<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านขอนแก่น ขอบคุณ &#039;บิ๊กตู่&#039; เห็นชอบค่าตอบแทนพิเศษ 7 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - ที่โครงการธนาคารอาหาร ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายวินัย &amp;nbsp;ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า กำนัน &amp;ndash; ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่ทุกตำแหน่งขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันโอชา นายกรัฐมนตรี ตามที่ได้มีมติเห็นชอบเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในลักษณะเงินเพิ่มพิเศษรายเดือน เป็นระยะเวลา &amp;nbsp;7 เดือน ซึ่ง ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นั้นมีฝ่ายปกครองที่ปฎิบัติงานทั้งหมด 60 คน ทุกคนปฎิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างเข้มแข็ง รัดกุม และเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจหรือด่านชุมชนที่ทำงานกันตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังคงมีการประสานงานกันร่วมกับฝ่ายสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการติดตามผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง การกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการดำเนินโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 จนทำให้ทุกแผนงานที่รัฐบาลกำหนดมานั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในภาพรวมทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เงินที่จะได้รับนี้นั้นถือเป็นขวัญและกำลังใจ ที่รัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน ไม่ทอดทิ้งผู้ปฎิบัติงาน ที่ทำงานร่วมกันอย่างหนักและอย่างเข้มแข็ง อดหลับอดนอน ประสานการทำงานร่วมกันทุกฝ่ายจนทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทุกคนฝ่าวิกฤติร่วมกันไปได้และการ์ดไม่ตก วันนี้การทำงานของฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่ยังคงเข้มแข็ง หนักแน่น และเป็นไปตามระเบียบที่รัฐบาลและแนวทางที่สาธารณสุขกำหนด ซึ่งก็มีคำถามอยู่บ้างในระยะแรกหลังจากที่ทุกคนนั้นได้รับการเยียวยา หรือได้รับการช่วยเหลือหรือได้รับโบนัสจากรัฐบาล ว่าเมื่อไหร่ฝ่ายปกครองจะได้รับบ้างวันนี้ทุกคนมีกำลังใจ ที่จะทำงานอย่างเข้มแข็งต่อไปเพราะแม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปตัวเลขที่จะได้รับว่า แต่ละคนแต่ละตำแหน่งจะได้รับเท่าใด แต่วันนี้เมื่อรัฐบาลส่งสัญญาณที่ดีมาให้กับฝ่ายปกครอง ด้วยขวัญและกำลังใจที่จะมอบให้กับฝ่ายปกครองทั้งประเทศที่ค่าตอบแทนนั้นไม่มากเมื่อเทียบกับภารกิจด้านการปกครองที่มีมาอย่างหลากลหายทุกวัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวินัย กล่าวต่ออีกว่า เงินที่จะได้รับ รวมทั้งระยะเวลาที่จะได้รับ ในช่วง 7 เดือนนั้นเป็นความเหมาะสมตามที่รัฐบาลกำหนด ดังนั้นจากนี้ไปคือขั้นตอนการดำเนินงานตามระเบียบต่างๆ ซึ่งฝ่ายปกครองทุกตำแหน่งจะยังคงทำหน้าที่ที่รับผิดชอบและหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายต่อไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายลง แต่ในใจของฝ่ายปกครองทุกคนนั้นอยากได้รับเงินค่าตอบแทนในลักษณะเช่นนี้ตลอดไปปัจจุบันกำนัน ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 10,000 บาท ผู้ใหญ่บ้าน 8,000 บาท,แพทย์ตำบล,สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่น้อยเมื่อเทียบกับภารกิจที่รับผิดชอบและหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ จึงอยากให้รัฐบาลได้พิจารณาค่าตอบแทนของฝ่ายปกครองเพิ่มเติมขึ้นด้วยในระยะต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69602</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนัน, ค่าตอบแทน, ผู้ใหญ่บ้าน, เงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef31f36a77bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แสนอัพ!สนช.เห็นชอบขึ้นเงินเดือน-เงินประจำตำแหน่ง 3 องค์กรใหญ่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.61 - ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบอื่นขององค์กรต่างๆ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายพร้อมกันจำนวน 3 ฉบับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สนช.มีมติเอกฉันท์ &amp;nbsp;171 คะแนนเห็นชอบร่างพ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ สนช.มีมติเอกฉันท์ &amp;nbsp;171 คะแนน โดยกำหนดให้ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเงินเดือน 81,920 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท รวม131,920 บาท ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์อิสระดังกล่าว ได้รับเงินเดือน 80,540 บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท รวม 123,040 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สนช.