<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนสุนันทา ยืนยันอีกโพล &#039;ประยุทธ์-จุรินทร์&#039; คะแนนเบียด&#039;นายกคนต่อไป&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;IRDC POLL &amp;nbsp;ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เผยแพร่ผลสารวจความคิดเห็น ของประชาชนทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,421 ตัวอย่าง สุ่มตัวอย่างจากในเขตอำเภอเมือง 822 ตัวอย่าง ต่างอำเภอ 599 ตัวอย่าง ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ โดยสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผู้นำทางการเมืองที่มีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ ทั้งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชนให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ โดยประชากรท่ีสนใจศึกษานี้การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการใช้แบบสอบถามออนไลน์ และจากการสัมภาษณ์ตัวต่อตัว ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) แล้วใช้วิธีการถ่วงน้าหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของ กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน 5% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล 12-16 ตุลาคม 2564 วันท่ีเผยแพร่ผล คือ เมื่อ 16 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย IRDC POLL แสดงผลความคิดเห็นของประชาชนที่ต่อนักการเมืองด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล ดังนั้นการนำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤติทั้งด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้นำที่เข้มแข็ง ผู้นำที่ประชาชนฝากความหวังให้แก้ปัญหาปากท้องและนำพาประเทศให้พัฒนาต่อไปได้ รวมทั้งความคิดเห็นที่มีต่อหัวหน้าพรรคการเมืองและผู้นำการเมืองที่มีบทบาททางการเมืองในปี พ.ศ. 2563 &amp;ndash; 2564 ด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป ผล 5 ด้านได้ดังนี้ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ท่านคิดว่าใครจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ดีที่สุด ปรากฎอันดับ 1 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 15.90% อันดับ2 สุดารัตน์เกยุราพันธุ์ 14.57% อันดับ3 พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา % &amp;nbsp;10.77% อันดับ4 อนุทินชาญวีรกูล 9.01% อันดับ5 พิธาลิ้มเจริญ 2.11% อื่นๆรวมกัน 28.99%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ท่านคิดว่าใครจะสามารถแก้ไขปัญหาด้านการเมืองของประเทศได้ดีที่สุด อันดับ1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 17.95% 2.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 17.31%&amp;nbsp; 3.สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&amp;nbsp; 11.05% 4.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 10.49% 5.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.52% 6.อื่นๆ 34.69%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ท่านคิดว่าใครจะสามารถแก้ไขปัญหาการศึกษาของประเทศได้ดีที่สุด อันดับ1 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์&amp;nbsp; 12.81% 2.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 11.96% 3.สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 11.33% 4.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 10.84% 5.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 10.70% 6.อื่นๆ 42.36%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ท่านคิดว่าใครจะสามารถแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศได้ดีที่สุด อันดับ1 อนุทิน ชาญวีรกูล 22.03% 2.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา15.90% 3.พิธา ล้ิมเจริญรัตน์13.58% 4.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์11.33% 5.สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 9.57% 6.อื่นๆ27.59%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ท่านคิดว่าใครเหมาะจะเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยคนต่อไป อันดับ1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 16.68% อันดับ 2.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์16.26% อันดับ3 สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 16.19% อันดับ4 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 12.10% อันดับ5 อนุทิน ชาญวีรกูล 9.85% และอื่นๆ 28.92%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119956</URL_LINK>
                <HASHTAG>คู่ชิงนายกรัฐมนตรี, สวนสุนันทาโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616b9e567622a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลยกผลสำรวจ &#039;บิ๊กตู่-จุรินทร์ &#039;คู่ชิงนายกรัฐมนตรี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประเมินคู่ชิงนายกรัฐมนตรี กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศโดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,348 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 11 &amp;ndash; 16 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า
ผลประเมินความเหมาะสมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับแรกได้แก่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.2 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา เพราะจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ อดทน อดกลั้น มุ่งมั่นทุ่มเททำงานให้ประเทศชาติและประชาชนต่อเนื่องมา ปรับปรุงตนเอง กำลังทำงานต่อเนื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศแก้ปัญหาปากท้องให้กลับมาเปิดประเทศได้ ยังไม่พบปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่รุนแรงเอื้อต่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ไม่เหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเอื้อผลประโยชน์ต่อครอบครัวและพวกพ้อง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับสอง ที่ตามมา ได้แก่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.3 ระบุ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;เพราะมีอุดมการณ์ ขยันทุ่มเททำงานแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชน มีประสบการณ์การเมืองมายาวนาน เชื่อมประสานทุกฝ่ายฝ่าวิกฤตต่าง ๆ ได้ไม่มีประวัติด่างพร้อย จงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ จุดยืนมั่นคงกับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่พบทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่เอื้อผลประโยชน์แก่ครอบครัวและพวกพ้อง เป็นต้น
อันดับสาม ที่ตามมาติด ๆ ได้แก่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.6 ระบุ คุณหญิงสุดารัตน์ &amp;nbsp;เกยุราพันธุ์ เพราะ เป็นผู้หญิงกล้า แกร่ง มุ่งมั่นทุ่มเท ทำงานใกล้ชิดประชาชน อยู่เบื้องหลังความสำเร็จพรรคไทยรักไทยในอดีต มีความละเอียดอ่อนไหวต่อความรู้สึกของประชาชนตัวเล็กตัวน้อย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับสี่ ได้แก่ ร้อยละ 58.5 ระบุ นายกรณ์ จาติกวณิช เพราะ เป็นนักการเมือง เป็นตัวของตัวเองสูง การศึกษาดี พูดจาดีมีประสบการณ์สูง เชี่ยวชาญเศรษฐกิจ การเงิน เป็นต้น อันดับห้า ได้แก่ ร้อยละ 54.4 ระบุ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล เพราะ เป็นนักธุรกิจเคยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจอยู่เบื้องหลังความสำเร็จผ่านวิกฤตโควิด อดทน อดกลั้นต่อการถูกโจมตี จิตใจดีช่วยเหลือประชาชน ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เป็นต้น และรอง ๆ ลงไปได้แก่ ร้อยละ 53.9 ระบุ นายพิธา &amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์ เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ หัวก้าวหน้า พูดจาดีมีเหตุผล มีวิสัยทัศน์ มีการศึกษาดี เป็นต้น และร้อยละ 46.7 ระบุ นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม เพราะเป็นนักการเมือง นักประชาธิปไตยที่มีความรู้ มีจุดยืนเข้มแข็งจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ผลงานเปิดโปงทุจริตจำนำข้าว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ จุดยืนทางการเมืองของประชาชนที่พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 40.7 สนับสนุนรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 21.2 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และ ร้อยละ 38.1 ระบุ พลังเงียบ ขออยู่ตรงกลาง
ที่น่าสนใจคือ เมื่อจำแนกแบ่งจุดยืนทางการเมืองของประชาชนออกตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ พบว่า ประชาชนในภาคใต้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.7 สนับสนุนรัฐบาลมากที่สุด ในขณะที่คนอีสานสนับสนุนรัฐบาลน้อยที่สุดคือร้อยละ 23.9 โดยคนในภาคกลางสนับสนุนรัฐบาลเป็นอันดับสองได้ร้อยละ 38.5 และคนกรุงเทพมหานครสนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 31.5 และคนภาคเหนือสนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 29.9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มคนพลังเงียบหรือขออยู่ตรงกลาง พบว่ากลุ่มคนในภาคอีสานเกือบครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มพลังเงียบสูงที่สุด คือร้อยละ 48.6 รองลงมาคือ คนกรุงเทพมหานครร้อยละ 43.2 ในขณะที่คนภาคเหนือเป็นพลังเงียบร้อยละ 40.7 และคนในภาคกลางเป็นพลังเงียบร้อยละ 40.2 โดยคนในภาคใต้เป็นพลังเงียบน้อยที่สุดคือร้อยละ 16.8 ตามลำดับ ที่น่าสนใจคือ ในกลุ่มคนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาล พบว่า สูงสุดในภาคเหนือคือร้อยละ 29.4 ในขณะที่คนในภาคใต้ไม่สนับสนุนรัฐบาลน้อยที่สุดคือร้อยละ 5.5 ในขณะที่คนในภาคอีสานร้อยละ 27.5 คนกรุงเทพมหานครร้อยละ 25.3 และคนในภาคกลางร้อยละ 21.3 ไม่สนับสนุนรัฐบาล ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า หลังจากมีพรรคการเมืองต่าง ๆ ทยอยเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีออกมา ประชาชนส่วนใหญ่ตอบรับผู้ถูกเสนอตัวเป็นคู่ชิงนายกรัฐมนตรีตามความเหมาะสมในคุณลักษณะของแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่ตอบรับกับการเสนอชื่อของพรรคการเมืองต่าง ๆ ว่าเหมาะสมเป็นคู่ชิงนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมืองในจุดแข็งของแต่ละคนที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายและการตัดสินใจเปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ส่งผลทำให้การสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐบาลสูงกว่ากลุ่มคนที่ไม่สนับสนุน โดยกลุ่มประชาชนในภาคใต้มีมากที่สุดในกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล แต่ที่น่าสนใจคือ กลุ่มพลังเงียบหรือขออยู่ตรงกลางมีมากที่สุดในภาคอีสานรองลงมาคือคนกรุงเทพมหานคร โดยพบว่ามีถึงเกือบครึ่งหนึ่งของประชาชนในภาคอีสาน ที่ขอเป็นพลังเงียบหรือขออยู่ตรงกลาง เมื่อถามถึงจุดยืนทางการเมืองของประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119955</URL_LINK>
                <HASHTAG>คู่ชิงนายกรัฐมนตรี, คู่ชิงเก้าอี้นายกฯ, ซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616b9a9b203c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
