<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โม้แหลก‘งูเห่าสีส้ม’ตัวละตั้ง120ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดรามางูเห่าสีส้ม &amp;ldquo;คุณช่อ&amp;rdquo; นำ ส.ส.อนาคตใหม่แถลงมีกลุ่มทุนใหญ่ที่นอนเดียวกับ คสช.-หลายพรรคร่วมขบวนการซื้อ ส.ส. เกือบทุกคน มโนบางรายขู่เอาถึงชีวิต แต่ไม่กล้าเปิดเผย อ้างไม่ปลอดภัย ส.ส.อนค.โม้แหลกค่าตัวถึง 120 ล้านแต่ปฏิเสธ โซเชียลฯ วิจารณ์ขรมไม่สมเหตุผล ซัดแค่ปั่นราคา &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ยื่น ปธ.สภาฯ ให้ตรวจสอบลักษณะต้องห้ามแคดิเดตนายกฯ-สอบ 30 ส.ส.ฝ่าย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถือหุ้นสื่อหวังชงศาล รธน.สั่งยุติหน้าที่เหมือน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) วันที่ 4 มิถุนายน มีการแถลงข่าวกรณี ส.ส.งูเห่าพรรค อนค. นำโดย น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค และ ส.ส. ประกอบด้วย นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี, นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพมหานคร, นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น, นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร และสมาชิกคนอื่นอีก 7 คน โดย น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า เรื่องที่เราพูดมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา และเป็นปัจจัยสำคัญในการชี้ขาดเลือกนายกรัฐมนตรี คือเรื่องงูเห่า โดยเฉพาะงูเห่าสีส้ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่เห็นข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่มีเพียง 150 เสียง ซึ่ง 3 วันหลังจากการเลือกตั้ง 7 พรรคฝ่ายต่อต้านการสืบทอดอำนาจ ประกาศให้สัตยาบัน ตอนนั้นเรามีเสียงทั้งหมด 253 เสียง วันนี้เสียงเราลดเหลือ 246 เสียง แต่ก็ยังคงจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ขณะที่มีสมาชิก พปชร.กล่าวออกรายการทีวีว่ารัฐธรรมนูญเขียนมาเพื่อให้ พปชร.เป็นรัฐบาล ส.ว.ออกแบบมาเพื่อให้ช่วยโหวตนายกฯ แต่พรรคการเมืองที่ไม่เสียง 250 เสียง หรือเป็นเสียงปริ่มน้ำ ไม่สามารถบริหารประเทศได้ จึงจำเป็นต้องซื้องูเห่าจากพรรคอื่นเพื่อโหวตสนับสนุนรัฐบาลร่างทรงของ คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ติดต่อถูกซื้อเยอะมาก น่าจะเกือบครบทุกคน อาจเพราะเราหน้าใหม่ หรือฝ่ายตรงข้ามมองว่าเราซื้อได้ด้วยเงิน ซึ่งเป็นการประเมินที่ผิด วันนี้คนที่มาร่วมแถลงข่าวล้วนเคยถูกติดต่อเพื่อให้เป็นงูเห่า ผู้แทนของเราทุกคนไม่ทรยศประชาชน และทิ้งอุดมการณ์ ประชาธิปไตย รูปแบบการซื้องูเห่า ไม่ว่าจะเป็นการหลอกล่อด้วยเหตุผลใดๆ อย่างเรื่องพรรคโดนยุบ หรือกรณีคดีของหัวหน้าพรรค รวมทั้งการข่มขู่ที่จะเอาถึงชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นเหตุที่ทำให้เราไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ &amp;nbsp;โดยทางผู้ติดต่อมาแจ้งว่ามีกลุ่มทุนใหญ่สนับสนุนการซื้องูเห่า การทำแบบนี้เป็นการทำลายสถาบันหลักอย่างพรรคการเมืองหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค อนค.กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องไปยังพรรคที่ซื้องูเห่า ซึ่งมีหลายพรรค ทำกันเป็นขบวนการ ขอให้หยุดภารกิจบ่อนทำลายประชาธิปไตย หยุดทำงานที่ไม่เป็นประโยชน์และรบกวน ส.ส.ของเรา การติดต่อต่างๆ ล้วนไม่เป็นผล หากถึงที่สุดแล้วมีผู้ที่ใช้ชื่อ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ยกมือโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ สิ่งเดียวที่เราจะทำคือให้เขาหรือเธอคนนั้นลาออกไปซะ เพื่อไปอยู่ในพรรคที่มีจุดยืนตรงกันกับตัวเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่เปิดเผยตัวแทนที่ติดต่อเรื่องงูเห่า เพราะเราคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สมัครของเรา และคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนติดต่อนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้มีความสำคัญที่สุด หากเปรียบกับขบวนการค้ายาเสพติด เปรียบไปก็เป็นคนเดินยา จับเขาก็ไม่ได้ ทำให้ขบวนการซื้องูเห่าหมดไป หากจะชี้ไปที่ใครก็ต้องชี้ไปคนที่อยู่ที่แจ้งที่สุด และทำไปเพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. และการอยู่ในตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ เรามั่นใจว่า ส.