มีมติเอกฉันท์ 172 คะแนนเห็นชอบร่างพ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับเงินเดือน 83,090 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 55,000 บาท รวม 138,090 บาท ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับเงินเดือน 81,920 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท รวม131,920 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สนช.มีมติเสียงข้างมาก 166 ต่อ 1 คะแนนเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ โดยกำหนดให้อัยการสูงสุด ได้รับเงินเดือน 81,920 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท รวม131,920 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นเงินเดือน, ค่าตอบแทน, สนช., เงินประจำตำแหน่ง, เงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bac95e516a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบียบใหม่ออกแล้ว รู้หรือไม่?ถ้าชี้เบาะแสให้ป.ป.ง.ได้ค่าตอบแทนอะไรบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61- เว็บไซด์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดของผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์
ต่อการดำเนินการของคณะกรรมการธุรกรรมพ.ศ. ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระเบียบใหม่นี้ &amp;nbsp;ระบุให้&amp;ldquo;ค่าตอบแทน&amp;rdquo; หมายถึง ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าชดเชยการขาดรายได้จากงานที่ต้องทำ ค่าเดินทาง ค่าเช่าที่พักอาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน&amp;ldquo;ประโยชน์อื่นใด&amp;rdquo; หมายถึง ประโยชน์ที่มิใช่ค่าตอบแทน เช่น หนังสือชมเชย ประกาศเกียรติคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ให้ถ้อยคำที่มาให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน หรือสถานที่อื่นใด ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราว ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใด ได้ค่าตอบแทนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ค่าอาหารและเครื่องดื่ม และค่าชดเชยการขาดรายได้จากงานที่ต้องทำ ให้จ่ายในลักษณะ เหมาจ่าย วันละ ๓๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่เริ่มให้ถ้อยคำจนถึงวันที่ให้ถ้อยคำเสร็จสิ้น โดยให้คำนวณจำนวนวันตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ เศษของวันให้ถือเป็น ๑ วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ค่าเดินทาง ให้จ่ายทั้งไปและกลับตามที่จ่ายจริง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตรากิโลเมตรละ ๔ บาท
โดยประมาณการระยะทางตามเส้นทางของกรมทางหลวงใน ทางสั้นและตรงซึ่งสามารถเดินทาง
ได้โดยสะดวกและปลอดภัย ในกรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทาง
ของหน่วยงานอื่นที่ตัดผ่าน เช่น เส้นทางของเทศบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงหรือของหน่วยงานอื่น ให้ผู้ให้ถ้อยคำเป็นผู้รับรอง
ระยะทางในการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ค่าเช่าที่พักอาศัย ในกรณีผู้ให้ถ้อยคำมีที่พักอาศัยอยู่นอกเขตจังหวัดที่ตั้งสานักงาน หรือสถานที่อื่นใดซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวและจำเป็นต้องพักอาศัย ในเขตจังหวัดที่ตั้งสานักงานหรือสถานที่อื่นใดดังกล่าวแล้วแต่กรณีอันเนื่องมาจากการถูกเรียกมาให้ถ้อยคำ ให้จ่ายค่าเช่าที่พักอาศัยในลักษณะเหมาจ่าย วันละ ๘๐๐ บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๖ ค่าตอบแทนผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของคณะกรรมการธุรกรรม ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและระเบียบสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๗ ในกรณีที่เห็นสมควรสำนักงานจะจัดให้มีประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลแล้วแต่กรณีก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๘ ค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดตามระเบียบนี้ ให้เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณของสำนักงาน และต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินตามแบบท้ายระเบียบนี้ไว้ เพื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๙ ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้ และในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการมีอานาจวินิจฉัยชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
พลตารวจเอก ชัยยะ ศิริอาพันธ์กุล
