่วยสะสม 3,072 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 42 วัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70635</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., โควิด-19, ไร้ติดเชื้อในประเทศ42วัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef05a7cb86e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังเวยไวรัสนอกจีนเพิ่มไม่หยุด คูเวต-บาห์เรน-อัฟกันเจอติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 นอกจีนน่าวิตกมากขึ้น เกาหลีใต้-อิหร่าน-อิตาลีสังเวยไวรัสโคโรนาเพิ่ม ยอดติดเชื้อในเกาหลีใต้พุ่งเกิน 800 ราย ตะวันออกกลางระบาดเพิ่ม คูเวตและบาห์เรนมีผู้ติดเชื้อจากอิหร่าน อัฟกานิสถานเจอรายแรกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ออกฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในตลาดสดแห่งหนึ่งที่กรุงโซลเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูเวตและบาห์เรน ซึ่งก่อนหน้านี้ประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 แพรระบาดจากอิหร่าน ยืนยันเมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าพบผู้ติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ในประเทศอ่าวอาหรับทั้งสองประเทศเป็นครั้งแรก โดยคูเวตพบผู้ติดเชื้อ 3 ราย บาห์เรนพบ 1 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางมาจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขคูเวตเปิดเผยว่า การตรวจสอบกลุ่มคนที่เดินทางมาจากเมืองมาชาดของอิหร่าน พบ 3 คนติดไวรัสโคโรนา โดยรายหนึ่งเป็นชายชาวคูเวตอายุ 53 ปี อีกรายเป็นชาวซาอุดีอาระเบียอายุ 61 ปี และชาวอาหรับไร้รัฐอายุ 21 ปี ส่วนกระทรวงสาธารณสุขบาห์เรนรายงานวันเดียวกันว่า มีพลเมืองคนหนึ่งที่เดินทางมาจากอิหร่านเริ่มแสดงอาการป่วย เขาถูกเคลื่อนย้ายไปศูนย์การแพทย์เพื่อตรวจสอบทันที และพบว่าติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัฟกานิสถานก็ตรวจเจอผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศเช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า คนไข้จากเมืองเฮรัตรายนี้เพิ่งเดินทางกลับจากอิหร่าน และขอร้องประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่จังหวัดเฮรัต ซึ่งอยู่ภาคตะวันตกของประเทศและมีพรมแดนติดกับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านยืนยันว่าผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 12 คนแล้วเมื่อวันจันทร์ โดยมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย ส่วนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 47 ราย รัฐบาลอิหร่านให้คำมั่นว่าจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดในประเทศอย่างโปร่งใส หลังจาก ส.ส.ในจังหวัดกุม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดกล่าวหาว่ารัฐบาลปกปิดสถานการณ์ที่แท้จริงในเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านเพิ่งประกาศพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว และทำให้ประเทศเพื่อนบ้านรีบใช้มาตรการควบคุม เช่นคูเวตห้ามเรือทุกลำจากอิหร่านเทียบท่า และระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกไปอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ภายในจีนนั้น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 150 คน เกือบทั้งหมดเว้นเพียง 1 คนอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,592 คน ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มี 409 คนลดลจากวันก่อน ยอดรวมผู้ติดเชื้อมีมากกว่า 77,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่ากำลังควบคุมการแพร่ระบาดได้ รัฐบาลเมืองอู่ฮั่นที่พบการแพร่ระบาดเป็นแห่งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ได้ผ่อนคลายมาตรการกักกันประชากร 11 ล้านคน ที่ใช้มานาน 1 เดือนลงบางส่วนแล้ว โดยอนุญาตให้บุคคลที่สุขภาพแข็งแรงที่ไม่ใช่ผู้พักอาศัยในเมืองนี้, ผู้ที่มีปัญหาทางการแพทย์อื่นๆ และผู้ที่ทำงานด้านการป้องกันไวรัส สามารถออกจากเมืองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้เป็นประเทศที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดรองจากจีน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคซีดีซี) รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 รายเมื่อวันจันทร์ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 7 ราย นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มถึง 231 คนในวันเดียว ยอดผู้ติดเชื้อรวมเป็น 833 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอิตาลีก็รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกเป็นรายที่ 4 ของประเทศเมื่อวันจันทร์ ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดนี้เป็นชายอายุ 84 ปีจากแคว้นลอมบาร์นีในภาคเหนือ ซึ่งเมื่อสุดสัปดาห์รัฐบาลท้องถิ่นมีคำสั่งให้ปิดเมือง 10 เมือง บวกกับอีกเมืองในแคว้นเวเนโตเพื่อนบ้าน รวมประชากรมากกว่า 50,000 คน ส่วนผู้ติดเชื้อในอิตาลีขณะนี้มีมากกว่า 150 