<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวเนซุเอลากำหนดราคาไข่ไก่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำทั้งเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงพาณิชย์เวเนซุเอลาประกาศควบคุมราคาอาหารพื้นฐานครั้งใหม่ 27 รายการเมื่อวันพฤหัสบดี โดยราคาไข่ไก่, เนื้อสัตว์และไส้กรอก สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำทั้งเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากล่าวว่า การประกาศควบคุมราคาอาหารพื้นฐานของทางการเวเนซุเอลา นับเป็นการกลับมาควบคุมเศรษฐกิจของประเทศอย่างเข้มงวดอีกครั้ง หลังจากผ่อนปรนมาแล้วมากกว่า 1 ปีช่วงที่ต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรของสหรัฐ ปัจจุบันรัฐบาลของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร กำลังหาทางบรรเทาภาวะเงินเฟ้อในช่วงยามราคาน้ำมันดิบพังทลาย, พลังงานขาดแคลน และทั่วประเทศตกอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอไนดา ลาญา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของเวเนซุเอลา เผยแพร่ประกาศควบคุมราคาอาหารพื้นฐาน 27 รายการทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน อาหารดังกล่าวรวมถึงไข่ไก่, เนื้อสัตว์, ไส้กรอก, เนยและนมผง ที่มีราคาควบคุมสูงกว่า 400,000 โบลิวาร์ ซึ่งเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั้งเดือนที่รัฐบาลเพิ่งประกาศใช้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน เงิน 400,000 โบลิวาร์ เท่ากับเพียง 2 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 65 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศควบคุมราคาอาหารพื้นฐานของเวเนซุเอลาระบุราคาเป็นเงินโบลิวาร์และเงินเปโตร ซึ่งเป็นสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีที่ดำเนินการโดยรัฐบาลเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัทผลิตอาหารเอกชนและกลุ่มบริษัทเอกชนของเวเนซุเอลา ออกมาเตือนว่า การควบคุมราคาอาหารจะทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารพื้นฐานอีกครั้ง เหมือนกับที่ประเทศสมาชิกโอเปกแห่งนี้ต้องเผชิญมาแล้วหลายปีภายหลังการพังทลายของราคาน้ำมันดิบในปี 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดปีที่ผ่านมา การกระจายสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ มีการปรับปรุงดีขึ้นมาก ตั้งแต่รัฐบาลผ่อนปรนการควบคุมราคาสินค้า แต่จากข้อมูลของสภาผู้แทนราษฎรเวเนซุเอลาที่พรรคฝ่ายค้านมีเสียงข้างมาก ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของประเทศอยู่ที่ 3,365% ทำให้สินค้าจำนวนมากมีราคาสูงเกินกว่าที่ชาวเวเนซุเอลาส่วนใหญ่จะซื้อได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าจ้างขั้นต่ำ, ราคาไข่ไก่, เงินเฟ้อ, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac24a6f26a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2018 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2018 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานเฮ!ครม.เคาะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศเริ่ม1เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;30 ม.ค.61 - นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 &amp;nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 &amp;nbsp;ได้มีการศึกษาข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและได้มีการกำหนดสูตรคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมกับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเทียบเคียงกับสูตรค่าจ้างขั้นต่ำของต่างประเทศ &amp;nbsp;เช่น ฝรั่งเศส มาเลเซีย บราซิล และคอสตาริกา ซึ่งองค์การแรงงานระหว่างประเทศยอมรับว่าเป็นสูตรคำนวณที่สามารถดูแลคุณภาพชีวิตของลูกจ้างได้ &amp;nbsp;รวมถึงคาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 61 จะขยายตัวร้อยละ 3.6-4.6 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำขึ้น 8-20 บาทต่อวัน ในทุกจังหวัด แบ่งออกเป็น 7 ระดับ ได้แก่ 308 บาทต่อวันจำนวน 3 จังหวัด &amp;nbsp;310 บาทต่อวัน จำนวน 22 จังหวัด &amp;nbsp;315 บาทต่อวัน จำนวน 21 จังหวัด &amp;nbsp;318 บาทต่อวัน จำนวน 7 จังหวัด &amp;nbsp;320 บาทต่อวัน จำนวน &amp;nbsp;14 จังหวัด &amp;nbsp;325 บาทต่อวัน จำนวน 7 จังหวัด และ330 บาทต่อวัน จำนวน &amp;nbsp;3 จังหวัด ให้มีผลผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.61.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าจ้างขั้นต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180109/5a5474a474ffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2018 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2018 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;ชงครม.ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ-แต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.61 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยก่อนการที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้จะเสนอที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลาง เสนอปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยแต่ละจังหวัดจะมีอัตราการขึ้นค่าแรงที่ไม่เท่ากัน เชื่อว่าการขึ้นอัตราค่าจ้างดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ และไม่มีปัญหากรณีที่มีเครือข่ายแรงงานเห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมติคณะกรรมการในคณะกรรมการค่าจ้างกลาง แบ่งเป็น 7 ระดับ ซึ่งเป็นการปรับใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 308 บาท ระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับขึ้นจำนวน 22 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี ลำพูน สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ศรีษะเกศ ตาก ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ ราชบุรี ระนอง มหาสารคาม ชุมพร สตูลตรัง แม่ฮ่องสอน เชียงราย &amp;nbsp;ลำปาง นครศรีธรรมราช และหนองบัวลำภู อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 310 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับขึ้น 21 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด นครสวรรค์ พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุ โลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ กาญจนบุรี อ่างทอง สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ บุรีรัมย์ และน่าน อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 315บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับขึ้น 7 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์ ปราจีนบุรี และจันทบุรี อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 318 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับขึ้น 14 จังหวัดได้แก่ อุบลราชธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา หนองคาย ลพบุรี ขอนแก่น กระบี่ นครราชสีมา พังงงาเชียงใหม่ สุพรรณบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี และตราด เป็นต้น อัตราอยู่ที่ 320 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับขึ้น 7 จังหวัด อาทิ กทม. นนทบุรี ฉะเฉิงเทราสมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี และนครปฐม เป็นต้นอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 325 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับขึ้น 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 330 บาท โดยค่าเฉลี่ยทั้ง 77 จังหวัดโดยมีการปรับค่าแรงต่ำสุด 5 บาท และสูงสุด 22 บาท ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 315.97 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2021</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าจ้างขั้นต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6fdfd1447ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2018 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2018 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์วิจัยกสิกรฯชี้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มต้นทุนผู้ประกอบการ 0.4%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่ม 308-330 บาทต่อวัน เพิ่มต้นทุนผู้ประกอบการ 0.4%&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผลการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง หรือ บอร์ดค่าจ้าง ที่เคาะออกมาในคืนวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีมติให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2561 ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ด้วยอัตรา 308-330 บาทต่อวัน หรือเฉลี่ย 315.97 บาทต่อวัน จากเมื่อปี 2560 มีค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำอยู่ในช่วง 300-310 บาทต่อวัน หรือเฉลี่ย 305.44 บาทต่อวัน โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2561 นี้ เป็นการปรับขึ้นแบบไม่เท่ากันทั่วประเทศตามแต่ละพื้นที่ โดยจัดกลุ่มจังหวัดแบ่งค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 7 ระดับ ต่างจากปีก่อนที่แบ่งออกเป็น 4 ระดับ เนื่องจากเพิ่มตัวแปร เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) รวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (GPP) เข้ามาในสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแบบใหม่&amp;nbsp;พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า จังหวัดที่ได้รับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุดที่ 330 บาทต่อวัน เป็นจังหวัดที่อยู่ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งสอดคล้องไปกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการดึงดูดแรงงานที่พอจะมีทักษะฝีมือให้เคลื่อนย้ายมาทำงานในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษมากยิ่งขึ้น ขณะที่จังหวัดที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราที่น้อยที่สุด ที่ 308 บาทต่อวัน เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนน้อย ค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มไม่มาก แต่สอดคล้องกับค่าครองชีพของแรงงาน ซึ่งน่าจะช่วยดึงดูดผู้ประกอบการเข้าไปลงทุน เพื่อสร้างงานให้คนในพื้นที่มากขึ้นตามไปด้วยค่าแรงขั้นต่ำปี 61 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.6% ดันต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่ม 0.4%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2561 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.6% จะส่งผลกระทบทางตรงต่อต้นทุนของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Labor-intensive) ให้เพิ่มขึ้นประมาณ 0.5% ของต้นทุนทั้งหมด ซึ่งอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในภาคบริการที่มักพึ่งพิงแรงงานไร้ฝีมือ และจ่ายค่าจ้างโดยอ้างอิงกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นหลัก ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจร้านอาหารและที่พักแรม รวมถึงธุรกิจผลิตสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มและเฟอร์นิเจอร์ ตลอดจนภาคเกษตรกรรม&amp;nbsp;