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18414</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ค่าตอบแทน, ประกาศราชกิจจา, ผู้ให้ถ้อยคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกจ้างสธ.ชุมนุมเรียกร้องเพิ่มค่าตอบแทน แฉสุดรันทดได้ค่าแรงน้อยกว่าแรงงานต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61- &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข สมาพันธ์สมาคมลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย (สสลท.) จากทั่วประเทศ กว่า 500 คน เดินทางมารวมตัวกันเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้จ้างลูกจ้างของกระทรวงสาธารณสุขด้วยเงินงบประมาณ แทนการจ้างผ่านระบบเงินบำรุงรพ. นำโดย นายโอสถ สุวรรณเศวต ประธานสสลท. และนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.นนทบุรี และตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า 100 นาย เข้ามาดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโอสถ กล่าวว่า สธ.กลับไม่เคยเหลียวแลพวกตน ซึ่งเป็นลูกจ้างกลุ่มสนับสนุน เป็นสายที่ใช้กำลังกาย กำลังสมองในการทำงาน ทั้ง พนักงานขับรถ พนักงานเปล ผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งมีบัญชีโครงสร้างค่าจ้างที่ได้กำหนดไว้ ตามระเบียบของกระทรวงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้ค่าจ้างตามค่าแรงค่าจ้างขั้นต่ำ &amp;nbsp;โดยกระทรวงแรงงานได้กำหนดให้แรงงานข้ามชาติทั้งหมดอยู่ภายใต้การคุ้มครองของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่ง สธ.ก็มีระเบียบคุ้มครอง แต่กลับปล่อยปะละเลย ไม่ยอมดำเนินการจ้างงานค่าตอบแทนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเป็นธรรมตามค่าจ้างขั้นต่ำ ที่ กระทรวงแรงงานกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น รับสมัครพนักงานบัญชี ที่จบ ปวส. ในอัตราค่าจ้าง 12,000 บาท ตามระเบียบ แต่ สธ.กลับปล่อยให้ต้นสังกัดจ่ายจริงเพียง 6,500 บาท ไม่ทราบว่าแบบนี้กระทรวงปล่อยปละละเลยหรือไม่ เกิดความไม่เป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งมีลักษณะเช่นนี้ทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกทั้งผู้บริหารระดับสูงออกระเบียบการออกค่าตอบแทนฉบับ 11 ของ สธ. ตั้งแต่ปี 2559 แต่ปรากฏว่ากลับให้การคุ้มครองแค่ข้าราชการที่เงินเดือน 4-5 หมื่น แต่ลูกจ้างยังไม่ได้ โดยอ้างว่าจ่ายไม่ได้ ผิดระเบียนเดี๋ยว สตง. เรียกเก็บคืน &amp;nbsp;ซึ่งมันจะผิดได้อย่างไรเพราะสธ.ก็เป็นคนออกกฏระเบียบเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโอสถกล่าวว่าเรื่องนี้คุยกับผู้บริหารมาตั้งแต่ปี 59 แต่ไม่เคยได้รับการเยียวยา แก้ไข มีพฤติกรรมไม่ต่างกับการค้ามนุษย์ ตามที่เป็นข่าว เช่น โรฮิงญาที่ถูกส่งมาค้าแรงงานในไทย พวกเราโดนปฏิบัติไม่ต่างกัน ลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุขมี 1.4 แสนคนบางคนเป็นพนักงานบริการทั่วไปได้ต่ำสุดแค่ 5พัน สูงสุด 11,000 บาทดังนั้นจึงอยากสื่อสารผ่านสื่อมวลชนว่า ยังมีอีกหรือในประเทศไทยที่ค่าครองชีพสูง สภาพเงินเฟ้อเช่นนี้แต่พี่น้องที่เป็นลูกจ้างกลับได้ค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการได้หารือกับแกนนำวันนี้กลุ่มลูกจ้างได้มาเรียกร้อง ซึ่งโดยภาพรวม คือ1. ในแง่ของเงินเดือนที่ต้องการให้มีการปรับเงินงบประมาณมาเป็นเงินเดือนแทนเงินบำรุงของโรงพยาบาลเพราะขณะนี้ต้องจ้างด้วยเงินบำรุง ซึ่งอย่างที่ทราบว่าบางแห่งที่มีประชาชนน้อยเงินบำรุงก็น้อย ทำให้มีความกังวลว่าเงินบำรุงจะไม่เพียงพอซึ่งจะกระทบต่อชีวิตความมั่นคงของตัวลูกจ้าง และจะกระทบกับการดูแลประชาชนด้วย 2.สวัสดิการและความก้าวหน้า 3.ขอให้มีคณะกรรมการดูแลในเรื่องนี้ ซึ่ง สธ.ก็ให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวไม่ได้ละเลย แต่ปัญหามีมายาวนาน สธ.มีวิชาชีพที่หลากหลาย โดยมีสาขาที่มีการจ้างงาน ถึง 68 สาขาซึ่งแต่ละสาขาต้องมีการพิจารณาต่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า ส่วนในเรื่องที่ลูกจ้างร้องเรียนว่ากระทรวงจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำแรงงานต่างด้าวนั้น เรื่องนี้มีการหารือเพื่อแก้ปัญหากันมาตลอดและมีคำสั่งถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดไปเมื่อปี 2560 เรื่องขอให้มีการจ่ายค่าจ้างไม่ให้น้อยไปกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและแม้ว่าจะเพิ่งมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งล่าสุดมีผลเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา หลักการเรายังคงเดิมคือจ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ และมีไทม์ไลน์การปรับค่าจ้างด้วยว่าปีนี้ปรับเท่าไหร่ ปีนี้ปรับเท่าไหร่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ค่าตอบแทน, ค่าแรงขั้นต่ำ, งบประมาณ, สมาพันธ์สมาคมลูกจ้าง, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afab6e41dfb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