ส.ทุกคนอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์ และจะทำงานรับใช้ประชาชน โดยไม่มีงูเห่าในพรรค&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนาวิลกล่าวว่า ตนได้รับการติดต่อ 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 30 ล้านบาท โดยรอบแรกให้ 25 ล้านบาท หลังเลือกนายกฯ ให้อีก 5 ล้าน ส่วนครั้งที่ 2 เสนอเงินให้ 60 ล้าน โดยตนจะได้ 50 ล้านบาท หักเป็นค่านายหน้า 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเท่าพิภพกล่าวว่า ได้รับการติดต่อตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง เสนอให้ 30 ล้านบาท ผ่านคนสนิท ซึ่งตนปฏิเสธไป แต่ยังมีการติดต่อเรื่อยๆ จาก 50 ล้าน เป็น 70 ล้าน จนสัปดาห์ที่ผ่านมาเสนอให้ 120 ล้านบาท แต่ตนปฏิเสธไป เพราะคิดว่าการที่เราเป็นผู้แทนประชาชน เราแบกความหวังของประชาชนไว้ ซึ่งความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนนั้นมากกว่า 120 บาท แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐิตินันท์กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งช่วงเช้าวันที่ 25 มี.ค. มีโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีผู้ใหญ่ขอพบ เป็นระดับรองหัวหน้าพรรค สะดวกให้พบที่ไหน ซึ่งตนได้ปฏิเสธไป เพราะ กกต.ยังไม่รับรอง และทางพรรคก็กำชับว่าห้ามให้สัมภาษณ์สื่อ เพราะผลการเลือกตั้งยังไม่ออกมาเป็นทางการ และเสนอให้เงินใช้นอกบัญชี 9 หลัก แต่ตนก็ปฏิเสธไป ก่อนวันโหวตยังเสนอให้ 5 ล้าน และหลังวันโหวตให้อีก 70 ล้าน พร้อมเงินเดือนอีกเดือนละ 200,000 บาท ที่ตนเข้ามาเพราะอุดมการณ์ประชาธิปไตย และความรักในผู้บริหารพรรคทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายทองแดงกล่าวว่า หลังเลือกตั้งมีคนติดต่อมาตลอดเริ่มที่ 25 ล้าน เป็น 50 ล้าน ล่าสุดคือ 75 ล้าน แต่ตนก็ปฏิเสธไป เพราะหากตนรับ พ่อแม่พี่น้องของตน เขาจะคิดอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การทุ่ม 120 ล้านเพื่อซื้องูเห่านั้นเป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจากก่อนการเลือกตั้งมีการดูด ส.ส.ด้วยเงินจำนวนมากอยู่แล้ว น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ราคามันสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการ ช่วงหลังการเลือกตั้งราคาไม่สูงมาก แค่ 5-10 ล้าน เขาซื้อไม่ได้ ราคาจึงสูงขึ้น ทำให้เห็นว่ามันคุ้มค่าที่ผู้มีอำนาจจะได้อยู่ต่อ เงินจำนวนนี้ยังเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่นอนเดียวกับคณะรัฐประหารด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า มีหลักฐานที่พร้อมจะเอาผิดกระบวนการการซื้องูเห่าหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อเชื่อมโยงไปถึงการยุบพรรคที่มาติดต่อ น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า การยุบพรรคจะเกิดขึ้นได้เมื่อ คณะกรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็น ซึ่งเขาก็ต้องรู้ตัว แต่ในส่วนของการดำเนินคดี ผู้ที่เสนอให้นั้นมีความเป็นไปได้ เพราะถือว่ามีความผิดตามมาตรา 46 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ยืนยันว่าเรามีพยานหลักฐานหนักแน่นเพียงพอ แม้จะไม่มีใบเสร็จก็ตาม แต่กระบวนการการติดต่อที่ย่อมต้องมีผู้รู้เห็นและบันทึกไว้ ซึ่งทางพรรคของสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดี และขอให้ติดตามรอดูต่อจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เกือบทั้งพรรค เพราะเขาอาจมอง ส.ส.อนาคตใหม่ว่าส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำ มีเพียงน้อยนิดที่เป็นนักธุรกิจ จึงคิดเสนอซื้องูเห่าที่ราคา 20-30 ล้านบาท เพราะเห็นว่าเราจน แต่ก็ซื้อเราไม่ได้ เงินซื้อคนจนไม่ได้ ถ้าคนจนมีอุดมการณ์&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์ กล่าวถึงจำนวน ส.ส.พรรค อนค.ที่ถูกทาบทาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง ส.ส.พรรค อนค.แถลงเรื่องขบวนการซื้องูเห่า ซึ่งมีค่าตัวสูงถึง 120 ล้านบาทนั้น ในสังคมออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่สมเหตุสมผล เพราะในเมื่อการโหวตเลือกนายกฯ ของทั้ง 2 สภาในวันที่ 5 มิ.