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58049</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, จีน, บาห์เรน, อัฟกานิสถาน, อิตาลี, อิหร่าน, เกาหลีใต้, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e539b8222172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุดีอาระเบีย-ยูเออี-คูเวตทุ่ม 2,500 ล้าน$ กอบกู้วิกฤติจอร์แดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลัวอาหรับสปริงวนซ้ำ ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี และคูเวต เสนอให้ความช่วยเหลือมูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์แก่จอร์แดน เพื่อช่วยผ่อนคลายวิกฤติเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดการประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดแล้วหลายรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักพระราชวังซาอุดี สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน (ขวา) และสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงร่วมการประชุมที่เมกกะ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียทรงเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับผู้นำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), คูเวต และจอร์แดน ที่นครเมกกะ รายงานของสำนักข่าวซาอุดีเพรส (เอสพีเอ) เมื่อวันจันทร์ กล่าวว่า ผู้นำทั้ง 3 ประเทศเห็นพ้องกันว่าจะให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่อจอร์แดนเป็นมูลค่ารวม 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 80,120 ล้านบาท) ขณะที่สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ซึ่งทรงร่วมซัมมิตนี้ด้วย ได้ตรัสว่าความช่วยเหลือนี้จะช่วยให้จอร์แดนเอาชนะวิกฤติครั้งนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายวันก่อน จอร์แดนเผชิญการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่เกิดจากความไม่พอใจราคาสินค้าที่แพงขึ้นและการขึ้นภาษี ซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลพยายามใช้เพื่อลดภาระหนี้ของประเทศ ตามเงื่อนไขเงินกู้ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จำนวน 728 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2559 (ราว 23,168 ล้านบาท) การต่อต้านบีบให้นายกฯ ฮานี มัลกี ต้องลาออก และรัฐบาลประกาศเพิกถอนกฎหมายที่ประชาชนต่อต้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอของ 3 ชาติเพื่อนบ้านภูมิภาคอ่าวของจอร์แดน จะให้ความช่วยเหลือทั้งในรูปแบบของเงินฝากในธนาคารกลางของจอร์แดน, การรับประกันในธนาคารโลก จนถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณระยะ 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์ เช่น ลอรี โบการ์ดต์ จากสถาบันนโยบายตะวันออกใกล้ในกรุงวอชิงตัน ให้ทัศนะกับเอเอฟพีว่า การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและจำนวนมากของกลุ่มอ่าวน่าจะเกิดจากต้องการหลีกเลี่ยงการซ้ำรอยอาหรับสปริงปี 2554 ที่เกิดการประท้วงทั่วตะวันออกกลาง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11164</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, จอร์แดน, ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, วิกฤติเศรษฐกิจ, อาหรับสปริง, เงินช่วยเหลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8f565a780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2018 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2018 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเตร์เต&#039; ห้ามพลเมืองฟิลิปปินส์ทำงานคูเวตอย่างถาวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลิปปินส์ ประกาศห้ามพลเมืองฟิลิปปินส์ไปทำงานที่คูเวตเป็นการถาวรแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังความขัดแย้งกรณีแรงงานโดนทารุณบานปลายหนักถึงขั้นคูเวตเรียกทูตกลับและสั่งขับทูตฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวกับชุมชนชาวฟิลิปปินส์ในสิงคโปร์เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2561 ว่าความขัดแย้งระหว่างฟิลิปปินส์กับประเทศเศรษฐีน้ำมันตะวันออกกลางแห่งนี้ตึงเครียดอย่างหนัก ภายหลังเกิดคดีคนงานทำงานบ้านชาวฟิลิปปินส์โดนนายจ้างฆาตกรรมที่คูเวต ศพของเธอถูกพบอยู่ในตู้แช่แข็ง และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีดูเตร์เตจึงมีคำสั่งห้ามคนงานฟิลิปปินส์ไปทำงานที่คูเวตเป็นการชั่วคราว โดยกล่าวโจมตีนายจ้างชาวอาหรับว่าชอบข่มขืนคนงานฟิลิปปินส์ บังคับให้ทำงานวันละ 21 ชั่วโมง และให้กินแต่เศษอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ประธานาธิบดีดูเตร์เตเผยกับผู้สื่่อข่าวที่เมืองดาเวาว่า คำสั่งห้ามนี้จะใช้เป็นการถาวร จะไม่มีการรับสมัครคนงานอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนงานทำงานบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีปฏิกิริยาจากทางคูเวต ที่ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์เผยว่า มีชาวฟิลิปปินส์ทำงานอยู่ราว 262,000 คน เกือบ 60% เป็นคนงานทำงานบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว วิกฤติกลับเลวร้ายลงอีกเมื่อฟิลิปปินส์เผยแพร่วิดีโอปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สถานทูต เข้าให้การช่วยเหลือแรงงานฟิลิปปินส์หลบหนีจากนายจ้างที่ล่วงละเมิด