ขณะที่ ธุรกิจอื่นๆ ที่แต่เดิมจ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำไม่มากหรือพึ่งพิงแรงงานกึ่งมีฝีมือเป็นหลัก อาจจะได้รับผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากจำต้องปรับเพิ่มค่าจ้างของแรงงานกึ่งมีฝีมือเพื่อรักษาระดับความต่างของค่าจ้างระหว่างแรงงานกึ่งมีฝีมือและแรงงานไร้ฝีมือไว้ท่ามกลางสภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัวขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของธุรกิจและอุตสาหกรรมในภาพรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4% ของต้นทุนทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ธุรกิจที่มีทางเลือกค่อนข้างจำกัดในการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจ SMEs จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นๆ โดยเปรียบเทียบ ดังนั้น หากภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถนำค่าจ้างแรงงานไปลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า ก็น่าจะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนบางส่วนของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1949</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าจ้างขั้นต่ำ, ค่าแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180129/image_big_5a6eabf980aad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2018 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2018 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมค้าปลีก &#039;โวย&#039; ขึ้นค่าจ้างสร้างปัญหาแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีคณะกรรมการกลางค่าจ้าง มีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 7 อัตราตามโชนจังหวัด ตั้งแต่ต่ำสุด 5 บาทถึงสูงสุด 22 บาท พร้อมตั้งแท่นนำเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้านั้น นางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย แสดงความไม่เห็นด้วยโดยระบุว่า จะส่งผลกระทบใน 4 ประเด็นสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ 1.ปัญหาขาดแคลนแรงงานในพื้นที่เมืองหลวง เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่ย้ายกลับภูมิลำเนาของตนเอง 2.ปัญหาค่าจ้างแรงงานรายชั่วโมงเพิ่มสูงขึ้น โดยการจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ 4 ชั่วโมง จะมีต้นทุนถึงชั่วโมงละ 77 &amp;ndash; 82.50 บาท ซึ่งกฏหมายกำหนดค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นรายวัน การจ้างพาร์ทไทม์ เพียง 4 ชั่วโมง ก็ต้องจ่ายค่าจ้างเต็มวัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากค่าจ้างแรงงาน อาทิ เงินสมทบต่างๆ, กองทุนประกันสังคม, กองทุนเงินทดแทน, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนคนพิการ เป็นต้น และข้อ 4. ผลกระทบต่อโครงสร้างค่าจ้างแรงงานทั้งระบบ ทั้งในแง่ของการปรับค่าแรงของตำแหน่งงานที่สูงขึ้นไป ซึ่งแม้จะจ่ายค่าจ้างเกินกว่าค่าแรงขั้นต่ำแล้ว แต่ก็ต้องปรับ เพื่อให้มีช่วงห่างของค่าจ้างที่เหมาะสม รวมไปถึงการจ้างแรงงานที่ต้องใช้ทักษะและฝีมือในการทำงาน ก็ต้องปรับให้สูงขึ้นกว่าค่าแรงขั้นต่ำด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจริยา กล่าวว่า จากผลกระทบทั้ง 4 ด้านที่กล่าวมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเกิน 500 คนขึ้นไป จากเดิมที่อัตราค่าแรงอยู่ที่ 300 -500 บาท แต่ตามข้อกำหนดใหม่ที่ค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 308-330 บาทต่อวัน ทำให้องค์กรต้องปรับเพิ่มค่าแรงอีก 5-22 บาท (จากฐาน 300 บาท) และปรับค่าแรงขึ้นตามขั้นบันได&amp;nbsp; ส่งผลให้องค์กรธุรกิจนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 3.39 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมอัตราเพิ่มสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอีก 11.83% กองทุนเงินทดแทนอีก 1.87% และ กองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการอีก 58,035 บาทต่อคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยมีข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อพิจารณา คือในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้ ผลกระทบจะเกิดขึ้นโดยตรงกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในภาคการค้าและบริการ ที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Labor-intensive) 2.ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นๆเนื่องด้วยทางเลือกที่ค่อน ข้างจำกัดในการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงาน หากภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถนำค่าจ้างแรงงานทั้งหมดไปลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า ก็อาจช่วยบรรเทาภาระต้นทุนบางส่วนของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าจ้างขั้นต่ำ, ค้าปลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6b3fb69ba35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2018 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2018 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังชง ครม. ช่วยอุ้ม เอสเอ็มอี ได้รับผลกระทบขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังเตรียมชง ครม. ผุดมาตรการบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เปิดช่องนำรายจ่ายจากค่าแรงทั้งก้อนหักลดหย่อนภาษีได้ 1.15 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;25 ม.ค. 61 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า กระทรวงการคลังจะเสนอให้มีการพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี และมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้กับลูกจ้าง ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจ้างแรงงานทั้งหมดมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.15 เท่า จากเดิมสามารถหักลดหย่อนได้ 1 เท่า โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. &amp;ndash; 31 ธ.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยกระทรวงการคลังเชื่อว่ามาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำดังกล่าว จะช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างมาก เพราะการนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาคำนวณเป็นรายจ่าย ไม่ใช่เฉพาะค่าจ้างในส่วนที่ปรับเพิ่มขึ้นเหมือนมาตรการที่ผ่านมา ดังนั้นหากมีการคำนวณคร่าว ๆ จะพบว่ารัฐสามารถเข้าไปชดเชยค่าแรงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้กว่าครึ่งหนึ่ง เช่น หากมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มอีก 20 บาทต่อวัน เมื่อนำมาคำนวณเป็นรายจ่ายจากค่าจ้างทั้งจำนวน จะพบว่ารัฐให้หักลดหย่อนภาษีได้ถึง 9-10 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เศรษฐกิจเริ่มดี ผู้ประกอบการก็มีรายได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว ต้องมีการกระจายรายได้ออกไปด้วย แรงงานก็ควรได้รับผลตอบแทนที่ดี จากที่ผ่านมาในช่วง 4 ปี ค่าแรงเพิ่มขึ้นแค่ 4% หรือเฉลี่ยปีละ 1% ซึ่งถือว่าต่ำมาก แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้แต่ก็ไม่มากนัก เมื่อมาพิจารณาถึงผลที่ได้พบว่าสามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้เอสเอ็มอีได้มาก&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1737</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, ค่าจ้างขั้นต่ำ, ค่าแรง, ภาษี, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a6999dddaf14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2018 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2018 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบแรงงานบี้ล้มมติค่าจ้างขั้นต่ำ  ลั่นต้องปรับเท่ากันทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.61 - &amp;nbsp;เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) นำโดย นายชาลี ลอยสูง รองประธาน &amp;nbsp;คสรท. และ น.ส. ธนพร &amp;nbsp;วิจันทร์ &amp;nbsp;รองประธาน คสรท. พร้อมสมาชิกประมาณ 50 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นไปตามหลักสากลและเท่ากันทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. ธนพร &amp;nbsp;กล่าวว่า คสรท. ขอประกาศจุดยืนเดิม และเรียกร้องต่อนายกฯ และรัฐบาล 4 ข้อ คือ 1. ให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นไปตามหลักการสากล เพื่อให้สามารถเลี้ยงคนในครอบครัวได้อย่างเพียงพอ 2. ค่าจ้างขั้นต่ำต้องเท่ากันทั่วประเทศ 3.ยกเลิกคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด และให้มีคณะกรรมการค่าจ้างระดับชาติ ที่มีองค์ประกอบครองคลุมทุกภาคส่วน และ 4.ให้รัฐบาลวางมาตรการในการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพงเกินจริง ทั้งนี้หากรัฐบาลและกระทรวงแรงงานไม่ยอมทบทวนเรื่องดังกล่าวนี้ &amp;nbsp;เราจะมีการเคลื่อนไหวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาลี &amp;nbsp;กล่าวว่าเราต้องการให้มีการยกเลิกอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด เนื่องจากกลไกการทำงานล้มเหลว ทั้งนี้พบว่าอนุกรรมการฯ บางจังหวัด ไม่มีตัวแทนลูกจ้าง ทำให้ค่าจ้างที่เสนอเข้ามาส่วนกลาง มาจากนายจ้างฝ่ายเดียว &amp;nbsp;และบอร์ดค่าจ้างพิจารณาค่าจ้างโดยไม่มีการนำข้อมูลจากอนุกรรมการฯ มาพิจารณา เพราะมีธงของนายจ้าง และรัฐบาลอยู่แล้ว &amp;nbsp;ตัวเลขจึงไม่ตรงกับที่อนุกรรมการฯ แต่ละจังหวัดเสนอมา จึงมองว่าเป็นการใช้อนุกรรมการฯ เพียงเพื่ออ้างอิงปรับค่าจ้างเท่านั้น &amp;nbsp;และจะเสนอให้บอร์ดค่าจ้างเพิ่มคณะกรรมการที่เป็นนักวิชาการ หรือนักเศรษฐศาสตร์สังคม จะได้ครอบคลุมทุกด้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่รับไม่ได้ คือการลดภาษีให้กลุ่มทุน 1.5 เท่า และลดเงินสมทบประกันสังคม 1 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นอยากให้ รมว.แรงงาน &amp;nbsp;หรือปลัดกระทรวงแรงงาน ทบทวนการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งก่อนจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริง เป็นที่ยอมรับทั้งนายจ้างและลูกจ้างด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าจ้างขั้นต่ำ, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a66c4f7bbd53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