ย. จะต้องใช้เสียงเกิน 375 เสียง โดยฝ่ายที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มี ส.ว.อยู่ในมือแล้ว 250 เสียง และเมื่อรวมกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคประชาชนปฏิรูป และพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.พรรคละ 1 ที่นั่ง ก็จะได้เกิน 375 เสียง ยังไม่นับรวมเสียงจากพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมจะต้องลงทุนซื้องูเห่าด้วยตัวเลขสูงตามที่พรรคอนาคตใหม่กล่าวอ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เป็นการปั่นราคาให้พรรคตัวเอง และตีรวนทางการเมืองหรือไม่ ถ้าเป็นช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือพิจารณากฎหมายสำคัญที่ต้องใช้เสียงเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร และในสถานการณ์ที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ในการล็อบบี้ซื้องูเห่า แต่ราคาคงไม่มากถึง 120 ล้าน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ วันที่ 5 มิ.ย.นี้ว่า พรรคอนาคตใหม่ยังยืนยันจะเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกฯ แม้ว่าจะถูกยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ถือว่าขาดคุณสมบัติ และต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่านายธนาธรไม่ได้มีสถานะเป็น ส.ส. แต่รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ระบุว่าผู้ดำรงนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. แม้เป็นหลักการที่เราไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าจะทำกันถึงขนาดถอดนายธนาธรออกจาก ส.ส. ก็ยังยืนยันว่านายธนาธรยังมีคุณสมบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภาแห่งใหม่ (เกียกกาย) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. พร้อมด้วย ส.ส. พรรค อนค.ทั้ง 80 คน เข้ายื่นเอกสารคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส. เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ หลังตรวจสอบแล้วพบว่ามีกรณีเข้าข่ายจำนวน 30 คน รวมถึงยื่นหนังสือขอเสนอญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตรวจสอบคุณบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วย โดยมีนายเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผบ.กลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ เป็นผู้รับหนังสือทั้ง 2 ชุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า ในเรื่องการใช้สิทธิตาม มาตรา 82 &amp;nbsp;ซึ่งตนเคยแถลงข่าวก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องและให้นายธนาธรยุติการปฏิบัติหน้าที่แล้วว่าจำเป็นต้องขอสงวนสิทธิ์ในการใช้วิธีการ ช่องทาง การร้องเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. ที่ถือหุ้นสื่อในทำนองเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราตรวจสอบแล้วมี ส.ส.หลายท่านถือหุ้นบริษัทต่างๆ ที่หนังสือวัตถุประสงค์ของบริษัทนั้นมีเรื่องการประกอบกิจการสื่ออยู่ โดยรายชื่อของ ส.ส. 30 คนนั้น ประกอบด้วยพรรคพลังประชารัฐ 27 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน, พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน และพรรคชาติพัฒนา 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามกระบวนการแล้ว ประธานสภาฯ จะไม่มีอำนาจในการใช้ดุลยพินิจใดๆ ต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ถ้ารายชื่อ ส.ส.ที่ลงชื่อครบ 1 ใน 10 และถ้าหากใช้มาตรฐานที่เท่าเทียมกันกับกรณีของนายธนาธร ซึ่ง กกต.ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำสั่งรับคำร้องและสั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน น่าจะเชื่อได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องภายใน 7 วัน และมีคำสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกันสำหรับ ส.ส.ทั้ง 30 คน&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าตัวถึง 120 ล้าน, งูเห่าสีส้ม, พรรคอนาคตใหม่, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf687258bf3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