ซึ่งคูเวตระบุว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของตน แม้รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ขอโทษต่อคูเวตแล้ว แต่ทางการคูเวตกลับประกาศขับเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ และเรียกเอกอัครราชทูตคูเวตประจำฟิลิปปินส์กลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูเวตยังควบคุมตัวชาวฟิลิปปินส์ 4 คนที่ได้รับการว่าจ้างจากสถานทูตฟิลิปปินส์ และยังออกหมายจับบุคลากรทางการทูตฟิลิปปินส์อีก 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตยังกล่าวถึงการปฏิบัติต่อคนงานฟิลิปปินส์ในคูเวตว่าเป็นความวิบัติ และว่า เขาจะพาแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์ที่โดนละเมิด กลับบ้าน โดยเขาวิงวอนแรงงานที่ยังต้องการทำงานอยู่ที่นั่นว่า การกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน แม้จะยากจน แต่ก็ยังมีชีวิตรอด เศรษฐกิจของประเทศกำลังไปได้ดี และฟิลิปปินส์ก็ยังขาดแคลนแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ผู้นำฟิลิปปินส์เพิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลงว่าเขาจะแก้ปัญหาการเอะอะโวยวายทางการทูต โดยกล่าวกับชาวฟิลิปปินส์ในสิงคโปร์ว่า ดูเหมือนคนพวกนั้นจะโกรธคนฟิลิปปินส์ ไม่ชอบคนฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตบอกด้วยว่า แรงงานที่กลับจากคูเวตอาจไปทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่จีนแทนได้ เพราะรัฐบาลปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนแล้ว พร้อมกับระบุว่าจีนเป็นเพื่อนแท้ และเขาอาจจะใช้เงินช่วยเหลือจากจีนเป็นทุนในการนำแรงงานกลับประเทศด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8121</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนงานทำงานบ้าน, คนงานฟิลิปปินส์, คูเวต, ดูเตร์เต, ฟิลิปปินส์, ล่วงละเมิดแรงงาน, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5ca733b1ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขัดแย้งแรงงานบานปลาย ฟิลิปปินส์งงคูเวตตะเพิดทูต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ความขัดแย้งทางการทูตบานปลายจากกรณีแรงงานฟิลิปปินส์โดนทารุณกรรม คูเวตเคืองฟิลิปปินส์กัดไม่ปล่อย เรียกทูตของตนกลับประเทศและเนรเทศทูตอีกฝ่าย ขณะรัฐบาลฟิลิปปินส์งง เรียกร้องให้คูเวตชี้แจงเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2561 เรนาโต เปโดร วียา เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำคูเวต แถลงข่าวที่สถานทูตในกรุงคูเวตซิตี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคูเวตและฟิลิปปินส์กลับมาเลวร้ายลงอีก ภายหลังสัปดาห์ที่แล้วฟิลิปปินส์เผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สถานทูตฟิลิปปินส์ ที่เข้าให้การช่วยเหลือแรงงานฟิลิปปินส์พ้นการทารุณกรรมของนายจ้างในคูเวต ซึ่งรัฐบาลคูเวตตำหนิว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อลัน ปีเตอร์ คาเยตาโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้ขอโทษต่อคูเวตแล้ว แต่เมื่อวันพุธ เจ้าหน้าที่คูเวตประกาศว่า คูเวตขับไล่เรนาโต เปโดร วียา เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำคูเวต และกำลังเรียกเอกอัครราชทูตของคูเวตประจำกรุงมะนิลากลับประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์กล่าวว่า กระทรวงได้ยื่นหนังสือทางการทูตต่อสถานทูตคูเวต เพื่อแสดงความประหลาดใจอย่างหนักและความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อคำประกาศของคูเวต ที่ว่าเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือนี้ คาเยตาโนยังเรียกร้องให้รัฐบาลคูเวตชี้แจงเหตุผลที่คูเวตยังคงควบคุมตัวชาวฟิลิปปินส์ 4 คนที่สถานทูตฟิลิปปินส์ว่าจ้าง และยังออกหมายจับบุคลากรทางการทูตฟิลิปปินส์อีก 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฟิลิปปินส์กล่าวว่า สถานทูตจ้างชาวฟิลิปปินส์ 3 คนใน 4 คนที่ทางการคูเวตควบคุมตัวไว้ เพื่อให้พวกเขาร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ฟิลิปปินส์หวังว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างคูเวตและฟิลิปปินส์เลวร้ายลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติตึงเครียดขึ้นภายหลังเกิดคดีฆาตกรรมโจอันนา เดมาเฟลิส คนงานทำงานบ้านชาวฟิลิปปินส์ ศพของเธอถูกพบแช่แข็งในตู้แช่ของนายจ้างเมื่อต้นปีนี้ และทำให้ประธานาธิบดีดูเตร์เตสั่งห้ามแรงงานฟิลิปปินส์ไปทำงานที่นั่น แต่ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้นเมื่อศาลคูเวตตัดสินประหารชีวิตนายจ้างที่เป็นชาวเลบานอนและภรรยาชาวซีเรียของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำตัดสิน ดูเตร์เตประกาศแผนเดินทางเยือนคูเวตเพื่อทำข้อตกลงเกี่ยวกับความปลอดภัยของแรงงาน แต่โรเกยอมรับว่ากำหนดการไม่มีความแน่นอนแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7960</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, ตะเพิดทูต, นายจ้างทารุณ, ฟิลิปปินส์, แรงงานฟิลิปปินส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1eadd9d22a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
